Share

บทที่ 6

Author: Hz.Bloom
last update Last Updated: 2025-10-22 16:44:16

เสียงนาฬิกาปลุกของเช้าวันจันทร์ดังขึ้นราวกับเสียงระฆังประหารชีวิต ขวัญข้าวลืมตาขึ้นในความมืดสลัวของอพาร์ตเมนต์ ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับอยู่เต็มอก วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้จิตใจสงบลงเลยแม้แต่น้อย มันเป็นเพียงการยืดเวลาแห่งความทรมานออกไปเท่านั้น

ความเด็ดเดี่ยวที่ก่อตัวขึ้นจากสัญชาตญาณความเป็นแม่เมื่อวันเสาร์ยังคงอยู่ เป็นเหมือนถ่านไฟก้อนเล็กๆ ที่คุแดงอยู่ท่ามกลางพายุหิมะแห่งความหวาดกลัว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความจริงในวันทำงานที่ต้องพบกับลูเซียโน่ พายุหิมะนั้นก็โหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นจนแทบจะดับถ่านไฟก้อนนั้นให้มอดลง

การเตรียมตัวในเช้านี้จึงไม่ใช่แค่การไปทำงาน แต่เป็นการสวมเกราะเพื่อไปเผชิญหน้ากับชะตากรรม หญิงสาวเลือกชุดทำงานที่เรียบที่สุด ชุดเดรสสีเทาเข้มที่ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้งใดๆ เพื่อทำให้ตัวเองดูเป็น 'เจ้าหน้าที่' มากที่สุด และลดทอน 'ความเป็นผู้หญิง' ของตนเองลงให้เหลือน้อยที่สุด ผมถูกรวบเป็นมวยเรียบตึงยิ่งกว่าทุกวัน และแว่นตาที่เป็นดั่งเกราะกำบังชิ้นสำคัญก็ถูกสวมทับ

ก่อนจะออกจากห้อง ขวัญข้าวเปิดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งออก หยิบเอากล่องเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ใต้กองผ้าเช็ดหน้าออกมา ในนั้นคือแท่งพลาสติกสีขาวที่มีขีดสีชมพูสองเส้น หญิงสาวจ้องมองมันอีกครั้ง มันไม่จางลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับจะตอกย้ำชะตากรรมที่รออยู่ นี่คือหลักฐาน คือคำสารภาพ คือระเบิดเวลาที่ต้องนำติดตัวไปด้วย ร่างบางห่อมันด้วยทิชชู่อย่างดีแล้วใส่ลงไปในช่องลับของกระเป๋าถือ สัมผัสของมันเย็นเฉียบราวกับแท่งเหล็ก

ตลอดทั้งวันที่ออฟฟิศ ขวัญข้าวทำทุกอย่างตามปกติด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพที่ฝึกฝนมาอย่างดี แต่ในใจกลับสั่นสะท้านราวกับลูกนกที่พลัดตกจากรัง เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้าจนน่าทรมาน หญิงสาวพยายามหา 'จังหวะ' ที่เหมาะสมในการเข้าไปคุยกับเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ แต่กลับไม่มีเลยสักครั้ง

ช่วงเช้าประธานหนุ่มมีประชุมยาวต่อเนื่อง ช่วงบ่ายก็มีแขกสำคัญเข้ามาพบ ทุกครั้งที่เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้นสั่งงานเล็กๆ น้อยๆ ร่างกายก็สะดุ้งสุดตัว ทุกย่างก้าวของร่างสูงสง่าที่เดินผ่านโต๊ะไปพร้อมกับที่ปรึกษาคนสนิท หัวใจก็แทบจะหยุดเต้น โลกภายนอกดำเนินไปอย่างปกติ มีเพียงโลกภายในของขวัญข้าวเท่านั้นที่กำลังจะแตกสลาย

'บอสคะ ดิฉันมีเรื่องสำคัญจะเรียนให้ทราบ'

'คุณลูเซียโน่คะ พอจะมีเวลาสักครู่ไหมคะ'

ประโยคสารภาพนับสิบแบบถูกซ้อมพูดในหัวนับพันครั้ง แต่ทุกประโยคกลับฟังดูอ่อนแอและน่าสมเพชในความคิดของตนเอง จะมีคำพูดไหนในโลกที่สามารถเปลี่ยนระเบิดเวลาให้กลายเป็นของขวัญได้กัน

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนกระทั่งเข็มนาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน โอกาสสุดท้ายกำลังจะหมดลง ขวัญข้าวเห็นร่างสูงใหญ่เริ่มเก็บเอกสารลงในกระเป๋าหนังราคาแพง นั่นคือสัญญาณว่าเขากำลังจะกลับ

ตอนนี้...หรือไม่มีวันเลย!

ความคิดนั้นกรีดร้องอยู่ในหัว สัญชาตญาณความเป็นแม่ตะโกนสั่งให้สู้เพื่อลูก หญิงสาวรวบรวมความกล้าทั้งหมดเท่าที่ชีวิตนี้จะมี ลุกขึ้นยืนบนขาที่สั่นเทาแล้วก้าวเดินไปยังประตูไม้บานใหญ่ของห้องทำงานเจ้านายหนุ่ม แต่ละก้าวหนักอึ้งราวกับกำลังเดินลุยโคลนที่พร้อมจะดูดร่างให้จมลงไปทุกขณะ

ขวัญข้าวยืนอยู่หน้าประตูบานนั้น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บไปทั้งอก มือข้างหนึ่งยกขึ้นค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากบานประตูเพียงไม่กี่เซนติเมตร

มือที่สั่นเทาของขวัญข้าวเคาะลงบนบานประตูไม้สักหนักอึ้งเบาๆ สองครั้ง เสียงนั้นกลืนหายไปในความเงียบงันของโถงทางเดินจนน่าใจหาย

"เข้ามา"

เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมานั้นสั้นและเฉียบขาด ปราศจากซึ่งการเชื้อเชิญใดๆ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะผลักประตูเข้าไป

บรรยากาศภายในห้องทำงานของลูเซียโน่เย็นเฉียบและทรงอำนาจเหมือนเช่นเคย กลิ่นหนังราคาแพง กลิ่นกระดาษ และกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเจ้าของห้องผสมปนเปกันจนเป็นกลิ่นแห่งอำนาจที่น่าพรั่นพรึง โต๊ะทำงานไม้สีดำขลับตัวมหึมาตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง เปรียบเสมือนบัลลังก์ที่ขวางกั้นระหว่างโลกของคนสองคน

ลูเซียโน่เงยหน้าขึ้นมาจากเอกสาร แววตาคมกริบคู่นั้นฉายแววไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกรบกวนในเวลาเลิกงาน

"มีอะไร"

คำถามสั้นๆ ที่ไร้หางเสียงทำให้คำพูดทั้งหมดที่ซ้อมมาในหัวสลายไปในพริบตา ขวัญข้าวยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะ อ้าปาก แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ความกลัวเข้าเกาะกุมจนลำคอแห้งผากราวกับทะเลทราย

ประธานหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นอย่างหงุดหงิด ร่างสูงวางปากกาในมือลงแล้วเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู

"ถ้าไม่มีอะไร ผมจะกลับแล้ว"

คำพูดนั้นเป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยา ขวัญข้าวรู้ว่าโอกาสนี้จะหลุดลอยไปไม่ได้ หญิงสาวหลับตาลงแน่น เค้นเสียงที่สั่นเครือที่สุดในชีวิตออกมา

"ดิฉัน...ท้องค่ะ"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้องในทันที เป็นความเงียบที่หนักอึ้งจนขวัญข้าวรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวจับตัวเป็นของแข็ง เธอรวบรวมความกล้าสุดท้าย ลืมตาขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้นตรงๆ แล้วพูดต่อ

"เป็นลูกของบอสค่ะ"

วินาทีนั้นเองที่ขวัญข้าวได้เห็นปฏิกิริยาที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในชีวิต ลูเซียโน่ไม่ได้ตกใจ ไม่ได้โกรธ ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ร่างสูงนิ่งไปเพียงครู่เดียว ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนจากความรำคาญเป็นความนิ่งสงบที่น่าขนลุก มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังประเมินสถานการณ์ ไม่ใช่แววตาของมนุษย์ที่เพิ่งรับรู้ว่าตนเองกำลังจะเป็นพ่อคน

"กี่สัปดาห์แล้ว" เสียงราบเรียบจนน่ากลัวดังขึ้น

"หก...หกสัปดาห์ค่ะ" ขวัญข้าวตอบเสียงสั่น

"แน่ใจได้ยังไงว่าใช่"

"ดิฉัน...ไม่เคย..." หญิงสาวไม่กล้าพูดประโยคนั้นออกมาเต็มๆ ทำได้เพียงก้มหน้างุด

"ไปตรวจเลือดเพื่อยืนยันรึยัง" คำถามต่อไปดังขึ้นโดยไม่สนใจความอับอายของคนฟังเลยแม้แต่น้อย

"ยังค่ะ"

ลูเซียโน่พยักหน้ารับช้าๆ เหมือนกำลังรับทราบข้อมูลทางธุรกิจ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ ประสานมือไว้บนโต๊ะ แล้วจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาของผู้พิพากษาที่กำลังจะอ่านคำตัดสิน

"เรื่องนี้มีทางออกสองทาง คุณเลือกเอาเอง" น้ำเสียงนั้นราบเรียบเหมือนกำลังเจรจาต่อรองเรื่องราคาหุ้น

หัวใจของขวัญข้าวเย็นเฉียบ...มันเป็นไปตามที่คิดไว้ไม่ผิดเพี้ยน

"ทางเลือกที่หนึ่ง" ประธานหนุ่มเริ่มต้น "ผมจะให้เงินคุณสิบล้านบาท และให้คนจัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยที่สุด ไปจัดการ 'ปัญหานี้' ให้สิ้นซาก แล้วกลับมาทำงานเหมือนเดิม ทุกอย่างจะเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น"

คำว่า 'ปัญหา' แทงทะลุหัวใจของขวัญข้าวจนแหลกละเอียด

"ทางเลือกที่สอง" น้ำเสียงทุ้มยังคงพูดต่อไปโดยไม่เว้นจังหวะ "ถ้าคุณอยากจะเก็บเด็กไว้ ผมจะดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณอย่างดีที่สุดระหว่างตั้งครรภ์ แต่ทันทีที่เด็กคลอดออกมา เด็กคนนั้นจะเป็นสิทธิ์ขาดของตระกูลเตโชบวรเดช-แอชธอร์นในฐานะทายาทของผม คุณจะได้รับเงินอีกก้อน ห้าสิบล้านบาท และต้องเซ็นสัญญายินยอมว่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเด็กคนนี้อีกตลอดไป"

นี่ไม่ใช่ข้อเสนอ แต่มันคือการซื้อขาย...การซื้อขายชีวิตลูกของเธอเอง

ขวัญข้าวยืนนิ่งราวกับถูกสาปเป็นหิน ร่างกายชาวาบไปทั้งตัว ความหวังลมๆ แล้งๆ ทั้งหมดที่เคยมีถูกบดขยี้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค ชายที่เคยครางชื่อเธอในค่ำคืนที่เร่าร้อน บัดนี้ได้กลายเป็นนักธุรกิจเลือดเย็นที่กำลังตีราคาเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองอย่างไม่สะทกสะท้าน

ลูเซียโน่เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง เป็นการกระทำที่สื่อว่าบทสนทนานี้ได้สิ้นสุดลงแล้วสำหรับเขา

"ผมให้เวลาคุณตัดสินใจยี่สิบสี่ชั่วโมง พรุ่งนี้เย็นมาให้คำตอบผม"

สิ้นคำพูดนั้น ประธานหนุ่มก็หยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง ก้มลงไปสนใจเอกสารบนโต๊ะราวกับว่าบทสนทนาที่เพิ่งจบไปไม่เคยเกิดขึ้น

"ไปได้แล้ว"

ขวัญข้าวไม่รู้ว่าตัวเองหมุนตัวและเดินออกมาจากห้องทำงานนั้นได้อย่างไร ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับภาพในฝันร้ายที่พร่าเลือน โลกทั้งใบหดแคบลงเหลือเพียงเสียงหึ่งๆ ในหูและเสียงคำพูดอันเย็นชาที่ยังคงก้องสะท้อนอยู่ไม่จางหาย

หญิงสาวเดินผ่านโต๊ะทำงานของตัวเองไปโดยไม่แม้แต่จะเก็บของ ร่างกายขยับไปเองโดยอัตโนมัติ กดลิฟต์ ลงมายังชั้นล่าง ผ่านโถงล็อบบี้ที่ว่างเปล่า และโบกเรียกแท็กซี่ที่ผ่านมาคันแรก

ตลอดเส้นทางกลับอพาร์ตเมนต์ ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย แสงสีนีออนยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ สาดผ่านเข้ามาแล้วจางหายไป เสียงดีเจจากวิทยุในรถพูดคุยเรื่องตลกขบขัน แต่ไม่มีคำใดเลยที่เดินทางผ่านเข้าสู่โสตประสาท

เมื่อมาถึงหน้าอพาร์ตเมนต์ หญิงสาวจ่ายเงินและเดินขึ้นห้องราวกับคนไร้วิญญาณ เสียงกลอนประตูที่ลงสลักดัง คลิก เบาๆ เป็นเหมือนสัญญาณตัดขาดจากโลกภายนอก และเป็นสัญญาณปลดปล่อยความอดทนเส้นสุดท้าย

และในวินาทีนั้นเอง เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เคยพยุงร่างเอาไว้ก็หมดสิ้นลง ร่างบางทรุดฮวบลงไปกองอยู่กับพื้นข้างประตูอย่างหมดแรง ความมืดและความเงียบภายในห้องโอบล้อมร่างกายที่สั่นเทาเอาไว้

แต่ไม่มีน้ำตา ยังไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ในตอนนี้มีเพียงความรู้สึกว่างเปล่าที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยรู้สึกมาในชีวิต ในหัวมีเพียงคำพูดเหล่านั้นที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

'ปัญหานี้'

'ทายาท'

'สิบล้าน'

'ห้าสิบล้าน'

ทุกคำคือการตีราคา ทุกคำคือการยืนยันว่า 'หัวใจ' และ 'ความรัก' ไม่เคยอยู่ในสมการของเขาเลย ตัวตนของขวัญข้าวถูกลบเลือนจนหมดสิ้น ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่แม้แต่เลขาฯ คนสนิทอีกต่อไป เหลือเพียงสถานะที่ถูกตีตรา ไม่เป็น 'ปัญหาที่ต้องกำจัด' ก็เป็น 'ภาชนะที่รอวันส่งมอบสินค้า'

ความหวังสุดท้ายที่เคยมี ความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าการมีอยู่ของเลือดเนื้อเชื้อไขอาจจะทำให้หัวใจที่เย็นชาของบุรุษผู้นั้นอ่อนลงได้บ้าง ได้แหลกสลายไปจนไม่เหลือชิ้นดี

ขวัญข้าวนั่งนิ่งอยู่ในความมืดข้างประตู สองตาเหม่อลอยจ้องมองไปในความว่างเปล่าเบื้องหน้า ในหัวใจของหญิงสาวไม่เหลือสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากซากปรักหักพังของความหวังและความฝัน

เบื้องหน้ามีเพียงทางสองเส้นทางที่นำไปสู่ความพินาศไม่ต่างกัน ทางหนึ่งคือการสูญเสียลูก อีกทางคือการสูญเสียตัวตน และไม่ว่าจะเลือกทางไหน ชีวิตของขวัญข้าว กันต์สิน ก็ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Heartless Stakes เดิมพันรักมังกรไร้ใจ   บทที่ 189

    วันสำคัญมาถึง วันที่แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมาในคฤหาสน์เตโชบวรเดช ไม่มีการประชุมเคร่งเครียด ไม่มีการเคลื่อนไหวของหน่วยอารักขาที่น่าพรั่นพรึง มีเพียงความวุ่นวายเล็กๆ ของการเตรียมงานเฉลิมฉลองที่เป็นส่วนตัวที่สุดสวนสวยสไตล์ยุโรปของคฤหาสน์ ถูกอาบไล้ด้วยแสงแดดอบอุ่นยามบ่าย ท้องฟ้าสีครามสดใส ไร้เมฆบดบัง ล

  • Heartless Stakes เดิมพันรักมังกรไร้ใจ   บทที่ 188

    ค่ำคืนนั้นหลังจากอคินและไอรินหลับใหลอยู่ในห้องเนอสเซอรี่ภายใต้การดูแลของพี่เลี้ยงที่ไว้วางใจได้ ลูเซียโน่เดินเข้ามาหาขวัญข้าวที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่ถูกจัดไว้สำหรับครอบครัว บรรยากาศผ่อนคลายและอบอุ่น แตกต่างจากความตึงเครียดในห้องทำงาน หรือความหรูหราแต่ไร้ชีวิตชีวาของ

  • Heartless Stakes เดิมพันรักมังกรไร้ใจ   บทที่ 187

    หนึ่งปีผ่านไปราวกับพายุที่ค่อยๆ สงบลง หลังจากการปะทะกันอย่างรุนแรงทั้งภายนอกและภายใน โลกภายนอก คลื่นใต้น้ำที่เกิดจากการโจมตี LTA Group ถูกจัดการด้วยกลยุทธ์ใหม่ ลูเซียโน่ไม่ได้สั่งฆ่า ไม่ได้จุดไฟสงคราม แต่ใช้ 'สงครามเย็น' ที่ซับซ้อนกว่า ทั้งกฎหมาย การเงิน ข้อมูล และการเจรจาเบื้องหลังค่อยๆ บีบคั้นแล

  • Heartless Stakes เดิมพันรักมังกรไร้ใจ   บทที่ 186

    สัมผัสแผ่วเบาของมือเล็กที่วางทาบบนมือตนเองยังคงอุ่นซ่าน คำขอร้องที่หนักแน่นแต่สั่นเครือของขวัญข้าว 'อย่ากลับไปเป็นคนเดิมเลยนะคะ เพื่อลูกของเรา เพื่อครอบครัวของเรา' ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท มันคือเสียงที่ทรงพลังยิ่งกว่าเสียงระเบิดใดๆ ที่ลูเซียโน่เคยได้ยิน คือเสียงที่สามารถหยุดยั้งมังกรที่กำลังจะพ่นไฟ

  • Heartless Stakes เดิมพันรักมังกรไร้ใจ   บทที่ 185

    การประชุมฉุกเฉินผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์สิ้นสุดลง แต่บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานยังคงคุกรุ่น หน้าจอที่เคยแสดงใบหน้าเคร่งขรึมของทีมงาน ดับมืดลง เหลือเพียงเงาสะท้อนของลูเซียโน่บนพื้นผิวสีดำ ประธานหนุ่มยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่หัวโต๊ะ นิ้วเรียวยาวที่เคยเคาะเป็นจังหวะ กำแน่นจนข้อขาวซีดคำสั่งสุดท้ายที่ลูเซี

  • Heartless Stakes เดิมพันรักมังกรไร้ใจ   บทที่ 184

    หลายสัปดาห์หลังจากกลับมายังคฤหาสน์เตโชบวรเดช ช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และการปรับตัวที่เปราะบางดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ลูเซียโน่ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับบทบาทใหม่ ประธานหนุ่มเริ่มคุ้นชินกับจังหวะชีวิตของทารกแฝด เรียนรู้วิธีรับมือกับเสียงร้องไห้ และค้นพบความอดทนในรูปแบบที่ตนเองไม่เคยรู้จัก ความพยายามที่เง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status