LOGIN"แวะทำแผลที่โรงพยาบาลไหม"
รถเลี้ยวออกจากห้างสรรพสินค้าก็มีคำถามลอยมา ฉันดึงสายตาออกจากมือใหญ่แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ พยายามวางสายตาเอาไว้ที่รถด้านหน้า ใช้เวลาแค่สิบนาทีก็จะถึงคอนโดมิเนียมของฉันแล้ว
แกต้องอดทน!
"ไม่รู้เลยเหรอว่ามันมีเมีย"
ฉันส่ายหน้าตอบอีกหน
มือสางผมให้เข้าทรงเพราะอาการแสบยุบยิบตรงขมับกระตุ้นให้ฉันนึกได้ว่าสภาพไม่ต่างจากฟัดกับหมามาจริงๆ
"ก็ไหนว่าโสดไง"
"บางคนไม่โสดก็ยังตอแหลว่าโสดได้เลยนี่คะ ไอหมายถึงไอ้ชั่วเมื่อกี้ อีกอย่างแค่คุยไม่ได้คบ ถือว่าโสดก็ถูกแล้ว"
พี่เจไดไม่ได้ตอบกลับ ฉันเลยใช้จังหวะนี้ชี้มือไปด้านหน้า
"ถึงคอนโดไอแล้วค่ะ พี่จอดได้เลย"
เอี๊ยด! รถหรูจอดเทียบหน้าฟุตบาทตรงด้านหน้าป้ายคอนโดมิเนียม พี่เจไดเป็นคนปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้
เป็นอิสระแล้วฉันก็หันไปพนมมือไหว้ แต่ไม่ได้มองหน้าเขา
"ขอบคุณค่ะที่ช่วยแล้วก็ขอบคุณที่มาส่งด้วยค่ะ"
"ขอบคุณที่เหวี่ยงใส่เหมือนกัน"
อีพี่เจได! ฉันถลึงตาดุมองเขา อยากเอาความรู้สึกที่มีทั้งหมดในตอนนี้มาระบายด้วยการตะกุยหน้าเขาที่สุด
เขาทำเพียงเหล่ตามองฉัน จิ้มนิ้วลงบนปุ่มอะไรสักอย่างตามมาด้วยเสียงปลดล็อกประตู
สุดท้ายก็ได้แค่คิด การอยู่ห่างเขาให้มากที่สุดคือสิ่งที่ฉันควรทำ ลงจากรถได้ฉันก็เดินดุ่มๆ เข้ามาภายในตัวอาคาร ไม่สนใจว่าเขาจะขับรถออกไปเลยหรือไม่หรือจะยังด่าฉันตามหลัง
ไม่ว่าไอ้ต้นหรือเขา.. ก็เลวพอๆ กันนั่นแหละ
@โรงยิมมหาวิทยาลัย
มาหยาชวนฉันมาดูแข่งบาส แต่พอเห็นว่าทีมวิศวกรรมศาสตร์ลงแข่งขัน เห็นว่านักกีฬาคือแก๊งวิศวะลูกเทพตัวตึงก็เลยวางความสนใจเอาไว้ที่เฟซบุ๊คไอ้ต้น ไม่คิดดูการแข่งขันแม้ว่านักกีฬาทั้งห้าคนของทีมนั้นเจริญหูเจริญตาแค่ไหน
หลังจากเห็นสภาพตัวเองผ่านกระจกฉันก็ก่นดาอีป้าไปหลายประโยค ผมกระเซิง ใบหน้าเป็นรอยไม่พอ หนังหัวร้าวระบมและปูดเป็นลูกมะนาวจนถึงตอนนี้
ฉันกินยาแก้ปวดแล้วนอนหลับยาวจนเช้า มาเห็นว่ามีคนถ่ายคลิปทวงคืนผัวแล้วเอามาแชร์ตั้งแต่เมื่อวานก็ตอนมานั่งตรงนี้ ฉันเห็นมันจากเฟซบุ๊คไอ้ต้น เมียมันเป็นคนแท็กหามันเอง
แน่นอนว่าฉันถูกทัวร์ลงในคลิปวีดีโอนั้น มีตามมาลงที่ไอจีก็ไม่น้อย คืนก่อนเพิ่งจะโซฮ็อตไปแท้ๆ
โคตรเซ็งเลย
ยิ่งดูคลิปฉันก็ยิ่งอึดอัดเลยชวนมาหยาออกมาด้านนอกโรงยิมและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังเป็นการระบาย
"ไอ! ทำไมตอนนั้นแกไม่โทรตามฉัน" มาหยาออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"จะไปโทรตอนไหน มันมาถึงก็จิกหัวลากฉันออกมาจากร้าน ตบฉันได้หนึ่งฉาดก็โชว์ทะเบียนสมรสให้ดู ส่วนไอ้ชั่วนั่นทำตัวเนียนเป็นไทยมุงเลยล่ะ มันน่าเจ็บใจ"
"รู้ตอนนี้ก็ยังดีกว่าไปรู้ตอนอยู่ที่โรงแรมนะ เสียบๆ อยู่อีป้านั่นมาแกจะแย่กว่านี้"
"ตรงนี้นั่นแหละทำฉันแค้น ฉันคุยกับมันสี่วัน ตั้งใจไปกินข้าว แต่มันจองโรงแรมเอาไว้ด้วย"
"มันกะหลอกฟันแกแหงๆ"
"ฝันไปเถอะ คนที่จะจิ้มฉันได้ต้องเป็นคนที่หล่อตรงสเปคและทำหัวใจฉันเต้นเท่านั้น"
ตึง! ฉันกับมาหยาสะดุ้งเฮือกเข้ากอดแขนกันด้วยความตกใจเมื่อมีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากถนน
"รถชนว่ะแก"
"เหมือนรถพี่โรสเลย"
รถเก๋งคันเล็กที่ฉันเห็นชอบมาจอดหน้าตึกคณะตลอดสองปี ทำไมจะจดจำไม่ได้ว่าเป็นรถของรุ่นพี่ ฉันรีบวิ่งกลับเข้าไปในโรงยิมพบว่าการแข่งขันบาสจบลงแล้ว และรุ่นพี่ในคณะนั่งคุยกันอยู่ที่เดิม
"พี่บัว พี่ตะวัน ไปดูพี่โรสหน่อย"
ฉันตะโกนลงไป ตรงนั้นแตกฮือไม่ต่างจากรังผึ้ง พี่บัวกับพี่ทานตะวันวิ่งตามหลังฉันมาแล้วแซงหน้าไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนเข้าไปดูพี่โรสด้วยความเป็นห่วง
แก๊งพี่ปันปัน ฉันกับมาหยาที่มีเรียนในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้ายืนรออยู่ห่างๆ แต่เฝ้าตามติดสถานการณ์จนกระทั่งพี่โรสถูกส่งตัวไปทำแผลตรวจร่างกาย
เคราะห์ดีที่ชนกันไม่รุนแรง คู่กรณีเคลียร์ง่าย หรืออาจเพราะคนที่เคลียร์เป็นพี่โอบแฟนพี่ปันปัน ใช้ความหน้าโหดข่มขวัญแกมข่มขู่โยนเงินให้จบเรื่องฉันคิดว่าเข้าเค้าสุด
"ไอกับมาหยา ไปตึกพร้อมพี่นะ"
พี่ทานตะวันตะโกนบอกแล้วเข้าไปผสมโรงกับพี่บัวคุยเรื่องรถของพี่โรสว่าจะเอาอย่างไร
ยืนรอนานๆ ไม่ใช่ปัญหา แต่จู่ๆ ก็รู้สึกคันยุบยิบในอก ฉันเหล่ตามองทางซ้ายมือสองครั้ง ดันสบตากับคนที่ก็ยืนรอเพื่อนเคลียร์เรื่องรถอยู่เหมือนกันทั้งสองครั้ง
บังเอิญนั่นแหละ พี่เจไดคงไม่ได้จ้องฉันอยู่หรอก ถึงจะจ้องก็คงจ้องแล้วด่าในใจเรื่องเมื่อวานนี้อยู่
"พี่แทนคุณตัวใหญ่เนอะ แล้วพี่คนนั้นอ่า.. " มาหยากระซิบกระซาบ บุ้ยปากอย่างแนบเนียนไปทางพี่เจได "ก่อนนี้ผมสีบลอนด์เทาไม่ใช่เหรอ พอสีมันจางหล่อกร้าวใจเลยอ่ะ"
"หล่อแต่สันดานไม่ดีก็ไม่ไหวนะ"
"หืม? แกพูดเหมือนรู้จักสันดานเขาอย่างนั้นแหละ"
ฉันยักไหล่ "รู้จักนิดหน่อย เคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน"
"ไม่น่าจะนิดมั้ง แกดูเกลียดเขาอ่ะ"
"ชัดเจนเลยเหรอ"
มาหยาพยักหน้า
"ตอนนั้นเขาค่อนข้างเกเร ฉันก็เลยไม่ชอบเขานิดหน่อย"
มันไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้ความรู้สึก 'เกลียด' เกิดขึ้นในใจ มันมาพร้อมความโกรธ.. และฉันก็คิดว่าตัวเองโกรธพี่เจไดมากกว่าจะรู้สึกเกลียด
คุยกันสักพักพี่ทานตะวันก็หันมากวักมือเรียกและขอแยกตัวกับพี่บัวกลับตึกคณะก่อน ให้เดาพี่ทานตะวันคงไม่สบาย สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
"แล้วพวกแกไม่ไปตึกกับพี่หรือไง" เธอถามพี่ปันปัน
"เดี๋ยวพี่โอบไปส่งค่ะ ครีมกับริณก็นั่งไปด้วยกัน พวกพี่ไปรถพี่เจไดไหมคะ เดี๋ยวปันบอกให้"
อะไรนะ!! ก้นฉันมีค่า ไม่มีทางนั่งรถผู้ชายคนนั้นซ้ำๆ แน่
"ไอขอบายนะพี่ปัน"
"มีหนุ่มหล่อขับรถให้นั่งไม่ดีเหรอยะ" พี่นิริณเบะปากหมั่นไส้
"ดีค่ะ แต่เลือกคนอ่ะค่ะ"
คำตอบตั้งใจพูดให้เสียงลอยไปอีกฝั่ง คิดว่าพี่เจไดต้องได้ยิน รัศมีการยืนของกลุ่มพวกเราไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่
"เดี๋ยวไอไปรถบริการ เจอกันที่ตึกคณะก็ได้ค่ะ"
"อือ พี่ไปด้วย บัวป่ะ.."
พี่ทานตะวันควงแขนพี่บัวกับฉันคนละข้างลากให้เดินออกมาจากตรงนี้ ฉันคว้าแขนมาหยาให้เดินไปด้วยกัน แอบหันหลังกลับไปมองพี่เจไดแวบหนึ่งเพราะคิดว่าได้ยินเขาพูดบางอย่างแว่วๆ แต่ดันจับใจความไม่ได้
[JDai Part]"ปากดี น่ากัดให้ปากขาด"ผมบ่นตามหลังยัยตัวเล็กผมหยิกเป็นเส้นมาม่าแล้วเดินกลับเข้ามานั่งข่มอารมณ์มันเขี้ยวอยู่ในรถเคลียร์เรื่องรถของสาวมนุษยศาสตร์ที่โชนตามจีบอยู่ในช่วงนี้เสร็จเรียบร้อยก็ไปเรียนต่อ วันนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บาสก็แข่งแพ้เด็กสถาปัตย์ โปรเจคต์จบก็สุมหัว เพื่อนแม่งก็ไข้ใจกันเป็นแถบๆ หนักสุดก็ไอ้เวรแทนคุณที่ตอนนี้วิญญาณน่าจะไปอยู่แถวๆ ตึกมนุษย์โน้น เหลือแต่กายหยาบนอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวข้างบาทาผม ผมเลยใช้ตีนสะกิดขามัน"ทนไม่ไหวก็ไปหาเขา เอาแต่ทำหน้าเป็นหมาหงอยกูรำคาญ"แทนคุณใช้เท้ายันเท้าผมออก พลิกตัวตะแคงข้างหันตูดให้เฉยเออดี! ขอให้แม่งง้อเขาไม่สำเร็จผมหันไปสนใจโอบ ยังดีที่มันรักกับน้องปันปันดี เลยยังเหลือตัวช่วยทำโปรเจคต์กลุ่มที่จะต้องส่งอาจารย์ในอีกสองสัปดาห์ แต่เห็นมันจิ้มๆ หน้าจอมือถืออีกแล้ว ไม่พ้นคงสั่งอาหารไปกินที่ตึกโน้นอีกเหมือนเคย"ครั้งนี้แดกไรวะ""น้องอยากกินบะหมี่ไข่" มันตอบแต่ไม่ได้เงยหน้าจากหน้าจอมือถือขึ้นมาคุย"วันนี้?""พรุ่งนี้ มึงไปด้วยกันไหม""กูจะไปทำห่าอะไร กูไม่ได้มีเด็กอยู่ตึกนั้นเหมือนพวกมึง"โอบเงยหน้ามองผม.. "แต่ครั้งก่อนม
"แวะทำแผลที่โรงพยาบาลไหม"รถเลี้ยวออกจากห้างสรรพสินค้าก็มีคำถามลอยมา ฉันดึงสายตาออกจากมือใหญ่แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ พยายามวางสายตาเอาไว้ที่รถด้านหน้า ใช้เวลาแค่สิบนาทีก็จะถึงคอนโดมิเนียมของฉันแล้วแกต้องอดทน!"ไม่รู้เลยเหรอว่ามันมีเมีย"ฉันส่ายหน้าตอบอีกหนมือสางผมให้เข้าทรงเพราะอาการแสบยุบยิบตรงขมับกระตุ้นให้ฉันนึกได้ว่าสภาพไม่ต่างจากฟัดกับหมามาจริงๆ"ก็ไหนว่าโสดไง""บางคนไม่โสดก็ยังตอแหลว่าโสดได้เลยนี่คะ ไอหมายถึงไอ้ชั่วเมื่อกี้ อีกอย่างแค่คุยไม่ได้คบ ถือว่าโสดก็ถูกแล้ว"พี่เจไดไม่ได้ตอบกลับ ฉันเลยใช้จังหวะนี้ชี้มือไปด้านหน้า"ถึงคอนโดไอแล้วค่ะ พี่จอดได้เลย"เอี๊ยด! รถหรูจอดเทียบหน้าฟุตบาทตรงด้านหน้าป้ายคอนโดมิเนียม พี่เจไดเป็นคนปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้เป็นอิสระแล้วฉันก็หันไปพนมมือไหว้ แต่ไม่ได้มองหน้าเขา"ขอบคุณค่ะที่ช่วยแล้วก็ขอบคุณที่มาส่งด้วยค่ะ""ขอบคุณที่เหวี่ยงใส่เหมือนกัน"อีพี่เจได! ฉันถลึงตาดุมองเขา อยากเอาความรู้สึกที่มีทั้งหมดในตอนนี้มาระบายด้วยการตะกุยหน้าเขาที่สุดเขาทำเพียงเหล่ตามองฉัน จิ้มนิ้วลงบนปุ่มอะไรสักอย่างตามมาด้วยเสียงปลดล็อกประตูสุดท้ายก็ได้แค่คิด การอยู่ห่างเข
ปึก! เผละ! สิ้นเสียงเผละความรู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ลำคอลามมาถึงปลายนิ้วมือข้างขวาก็มาพานพบฉันตกใจกางแขนข้างนั้นออก มองดูของเหลวสีแดงผสมเกล็ดน้ำแข็งที่หกเลอะเปรอะเปื้อนให้ตายเถอะ! โคตรซวยเลย ชุดนี้ฉันเพิ่งจะใส่ครั้งแรกด้วยนะมันเหมือนจะเป็นน้ำแตงโมปั่นที่ฉันสั่ง ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกางเกงสีดำที่ยืนประชิดตัว ก่อนจะต้องย่นคิ้วเพราะเธอไม่ใช่พนักงาน แต่เป็นใครก็ไม่รู้ที่ทำหน้าตาไม่ต่างจากนางยักษ์ผีเสื้อสมุทร"หน้าตาก็ดี ไม่มีปัญญาหาผัวเองหรือไง"ห๊ะ! ฉันอุทานในใจ ไม่ทันได้หันไปโยนคำถามใส่พี่ต้นว่าใครคือผัวของเธอคนนี้ที่คาดเดาอายุน่าจะเกินสามสิบปี เส้นผมลอนมาม่าที่ฉันนั่งทำอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ถูกดึงทึ้งจิกด้วยมือของอีคนแก่กว่า ออกแรงดึงให้ฉันลุกขึ้นยืนแล้วลากออกมานอกร้านฉันรู้แล้วว่าสถานการณ์ชักไม่ดี มีกลิ่นตุๆ บางอย่างตั้งแต่น้ำแตงโมลอยมาสาดใส่ลำตัวแต่ฉันดันตั้งตัวไม่ทัน สัญชาตญาณป้องกันตัวตอนนี้คือใช้สองมือจับข้อมือมัน จิกเล็บลงบนผิวเนื้อเหี่ยวๆ อย่างแรง ลำตัวถลาตามการดึงรั้ง ความเจ็บปวดวิ่งพล่านโอบล้อมหนังศีรษะจนอยากกรีดร้องดังๆ และรัศมีสายตามองเห็นรองเท้าหลายสิบคู่ยืนรายล้อมเป็นไทยมุ
ฉันเป็นคนดื่มได้แต่ดื่มไม่เก่ง เลยเลือกดื่มน้อยๆ เพื่อจะได้พามาหยากลับได้ หลังจากเป่าเค้กมินิที่พี่ปันปันซื้อมาเซอร์ไพรส์ นั่งอยู่ต่ออีกหนึ่งชั่วโมงก็แยกย้ายกันกลับเพราะรุ่นพี่ถูกบรรดาแฟนหนุ่มมาตามตอนแรกฉันแกล้งดื้อดึงทำเป็นโอดครวญว่าถูกพี่ๆ ทิ้งในวันเกิด แต่เพียงได้สบตาแฟนพี่ปันปันที่ชื่อว่าพี่โอบ ผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดในแก๊งวิศวะลูกเทพ ขนแขนก็ลุกชันจนต้องแกล้งทำเป็นเมาแล้วควงแขนมาหยาขึ้นรถแท็กซี่กลับแทบไม่ทัน"ไม่น่าเชื่อว่าพี่ปันจะคบกับพี่โอบได้" ฉันชูมือถือที่เปิดรูปคู่ของคู่รักที่กำลังกล่าวถึงให้มาหยาดู"แกจะบอกว่าพวกเขาไม่เหมาะสมกันเหรอ""ไม่ใช่ พี่ปันของเราเรียบร้อยดั่งนางฟ้า แต่ดูพี่โอบสิ..""จริง แต่ใครจะไปรู้ล่ะ เวลาอยู่กันสองคนพี่โอบอาจจะเป็นหมาเชื่องให้พี่ปันลูบหัวก็ได้""เป็นไปได้เพราะตอนเขามองพี่ปันนะ ตาเชื่อมมาก ดูรู้เลยว่าเขารักเธอ.."ไม่ใช่แค่พี่ปันปันหรอก พี่ชูครีมก็ด้วย แฟนของเธอโอบอุ้มในท่าเจ้าหญิงแล้วพาเดินออกไป ตอนนั้นทำฉันกรี๊ดคอแทบแตกวาสนาพวกเธอจริงๆ เฮ้อ! น่าอิจฉาเนอะมาหยายังมีสติมากพอไม่ต้องเป็นภาระใครจึงกลับไปนอนห้องตัวเองเราแยกกันบนรถแท็กซี่ ส่งเพื
พื้นที่สนามบินแน่นขนัดไปด้วยผู้คนนับพันนับหมื่นทั้งนั่งปะปนกับยืนสลับกันไปตามพื้นที่ที่ทางสนามบินจัดเตรียมเอาไว้ให้ 'แฟนคลับ' ของนักร้องเกาหลีที่จะมาแสดงคอนเสิร์ตในวันพรุ่งนี้ความสูงหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าเซนติเมตรเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็น เบื้องหน้าตอนนี้มีแต่แผ่นหลังผู้คนมากมาย มองไม่เห็นแม้แต่ทางเดินของศิลปินกรี๊ด! ฉันกรีดร้องในใจแล้วตัดสินใจหันหลังเดินฝ่าฝูงชนมากมายออกมายังจุดโล่งโปร่ง สูดเอาอากาศเข้าปอดลึกๆ มือพัดโบกสร้างความเย็นและลดความหงุดหงิดให้ตัวเองไปด้วยสาบานเลยว่าฉันจะไม่บ้าจี้ตามยัยเบลล์เพื่อนสายติ่งมาอีกเพียงเพราะเบื่อนอนอยู่ที่ห้องเฉยๆ รอบก่อนก็ชวนมาติ่งนักแสดงจีนคนหนึ่งพาฉันกลับถึงห้องพักตั้งเกือบห้าทุ่มแหนะติ๊งๆๆ พอนึกถึงเบลล์ก็ส่งแชทมาทันทีBellza : ไม่อดทนคราวหลังไม่ต้องมาเลยนะBellza : อีบ้า!"แกน่ะสิบ้า!"ฉันไม่ตอบกลับ จัดการบล็อกไลน์ของเบลล์ทันทีแล้วกระโดดขึ้นรถสาธารณะคันใหญ่นั่งกลับเข้ามาในเมืองหนึ่งปีกว่าๆ ที่ฉันกับเบลล์ยังคงติดต่อกันอยู่ทั้งที่เรียนคนละมหาวิทยาลัยก็เพราะความเห็นใจเพื่อน.. ไม่ใช่สิ! อดีตเพื่อนคนนี้หาคนคบยากเพราะนิสัยขี้วีน ตัวอย่างก็เมื่อครู่







