เข้าสู่ระบบJe l’aimais à en mourir. Je suis tombée amoureuse de ce jeune homme au charme insolent, riche, sûr de lui, de ceux qui faisaient chavirer tous les cœurs sur leur passage. Il avait ce regard capable de promettre le monde entier… et de le reprendre aussitôt. Mais aimer un homme comme lui tout en voulant préserver ma virginité jusqu’au mariage fut l’épreuve la plus difficile de ma vie. Chaque regard, chaque frôlement, chaque silence entre nous mettait ma détermination à rude épreuve. Entre le désir et mes convictions, entre l’amour et la peur de me perdre, je marchais sur un fil. Voyons jusqu’où cette histoire nous mènera…
ดูเพิ่มเติมฝนเม็ดเล็กโปรยลงมาบนหลังคากระจกของคฤหาสน์ตระกูลวาเลนไทน์ไม่ขาดสาย
เสียงหยดน้ำกระทบพื้นดังแผ่วเบาปะปนกับเสียงสะอื้นปลอมๆ ของแขกในงานศพ กลิ่นดอกลิลลี่สีขาวลอยคลุ้งไปทั่วโถงใหญ่จนชวนอึดอัด ราวกับความหอมหวานนั้นถูกใช้เพื่อกลบกลิ่นเน่าเฟะของผู้คนในงาน
หน้าโลงศพสีดำสนิท อีรอสยืนตัวตรงในชุดสูทสีดำเรียบกริบ ดวงตาสีเข้มของเขานิ่งสงบ แต่ใต้แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด
เขาแทบไม่ได้นอนมาเกือบสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่อาร์เธอร์หยุดหายใจครั้งสุดท้าย เขาต้องจัดการทั้งบริษัท หุ้นส่วน นักลงทุน รวมถึงงานศพที่ยิ่งใหญ่สมฐานะของประธานบริษัทอันดับต้นๆ ของประเทศ
ทั้งที่คนตายคือพ่อของเขาแท้ๆ แต่เขายังไม่มีเวลาแม้แต่จะเสียใจ
“คุณอีรอส… เสียใจด้วยนะครับ” ชายวัยกลางคนจากบอร์ดบริหารเดินเข้ามาจับมือเขาแน่น สีหน้าดูเวทนา
“ถ้าไม่มีคุณ บริษัทคงแย่ไปแล้วจริงๆ” อีรอสยิ้มบางเพียงมุมปาก
“ขอบคุณครับ”
“ประธานเชื่อใจคุณมากนะครับ” อีกคนเสริมขึ้น พลางมองเขาด้วยสายตาที่แทบจะพูดออกมาตรงๆ ว่า ทุกคนรู้ว่าใครควรเป็นผู้สืบทอด
“โปรเจกต์ออโรร่าถ้าไม่ได้คุณเข้ามากอบกู้ คงพังตั้งแต่ไตรมาสก่อนแล้ว”
คำว่า ‘กอบกู้’ ทำให้อีรอสเผลอนึกถึงคืนที่เขานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงานตอนตีสาม แสงไฟจากตึกสูงสาดเข้ามาบนกองเอกสาร
เขาจำได้ดีว่าตัวเองนั่งประชุมต่อเนื่องสามวันแทบไม่ได้นอน แก้ปัญหางบประมาณ ไล่เคลียร์สัญญาที่ผิดพลาดจากทีมบริหารชุดเก่า
และเป็นคนบินไปเจรจากับนักลงทุนด้วยตัวเอง ทั้งหมดเพื่อรักษาสิ่งที่อาร์เธอร์สร้างมา
แต่คนที่ได้รับคำชื่นชมจากหน้าสื่อกลับไม่ใช่เขา
“อีรอส”
เสียงทุ้มติดเย็นดังขึ้นด้านหลัง พร้อมมือหนักๆ ที่ตบบ่าเขาเบาๆ อีรอสหันไปมองเฮลิออส พี่ชายคนโตในชุดสูทราคาแพง เขาเพิ่งกลับมาจากยุโรปเมื่อคืน ใบหน้าหล่อเหลานั้นแทบไม่มีร่องรอยความเศร้าเลยสักนิด กลับกัน ริมฝีปากยังยกยิ้มเหมือนกำลังมางานเลี้ยงมากกว่างานศพ
“เหนื่อยหน่อยนะน้องชาย” เฮลิออสพูดเสียงนุ่ม ยิ้มมุมปาก
“ช่วงที่ฉันไม่อยู่ นายคงลำบากแย่… แต่จากนี้ไป พักผ่อนได้แล้วล่ะ”
สายตาอีรอสค่อยๆ เลื่อนลงไปมองมือบนบ่าตัวเอง เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ
“งานของพ่อ… ผมไม่เคยคิดว่ามันคืองานลำบากครับพี่”
รอยยิ้มของเฮลิออสค้างไปนิดเดียว แต่ก็กลับมาเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
“ยังเหมือนเดิมเลยนะ นายจริงจังเกินไปเสมอ”
“ถ้าไม่มีคนจริงจัง บริษัทคงไม่รอดถึงวันนี้ครับ”
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที เหล่าบอร์ดบริหารมองหน้ากันเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าแทรกบทสนทนา เพราะต่างรู้ดีว่าพี่น้องคู่นี้ไม่เคยลงรอยกัน
“นายกำลังประชดฉันเหรอ” เฮลิออสหัวเราะในลำคอเบาๆ คล้ายไม่ใส่ใจ
“ผมแค่พูดความจริง”
ดวงตาของคนพี่หรี่ลงเล็กน้อย แต่ก่อนที่บทสนทนาจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงส้นสูงก็ดังเข้ามาใกล้ๆ
“เลิกคุยเรื่องงานในงานศพคุณพ่อเถอะค่ะ”
เซลีนเดินเข้ามาด้วยชุดเดรสดำเข้ารูป แต่งหน้าสมบูรณ์แบบจนไม่เหลือคราบน้ำตาแม้แต่นิดเดียว เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นแตะหางตาเบาๆ ทั้งที่ดวงตาแห้งสนิท
“แขกมองกันหมดแล้วนะคะ” เธอพูดพลางยิ้มอ่อนโยนแบบที่ใช้ต่อหน้าสื่อเสมอ ก่อนปรายตามองพี่ชายทั้งสอง
“แต่อย่างว่าแหละ…ใครจะไปรู้ว่าคุณพ่อทิ้ง ‘อะไร’ ไว้ให้เราบ้าง” คำพูดนั้นทำให้อีรอสชะงัก
“หมายความว่าไง” เฮลิออสยกคิ้ว เซลีนยักไหล่เบาๆ
“ก็พินัยกรรมไงคะ พวกพี่คิดจริงๆ เหรอว่าคุณพ่อจะยังไม่จัดการอะไรไว้ก่อนตาย”
ทันทีที่พูดจบ ความเงียบก็แผ่กระจายราวกับอากาศถูกดึงออกจากห้อง
อีรอสเม้มริมฝีปากแน่น เขารู้ดีว่าอาร์เธอร์ป่วยมานาน แต่ชายคนนั้นไม่เคยพูดเรื่องผู้สืบทอดกับเขาเลยสักครั้ง ทั้งที่เขาเป็นคนทำงานแทบทุกอย่างแทนพ่อมาตลอดหลายปี
หรือสุดท้ายแล้ว… ความภักดีที่เขาทุ่มเททั้งหมด จะไม่มีค่าอะไรเลย
ห้องทำงานส่วนตัวของอาร์เธอร์เงียบเสียจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่งเบาๆ
กลิ่นไม้เก่าและกลิ่นซิการ์ที่ฝังอยู่ในห้องมานานยังคงชัดเจน ราวกับเจ้าของห้องยังนั่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่กลางห้องเหมือนทุกครั้ง
แต่ตอนนี้… เก้าอี้ตัวนั้นว่างเปล่า
อีรอสนั่งตัวตรงบนโซฟาฝั่งซ้าย มือประสานกันแน่นอยู่บนหน้าตัก ใบหน้าคมคายนิ่งสนิท แต่ในใจกลับตึงเครียดจนปวดขมับ ดวงตาของเขามองไปยังแฟ้มเอกสารตรงหน้าทนายความเป็นระยะ
เขาไม่ได้อยากได้สมบัติฟุ่มเฟือยอะไร สิ่งเดียวที่เขาคิดมาตลอด คือบริษัทต้องเดินต่อ และคนที่เหมาะจะรับมันต่อที่สุด… ก็คือเขา
คนที่อยู่กับบริษัทมาตลอด
คนที่แบกทุกอย่างแทนอาร์เธอร์ในช่วงหลายปีหลัง
ตรงกันข้ามกับเฮลิออสที่นั่งพิงพนักสบายๆ ไขว้ขาอย่างไม่ทุกข์ร้อน นิ้วเรียวยาวหมุนแก้วไวน์ในมือเล่นทั้งที่นี่เพิ่งเป็นงานศพพ่อผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง
รอยยิ้มมุมปากยังติดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาเหมือนคนกำลังรอดูละครสนุกๆ มากกว่าการฟังพินัยกรรม
ส่วนเซลีนนั่งอยู่ข้างพี่ชายคนโต เธอหยิบกระจกขึ้นมาเช็กเครื่องสำอางเบาๆ ก่อนจะปิดมันลงเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของอีรอส
“มองอะไรคะพี่” เธอยิ้มบาง
“ฉันแค่ไม่อยากดูโทรมในวันสำคัญ”
“วันสำคัญ?” อีรอสทวนเสียงเรียบ
“พ่อเพิ่งตาย” เซลีนชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยักไหล่
“ก็เพราะคุณพ่อตายไงคะ มันถึงสำคัญ”
บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้ง ทนายความสูงวัยกระแอมเบาๆ ก่อนเปิดเอกสารตรงหน้า
“ถ้าทุกท่านพร้อม ผมจะเริ่มอ่านพินัยกรรมของคุณอาร์เธอร์นะครับ” อีรอสสูดลมหายใจลึก เขาพยายามกดความรู้สึกหนักอึ้งในอกเอาไว้
“ทรัพย์สินในส่วนอสังหาริมทรัพย์ริมทะเล จะถูกโอนให้แก่มูลนิธิวาเลนไทน์…”
“เงินลงทุนในต่างประเทศจำนวนหนึ่ง จะถูกแบ่งเข้าสู่กองทุนครอบครัว…”
เสียงทนายดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ทรัพย์สินยิบย่อยถูกแจกจ่ายตามลำดับ อีรอสฟังเงียบๆ พลางเหลือบมองแฟ้มเอกสารตรงหน้า เขารู้ว่าประเด็นสำคัญยังมาไม่ถึง
จนกระทั่งทนายหยุดเปิดหน้ากระดาษหนึ่ง สีหน้าเริ่มจริงจังขึ้น
“และในส่วนของหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทวาเลนไทน์กรุ๊ป…” อีรอสเผลอนั่งตัวตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“…รวมถึงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ข้าพเจ้าขอมอบให้แก่”
“นายเฮลิออส วาเลนไทน์”
ความเงียบตกลงกลางห้องทันที อีรอสรู้สึกเหมือนเสียงทุกอย่างรอบตัวดับวูบไปชั่วขณะ เขานิ่งค้าง ดวงตาเบิกขึ้นเล็กน้อยราวกับได้ยินอะไรผิด
แต่ทนายยังอ่านต่อ
“และตำแหน่งรองประธานบริหาร จะถูกมอบให้แก่ นางสาวเซลีน วาเลนไทน์… มีผลนับตั้งแต่วันที่ล่วงลับ”
เฮลิออสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ริมฝีปากยกขึ้นอย่างพอใจ ขณะที่เซลีนหันไปยิ้มให้พี่ชายเหมือนทั้งคู่รู้อยู่แล้ว
ส่วนอีรอส… เลือดในกายเหมือนเย็นเฉียบ
เขารอฟังชื่อตัวเองต่อ
แต่ไม่มี
“สำหรับนายอีรอส วาเลนไทน์” ทนายพลิกหน้ากระดาษอีกครั้งก่อนพูดเรียบๆ
“คุณอาร์เธอร์ได้จัดสรรกองทุนส่วนตัวจำนวนหนึ่งไว้ให้ เพื่อใช้สำหรับชีวิตส่วนตัวและการพักผ่อนหลังจากนี้ครับ”
แค่นั้น
ไม่มีหุ้น
ไม่มีตำแหน่ง
ไม่มีแม้แต่ชื่อในบอร์ดบริหาร
อีรอสค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เก้าอี้เสียดสีกับพื้นจนเกิดเสียงดังลั่นห้อง ดวงตาที่เคยนิ่งสงบตอนนี้แข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว
“เดี๋ยวครับคุณทนาย” เสียงของเขาต่ำจนแทบเย็นเฉียบ
“แล้วชื่อของผมล่ะ? พ่อไม่ได้ลงชื่อผมในบอร์ดบริหารเลยเหรอ?!” ทนายมีสีหน้าลำบากใจ
“ตามเอกสาร… ไม่มีครับ”
“ไม่มี?” อีรอสหัวเราะออกมาสั้นๆ อย่างไม่น่าไว้ใจ
“คุณกำลังจะบอกว่าคนที่ทำงานแทบตายให้บริษัทมาตลอดหลายปี ไม่มีแม้แต่สิทธิ์แตะตำแหน่งบริหาร?”
เฮลิออสเอนตัวมาข้างหน้า พลางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะ
“อาร์เธอร์คงเห็นว่านายทำงานหนักเกินไปจนไม่มีเวลาใช้ชีวิตมั้งอีรอส” เขายิ้มมุมปาก
“พ่อเลยอยากให้นายพัก… ยาวๆ” คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนไฟ อีรอสหันขวับไปมองพี่ชาย
“พัก?” เขากัดฟันแน่น
“ตอนบริษัทขาดทุนมหาศาล พี่อยู่ไหน ตอนนักลงทุนถอนหุ้น พี่อยู่ไหน!” เฮลิออสยังคงยิ้ม
“แต่สุดท้าย คนที่ได้บริษัทก็คือฉัน” เซลีนหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดเสริม
“อย่าคิดมากน่าพี่อีรอส ยังไงพี่ก็ยังมีเงินเดือนในฐานะคนในตระกูลนะ… ส่วนเรื่องบริหาร ให้คนที่มีวิสัยทัศน์ที่เหมาะสมกว่าทำเถอะค่ะ”
“วิสัยทัศน์เหรอ?” อีรอสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธที่กดไว้ไม่อยู่
“ตอนที่บริษัทเกือบล้มละลาย พวกเธอไปมุดหัวอยู่ที่ไหน! คนที่กู้มันกลับมาคือฉัน!” เสียงของเขาดังก้องไปทั่วห้อง
เซลีนสะดุ้งเล็กน้อย แต่เฮลิออสกลับหัวเราะออกมาช้าๆ
“แต่น่าเสียดายนะอีรอส” เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้
“ต่อให้นายทำงานแทบตาย สุดท้ายพ่อก็ไม่ได้เลือกนายอยู่ดี” ประโยคนั้นแทงเข้ากลางอกอีรอสอย่างจัง
เขาจ้องหน้าพี่ชายเขม็ง ความผิดหวัง ความเสียใจ และความแค้นค่อยๆ ปะทุขึ้นในแววตาทีละนิด
ในวินาทีนั้นเอง อีรอสก็เข้าใจแล้วว่า…
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาอาจไม่เคยถูกมองเป็นลูกชายของอาร์เธอร์เลยด้วยซ้ำ
ฝากคอมเม้นหน่อยน้า❤️
Il y avait aussi ce garçon rencontré pendant ce voyage, celui que j’avais fait pour respirer à nouveau. En apprenant que j’étais célibataire, nous avions commencé à nous voir presque tous les jours. Nous étions devenus amis. Nous sortions, nous parlions, nous vidions nos cœurs. Lui aussi sortait d’une rupture. Je n’allais pas mieux — pas vraiment — mais sa présence m’aidait à ne pas sombrer, à rester à la surface, à continuer d’avancer. Pas à pas. Respiration après respiration. Et c’était déjà une victoire. Cela n’a duré que quelques jours. Mais ce début de rupture fut aussi le commencement de ma reconstruction. Sophie m’entraîna dehors deux week-ends d’affilée, dans l’une de ces boîtes de nuit parmi les plus branchées de Paris. J’y étais physiquement, mais ailleurs intérieurement. Je me demandais sans cesse ce que je faisais là. Ce monde ne m’attirait plus, ne me ressemblait plus. Très vite, je suis retournée vers ce qui me convenait réellement. Je refusais de devenir qu
Mais cette fois-ci, je le savais. Avec une lucidité brutale, presque violente. Tous nos projets d’avenir venaient de partir en fumée. Le mariage, la maison, les enfants, les promesses murmurées tard le soir… tout s’était évaporé, laissant derrière eux un vide immense. Je passai plusieurs jours à broyer du noir. Les heures se confondaient, les nuits n’en finissaient plus. Djamila vint me voir, inquiète, présente comme elle savait l’être. Je cachais pourtant ma peine du mieux que je pouvais à mon entourage. Je souriais quand il le fallait, je parlais de banalités, comme si mon monde ne venait pas de s’effondrer. Mais à l’intérieur, tout était chaos. Je ne fermais plus l’œil. Les pensées tournaient en boucle, les souvenirs s’imposaient sans prévenir. Et malgré tout, la vie continuait. Impitoyable. Je devais me lever chaque matin, le corps lourd, le cœur vidé, pour aller travailler. Faire semblant. Avancer. Continuer à vivre comme si rien ne s’était passé. Comme si mon cœur n’avait p
Chaque mot résonnait comme un coup de poignard. Mon amour, ma patience, mes espoirs… tout s’effondrait."être en couple, ce n’est pas forcer. Maintenant t’es libre, même si tu l’étais déjà visiblement. » Je pris une profonde inspiration, fermai les yeux et cliquai sur “bloquer”. Mon cœur était meurtri, éclaté en mille morceaux. Dans ses messages, je n’avais pas senti une once de regret, même pas une trace d’amour. Il était ailleurs, ailleurs avec elle, avec cette vie que je n’avais jamais comprise. Et moi… je tombai dans un vide que je n’avais jamais connu. Brisée, trahie, abandonnée par celui que j’avais tant aimé.Je partageai la vidéo avec Ouda, Djamila et Emma, cherchant un peu de réconfort, un point d’ancrage dans ce tourbillon de trahison. La maison était encore plongée dans le silence de la nuit, mais je ne parvenais pas à fermer l’œil.Quand elles se réveillèrent et virent, leurs visages reflétaient le choc, la déception, la douleur. Elles aussi étaient ébranlées par ce compo
Il continua à m’écrire, feignant la normalité, testant le terrain, cherchant à savoir si je l’avais découvert ou non. Comme s’il jouait une partie dont j’ignorais encore les règles.Puis, vendredi.Un message tomba sur Snapchat.« C’est ton mec ? Il est ici en boîte avec des filles. »Dans cette fameuse destination. Celle qu’il disait détester. Celle où, soi-disant, il ne mettrait jamais les pieds.Mon cœur s’emballa. Mon instinct me guida, sans hésitation, là où je devais regarder. Et je tombai sur la vidéo.Lui. Sortant d’une boîte de nuit. Entouré de plusieurs bimbos.Pas son artiste. Pas le travail. Juste lui… et elles.Cet homme qui prétendait ne jamais sortir, sauf pour le travail. Cet homme qui parlait de mariage, de respect, de patience. Il quittait une boîte de nuit avec des femmes de ce genre.Mon monde s’écroula.Je tremblais. Mes mains ne me répondaient plus. Mes larmes coulèrent sans que je puisse les retenir. Et je sentis quelque chose se planter dans ma poitrine, comme
Je souris aussitôt et répliquai : — « Ça ne compte pas. T’es un voleur. » Il éclata de rire et, pour me provoquer, continua à déposer des baisers un peu partout, sur mon front, ma joue, mon cou. — « Ah ouais… tu veux jouer ? » Alors je jouai aussi. Je déposai des baisers dans son cou, lentement
On se revoyait encore et encore.Nos rencontres devenaient presque une habitude, une évidence silencieuse.Un jour pourtant, quelque chose se fissura.Il descendit de sa voiture pour répondre à un appel. Les minutes passaient. Je restai là, assise, à l’attendre. Dix minutes. Puis vingt. Puis presqu
Beaucoup trop maline, j'esquive, il n'insiste pas.Ce rendez-vous était différent, peut-être parce que tout était plus naturel, plus simple, plus vrai. Peut-être parce que lui, lui-même, semblait être exactement celui qu’il prétendait être. Quand il arriva, le ton léger de la soirée commença dès l
Il m’accompagna pendant que je récupérais ce que j’avais à prendre. Sur le chemin du retour, il s’arrêta dans une petite rue tranquille de ma ville.— « Tu fais quoi là ? » demandai-je.— « Bah… je veux rester un peu avec toi. Ou tu veux rentrer directement ? »— « Non, pas de souci », répondis-je,












Bienvenue dans Goodnovel monde de fiction. Si vous aimez ce roman, ou si vous êtes un idéaliste espérant explorer un monde parfait, et que vous souhaitez également devenir un auteur de roman original en ligne pour augmenter vos revenus, vous pouvez rejoindre notre famille pour lire ou créer différents types de livres, tels que le roman d'amour, la lecture épique, le roman de loup-garou, le roman fantastique, le roman historique et ainsi de suite. Si vous êtes un lecteur, vous pouvez choisir des romans de haute qualité ici. Si vous êtes un auteur, vous pouvez obtenir plus d'inspiration des autres pour créer des œuvres plus brillantes. De plus, vos œuvres sur notre plateforme attireront plus d'attention et gagneront plus d'adimiration des lecteurs.