LOGIN"รุ่นพี่ปล่อยพริ้งได้แล้วค่ะ"
เสียงหวานท้วงเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากวงแขนแกร่ง เขาจะอุ้มเธอไปไหน บอกเลยว่าไม่มีทางรู้ สองเท้ายาวๆ ของเขาเดินตรงดิ่งเข้าไปในตัวอาคารคณะวิศวะ ลัดเลาะไปทางโถงใต้ตึก ซึ่งแน่นอนว่าปีหนึ่งหน้าใหม่หัวใจเฟรชชี่อย่างเธอไม่ค่อยอยากจะผ่านมาแถวๆ นี้เท่าไหร่ เพราะอะไรน่ะเหรอ?? ก็เพราะรุ่นพี่ปีสอง ปีสาม และปีสี่มักจะมารวมตัวกันอยู่เยอะที่สุดไง พอรู้อย่างนี้ใครมันจะอยากหาเรื่องใส่ตัว เสนอหน้าไปให้รุ่นพี่แกล้ง ดังนั้นก็นะ เลี่ยงได้เลี่ยง หลบได้หลบ เพื่อความสงบสุขในเวลาพักกลางวัน แต่อนิจจา อย่าบอกนะว่ารุ่นพี่จะพาเธอไปที่นั่น โอ้ มาย ก้อด ห้ามทันไหม หญิงสาวเริ่มดิ้นขลุกขลักเมื่อเดาได้ว่าที่ที่รุ่นพี่จะพาเธอไปคือที่ไหน แต่เหมือนแรงของเธอจะน้อยไปหน่อย ทำให้คนตัวสูงที่อุ้มเธอแนบอกนั้นไม่ได้รู้สึกสะเทือนอะไรเลย แถมยังออกคำสั่งเหมือนไม่พอใจว่า "หยุด" อะ อะ....อะไรนะ!! นี่รุ่นพี่กำลังสั่งฉันเหรอ?? ดวงตากลมโตมองหน้าหล่อๆ ของรุ่นพี่ที่ยังคงอุ้มเธออยู่ ใช่ค่ะสองมือของพี่เขาไม่ว่างดังนั้นขายาวๆ จึงอาสาทำหน้าที่แทนด้วยการถีบประตูห้องดัง "ปึง!!" เธอหลุดร้อง "ว้าย" ขึ้นมา แต่ทว่าก็ยังคงโดนอุ้มเข้าไปแบบไม่พูดไม่จา ไม่อธิบายห่าเหวอะไร หัวใจดวงน้อยของพริ้งพราวเต้นแรงขึ้นมาทันที เมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย คืนนั้นก็โดนรุ่นพี่ทำในห้องน้ำทีหนึ่งแล้ว คืนนี้จะทวนความจำอันวาบหวามของเธอด้วยการทำ...ต่อในห้องสโมสรนิสิตนี่นะ "ไม่นะ!!!!!!" ด้วยความมโนไปเอง หญิงสาวใช้สองมือกระหน่ำทุบเข้าที่อกของรุ่นพี่ดัง "ปักๆๆ" ไม่พอยังร้องโวยวายเสียงดังจนคิ้วเข้มๆ ของซันนั้นขมวดด้วยความสงสัย แต่ไม่ทันถามเสียงหวานๆ ก็พ่นคำด่าใส่หน้ารัวๆ จนยกมือขึ้นมาปิดปากเธอแทบไม่ทัน "ไอ้รุ่นพี่บ้า" "ไอ้รุ่นพี่หื่น" "ไอ้รุ่นพี่ที่ในหัวมีแต่เรื่องอย่างว่า" "อื้ออออ!!! ไอ้-อน-อ๋วย-โอ-อาด" เสียงหวานบัดนี้ฟังอู้อี้เพราะถูกฝ่ามือหนาของชายหนุ่มปิดปากไว้แน่น ดวงตาคู่สวยเบิกโต มองหน้าของรุ่นพี่ที่ถึงจะหล่อโคตรๆ ยังไง แต่ในสายตาของเธอเขาคือผู้ชายอันตรายที่ควรอยู่ให้ห่างมากที่สุด "ถ้ายังโวยวายอีก พี่จะทำมากกว่าคืนนั้น!!" คำพูดที่เหมือนคำขู่เบาๆ ทำเอาร่างบางที่ดิ้นสุดพลังในอ้อมแขนถึงกับชะงักไป ดวงตาคู่สวยที่เบิกโตตอนนี้กระพริบขึ้นลงปริบๆ ในหัวมีแต่เสียงทุ้มที่ดังซ้ำไปมาว่า ทำมากกว่าคืนนั้น!! ทำมากกว่าคืนนั้น!!!!!! ทำมากกว่าคืนนั้น!!!!!!!!!! หญิงสาวนิ่งไปสักพักด้วยความตกใจ แต่พอตั้งสติอันหลุดลอยได้อีกครั้ง คำว่า "ไม่ยอม" ที่ผุดขึ้นในใจก็ทำให้เธอขืนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งนั้นสุดแรง แต่เมื่อดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุดสักที ทางเดียวที่เธอทำได้เพื่อเอาตัวรอดก็คือ...... โป้ก!!!!!! "โอ้ย!!" หัวทุยๆ ได้รูปของหญิงสาวตอนนี้พุ่งขึ้นใส่คางของรุ่นพี่จนดัง "ปึก!!" ความเจ็บที่ปลายคางทำให้ซันลืมตัว ปล่อยคนตัวเล็กลงพื้น ก้นงอนๆ กระแทกลงพื้นดัง "ตุ๊บ!!" ใบหน้าสวยเหยเกด้วยความเจ็บ แต่ก็พยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอจับก้นตัวเองที่เจ็บแปล๊บๆ แต่ก็ยังพออดทนไหว สายตาพุ่งตรงไปจับจ้องอีกฝ่ายที่มองเธอด้วยความโมโห เขาน่าจะฉุนแหละ แต่ทำไงได้ นาทีนี้เธอต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนเท่านั้น!! หญิงสาวคิดพลันกวาดตามองรอบๆ ตัว แต่ทว่ามันไม่มีอะไรให้เธอคว้าเอามาเป็นอาวุธป้องกันตัวได้เลย ยกเว้นก็แต่ สองมือ สองขา และความกล้าเท่านั้น!!!! ในเมื่อรุ่นพี่ยืนขวางประตูอยู่ ทางเดียวที่เธอจะผ่านได้ก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้พี่เขาล้มลงและยื่นมือคว้าตัวเธอไม่ทัน หนอนหนังสือที่ว่างเมื่อไหร่ก็อ่านแต่นิยายน้ำเน่า ย่อมหาทางออกได้เสมอ เธอใช้เวลาคิดไม่นาน ดวงตาคู่สวยทอประกายวาววับอัดแน่นด้วยความกล้าหาญ ก่อนจะพุ่งตัวไปยังรุ่นพี่ที่ยืนลูบคางไปมา แถมยังเอาแต่จ้องหน้าสวยๆ ของเธออย่างไม่เข้าใจ "ทำบ้าอะไรของเธอ!!!! ชายหนุ่มตวาดเสียงดังจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง แต่เธอก็พยายามข่มความกลัวเผชิญหน้ากับรุ่นพี่หน้าหล่อของตัวเองที่น่าจะโมโหหนักอยู่พอสมควร หญิงสาวอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัวเตะเข้ากลางหว่างขา "โอ้ย!!!!" เสียงทุ้มต่ำร้องดังกว่าตอนถูกหัวเสยคางประมาณสิบเท่าได้ ใบหน้าคมคายตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บเกินบรรยาย ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้อง ก่อนจะสบถออกมาว่า "เจ็บฉิบ**" คนตัวเล็กมองผลงานของตัวเองด้วยสายตาวูบไหว เธอทำเกินไปหรือเปล่านะ ความรู้สึกผิดแว่บเข้ามาในใจ แต่เมื่อนึกถึงที่รุ่นพี่พูดว่า "จะทำมากกว่านั้น!!" เธอก็พลันกรอกตามองเพดาน พึมพำเสียงเบาแต่จงใจให้อีกฝ่ายได้ยินเต็มสองหูว่า "สมควรแล้ว!!" เป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบอบบางวิ่งหนีไป แม่ง!! คนเป็นลมอะไรวะแรงเยอะชะมัด ชายหนุ่มคิดก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เสียงร้องยังคงมีหลุดออกมาเบาๆ ทุกครั้งที่เปลี่ยนท่า ความเจ็บที่ยังมีตรงกึ่งกลางหว่างขาทำให้ใบหน้าหล่อเหลาขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ก่อนจะพูดผ่านไรฟันด้วยน้ำเสียงฉุนๆ ว่า "ยัยตัวแสบ!!!!!""ทำไมต้องแต่งตัวหล่อขนาดนี้คะ"คนตัวเล็กทำหน้าไม่พอใจขณะมองแฟนตัวเองที่นับวันก็ยิ่งหล่อจนเธออดหึงไม่ได้ ถึงพี่ซันจะมีแฟนแล้วแต่ดีกรีความฮอต ความดัง ในหมู่สาวๆ นั้นไม่ได้น้อยลงเลย ขนาดว่าเธอเดินข้างๆ ก็ยังมองจนคอหันอ่ะคิดดูเฮลโหล~ เห็นฉันไหมฉันยืนตรงนี้ฉันนี่ล่ะแฟนของพี่ซันเฮ้อ!! เธออยากพูดอย่างนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงเข้ามาขอเบอร์ แต่ก็นะ...ทำไม่ได้ พี่ซันเป็นคนดังในคณะ การที่รุ่นน้องจะชื่นชอบ มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่คือกรุณาช่วยให้เกียรติแฟนสาวที่ยืนหัวโด่ตรงนี้นิสสสสสนุงฉันไม่กัดทักฉันบ้างก็ได้...."พริ้งไม่ชอบเหรอ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนให้ก็ได้นะครับ"คนที่ไม่รู้ตัวก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อตัวนี้พริ้งเป็นคนซื้อให้ เธอบอกว่าใส่แล้วดูดี เขาก็เลยตั้งใจหยิบมาใส่ แต่ดูท่าวันนี้แฟนของเขาจะอารมณ์ไม่ดี ก็เลยทำหน้างอตั้งแต่หัววัน"เฮ้อ!! ช่างเถอะค่ะ"พริ้งพราวถอนหายใจ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ซัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษเธอที่มีแฟนหล่อเอง"เป็นอะไรรึเปล่า"เสียงทุ้มถาม หน้าหล่อๆ โน้มลงมาใกล้ใบหน้าสวยที่หงิกงอ ก่อนจะหยิกเข้าที่แก้มนุ่มๆ นั้นให้ฉีกยิ้ม"บอกพี่ได้นะ....""บอกไปก
"มันจบแล้วพริ้ง""มันจบแล้ววววววว!!"หวานคร่ำครวญ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นมากมายในวันนี้ พี่ไวท์ไม่พูดอะไรกับเธอเลย คงจะโกรธเธอมากแน่ๆ ก็นะสาเหตุมันมาจากความลัลล้าเกินเบอร์ แถมยังโอเว่อร์แอคติ้งจนเกินไป ชวนทำนู่นนี่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ไวท์หน้าซีด เธอก็ไม่ทันคิดว่าต้องให้พัก เอาแต่ดันทุรังทำทุกอย่างตามแผนการที่คิดไว้ว่าต้องสวย ต้องเริ่ด ต้องจบอย่างสวยหรู แล้วผลที่ได้เป็นไงล่ะมุแงง~พังพินาศ!!พี่ซันเป็นลมส่วนเธอก็นะ....โดนเมิน"พี่ไวท์คงเหนื่อยมั้งหวาน"พริ้งพราวให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ร้องไห้จนตาบวม เธอเองก็เดาความคิดหรือท่าทีของพี่ไวท์ไม่ออก ปกติพี่ไวท์เป็นคนขี้เล่น เฟรนด์ลี่ แต่วันนี้กลับปิดปากเงียบ เงียบซะจนเธอไม่กล้าชวนคุย ระหว่างทางกลับบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัด มีแต่พี่ซันที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว ส่วนหวานก็นะ นั่งจ๋อย!! ไปสิคะ แต่อย่างว่า หวานก็คือหวาน ถึงจะร้องไห้ ถึงจะรู้สึกผิด แต่นั่นก็กินเวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะวันถัดมาหวานผู้นั่งเศร้าก็กลับมาเริงร่า โอ้ลัลล้าดังเดิมก็คนมันสตรองอ่ะเนอะ.....จะมานั่งอมทุกข์ไปทำไมในเมื่อผู้ชายไม่ติดต่อมาเธอก็แค่มั่นหน้าติดต่อไปเอง~
"วันเสาร์มึงว่างป่าววะ"ซันถามเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก คำถามชวนสงสัยนั้นดึงความสนใจของไวท์ให้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขาเลิกคิ้วมองหน้าคนถามอย่างไม่เชื่อหู "ไอ้ซันมึงกินอะไรผิดมา"ถามด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไอ้ซันมีแฟนมันก็ไม่เคยมีเวลาให้กับเพื่อนเลย เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนั้น เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนี้ วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อน้องพริ้งจนเขาหลอน ต้องบอกเตือนสติว่า มึงจะคลั่งรักกูไม่ว่า แต่ช่วยไปคลั่งไกลๆ ตีนกูด้วย กูหมั่นไส้ กูเหม็นความรัก วันๆ เรียกหาแต่น้องพริ้ง ไม่พอยังขยันส่งข้อความหากันรายงานตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร แบบละเอียดถี่ยิบ ดูก็รู้ว่าไอ้ซัน "เกียร์มัว" ของจริง พอเขาล้อว่า "กลัวเมีย" มันก็เถียงสุดชีวิตว่า "กูไม่ได้กลัวแต่กูแค่เกรงใจ"โอเค!! เอาที่สบายใจเลยครับคุณเพื่อนไวท์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของซันที่นั่งอมยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังแชทคุยกับใคร ก็นะ...อาการออกขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคนอย่างไอ้ซันพอมีแฟนแล้วจะหลงแฟนติดแฟนขนาดนี้ "สรุปมึงกินอะไรผิดมา"ไวท์ถามซ้ำเมื่อซันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์"ไอ้เหี้ย!! กูก็กินเหมือนมึงนั่นล่ะครับ""มึงจะชวนกูไปไ
"พริ้ง....ฟังพี่หน่อยได้ไหม"ปลายหางเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นฝีมือของเกล ความไม่ชัดเจนของเขาทำให้พริ้งพราวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกับเกล แต่มันก็มีข่าวลือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง เขาก็เลยเฉยๆ ไม่ใส่ใจ เพราะตัวเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าให้ความสัมพันธ์กับเกลได้มากสุดถึงตรงไหนก็คนมันโสด!!ดังนั้นก็นะ....ช่างแม่ง!!ใครอยากคิดก็คิดไป ผมไม่ซีเรียส!! ผมไม่เคยคิดจะแก้ข่าว และผมยังมีหน้าปล่อยผ่านให้คนเข้าใจผิด เป็นไงล่ะ...ผลลัพธ์ที่ได้ ผมควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม??สุดท้ายสิ่งที่เขาเคยคิดว่า "ช่างมัน!!" ตอนนี้กลับเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ มันเหมือนกับเชือกที่กำลังรัด ยิ่งเขาดิ้นก็ยิ่งหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ให้คลายแต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เชือกนั้นรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่สน แต่ตอนนี้จะให้เขาทำเป็น "ไม่สน" ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อคนที่กำลังเข้าใจผิดอยู่คือพริ้งพราว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นแฟนสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอยังลุกขึ้นเดินหนีเขาโดยไม่รอให้เดินมาถึงตัวเธอด้วยซ้ำนี่ไม่ใช่ครั้ง
อีดอก!!หวานสบถเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อได้ยินเรื่องที่พริ้งพราวโทรมาเล่าให้ฟังตอนตีหนึ่ง ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่พวกเธอก็มั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่เกลมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็นะ...เซ้นส์ผู้หญิงมันบอกว่า "ใช่" และคงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่พี่เกลทำได้ดีไปกว่าคำว่า "หมาหวงก้าง" ผู้ชายไม่รักก็คือไม่รัก จะมามั่นหน้ามั่นหอยทวงสิทธิ์คนรักเก่ามันก็ไม่ใช่ ดีนะที่พริ้งพราวรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้ประสาทแดกตกเป็นเป้าโดนแกล้งจนถึงวันประกวดแน่ๆ"จะเอาคืนไหม"หวานถาม ใจนี่คือถ้าเพื่อนไม่ทำ กูนี่ล่ะจะเป็นคนทำเอง"แน่นอน"พริ้งพราวตอบ เธอเล่าแผนการในใจให้หวานฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งแน่นอนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงได้ก็ต้องขอยืมมือหวานด้วย คอมเม้นท์ด่าเธอก็เยอะ คอมเม้นท์ชมเธอก็มีไม่น้อย ซึ่งที่ชมๆ และโหวตๆ ให้เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ก็ยังดี!! หญิงสาวคิดเพราะยิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับการที่จะกระชากหน้ากากของพี่เกลให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึงไลฟ์สดมันก็ดีตรงนี้ตรงที่ไม่มีการตัดต่อ!!เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวยที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ และเธอก็ไม่ได้ใจดีถึงขั้นจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไ
ครืด~ ครืด~อุ้ย รวดเร็วทันใจจังเลย จะรับหรือไม่รับดีน้า หวานคิดพลันระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาหาเธอ"อ่ะ!! รับก็ได้"มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่ปล่อยให้ดังจนอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อน ก่อนจะกรอกเสียงหวานๆ ใสๆ ที่ไม่ได้เจือความสำนึกผิดอะไรในสิ่งที่ทำลงไปว่า"ดีใจจังที่พี่ไวท์โทรหา เริ่มคิดถึงหวานแล้วใช่ไหมคะเนี่ย""ลบเลยนะ"เสียงทุ้มสั่งทันที ไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายให้คนปลายสายได้ชื่นใจ"แหมๆ กระแทกเสียงใส่ขนาดนี้ ไปแอบโกรธใครมาคะ"แกล้งถามยียวน มุมปากยกยิ้มจางๆ ถ้าไม่เล่นไม้นี้ มีหรือคนอย่างพี่ไวท์จะติดต่อมา"ยังไม่รู้ตัว??"ถามเสียงขุ่น ตอนนี้ inbox เขาแทบไหม้เพราะโพสต์ของเธอโพสต์เดียว ไม่พอยังโดนรุ่นพี่ในคณะเขม่นใส่เพราะหาว่าเขาโกหก"ไม่รู้ตัว แต่รู้ใจค่ะ"ได้โอกาสหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายมีหรือจะเคลิ้ม เสียงถอนหายใจเล็ดรอดออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกปลายเสียงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญว่า"ชอบพี่เหรอ""แน่นอนค่ะ"ตอบอย่างชัดเจน ก็นะ...คนอย่างหวานเป็นประเภทซื่อตรงต่อหัวใจ รักใครชอบใครก็ยืดอกบอกไปตรงๆ มั่นหน้าว่าสวย ถึงผู้ชายจะจีบยาก แต่สุดท้ายก็จีบติด คิดไว้อย่างนั้น แต่ทว่า...ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยตอนนี้ถ







