LOGINเมื่อรุ่นพี่จอมหน้านิ่งอย่างแทนไท ต้องมาคุมเด็กจอมแสบที่มีเรื่องแทบทุกวันอย่างวาเลน จากที่ต้องคุมน้องให้อยู่ กลายเป็นว่าเขากลับถูกยัยเด็กแสบคุมซะงั้น
View More'วาเลน' นักศึกษาปี1 สวย แรง ที่ก่อเรื่องวุ่นวายในกิจกรรมรับน้องไม่เว้นแต่ละวัน งานนี้เลยต้องตามรุ่นพี่หนุ่มหล่อปี2 อย่าง 'แทนไท' ที่นอกจากจะ หล่อ รวยแล้ว ยังพวงด้วยตำแหน่งหลานของเจ้าของมหาลัยมา มาจัดการเด็กดื้อคนนี้ซะแล้ว
แต่นานวันเข้า กลายเป็นหัวใจของรุ่นพี่ซะเอง ที่โดนกับดัก..รัก
“กูได้ยินว่าน้องกลุ่มนี้จะถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ ใช่มั้ย” หนึ่งในพี่ว๊ากถามขึ้นแล้วมองมาที่ฉันและรรัน
“อื้ม” พี่ฟีนิกซ์พยักหน้ารับ
“งั้นก็ดูแลน้องให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ไม่งั้นครั้งหน้ากูซ่อมพวกมึงแน่”
“ไอ้แทน หน้าที่นี้กูมอบให้มึง” พี่โฟนหันมามองพี่แทนนิ่งแล้วพูดขึ้นสั่ง
แต่เดี๋ยวนะ ให้พี่แทนมาคุมฉันนี่นะ
“อื้ม” แล้วคนข้างๆ ฉันก็พยักหน้ารับอย่างง่ายดาย โดยที่ไม่แย้งอะไรซักนิดเดียว
“เห้ย” พี่ทากะร้องขึ้นแล้วมองพี่แทนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันอย่างตื่นๆ
“เห้ยอะไร” พี่โฟนหันไปถามพี่ทากะเสียงนิ่ง
“กะ ก็ไอ้แทนมัน” แต่พี่ทากะกลับมองมาที่พี่แทนเหมือนเดิม แล้วก็ทำหน้าเหมือนเห็นผียังไงอย่างงั้นแหละ
“ทำไมยอมง่ายๆ ว่ะ” เป็นพี่โฟล์คที่พูดขึ้นต่อพี่ทากะแล้วทำหน้างง
“มึงก็ดูหน่อยว่าดูแลใคร” พี่ฟีนิกซ์พูดขึ้นแล้วมองมาที่ฉันพร้อมยิ้มกรุ้มกริ่ม และนั่นทำให้ทุกคนเองก็หันมามองฉันด้วยสายตาเดียวกัน
“คุมกันให้อยู่ก็แล้วกัน”
----------
ปัง!!
“ไอ้แทน” เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ผมละสายตาจากเอกสารรายงานการรับน้องของคณะเงยหน้าขึ้นไปมองนิ่งๆ
“ประตูกูพึ่งซ่อม” ผมเอ่ยบอกไอ้ฟีนิกซ์นิ่งๆ
“เออ เดี๋ยวกูซ่อมคืนให้” ไอ้ฟีนพูดขึ้นแล้วเดินมานั่งเก้าอี้ตรงหน้าผม แล้วก็ตามด้วยเพื่อนอีก 3 คนที่ลากเก้ามานั่งตรงหน้าผมเช่นเดียวกัน
“มีอะไร” ผมมองหน้าเพื่อนนิ่งๆ เพราะพวกมันทั้ง 4 คนเข้ามาหาผมด้วยสีหน้าจริงจังนี่แทบจะไม่มีเลย
ปกติเพื่อนผมมันปัญญาอ่อนจะตาย
“วันนี้มึงไปเฝ้ากิจกรรมหน่อย” ไอ้แมสพูดขึ้น
“มึงอ่านรายงานอยู่ไม่ใช่หรอว่ะ ได้อ่านหน้าสุดท้ายที่กูให้ ฟอร์จเขียนมาป่ะ” ตามด้วยไอ้โฟล์คที่มองมาที่แฟ้มตรงหน้าผมแล้วพูดขึ้น
“อ่านแล้ว” ผมพยักหน้ารับนิ่งๆ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ กอดอกมองหน้าไอ้พวกห่านี่ รอดูว่าพวกมันต้องการอะไร
“งั้นวันนี้มึงไปดูหน่อย พวกกูไม่ไหวล่ะ” ไอ้ฟีนพูดขึ้น
“แค่นี้คุมไม่ได้” ผมหันไปมองไอ้ทากะลูกพี่ลูกน้องตัวเองนิ่งๆ
“เออ ไอ้สัส น้องก็คุมไม่ได้ เพื่อนแล้วก็รุ่นพี่กูก็คุมไม่ได้” ไอ้ทากะตอบแล้วทำหน้าเซ็งๆ ใส่ผม
“บอกเฮียโฟนดิ” ผมพูดขึ้นแล้วปิดแฟ้มตรงหน้า เอาไปวางไว้ข้างๆ แล้วหยิบรายงานของคณะอื่นมาดู
“บอกก็โดนซ่อมดิ ไม่เอาหรอก” ไอ้โฟล์คพูดขึ้นแล้วทำหน้าแหยงๆ เฮียโฟนคือเฮดว๊ากปี 3 แล้วก็เป็นพี่ชายของไอ้โฟล์คด้วย
แล้วที่เฮียแกได้ตำแหน่งนี้มาก็เพราะความโหดของแกล้วนๆ
แล้วเหตุผลที่ทำให้พวกมันมาหาผมในวันนี้ก็คือ พวกมันคุมน้องไม่อยู่ ในรายงานเขียนว่ามีเด็กปีหนึ่งที่เป็นผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มีเรื่องกับรุ่นพี่ทุกวัน แล้วก็ชอบโดดกิจกรรมด้วย
ซึ่งผมคิดว่าเรื่องแค่นี้พวกมันน่าจะเอาอยู่นะ
ก็แต่เด็กกลุ่มเดียว
“แล้วจะเอาไง ให้กูไปแล้วจะได้อะไร” ผมมองหน้าเพื่อนแต่ล่ะคนนิ่ง
“ก็อย่างน้อยน้องมันก็น่าจะเกรงใจมึง รวมถึงยัยพวกนั้นด้วยที่หาเรื่องน้องมัน”
“ไร้สาระ” ผมมองเพื่อนที่ทำหน้าจะตายแล้วส่ายหน้าให้พวกมันอย่างเอือมๆ
“ไอ้แทน กูขอร้อง” เสียงทากะพูดขึ้น
“เออ กูก็ขอร้อง มึงไปดูหน่อย ไม่งั้นถ้าอาทิตย์หน้าเฮียโฟนเข้าว๊ากแล้วได้ยินเรื่องนี้ พวกเราโดนซ่อมเละเลยนะเว้ย” ตามด้วยเสียงไอ้แมส
ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อนแต่ล่ะคนทำตาปริบๆ ให้ผม
คิดว่าน่ารักมากมั้งไอ้สัส
สยอง
“เออๆ” ผมตอบแล้วปิดแฟ้มงานตรงหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นท่ามกลางเสียงดีใจของเพื่อนทั้ง 4 คน
“พวกมึงก็อย่าไปพูดให้น้องมันคิดมากสิว่ะ” พี่โฟนคงจะเห็นสีหน้าเศร้าของฉันเลยพูดดุพี่ๆเขา“ปากพวกมึงทุกตัวนี่มัน” ตามด้วยพี่ดาร์ก“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ” ฉันเกลียดตัวเองตอนนี้มาก แต่ก็ไม่อยากจะงี่เง่าอะไร เพราะเขาทำงาน“อืม มันบอกว่าจะมา เดี๋ยวมันก็มา”“ค่ะ”“งั้นน้องวาเลนมาถ่ายรูปกับพวกพี่ก่อน”แล้วผู้หญิงเพียงคนเดียวอย่างฉันก็ถ่ายรูปกับหนุ่มๆที่เป็นตำนานของคณะวิศวะ ฉันยืนอยู่ตรงกลางฉีกยิ้มให้กล้อง จนกระทั่งสายตามองเห็นกลุ่มลูกโปร่งสีชมพูขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนตัวแหวกฝูงชนเข้าใกล้มาบริเวณที่ฉันยืนอยู่เรื่อยๆ“หู้ววว” สิ่งนั้นเรียกเสียงฮือฮาให้ดังขึ้น ฉันมองอย่างสงสัยปนอิจฉาว่าใครกันที่จัดใหญ่เล่นโตขนาดนี้ แต่เพียงไม่นาน ผู้คนก็แหวกออก ฉันที่มองอยู่ก็ตาโต เพราะพี่แทนกำลังเดินถือมวลลูกโปร่งมากมายนั้นเดินมาหาฉัน และมืออีกข้างก็ถือกุหลาบสีชมพูช่อใหญ่เน้นว่าใหญ่มากกกกพี่แทนยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน ตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมโดยรอบเลย แม้กระทั่งว่าตัวเองยืนถ่ายรูปกับพี่ๆเขาอยู่ฉันก็ไม่ได้สนใจเลย เพราะสายตาฉันตอนนี้มองที่พี่แทนอย่างเดียวเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน พี่แทนยิ้มกว้างรอยยิ้มที
แล้ววันพิเศษอีกวันในชีวิตของฉันก็มาถึง เพราะเป็นวันที่ฉันเรียบจบแล้วนั้นเองเย้ๆ 4 ปีแห่งความทรมาน ไม่สิ ต้องบอกว่า 4ปีแห่งการเก็บเกี่ยวความรู้และได้ประสบการณ์ต่างๆก็ได้สิ้นสุดลง เพื่อโบยบินสู่โลกอันกว้างใหญ่ตอนนี้ฉันและเพื่อนๆกำลังยืนถ่ายรูปที่หน้าซุ้มต่างๆที่รุ่นน้องจัดเตรียมไว้ให้ บรรยากาศในวันนี้ค่อนข้างจะวุ่นวายและคนเยอะจนแน่นและเบียดกันไปหมด ข้างๆฉันตอนนี้ก็มี พ่อแม่ฉัน แล้วก็พ่อแม่ของพี่แทน กำลังยืนถ่ายรูปยิ้มหน้าบานกันอยู่ ส่วนพี่แทนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขาบอกว่ากำลังประชุมอยู่ แต่จะรีบมา“ตาแทนนี่ยังไงคะคุณ เมื่อไรจะมาถึงสักที” แม่พี่แทนบ่นลูกชายตัวเสียงดัง ฉันเลยได้แต่หันไปมองยิ้มๆ“ลูกบอกว่าประชุมอยู่เดี๋ยวก็มา” พ่อพี่แทนหลังจากเห็นแววตาที่ไม่พอใจของคุณป้าก็รีบพูดขึ้น แล้วก็ลูบที่แขนเบาๆ เหมือนเป็นการบอกให้ใจเย็น แล้วพ่อกับแม่ของฉันที่ยืนอยู่ก็พูดขึ้นบ้าง“นั่นสิคะคุณพี่ ใจเย็นก่อนค่ะ”“ก็ดูลูกชายตัวดีสิคะ วันสำคัญของแฟนทั้งทียังทำงานได้”“เอาน่าคุณ”“นั่นสิคะคุณป้า เดี๋ยวพี่แทนก็มา” ฉันช่วยพูดด้วย“ผมว่าพวกเราไปนั่งรอกันดีกว่า นี่แดดก็เริ่มแรงแล้ว” ทุกคนเดินเข้าไปนั่งลงที่
ฉันร้องด้วยความตกใจ เพราะเขาจับขาทั้งสองข้างของฉันให้อ้าออกกว้าง จนดอกไม้ของฉันปรากฏให้เขาได้ยลโฉม“อ่า เมียพี่สวยที่สุดเลย” เขาเงยหน้ายิ้มๆมองฉันที่ตอนนี้ที่แดงไปทั้งร่างกาย เพราะถึงแม้ว่าเราสองคนจะมีอะไรกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ฉันก็ยังอายและเขินทุกครั้งอยู่ดี“พะ พี่แทน” ฉันพยายามจะหุบขา แต่ก็โดนเขายื้อเอาไว้ด้วยแรงที่มากกว่าแล้วเขาเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้น“อ๊ายยยย”ฉันร้องเสียงดังอีกครั้งเมื่อพี่แทนก้มเลียที่กุหลาบของฉัน ฉันหมดแรงทิ้งตัวให้ราบไปกับพนักพิงของโซฟา ลิ้นของพี่แทนก็เลียไม่หยุด เขาเหมือนคนอดอยาก กระหายอย่างไม่รู้จักพอ และยิ่งกุหลาบของฉันผลิตน้ำหวานออกมา เขาก็ยิ่งเลียหนักกว่าเดิม“อ๊ะ อ่าส์ เสียว”น้ำตาฉันเริ่มคลอ จากนั้นเขาก็สอดนิ้วของเข้ามาด้านใน แล้วก็ขยับต่อ“อ่าส์”ความรู้สึกของฉันตอนนี้มันยากจนเกินจะบรรยาย เพราะยิ่งเขาขยับนิ้วเข้าออกเร็วเท่าไร ฉันก็ยิ่งเสียวมากขึ้นเท่านั้นและไม่ได้ฉันก็กระตุก ตัวลอยฉันปลดปล่อยออกมา โดยที่พี่แทนดื่มกินน้ำหวานของฉันจนหมด ฉันไม่มีแรง ตอนนี้เลยได้แต่นั่งมองเขาที่ลุกขึ้นยืน ถอดกางเกงออกอย่างเร่งรีบ จากนั้นเขาก็จับให้ฉันนั่งบนตักและหันหน
“พะ พี่แทน”“ดื้ออย่างนี้ ลงโทษแบบไหนดีนะ”“มะ ไม่ อื้อออออ”จ๊วบ จ๊วบพรึบ“จูบแค่นี้ถึงกับเข่าทรุดเลยเหรอที่รัก”“บะ บ้า”“ถ้าเจอหนักกว่านี้จะรับไหวไหมเนี่ย” พี่แทนเงยใบหน้าขึ้นมองฉันด้วยรอยยิ้มร้ายๆ แต่ในสายตาของฉันเขาก็ยังหล่ออยู่ดี ฉันรู้ได้เลยว่าต่อจากนี้ไปตัวเองจะเจอกับอะไรบ้าง เพราะหลังจากที่เขาลากตัวฉันมาจากสถานีตำรวจเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เขาก็กึ่งลากกึ่งดึงฉันจนมาถึงคอนโด และทันทีที่เปิดประตูห้องได้เขาก็ผลักฉันพิงกับกำแพงห้องแล้วก็ระดมจูบฉันอย่างหิวกระหายวันนี้พี่แทนร้อนแรงมาก เพียงแค่เขาจูบ ฉันก็ถึงกับเข่าอ่อนนั่งกองลงที่พื้นแล้วตอนนี้หนึ่งปีของการคบกันมา แฟนฉันร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ฉันก็ยังอ่อนหัดเหมือนเดิม แต่สกิลการตบของฉันเก่งขึ้นนะ“นะ หนู” ฉันที่ยังหาเสียงของตัวเองไปเจอก็ถูกจับอุ้มตัวลอย ฉันคิดว่าพี่แทนจะตรงไปที่เตียงนอนในห้องเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้เขากลับจับฉันนั่งลงบนตักเขาบนโซฟาในห้องรับแขก“พี่บอกแล้วไง วันนี้หนูต้องโดนลงโทษ” ฉันตาโตตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน และนั่นทำให้เขายกยิ้มอย่างพอใจคนบ้า“อือ” เขากดริมฝีปากร้อนนั้นเข้ามาหาฉันอีกรอบ แต่ครั้งนี้เขาสอดลิ้น
วันต่อมา“น้องวาเลน” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ฉันที่พึ่งเดินพ้นบันไดแล้วกำลังจะเดินไปยังห้องเรียนหันไปมองทันทีแล้วก็เห็นว่าเป็นพี่ทากะนั่นเองที่เรียก และก็มีเพื่อนของเขาก็นั่งอยู่ด้านหลัง ซึ่งพวกพี่เขาน่าจะมารอเรียนกัน ฉันจำได้ว่าวันนี้พี่แทนมีเรียนชั้นเดียวกันกับฉันในภาคเช้า“พี่ทากะ สวัสดีค่ะ” ฉ
“แล้วที่สำคัญ คือฉันโสดค่ะ ไม่มีแฟน” ฉันยิ้มหวานแล้วพูดขึ้นตอกหน้าพี่แทนไป จากนั้นก็เดินสวยๆ ออกมาจากตรงนั้นทันที“แรงไป” พอพ้นจากสายตาพี่ๆ แล้วรรันมันก็พูดขึ้น“พี่แทนหน้าเจื่อนไปเลยอีวา”“ฉันว่าพี่เค้าดูโทรมๆ นะ”“อื้ม จริง เล่นแรงไปป่าวมึงอ่ะ” จันทร์เจ้าพยักหน้าเห็นด้วยกับรรันแล้วหันมาถามฉัน“ฉั
“ยังไม่ได้คุยกับน้องอีกหรอว่ะ” เป็นไอ้โฟล์คที่ถามขึ้นแล้วมองผมด้วยแววตาเป็นห่วง เพื่อนผมรู้ครับว่าผมทะเลาะกับวาเลน เพราะวันแรกที่ทะเลาะกันผมไปกินเหล้ากับพวกมัน แล้วพอมันรู้ว่าผมทะเลาะกับน้องเรื่องอะไร พวกมันก็รุมผมยับ ด่าว่าผมงี่เง่า ไม่มีเหตุผล ซึ่งผมก็ยอมรับครับ ผมผิดจริงๆ ผมอยากขอโทษน้อง อยากกอด
“ค่ะ พี่แทนหนูห้ามความรู้สึก ห้ามความคิดพี่ไม่ได้หรอกนะ พี่จะคิดยังไงก็ได้ แต่ที่หนูอยากจะบอกคือ หนูรักพี่มาก และไม่เคยรับรู้เรื่องวันนี้เลย แต่ถ้าพี่จะคิดไปเองและไม่ยอมฟังอะไรแบบนี้ หนูก็จะไม่สนใจแล้ว หนูถือว่าหนูได้อธิบายกับพี่ไปแล้ว หนูไปก่อนนะ” วาเลนพูดกับผมทั้งน้ำตา สายตาของเธอที่มองมานั้นล้วน