Home / วัยรุ่น / Jealous หวงเกียร์ / พริ้งไม่โอเค

Share

พริ้งไม่โอเค

Author: Goldberry
last update publish date: 2026-04-01 15:22:47

สติๆๆๆๆๆ

หายใจเข้าลึกๆ

พริ้งพราวก้มหน้าพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าสวยๆ เริ่มมีเหงื่อซึม ทั้งๆ ที่อากาศรอบๆ ตัวเธอก็แสนจะเย็นสบายมีลมพัดผ่านตลอดเวลา แต่ทว่าความรู้สึกตอนนี้กลับรู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวายแปลกๆ ยังไงพิกล เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังมองมาจนเธอเสียวสันหลัง แน่นอนว่าถึงเธออยากจะหนีใจแทบขาดแต่ก็คงไปไหนไม่ได้ จึงได้แต่ยืนทำหน้าบื้อ ไม่หือ ไม่อือ ไม่อะไรเลย ก็นะคนมันตกใจ คนมันตั้งตัวไม่ทัน ฮือๆ ใครมันจะคิดว่าโลกมันจะกลมดิ้กๆ ถึงขั้นที่ว่าประธานสโมสรนิสิตขวัญใจสาวๆ ในคณะจะเป็นคนๆ เดียวกันกับไอ้ผู้ชายฉวยโอกาสที่ช่วงชิงจูบแรกของเธอไป แถมยัง...บ้ากาม เอะอะล้วง จนเกือบจะเผลอมีซัมติงกัน ถ้าเธอไม่ร้องโวยวายเจ็บตรงนั้นขึ้นมาซะก่อน

ผมชื่อซัน

อื้อหืม!! ชื่อน่ารักจัง

นั่นคือบทสนทนาอันรวบรัดก่อนที่เธอจะตั้งใจทำแก้วในมือหล่นใส่เสื้อของชายหนุ่มสุดหล่อเป้าหมายหนึ่งเดียวในคืนนั้น ซึ่งเธอก็เพึ่งจะนึกขึ้นได้สดๆ ร้อนๆ ก็ตอนที่พี่เขาปรากฏตัวในฐานะรุ่นพี่ปีสามพ่วงตำแหน่งประธานสโมสรนิสิตวิศวะ กรีดร้องหนักมาก ทำไมอีตานั่นต้องมาเป็นรุ่นพี่คณะเธอด้วย หญิงสาวส่ายหน้ารัวๆ เพื่อสลัดภาพในคืนนั้นออกไป ถึงพี่เขาจะบอกว่าคุ้นๆ หน้า แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเธอได้สักหน่อย เรื่องในคืนนั้นผ่านมาก็ตั้งหลายวัน บางทีเธออาจจะแค่ตื่นตระหนกกลัวไปเอง เอาน่าถ้าโดนถามอีก เธอก็แค่แสร้งตีหน้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ห่าเหวอะไรไปซะก็จบ!

พริ้งไม่รู้

พริ้งไม่เห็น

และพริ้งก็จำไม่ได้!!

หญิงสาวคิดหาทางออกให้กับตัวเองที่กำลังพยายามรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองสบตารุ่นพี่ตัวปัญหาอีกครั้งหนึ่ง และภาพที่เธอเห็นตรงหน้าตอนนี้ก็ทำให้เธอสบายใจถึงกับพ่นลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

พี่เขาไปไหนแล้ว....

โธ่!! ก็นึกว่าจะแน่

หญิงสาวยกมือที่กำไว้เมื่อกี้ขึ้นมากอดอก ใบหน้าสวยหวานปรากฏรอยยิ้มมุมปาก ดูท่าเธอคงอ่านปากของรุ่นพี่ผิดไป ผู้ชายที่ไหนจะเจ้าคิดเจ้าแค้นกับผู้หญิงขนาดนั้น ก็แค่ตบหน้าไปสองที มันไม่สามารถทดแทนจูบแรกของเธอได้ด้วยซ้ำ หญิงสาวพึมพำ ดวงตาคู่สวยก็สอดส่ายมองรอบตัว ตอนที่หัวหน้าชั้นปีแจ้งว่ารุ่นพี่มีเรื่องสำคัญจะคุย และสั่งให้น้องๆ ทุกคนมารวมกันที่ลานคณะ มันเป็นอะไรที่ตกใจมาก ทุกคนนั่งเรียนด้วยความกังวลใจ เนื้อตัวกระสับกระส่าย คิดไปเอเวอรี่ติง ในใจนี่คือแบบว่า "เฮ้ย! กูเผลอไปทำอะไรผิดป่ะ" พอไม่รู้เหตุผลในการถูกเรียก ก็พากันคาดเดาไปต่างๆ นานาด้วยความกลัว ก็นะรุ่นพี่วิศวะเหมือนรุ่นพี่คณะอื่นๆ ซะที่ไหน งานแกล้งขอให้บอก พี่แกลุยถึงไหนถึงกัน แถมยังจัดหนักจัดเต็มจนรุ่นน้องปีหนึ่งต้องร้องไห้ขอความเมตตา ซึ่งเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ยังคงจดจำช่วงเข้าเชียร์คณะอันแสนหฤโหดนั้นมิรู้ลืม

"ถ้าใครไม่มา อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน"

คำพูดที่แถมทิ้งท้ายมันคือคำขู่ที่ใช้ได้ผลดีกับรุ่นน้องปีหนึ่งที่กลัวจนหัวหด คือพอเรียนเสร็จสี่โมงปุ๊บ ต้องลากกันมาตั้งแถวที่ลานคณะปั๊บ ไม่พอยังมีเชคชื่อรายตัวอีกนะ ใครยังไม่โผล่หน้ามา งานนี้บอกเลยว่ารุ่นพี่ไม่ต้อง รุ่นน้องจัดการกันเองได้ คนไหนยังไม่โผล่หัวมา คนนั้นต้องโดนโทรจิกโทรตามรัวๆ ประหนึ่งเป็นคนสำคัญ ก็นะถ้าทำให้รุ่นพี่เคืองขึ้นมา มึงไม่ได้โดนคนเดียว แต่จะพากันซวยทั้งรุ่น ดังนั้นถ้าอยากใช้ชีวิตอยู่ในคณะอย่างราบรื่นสงบสุข ได้โปรด! มีความรับผิดชอบต่อคนอื่นๆ ในรุ่นด้วย

เชียร์คณะก็ผ่านแล้ว....

ยังมีอะไรสำคัญถึงขนาดต้องสั่งให้มาตรงเวลาเป๊ะเว่อร์ซะขนาดนั้น เอาตรงๆ ก็แอบสงสัยนิดหนึ่ง แต่จะให้เดินดุ่มๆ ไปถามรุ่นพี่หน้าเหี้ยมตรงๆ ก็ใจไม่กล้าพอ เข้าตำราอยากรู้แต่ไม่อยากถาม ดังนั้นรุ่นน้องคิ้วท์ๆ ใสๆ ทุกคนจึงได้แต่ยืนรอฟังด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ท่ามกลางฝูงยุงที่เข้ามารุมกัดจนคันยิกๆ แต่ทว่ากลับไม่มีใครกล้าตบยุงที่มาก่อกวนสักคน คือขนาดหายใจดังๆ ยังไม่กล้าเลย ถ้ามีเสียงตบยุงดัง "เพี้ย!!!" ขึ้นมานี่ล่ะก็คือจบเลยนะ โดนรุ่นพี่สั่งลงโทษให้ไปวิ่งหัวฟูทั้งรุ่นแน่ๆ

"ใครอยากได้เกียร์ ให้ยกมือแล้วออกมายืนแสดงตัวข้างหน้าด้วย"

รุ่นพี่หน้าเหี้ยมคนหนึ่งอยู่ๆ ก็ตะโกนแผดเสียงกึกก้องตัดความเงียบขึ้นมาด้วยแววตาคมเข้มอันแสนดุดัน คือเธอเองก็ไม่รู้ว่าพี่แกไปโกรธใครมาหรือเปล่า ถึงได้หน้าบูดหน้าบึ้งเป็นตูดซะขนาดนั้น แค่หน้าก็ว่าโหดแล้ว พอเจอเสียงห้าวๆเข้าไปเต็มๆ บอกเลยว่ารุ่นน้องที่ยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งหน้าสลอนอยู่เต็มลานถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ คือพี่คะพูดเสียงเบาๆ ก็ได้ จะตะโกนดังๆ ไปทำไมให้เจ็บคอ ซึ่งฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์เกรี้ยวกราดของพี่เขาในวันนี้จริงๆ

"ไม่อยากได้ใช่ไหม!!!!!"

เสียงตวาดดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นรุ่นน้องที่น่าสงสารพร้อมใจกันยืนนิ่ง แน่นอนว่าไม่มีใครกล้ายกมือสักคน คือคนมันกลัวมากไง ถ้ายกมือแล้วต้องโดนรุ่นพี่เรียกให้ออกไปยืนขนาบข้างด้วยนี่คือ สยองหนักมาก!!

"มึงตอบสิ"

"มึงนั่นล่ะตอบ"

"กูกลัว"

"กูไม่กล้าว่ะ"

ต่างคนต่างกลัว ต่างคนต่างโยนให้กันไปมา คือคำตอบมันก็รู้ๆ อยู่แก่ใจ ขึ้นชื่อว่า "วิศวะ" แล้วใครมันจะไม่อยากได้เกียร์ แต่มันติดตรงที่ไม่มีคนกล้าพอที่จะออกหน้าช่วยเพื่อน ด้วยการยกมือขึ้นมาสุดแขนอย่างมั่นใจ แล้วเดินออกไปตอบคำถามด้วยเสียงดังฟังชัดท่ามกลางสายตากดดันของรุ่นพี่ที่มีสายตาคมกริบยิ่งกว่ามีดที่พร้อมสับทุกอย่างให้แหลกละเอียดคามือ

"พริ้ง ช่วยหน่อยสิ"

เสียงของหัวหน้าชั้นปีดังขึ้น แววตาเต็มไปด้วยคำว่าร้องขอ เดี๋ยวนะๆ คืออะไร ทำไมต้องเป็นฉัน ทุกคนกลัว ฉันเองก็กลัวเหมือนกันเหอะ!!

"รุ่นพี่ชอบพริ้ง"

"รุ่นพี่ไม่ดุพริ้งหรอก"

"ถือว่าช่วยรุ่นของเรานะ"

คำพูดอ้อนวอนของเพื่อนๆ ตอนนี้คือแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ให้พริ้งพราวความหวังของรุ่นต้องข่มความกลัวในใจ เธอค่อยๆ ยกมือที่สั่นเทาขึ้นจนสุดแขนและตอบออกไปด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนรุ่นพี่ตะโกนขึ้นมาว่า

"พูดให้ยุงฟังรึไง!!!!"

มุแงง~ ไหนบอกว่ารุ่นพี่เอ็นดู ไหนบอกว่าเธอจะไม่โดนดุ โธ่!! ฉันไม่น่าไปหลงเชื่อคำพูดของเพื่อนเลยจริงๆ หญิงสาวคร่ำครวญในใจ ยิ่งตอนนี้เธอกำลังออกหน้ารับแทนเพื่อนๆ เธอก็ยิ่งเหมือนถูกเพื่อนๆ ตั้งความหวังว่าจะพาเพื่อนร่วมรุ่นผ่านพ้นความตึงเครียดไปได้ ดวงตาคู่สวยใต้แพขนตางอนเด้งสั่นระริกด้วยความกลัว แต่เมื่อเธอโดนตวาดให้พูดเสียงดังขึ้นก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ นอกจากต้องเผชิญหน้าไปตรงๆ พริ้งพราวสูดลมเข้าปอดไปเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจให้เต็มร้อยก่อนเปล่งเสียงหวานที่ดังขึ้นจนเพื่อนๆ ที่กลัวรุ่นพี่จนหัวหดแอบปรบมือให้ในความกล้ารัวๆ

"หนูอยากได้เกียร์ค่ะ"

"เดินออกมา"

คำว่า "เดินออกมา" ของรุ่นพี่ถึงเธอจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้อย่างดีแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ก็นะแอบขาสั่นพั่บๆ บอกตรง

พริ้งพราวเดินปลีกตัวออกมาจากแถว ตอนนี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่เธอจะใช้รอยยิ้มเอาตัวรอดได้เลย ก็ดูหน้ารุ่นพี่แต่ละคนสิที่ยืนกอดอกมองเธอสิ โหดสัดรัสเซียมาก

"อยากได้เกียร์ แต่คุณมีแรงตอบคำถามผมแค่นั้น คุณคิดว่าคุณเหมาะสมที่จะได้รับมอบเกียร์อันทรงคุณค่าของคณะวิศวะไปห้อยคอแล้วอย่างนั้นหรือครับ"

ใจนี่อยากตอบว่า "มันเกี่ยวอะไรกัน" แต่คือมันไม่กล้าไง มันจุกอยู่ที่คอ ได้แต่ส่ายหน้าไปมาและตอบว่า "ขอโทษค่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งลานคณะอีกครั้ง รุ่นพี่ทุกคนรู้จักเธอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผมยาวๆ ผิวขาวๆ หน้าหมวยแต่แฝงความสวยเซ็กซี่เบาๆ ตอนนี้กำลังยืนกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา อารมณ์ตอนนี้คือทั้งเครียด ทั้งกดดัน ทั้งกลัวว่าจะเป็นคนจูบมือเพื่อนซวยไปด้วย ตอนนี้เธอคิดอะไรไม่ออก หูมันอื้อ สมองมันเบลอ เพราะคำพูดไซโคต่างๆ นานาของรุ่นพี่ที่จงใจอัดเข้ามาให้เธอรู้สึกผิด 

"ประธาน!!"

เสียงของรุ่นพี่ที่ตวาดอยู่ๆ ก็หันไปให้ความสนใจคนที่เดินกลับเข้ามาในลานคณะอีกครั้ง คำว่า "ประธาน" ทำให้ใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นแรง ได้แต่สบถคำว่า เชี่ย!! ออกมาเบาๆ คือจะกลับมาทำไม กลับมาเพื่ออะไร ช่วยเธอเหรอ เฮอะ!! ฝันกลางวันไปเถอะพริ้ง ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แสนดีขนาดนั้น

"ผู้กล้าเหรอ??"

คำถามที่หลุดออกมาทำเอาเธอสั่นสะท้าน แถมแววตาที่มองมานั้นดูก็รู้ว่าไม่ได้จะยื่นมือเข้ามาช่วยรุ่นน้องอย่างเธอแน่ๆ เธอคิดไม่ผิด เขามาเพื่อเหยียบเธอให้จมดิน อนิจจา...ฉันไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลย

"ใช่ครับ"

รุ่นพี่อีกคนตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบอะไรบางอย่างให้ประธานที่หายตัวไปพักใหญ่ๆ รับทราบ ประธานสโมที่ยิ้มแย้มเมื่อกี้ตอนนี้กลายร่างเป็นรุ่นพี่มาดขรึม สีหน้าจริงจัง เว่อร์ๆ แถมยังยืนหน้าตั้ง หลังตรง อกผาย ไหล่ผึ่งผิดกับท่าทีสบายๆ ชิวๆ ก่อนหน้าตอนแนะนำตัวราวกับพลิกฝ่ามือ คือพี่คะพี่เป็นเหี้ยอะไรคะ เธอไม่ได้อยากจะด่านะ แต่ไอ้อาการเดี๋ยวดี เดี๋ยวร้ายอย่างนี้มันอดด่าไม่ได้จริงๆ

"ถ้างั้นผมคงต้องให้โอกาสแก้ตัวสินะ!"

น้ำเสียงและแววตาอันเยือกเย็นของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าประธาน ทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าโดนเล่นเข้าให้แล้ว เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ ดูท่างานนี้คงหนีไม่รอดแน่ๆ

"พูดใหม่สิ"

ครั้งนี้เป็นประธานออกคำสั่ง ถึงน้ำเสียงจะราบเรียบแต่กลับดูน่ากลัวกว่ารุ่นพี่คนก่อนหลายร้อยเท่า

"หนูอยากได้เกียร์ค่ะ"

พริ้งพราวตะโกนเสียงดังเท่าที่ตัวเองทำได้ แต่ทว่าคนตรงหน้ากลับแค่นยิ้มหยันกวนโอ้ยก่อนจะพูดออกมาว่า

"ไม่ได้ยิน"

ไม่เป็นไร อีกรอบก็ได้ หญิงสาวคิดก่อนจะเปล่งเสียงหวานๆ ให้ดังขึ้นอีกด้วยความมั่นใจที่มีว่าครั้งนี้เธอทำได้ดีและต้องผ่านฉลุยแน่ๆ

"เบาไป"

คำว่า "เบาไป" ทำเอาพริ้งพราวถึงกับกำมือแน่นด้วยความโมโห หูตึงรึไงกัน ฉันตะโกนจนสุดเส้นเสียงแล้วนะ ดูก็รู้ว่ารุ่นพี่กำลังจงใจแกล้งเธอชัดๆ

"เอาใหม่"

คำสั่งห้วนๆ มาพร้อมกับสายตาของรุ่นพี่คนอื่นๆ พุ่งตรงมากดดัน และนั่นก็ทำให้พริ้งพราวได้แต่ข่มอารมณ์ฉุนๆ ไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจนี่คือ โอ้ย!!! อยากตะโกนใส่หูนายนั่นให้มันรู้แล้วรู้รอดจริงๆ

"หนูอยากได้เกียร์ค่ะ!!!!!!"

แรงที่มีทั้งหมดถูกใส่เข้าไปในเสียงหวานๆ ที่เริ่มแหบเพราะตะโกนตอบออกมาหลายต่อหลายรอบ แต่ทว่าประธานสโมสรก็ไม่มีทีท่าว่าจะพอใจ เขายังคงสั่งให้เธอพูดใหม่ อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง จนหน้าสวยๆ นั้นเริ่มหงิกงอ เธอเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว แต่จะให้ตรงไปบอกว่า "พอสักที" ก็คงไม่ได้ แค่ตบหน้ายังโดนเล่นงานขนาดนี้ ถ้าเธอแผลงฤทธิ์อีกล่ะก็มีหวังทั้งเกียร์ ทั้งเสื้อช็อป เธอคงหมดสิทธิ์ได้มานอนกอดด้วยความปลาบปลื้มใจเหมือนเพื่อนคนอื่นแน่ๆ

ฉันต้องทำยังไงดี....

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพื่อคิดหาทางออกจากเหตุการณ์ตรงหน้า เธอเหนื่อยที่จะตะโกนจนคอแหบคอแห้งแล้ว ริมฝีปากสีชมพูน่ามองปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่ออยู่ๆ ก็มีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาในหัวแว่บหนึ่ง

ฉันสวย ฉันเก่ง

และฉันต้องทำได้!!

พริ้งพราวพึมพำเรียกความมั่นใจ ในเมื่ออยากแกล้งเธอนัก เธอก็แค่แสร้งตามน้ำไปก่อน จากนั้นก็นะ.....ดวงตาคู่สวยมองผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงส่งยิ้มยียวนให้ มีอำนาจแล้วไง สุดท้ายก็แพ้ให้กับมารยาหญิงอยู่ดี เชื่อเถอะ!! หนอนหนังสืออย่างฉันอ่านนิยายน้ำเน่ามาเยอะ ดังนั้นมันต้องใช้ได้ผลกับรุ่นพี่คนใดคนหนึ่งสักคนแน่ๆ

"หนูเริ่มไม่มีเสียงแล้วค่ะ"

พริ้งพราวทำเสียงอ่อนแรง แววตากวาดมองไปที่รุ่นพี่คนอื่นๆ คล้ายขอความเห็นใจ ซึ่งมันก็ได้ผล เมื่อมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาดูเธอ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงว่า "โอเคไหมคะน้อง"

ได้ผล!! ตกมาได้หนึ่งคน

หญิงสาวลอบยิ้ม นัยน์ตาคู่สวยเหล่มองคนตรงหน้าที่ยังคงทำเหมือนไม่สนใจอะไร ในเมื่อมีคนหลงเชื่อ เธอก็แค่เดินหน้าทำตามแผนต่อ งานนี้รุ่นพี่ทุกคนจะต้องเทคะแนนสงสารให้เธออย่างท่วมท้น ลมต้องเปลี่ยนทิศทาง คนผิดต้องกลายเป็นประธานบ้าอำนาจ สั่งนู่นนี่กับผู้หญิงตัวเล็กๆ จนกระทั่งเธอ....

"ว้ายยยยย!!!!"

เสียงของรุ่นพี่ผู้หญิงที่เข้ามาถามดังขึ้นพร้อมกับร่างบอบบางของพริ้งพราวที่ค่อยๆ ร่วงลงกับพื้น ดวงตาคู่สวยปิดสนิท แต่หูสองข้างกลับได้ยินคำพูดทุกอย่างชัดแจ๋วยิ่งกว่ามีลำโพงมาจ่อ

"ไอ้ซันทำเกินไปป่าววะ"

"ดูสิน้องเค้าเป็นลมเลย"

ฮึ!! สมน้ำหน้า คิดว่าจะเอาคืนเธอด้วยวิธีนี้อย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!! บอกเลยว่าคนอย่างพริ้งพราวไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ ในเมื่ออยากประกาศสงครามจิตวิทยากันดีนัก ก็ได้!! ฉันรับรู้แล้ว แต่อนิจจา คำพูดที่ลอยมาให้ได้ยินแว่วๆ ไกลๆ ว่า

นั่นหลานรหัสมึงนะเว้ย!!

คำว่า "หลานรหัส" ทำฉันเบิกตาโพลง และเพิ่งเก็ทว่าที่รุ่นพี่เรียกรุ่นน้องปีหนึ่งมารวมตัวกันและจงใจขู่ให้กลัวจนหัวหดนั้นคือการจัดฉากเปิดตัวสายรหัสอันแสนอบอุ่นจนน้องๆ พากันร้อนตัวอยู่ไม่สุข ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าถูกรุ่นพี่แกล้งไปชุดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นคือฉันที่ดันซวยเป็นหลานรหัสสายตรงแบบตัวท้ายตรงกันเป๊ะ!! ของประธานสโมสรคนดังด้วยนี่สิ ดังนั้นก็นะได้รับความสนใจจากทุกคนเป็นพิเศษ ฉันกรีดร้องในใจว่า "ฉิบ**" เมื่อรู้สึกว่ามีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินเข้ามา และพอเหล่หางตาดูใจดวงน้อยก็หล่นวูบตกไปที่ตาตุ่ม

"เดี๋ยวผมดูแลน้องต่อเอง"

ไม่ต้อง!! หนูดูแลตัวเองได้ รุ่นพี่ไปร่วมงานเปิดสายรหัสอันทรงเกียรติต่อเถอะ เธออยากจะบอกออกไปอย่างนั้น แต่อ้อมแขนแกร่งก็ช้อนตัวเธอขึ้นมาไว้แนบอกซะก่อน พร้อมกับก้มหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบข้างหูเบาๆ เหมือนรู้ว่าเธอตั้งใจแกล้งเป็นลมอย่างไรอย่างนั้น

"อยากอยู่สองต่อสองก็ไม่บอก"

ไม่ช้ายยยยยย!!

ฉันไม่ได้ต้องการให้เป็นอย่างนี้!!!!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Jealous หวงเกียร์   คนของใจ

    "ทำไมต้องแต่งตัวหล่อขนาดนี้คะ"คนตัวเล็กทำหน้าไม่พอใจขณะมองแฟนตัวเองที่นับวันก็ยิ่งหล่อจนเธออดหึงไม่ได้ ถึงพี่ซันจะมีแฟนแล้วแต่ดีกรีความฮอต ความดัง ในหมู่สาวๆ นั้นไม่ได้น้อยลงเลย ขนาดว่าเธอเดินข้างๆ ก็ยังมองจนคอหันอ่ะคิดดูเฮลโหล~ เห็นฉันไหมฉันยืนตรงนี้ฉันนี่ล่ะแฟนของพี่ซันเฮ้อ!! เธออยากพูดอย่างนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงเข้ามาขอเบอร์ แต่ก็นะ...ทำไม่ได้ พี่ซันเป็นคนดังในคณะ การที่รุ่นน้องจะชื่นชอบ มันก็เป็นเรื่องปกติ แต่คือกรุณาช่วยให้เกียรติแฟนสาวที่ยืนหัวโด่ตรงนี้นิสสสสสนุงฉันไม่กัดทักฉันบ้างก็ได้...."พริ้งไม่ชอบเหรอ ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนให้ก็ได้นะครับ"คนที่ไม่รู้ตัวก้มมองการแต่งตัวของตัวเอง เสื้อตัวนี้พริ้งเป็นคนซื้อให้ เธอบอกว่าใส่แล้วดูดี เขาก็เลยตั้งใจหยิบมาใส่ แต่ดูท่าวันนี้แฟนของเขาจะอารมณ์ไม่ดี ก็เลยทำหน้างอตั้งแต่หัววัน"เฮ้อ!! ช่างเถอะค่ะ"พริ้งพราวถอนหายใจ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของพี่ซัน ถ้าจะโทษก็คงต้องโทษเธอที่มีแฟนหล่อเอง"เป็นอะไรรึเปล่า"เสียงทุ้มถาม หน้าหล่อๆ โน้มลงมาใกล้ใบหน้าสวยที่หงิกงอ ก่อนจะหยิกเข้าที่แก้มนุ่มๆ นั้นให้ฉีกยิ้ม"บอกพี่ได้นะ....""บอกไปก

  • Jealous หวงเกียร์   ใครคือตัวจริง

    "มันจบแล้วพริ้ง""มันจบแล้ววววววว!!"หวานคร่ำครวญ หลังจากเกิดเรื่องขึ้นมากมายในวันนี้ พี่ไวท์ไม่พูดอะไรกับเธอเลย คงจะโกรธเธอมากแน่ๆ ก็นะสาเหตุมันมาจากความลัลล้าเกินเบอร์ แถมยังโอเว่อร์แอคติ้งจนเกินไป ชวนทำนู่นนี่นั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ พี่ไวท์หน้าซีด เธอก็ไม่ทันคิดว่าต้องให้พัก เอาแต่ดันทุรังทำทุกอย่างตามแผนการที่คิดไว้ว่าต้องสวย ต้องเริ่ด ต้องจบอย่างสวยหรู แล้วผลที่ได้เป็นไงล่ะมุแงง~พังพินาศ!!พี่ซันเป็นลมส่วนเธอก็นะ....โดนเมิน"พี่ไวท์คงเหนื่อยมั้งหวาน"พริ้งพราวให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ร้องไห้จนตาบวม เธอเองก็เดาความคิดหรือท่าทีของพี่ไวท์ไม่ออก ปกติพี่ไวท์เป็นคนขี้เล่น เฟรนด์ลี่ แต่วันนี้กลับปิดปากเงียบ เงียบซะจนเธอไม่กล้าชวนคุย ระหว่างทางกลับบรรยากาศค่อนข้างจะอึดอัด มีแต่พี่ซันที่พูดเป็นต่อยหอยอยู่คนเดียว ส่วนหวานก็นะ นั่งจ๋อย!! ไปสิคะ แต่อย่างว่า หวานก็คือหวาน ถึงจะร้องไห้ ถึงจะรู้สึกผิด แต่นั่นก็กินเวลาเพียงแค่วันเดียว เพราะวันถัดมาหวานผู้นั่งเศร้าก็กลับมาเริงร่า โอ้ลัลล้าดังเดิมก็คนมันสตรองอ่ะเนอะ.....จะมานั่งอมทุกข์ไปทำไมในเมื่อผู้ชายไม่ติดต่อมาเธอก็แค่มั่นหน้าติดต่อไปเอง~

  • Jealous หวงเกียร์   ก็มันบังเอิญ

    "วันเสาร์มึงว่างป่าววะ"ซันถามเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก คำถามชวนสงสัยนั้นดึงความสนใจของไวท์ให้เงยหน้าขึ้นจากจานข้าว เขาเลิกคิ้วมองหน้าคนถามอย่างไม่เชื่อหู "ไอ้ซันมึงกินอะไรผิดมา"ถามด้วยความแปลกใจ เพราะตั้งแต่ไอ้ซันมีแฟนมันก็ไม่เคยมีเวลาให้กับเพื่อนเลย เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนั้น เอะอะก็น้องพริ้งอย่างนี้ วันทั้งวันได้ยินแต่ชื่อน้องพริ้งจนเขาหลอน ต้องบอกเตือนสติว่า มึงจะคลั่งรักกูไม่ว่า แต่ช่วยไปคลั่งไกลๆ ตีนกูด้วย กูหมั่นไส้ กูเหม็นความรัก วันๆ เรียกหาแต่น้องพริ้ง ไม่พอยังขยันส่งข้อความหากันรายงานตลอดว่าทำอะไร ที่ไหน กับใคร แบบละเอียดถี่ยิบ ดูก็รู้ว่าไอ้ซัน "เกียร์มัว" ของจริง พอเขาล้อว่า "กลัวเมีย" มันก็เถียงสุดชีวิตว่า "กูไม่ได้กลัวแต่กูแค่เกรงใจ"โอเค!! เอาที่สบายใจเลยครับคุณเพื่อนไวท์คิดพลางมองหน้าหล่อๆ ของซันที่นั่งอมยิ้ม ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ากำลังแชทคุยกับใคร ก็นะ...อาการออกขนาดนั้น ใครจะไปคิดว่าคนอย่างไอ้ซันพอมีแฟนแล้วจะหลงแฟนติดแฟนขนาดนี้ "สรุปมึงกินอะไรผิดมา"ไวท์ถามซ้ำเมื่อซันเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์"ไอ้เหี้ย!! กูก็กินเหมือนมึงนั่นล่ะครับ""มึงจะชวนกูไปไ

  • Jealous หวงเกียร์   ปรับความเข้าใจ

    "พริ้ง....ฟังพี่หน่อยได้ไหม"ปลายหางเสียงของชายหนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็นฝีมือของเกล ความไม่ชัดเจนของเขาทำให้พริ้งพราวต้องมามีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนกับเกล แต่มันก็มีข่าวลือ แต่ในเมื่อมันไม่ใช่ความจริง เขาก็เลยเฉยๆ ไม่ใส่ใจ เพราะตัวเขาย่อมรู้ดีกว่าใครว่าให้ความสัมพันธ์กับเกลได้มากสุดถึงตรงไหนก็คนมันโสด!!ดังนั้นก็นะ....ช่างแม่ง!!ใครอยากคิดก็คิดไป ผมไม่ซีเรียส!! ผมไม่เคยคิดจะแก้ข่าว และผมยังมีหน้าปล่อยผ่านให้คนเข้าใจผิด เป็นไงล่ะ...ผลลัพธ์ที่ได้ ผมควรสมน้ำหน้าตัวเองไหม??สุดท้ายสิ่งที่เขาเคยคิดว่า "ช่างมัน!!" ตอนนี้กลับเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ มันเหมือนกับเชือกที่กำลังรัด ยิ่งเขาดิ้นก็ยิ่งหายใจไม่ออก ยิ่งพยายามแก้ให้คลายแต่กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เชือกนั้นรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่สน แต่ตอนนี้จะให้เขาทำเป็น "ไม่สน" ก็คงทำไม่ได้ ในเมื่อคนที่กำลังเข้าใจผิดอยู่คือพริ้งพราว ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นแฟนสาวทำหน้าบึ้ง ไม่พอยังลุกขึ้นเดินหนีเขาโดยไม่รอให้เดินมาถึงตัวเธอด้วยซ้ำนี่ไม่ใช่ครั้ง

  • Jealous หวงเกียร์   ขยี้ให้ถึงที่สุด

    อีดอก!!หวานสบถเสียงดังด้วยความโมโหเมื่อได้ยินเรื่องที่พริ้งพราวโทรมาเล่าให้ฟังตอนตีหนึ่ง ถึงจะไม่มีหลักฐาน แต่พวกเธอก็มั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่เกลมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็นะ...เซ้นส์ผู้หญิงมันบอกว่า "ใช่" และคงไม่มีคำไหนอธิบายสิ่งที่พี่เกลทำได้ดีไปกว่าคำว่า "หมาหวงก้าง" ผู้ชายไม่รักก็คือไม่รัก จะมามั่นหน้ามั่นหอยทวงสิทธิ์คนรักเก่ามันก็ไม่ใช่ ดีนะที่พริ้งพราวรู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้ประสาทแดกตกเป็นเป้าโดนแกล้งจนถึงวันประกวดแน่ๆ"จะเอาคืนไหม"หวานถาม ใจนี่คือถ้าเพื่อนไม่ทำ กูนี่ล่ะจะเป็นคนทำเอง"แน่นอน"พริ้งพราวตอบ เธอเล่าแผนการในใจให้หวานฟังอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ซึ่งแน่นอนว่าแผนจะสำเร็จลุล่วงได้ก็ต้องขอยืมมือหวานด้วย คอมเม้นท์ด่าเธอก็เยอะ คอมเม้นท์ชมเธอก็มีไม่น้อย ซึ่งที่ชมๆ และโหวตๆ ให้เนี่ยก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น ก็ยังดี!! หญิงสาวคิดเพราะยิ่งมีคนให้ความสนใจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีกับการที่จะกระชากหน้ากากของพี่เกลให้ทุกคนได้เห็นกันอย่างทั่วถึงไลฟ์สดมันก็ดีตรงนี้ตรงที่ไม่มีการตัดต่อ!!เธอไม่ได้เป็นผู้หญิงโลกสวยที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์ และเธอก็ไม่ได้ใจดีถึงขั้นจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไ

  • Jealous หวงเกียร์   แผนการ

    ครืด~ ครืด~อุ้ย รวดเร็วทันใจจังเลย จะรับหรือไม่รับดีน้า หวานคิดพลันระบายยิ้มเมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาหาเธอ"อ่ะ!! รับก็ได้"มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่ปล่อยให้ดังจนอีกฝ่ายเริ่มหัวร้อน ก่อนจะกรอกเสียงหวานๆ ใสๆ ที่ไม่ได้เจือความสำนึกผิดอะไรในสิ่งที่ทำลงไปว่า"ดีใจจังที่พี่ไวท์โทรหา เริ่มคิดถึงหวานแล้วใช่ไหมคะเนี่ย""ลบเลยนะ"เสียงทุ้มสั่งทันที ไม่แม้แต่จะกล่าวทักทายให้คนปลายสายได้ชื่นใจ"แหมๆ กระแทกเสียงใส่ขนาดนี้ ไปแอบโกรธใครมาคะ"แกล้งถามยียวน มุมปากยกยิ้มจางๆ ถ้าไม่เล่นไม้นี้ มีหรือคนอย่างพี่ไวท์จะติดต่อมา"ยังไม่รู้ตัว??"ถามเสียงขุ่น ตอนนี้ inbox เขาแทบไหม้เพราะโพสต์ของเธอโพสต์เดียว ไม่พอยังโดนรุ่นพี่ในคณะเขม่นใส่เพราะหาว่าเขาโกหก"ไม่รู้ตัว แต่รู้ใจค่ะ"ได้โอกาสหยอดคำหวาน แต่อีกฝ่ายมีหรือจะเคลิ้ม เสียงถอนหายใจเล็ดรอดออกมาเบาๆ ก่อนจะบอกปลายเสียงด้วยน้ำเสียงติดรำคาญว่า"ชอบพี่เหรอ""แน่นอนค่ะ"ตอบอย่างชัดเจน ก็นะ...คนอย่างหวานเป็นประเภทซื่อตรงต่อหัวใจ รักใครชอบใครก็ยืดอกบอกไปตรงๆ มั่นหน้าว่าสวย ถึงผู้ชายจะจีบยาก แต่สุดท้ายก็จีบติด คิดไว้อย่างนั้น แต่ทว่า...ความมั่นใจที่มีเต็มร้อยตอนนี้ถ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status