Mag-log inความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศ ในห้องรับรองส่วนหน้าบนชั้น 4 ของตึก Parallel ไม่มีสิ่งใดเคลื่อนไหว มันเงียบสงัดไม่ต่างจากป่าช้า แล้วพอเงี่ยหูฟังที่ข้างฝาก็ได้ยินแต่เสียงแอร์คอร์ดิชั่น
.
"ร้องไห้อยู่หรอยูมิจัง? หมอเข้าใจว่าทำใจได้ยากแต่เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง ยอมรับความจริงซะเถอะ"
หมอยูมิโกะพยายามปลอบประโลม พลางวางมือนุ่ม ๆ ลงบนไหล่ของสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์
.
"เป็นไปไม่ได้ค่ะหมอ! มันไม่ใช่เลย! มันจะเป็นไปได้ยังไง! ในเมื่อยูมิกับนาริตะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ พวกเราเล่นด้วยกันเรียนด้วยกันมาตลอด ความทรงจำของเราสองพี่น้องยูมิจำฝังใจไม่เคยลืมเลยสักครั้ง ไม่มีทาง! หมอโกหก! หมอหลอกยูมิอยู่ใช่ไหม!"
.
"ตุ๊บ!!!"
.
"ใช่ไหมคะหมอ!?"
.
"ตุ๊บ!!!"
.
"นี่แหน่ะ!" , "น่าเจ็บใจที่สุดเลย หึ๊ย!!!"
.
"ตุ๊บ!!!" , "ตุ๊บ!!!" , "ตุ๊บ!!!" , "ตุ๊บ!!!"
.
ยิ่งโกรธยิ่งต้องหาที่ลง แล้วจำเลยสังคมก็ตกเป็นของเจฟเฟอร์ไปโดยปริยาย ลำควยที่ตั้งชูชันของเขาแข็งโด่ทะลุร่มผ้า มันเด่นหลาอยู่ในระดับสายตาของยูมิแบบพอดิบพอดีเป๊ะ! จะป่วยจะไข้อะไรก็ไม่สนแม่งแล้ว รู้แต่ว่าอะไรที่มันขวางหูขวางตายูมิทุบกำปั้นใส่หมด
.
ก็เลยทำให้หมอยูมิโกะต้องรีบปรี่เข้าไปขวางเอาไว้ ความโอบอ้อมอารีอ่อนหวานเช่นนี้แหละ คือแพทย์หญิงเวอร์ชั่นตัวจริงที่ทุกคนรอคอย
.
"ไม่เอานะยูมิจัง.. อย่าทำกับผู้ป่วยแบบนี้สิ.. หมอไม่เคยสั่งให้ยูมิทำร้ายใครไม่ใช่เหรอ? หยุดได้แล้ว! เห็นยูมิจังเป็นแบบนี้หมอยิ่งเสียใจรู้ตัวบ้างไหม.."
น้ำเสียงหมอชักเร่ิมกระเส่า นัยต์ตาสั่นระเรื่อคล้ายกับมีผดน้ำตาปริ่มออกมาเล็กน้อย
.
"หมอไม่ได้ตั้งใจจะบอกความจริงให้ยูมิรู้หรอกนะ แต่หมอไม่มีทางเลือกจริง ๆ หมอไม่อยากให้ยูมิจังต้องทุกข์ใจแบบนี้เลย.. ขอโทษนะ.. ฮือ ๆ ฮือ ๆ ๆ ฮือ ๆ ๆ "
.
โน้มตัวลงไปช้อนเอาตัวสิ่งประดิษฐ์ของเธอขึ้นมากอด สลับกับร้องไห้ออกมาเป็นบ้าเป็นหลัง เพราะความจริงแล้วเราเองก็รู้กันอยู่ว่าโลกในยุคปัจจุบัน (ค.ศ. 2078) นั้นแทบจะไม่มีมนุษย์ตัวเป็น ๆ หลงเหลืออยู่เลย เทคโนโลยีมากมายถูกนำมาใช้เพื่อให้มนุษย์ที่เหลืออยู่น้อยนิดเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้น อายุยืนขึ้น ดั่งที่ได้เห็นจากร่างกายของเจฟเฟอร์ ผู้ซึ่งใช้แท่งควยแข็ง ๆ ปะทะกับดาบซามูไรคม ๆ มาแล้ว
.
แต่ทว่ายูมิจังกับนาริตะสองสาวผู้ช่วยนั้นต่างออกไป พวกเธอเป็นแค่โปรเจคใหม่ที่หมอยูมิโกะกำลังทดลองอยู่ ด้วยมุมมองส่วนตัวของหมอที่มองว่า การดัดแปลงเครื่องจักรมาทำเป็นอวัยวะเทียมนั้นแข็งกระด้างเกินไป ปอดที่ทำจากอะลูมิเนียมงี้ กระเพาะอาหารที่ทำจากแร่แมงกานิสงี้ หรือแม้แต่หัวใจที่เต็มไปด้วยน็อตสกรูกับถุงลมพอลิเมอร์ ยิ่งนานวันรูปร่างหน้าตามนุษย์ยิ่งกลายเป็นตัวอะไรไปก็ไม่รู้
.
หมอยูมิโกะก็เลยต้องการสร้างมนุษย์เทียมที่สวยงามขึ้น เธอเพาะทุกอย่างขึ้นจากยีนในหลอดทดลอง สร้างเซลล์เนื้อเย่ือให้ร่างกายมีความสมจริง มีเนื้อมีหนัง มีผิวสัมผัส แล้ว Parallel ก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี บอสใหญ่ทุ่มงบประมาณให้เธอทดลองประดิษฐ์ร่างเทียมสังเคราะห์อย่างเต็มที่ โดยใช้พื้นที่ด้านหลังม่านเจลเหนียวหนืดทั้ง 70 % บนชั้น 4 แห่งนี้ เป็นแล็บทดลอง
.
.
ตัดภาพกลับมาที่ยูมิอีกครั้ง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นจริงใจเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่เจ้าตัวกลับยังคงนิ่ง สีหน้าเธอเรียบเฉยตาลอยราวกับคนจิตตก
.
"ไม่นะ! เฮ้! ยูมิอย่าแกล้งหมอเล่นสิ ขยับสิยูมิ! อย่าบอกนะว่าเธอ Shut Down ตัวเองไปแล้ว! ยูมิ! ยูมิจัง!!!"
จากโอบกอดก็เลยกลายเป็นการเขย่าไหล่ตัวโยน ในท่ายืนตรงแนบชิดติดขอบเตียง อันมีลำหำของเจฟเฟอร์เป็นพยานยืนยันที่อยู่ ยูมิยังคงตีหน้านิ่งชินชาไร้ความรู้สึก ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแสนเย็นชาว่า
.
"ตลกล่ะหมอ.. หมอเพิ่งบอกเมื่อกี้ว่ายูมิไม่ใช่คน แล้วยูมิจะเอาเวลาไหนไปศึกษาการปิดระบบตัวเองมิทราบ ก็ คะ.. แค่.."
.
"แค่อะไร?"
.
"คะ.. แค่ ไม่เคยโดนหมอกอดแบบนี้มาก่อน.. ถ้าการมีตัวตนของยูมิทำให้หมอต้องร้องไห้ขนาดนี้ งั้นก็แปลว่าที่หมอพูดมาทั้งหมดคงจะเป็นเรื่องจริงสินะคะ"
.
มนุษย์เทียมหน้าหมวยค่อย ๆ แกะแขนเรียวสวยของหมอยูมิโกะออก ต่อด้วยการจ้องเขม็งกลับเข้าไปในแววตาเธอ ดุจดั่งกำลังจะเค้นเอาความจริงในแบบที่อยากให้เป็นอยู่
.
"แต่หมอมีพิรุท! ถ้าเรื่องนี้จริงทำไมหมอถึงเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้ ยังไงซะยูมิก็ยังไม่ปักใจเชื่อหรอกค่ะ , หึ๊ยยยย! , แบร๊!!!"
.
เดชะบุญ! ลมหายใจโพยพุ่งออกมาจากริมฝีปาก หมอยูมิโกะโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะถึงแม้ว่านี่จะเป็นโปรเจคที่ผิดพลาด แต่การสร้างยูมิจังที่มีอารมณ์ความรู้สึกเสมือนคนมากขนาดนี้ขึ้นมาได้ก็นับว่าดีมากแล้ว หากปล่อยให้มีการ Shut Down ตัวเองเกิดขึ้นคงเสียดายแย่
.
"งั้นเหรอ.. ยูมิจังเป็นพวกถ้าไม่เห็นกับตาตัวเองก็จะไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ สินะ เดี๋ยวหมอจะแสดงให้ดูก็ได้ มามะ! เรามาเริ่มรักษาผู้ชายคนนี้กันดีกว่า"
ยิ้มหวานพราวเสน่ห์โปรยออกมา เจตนาของหมอเพียงแค่ต้องการให้สิ่งประดิษฐ์สังเคราะห์ของเธอ ได้เรียนรู้วิธีการยอมรับความจริง
.
"เอิ่ม.. แต่เขายังไม่ฟื้นเลยนะคะหมอ หรือเราต้องปลุก?"
.
"ไม่ต้องหรอกจ่ะ ดูที่เป้ากางเกงเขาสิ ถ้าอวัยวะเพศตื่นตัวระดับนี้ได้ ย่อมหมายความว่าเจ้าตัวรู้สึกตัวดีทุกอย่างแล้ว แต่แค่ไม่ยอมลืมตาขึ้นมาก็เท่านั้น!"
"หมอพูดถูกไหมคะ เจ้าหน้าที่เจฟเฟอร์ serial : number J 48213"
.
.
"ซวยแล้วไงกู!"
เจฟเฟอร์คิด นี่เขาถูกจับผิดได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ลองเป็นอีหรอบนี้ก็คงจะเล่นแผนแกล้งหลับต่อไปไม่ได้อีกแล้วสินะ
.
"อะ.. อืม , ชะ.. ใช่ครับคุณหมอ ผมตื่นแล้วแต่ลืมตาไม่ได้ มันหนักอึ้งไปหมดเลย!"
.
"คงเป็นรีเฟลกซ์จากฤทธิ์ของยาชาน่ะค่ะ แล้วส่วนต่าง ๆ ในร่างกายล่ะคะ แขน ขา ประสาทสัมผัสทั้ง 5 จมูกได้กลิ่นไหม ลิ้นชิมรสอะไรได้บ้างรึเปล่า?"
หมอยูมิโกะพูดไปพลางควานหาเครื่องไม้เครื่องมือในตู้ยาใหญ่ยักษ์ด้านหลังไปด้วย ส่วนยูมิจังผู้ช่วยยืนแสตนบายด์รอรับคำสั่ง
.
"ยังได้กลิ่นดีครับ ผมได้กลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์แถว ๆ ด้านบน ลิ้นก็โอเคครับรู้สึกฝาด ๆ ตรงโคนนิดหน่อย ส่วนเรื่องเสียงผมได้ยินหลายอย่างเลยล่ะ แต่ขอไม่พูดถึงดีกว่า.."
.
"หืม.. ไม่ฉลาดเลยนะคะเจ้าหน้าที่เจฟ ถ้าคุณคิดจะแบล็คเมล์ฉันกับยูมิจังด้วยประโยคเมื่อครู่ล่ะก็ หมอบอกได้เลยว่าคุณคิดผิด! คุณก็น่าจะเคยได้ยินไม่ใช่เหรอคะว่าหมอกับบอสน่ะสนิทกันมาก เขาไม่ทำอะไรหมอหรอก!"
.
กลืนน้ำลายฝืดคอ เจฟเฟอร์ก็แค่ต้องการจะหยอกเล่นนิดเดียว ไม่นึกไม่ฝันว่าหมอยูมิโกะจะขึ้นเสียงจริงจังใส่
.
"ผมขอโทษครับ ผมสัญญาว่าจะลืมเรื่องที่ได้ยินทั้งหมด แล้วอีกอย่างผมก็มองไม่เห็นด้วย ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหมหมอ?"
.
"เฮ้อ.. พวกผู้ชายมันไว้ใจไม่ได้ด้วยสิ เอาเป็นว่าเดี๋ยวหมอจะ Drain ความทรงจำของคุณออกมาแล้วกันเน๊าะ! แฟร์ดี! ไหน ๆ ก็เป็นงานถนัดของพวกหน่วยภาคสนามอยู่แล้วนี่ แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นหมออยากใช้คุณเป็นเครื่องพิสูจน์อะไรบางอย่างก่อน.. ยูมิจ๊ะลงมือเลยจ่ะ^^ "
.
แพทย์หญิงชาวอาทิตย์อุทัยยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วหมุนวนเป็นวงกลม ยูมิจังพยักหน้ารับดุจดั่งว่าเคยชินแล้วกับสัญลักษณ์ดังกล่าว หล่อนซอยเท้ายุกยิกเข้ามาที่ข้างเตียง ก่อนจะใช้เครื่องมือบางอย่างที่มีลักษณะเป็นสี่เหล่ียมเล็ก ๆ คล้ายกับแฟลชไดร์ มาเกี่ยวลงตรงกกหูของเจฟเฟอร์ เท่านั้นยังไม่พอ มือเรียวยังเอื้อมไปหยิบเอาผ้าปิดปากผืนหนึ่งขึ้นมา เธอสะบัดมันสองสามทีต่อด้วยการขึงพืดเข้ากับปลายคางตวัดโอบรัดพื้นที่ใบหน้าไปมากกว่าครึ่ง เพื่อทำการยุติสำเนียงเสียงสนทนาของชายหนุ่มเอาไว้ นั่นจึงเท่ากับว่าบัดนี้เจฟเฟอร์ได้ถูกพันธนาการร่าง ไว้บนเตียงผ่าตัดโดยสมบูรณ์แบบแล้ว! ซึ่งต่อให้เจ้าตัวจะพยายามดิ้นรนสักเพียงใด ก็ไม่มีใครสนใจเลยสักคน
.
"ใจเย็นก่อนนะคะเจ้าหน้าที่เจฟ นี่เป็นหนึ่งในขั้นตอนการรักษาค่ะ หมอจำเป็นต้องใช้สมาธิขั้นสูงเพราะงั้นคุณจะปริปากพูดไม่ได้ ยูมิจ๊ะช่วยดึงจอภาพลงมาให้ด้วยจ่ะ"
.
"ไฮ้! ได้ค่ะ"
.
"พรืดดดดดดด"
.
เพียงเสี้ยวอึดใจจอโปรเจคเตอร์ขนาดพอเหมาะพอดีก็ขึงตรึงลงมาจากเพดาน พร้อมกันกับตัวรับสัญญาณบลูทูธบนกกหู ที่กระพริบปิ๊บ ๆ อยู่ตลอด เจ้าเครื่องนี้จะทำการเชื่อมต่อสัญญาณ ดึงความคิดและความทรงจำต่าง ๆ ของเจฟเฟอร์ขึ้นมาบนจอ ทำให้หมอหรือผู้ให้การรักษารู้ว่าผู้ป่วยกำลังรู้สึกยังไง แม้ว่าเจ้าตัวจะสลบไสลหรือว่าโดนปิดปากอยู่ก็ตาม
.
แต่ทว่าจะเป็นเพราะความกลัวหรือตกใจก็มิอาจทราบได้! เมื่อพ่อหนุ่มเจฟเฟอร์กลับเลือกที่จะตอบสนองสิ่งนี้ด้วยการกระตุกที่แขน!
.
"หือ? แขนที่ขาดงั้นเหรอคะ? ยังไม่ใช่ค่ะเราจะยังไม่รักษามันตอนนี้ เพราะสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในร่างกายคุณคือเจ้านี่ต่างหาก!"
.
"หมับ!"
.
"อั๊กกกก! , อ่ำอึ่ง ๆ , อั๊กกกก!"
.
"อวัยวะเพศที่ซุกซนขนาดนี้ หมอว่ามันน่าจะถึงเวลาสงบเสงี่ยมเจียมตัวได้แล้วนะคะ อุ๊ย! แค่เผลอจับนิดเดียว! ทำไมถึงอ้วนพลีขึ้นได้ถึงเพียงนี้กันล่ะคะเนียะ?"
.
"ยูมิจัง!"
.
"คะ? คุณหมอ?"
.
"รีบถอดกางเกงเขาออกสิ! เร็วเข้า!"
วังเวงเงียบเชียบราวกับป่าช้า อาคารสถาบัน BPI เป็นตึกที่สร้างขึ้นมาใหม่ และทั้งหมดที่เห็นอยู่ก็เป็นเพียงเทคโนโลยีสร้างภาพเสมือน ใต้ฝ่าเท้าที่พวกเขาเหยียบอยู่จึงไม่มีกระดูกของวีรชนคนบรรพบุรุษ จะมีก็แต่ร่างที่ละม้ายคล้ายศพของเด็ก ๆ จากทีมเฟอร์นันโดทั้ง 3 คน ที่มิอาจประเมินความเป็นคนที่คงเหลือได้."ฟู่~!"(ควันยังคงขึ้นโขมง).และคุณครูมนุษย์ลาวาก็เงียบกริบ ต่อด้วยการกระดิกมือเป็นสัญญาณให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 ถอยฉากออกมาก่อน.แกเเดินเข้าไปเช็คร่างของอันธการผู้นอนคว่ำหน้าอยู่ใกล้สุด ด้วยความสัตย์จริงมองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่คือคนที่เก่งที่สุดในตี้ จัดการเขาได้คนอื่นก็ไม่ใช่งานยากอะไร ร่างจิ๋วดำเมือบของอันธการจึงถูกจับชูแขนขึ้นกลางอากาศ เครื่องออนิวแทร็ปคือเป้าหมายด้วยข้อมูลพิกัดในนี้จะทำให้ล่วงรู้ตำแหน่งของคนเป็นครูที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ส่วนการจับแขนชูไว้ให้เรือนร่างห้อยต่องแต่งลงมา ก็มีเจตนาเพื่อจะโชว์ให้ลูกศิษย์ของตัวเองได้เห็น."ฉันจะฉีกแขนแกให้ขาดตามออนิวแทร็ปออกมาเลย ไอ้เด็กเหี้ย!".โรคจิตสัด ๆ กับเด็กก็ไม่เว้น แม้จะสลบไสลอยู่แต่เสียงกระดูกหัวไหล่ที่เริ่มเลือนลั่นก็ทำเอาเสียววาบไปทั้งย่าน
ฟ้าโล่งโปร่งสบายดินเรียบดั่งเม็ดทรายไร้อุปสรรค ว่าแต่มันหายไปไหน! ไอ้ก้อนหินลูกไฟที่พ่นออกจากปากราวกับแมกม่าเดือด ๆ นั่น มันพ่นไปไหนของมัน นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดหลังจากได้เห็นร่างกายของครูหัวเพลิงได้เปลี่ยนรูปร่างไป.แม่งเหมือนภูเขาไฟเวอร์ชั่นมีขาเนื้อตัวแตกกะเทาะล่อนเป็นกาบ ๆ ปากอ้ากว้างราวกับปากปล่อง แถมยังเดือดปุด ๆ ปะทุอยู่ตลอดเวลา จังหวะที่ครูโก่งตัวนี่ทุกคนรู้เลยว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้น เศษหินดินกรวดได้ผสมปนเปกับมวลไฟที่อยู่ภายในเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะพุ่ง ปุด!.. ปุด!.. ปุด!.. ปุด! ออกมารวดเดียวราวกับห่ากระสุน.เด็กฝั่งนั้นต่างพากันก้มหลบวิถี เช่นกันกับอันธการกับสกายด์ที่ก็ต่างย่อตัวให้ต่ำลง พยายามกางบาเรียผลึกให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วสกายด์ก็ถามขึ้น."มันยิงไปไหนอ่ะพี่อัน? พวกเราอยู่ทางนี้ไม่ใช่เหรอ?"."ไม่รู้ดิ? พลาดมั้ง! ก้อนแม็กม่านั่นถ้าโดนเข้าล่ะก็เราคงไม่รอด"อันธการตอบ.กระทั่งหันหลังกลับไปอีกทีถึงได้รู้ความจริงว่า ที่แท้มันไม่ได้ยิงขึ้นข้างบนหรือลงข้างล่าง แต่มันยิงแบบไซร้โค้งออกมาด้านข้างเพื่อหลบกำแพงบาเรียของสกายด์ต่างหาก.บางทีครูหัวเพลิงอา
"อืม.. ไม่เลวนี่ Not bad! , Not bad! at all"ลูบคางครึงปากคือพฤติกรรมที่เฟอร์นันโดแสดงออก เขายืนกอดอกอยู่บนเนินเขาเฝ้ามองเด็กในสังกัดจากระยะไกล เปี่ยมล้นไปด้วยความภูมิใจอยู่ในที."อัธการดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วคงอยากจะพิสูจน์ตัวเอง งั้นก็จงแสดงออกมาเถอะไอ้หนู รอบตัวนายก็พี่น้องทั้งนั้น ฝั่งศัตรูก็ไม่เห็นจะสักเท่าไหร่"คุณครูพูดคนเดียวไม่ได้เหงาหรอก แต่ถ้าคิดอะไรที่มันปลุกใจขึ้นมาได้เฟอร์นันโดก็มักจะเผลอทำแบบนี้."ซึมมมม~!""จิ้ววว! , จิ้ววว! , ซึมมม~!""ตูมมมมม~!"."จิ้ววว! , จิ้ววว! , จิ้ววว!".เสียงระเบ็งเซ็งแซ่จากการปะทะกันดังก้องขึ้นมาถึงบนนี้ ฝ่าตีนที่รับน้ำหนักอยู่นี่ถึงกับสั่นโครม ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่แง่งผาสั่นโยก ให้ตายเถอะนี่มันการต่อสู้ประเภทไหนกัน เกิดการเซอร์ไพรต์ขึ้นเล็กน้อยเจ้าตัวก็เลยต้องหลุบสายตาลงมามองข้อความบนออนิวแทร็ปเป็นการแก้เขิน."สกายด์ส่งข้อความมางั้นเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่?""อืม.. อืม.. อืม.. อ่าห๊ะ!""อืม.. ครูก็เห็นด้วยตามที่เธอบอกอยู่นะว่าตัวปัญหาของศึกนี้น่าจะเป็นไอ้คนที่เป็นครูของฝั่งโน้นนั่นแหละ มันไม่ยอมเบามือเลย ดูจากท่าทางการปล่อยหมัดกับออกอาวุธแล้ว
"เฮ๊ยยยย! , ย๊ากกกก!"."เปรี๊ยงงง!!!".เศษผลึกแตกกระจุยกระจาย อันธการสอดแขนพุ่งขึ้นมาราวกับลูกเจ๊ียบที่ทะยานตัวออกจากเปลือกไข่ เขาแหกปากตะโกนเพื่อเป็นการเสริมแรง เหยียดแขนถีบขากะเอาให้แม่งแตกออกทุกทิศทุกทางจะได้ลุกขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วก็ทำได้จริง ๆ."เฮือกกก! ขอบใจมากสกายด์ช่วยฉันได้เยอะเลย"รุ่นพี่แห่งโลกวิญญาณพูดพลางเอื้อมมือมาตบที่ไหล่ ต่อด้วยการสืบเท้าขึ้นมายืนด้านหน้าพวกน้อง ๆ."เอ่อ..จะเอาเลยเหรอครับพี่อัน? พี่ไม่มีแผลหรือแตกหักตรงไหนบ้างเลยเหรอ?"สกายด์ชำเลืองสายตาถาม."กริ๊กกก! , กรุ๊บ! , กริ๊กกก!"."ไม่หรอกถ้าจะมีก็เห็นจะมีแต่ผลึกของนายที่ฉันเหยียบแตกไปเมื่อครู่ ฮึ่ยยย! นี่แหนะ!"."เปรี๊ยงงง!"ไม่มีปี่มีขลุ่ยมีแต่หลังตีนหนา ๆ ที่ตะบันเตะเข้าใส่เศษผลึกก้อนหนึ่งเต็มแรง หวังเป็นการเบิกทางการโจมตีให้แก่ฝั่งตนเอง.มันลอยแหวกอากาศด้วยพละกำลังที่แรงกว่าตอนที่สกายด์คอนโทรลถึง 3 เท่า มิหนำซ้ำทิศทางก็ตรงเป๊ะ อีกไม่ถึง 3 วิต้องตรงเข้าหน้าผาก ไอ้มนุษย์ไฟที่ยืนอยู่ตรงกลางเป็นแน่แท้.แต่แม่งพลาด!.จะเรียกว่าโดนหักหน้ายับเป็นหนที่สองติด ๆ กันก็คงไม่ผิด เพราะฝั่งนั้นแค่ขยิบตาการโจมตีแบ
เคยเห็นแต่คลื่นน้ำทะเลที่โถมเข้ามากระทบหาดทรายดังครืด ๆ เพิ่งจะมีวันนี้แหละที่ได้เห็นคลื่นพลังเพลิงกับตาตัวเองเป็นครั้งแรก จากหนึ่งในสามต้องมีใครสักคนในนั้นที่ปล่อยมันออกมา เกลียวความร้อนหมุนวนตวัดตัวไต่เรี่ยมากับพื้นดิน พลันยกตัวเองขึ้นสูงเสียดฟ้า เตรียมจะโถมลงมากลบใส่อันธการ ที่เอาแต่ยืนนิ่งยอมรับชะตากรรมราวกับสารภาพบาป."ครืดดด.. ด.. ด.. ด! , ครืดดดด.. ด.. ด.. ด..!"."โถ่เอ๊ย! ไม่ทันแล้วสินะ เรามาได้แค่นี้เองเหรออันธการ"ตั้งคำถามกับตัวเองพลันแหงนหน้ามองเงาดำทะมึนจากเปลวเพลิงเหนือศีรษะ สาบานได้ว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นปิดป้องเลยด้วยซ้ำ."ฟึมมม~! ม.. ม.. ม~!"."ฟีบบบ~~!"."เอ๋..อะไรอ่ะ? มอดไปเองเฉยเลยแฮะ?".ใช่อย่างที่เขาพูดดูเหมือนการพิพากษาจากเปลวไฟจะจบสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะการมาถึงของเพื่อนร่วมทีมอย่างสกายด์และเรนโบว์ จากระยะไกลกว่า 20 เมตรแถว ๆ ตีนเขา ทันทีที่เห็นว่ารุ่นพี่ชักจะเสียท่า สกายด์จึงรีบส่งผลึกสีฟ้าอันเป็นพลังเฉพาะตัวของเขามุดแทรกลงไปใต้พื้นดิน พวกมันทั้งหลายพุ่งแหวกผ่านฐานล่างเสียดแทงเป็นกระสวยทะลุทะลวงสรรพส่ิง ก่อนจะโผล่พรวดขึ้นมาขวางกั้นม่านทะเลเพลิงจ
"ช่วยด้วย! , ช่วยฉันด้วย! , ฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ววว~!".กระเสือกกระสนดิ้นทุรุนทุราย การเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมาดั่งบอกเป็นนัยว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียว อันธการพลาดอีกจนได้ ความร้อนทารุณกรรมเขาแล็วก็เปรียบดั่งทวยเทพที่ไม่มีใครหน้าไหนโกหกได้ ตรงกับที่ครูฝั่งโน้นโม้ไว้จริง ๆ."หอมน่ารับประทานเชียวคุณผู้ชม~"คุณครูประชดแกยิ้มมุมปากออกมาพลางหลุบสายตาไปมองลูกศิษย์ทั้งคู่ ที่ต่างก็ออกอาการสะใจอยู่ในที เพียงแค่นี้การตายของเพื่อนก็ถูกชำละล้างแล้ว."หนูจะกินเขาให้พุงกางเลยค่ะ.."."ใช่! ผมก็เหมือนกัน เราไม่ได้กินเนื้อดี ๆ มาเป็นอาทิตย์แล้ว ตั้งแต่ที่ด็อกเตอร์ J ห้ามไม่ให้ใช้งานแอพสั่งอาหาร.."เด็กชายพูดเสริม เขาวางมือลงที่พุง พลันสัมผัสได้ถึงเนื้อหอม ๆ แสนอร่อยที่ส่งกลิ่นโชยมาเตะจมูก.อันธการตกอยู่ในสถานะคอขาดบาดตาย เขาได้ยินสิ่งที่พวกนี้ถ่มถุยออกมาทุกคำ แล้วก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นอาหารอันโอชะ คนปี้คนยังได้แล้วทำไมคนจะกินคนไม่ได้เล่า ตรรกะก็สมเหตุสมผลอยู่โลกยุคปัจจุบันก็ปาเข้าไปปี ค.ศ. 2078 เข้าไปแล้ว สมัยใหม่โลกใหม่ ชุดความคิดที่ว่าคนกินคนเป็นเรื่องของคนป่าล้าหลังจึง







