Masukโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
"น้ำหนักยังไม่ขึ้นเลยนะคะ ช่วงนี้นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายหรือเปล่า"
คุณหมอคนสวยถามฉัน
เดือนก่อนหมอประจำตัวฉันเป็นผู้ชายวัยสักสามสิบกว่า ๆ แต่ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้เปลี่ยนกะทัน เป็นคุณหมอผู้หญิงที่สวยเฉี่ยวคนนี้ได้
"มีอะไรเหรอคะ เห็นจ้องหมอนานแล้ว"
"ขอโทษค่ะ" รีบยกมือไหว้ขอโทษคุณหมอที่เสียมารยาทมองเธอตาไม่กะพริบ
"คุณหมอสวยมาก หนูเลยมองเพลินไปหน่อย" ตอบเสียงเขิน ๆ จนอีกคนหัวเราะคิกคักออกมา
"ใคร ๆ ก็บอกหมอแบบนั้นจนชินแล้วค่ะ"
ถึงว่าคุณหมอคนสวยไม่ค่อยดูตื่นเต้นกับสิ่งที่ฉันชมออกไป
"ที่หมอถาม ตกลงมีอาการไหนบ้างไหมคะ"
อ้อ! ลืมตอบคำถามไปเลย
"หนูชอบฝันร้ายซ้ำ ๆ ค่ะ"
"ฝันร้าย? พอจะเล่าให้หมอฟังได้ไหมเอ่ย"
ฉันกำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น ทั้งบีบมันจนเลือดไม่ไหลเวียนรู้สึกชาหนึบแล้วค่อยคลายออก
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องกลัว มันก็แค่ฝันนะคะ"
มันก็แค่ฝัน...
ทว่าเป็นฝันที่เคยเกิดขึ้นจริงกับฉันมาก่อน
"คุณขัติมากรคะ หายใจเข้าลึก ๆ นะคะ ค่อย ๆ หายใจค่ะ"
ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนมีหมุดหรืออะไรหนัก ๆ มาทับที่อกจนหายใจลำบาก
ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่ฉันถูกคนกลุ่มนั้นพาตัวขึ้นรถแล้วกระชากลงรถลากไถไปกับพื้นฉันยิ่งตัวสั่น
"คนไข้คะ! ตั้งสติค่ะ ขัติมากร! ตั้งสติหน่อย"
"ฮึก ฮือ..."
กลัว ฉันกลัวเหลือเกิน
เจ็บ! ตรงหลังฉันมันเจ็บมาก ร่างกายก็รู้สึกรวดร้าวไปหมด
จึก!
รู้สึกจี๊ดขึ้นมาที่ต้นแขนข้างหนึ่ง ตามมาด้วยดวงตาค่อย ๆ ปรือลง ร่างกายรู้สึกเบาโหวงไร้เรี่ยวแรง
หมับ!
"พาขึ้นไปพักบนเตียงก่อนค่ะ"
หูฉันได้ยินเสียงคนคุยกัน แต่ไม่กี่นาทีต่อมาทุกอย่างก็ดับวูบลง
Specail part
หลังจากที่หมอลิลณาซักไซ้คนไข้ในความดูแลของเธอ อาการของขัติมากรก็ดูแปลกไปจากปกติ เธอเริ่มเหงื่อตกตามกรอบหน้า ร่างกายสั่นเทา ดวงตาเริ่มเลิ่กลั่กจากอาการหวาดกลัว
หมอลิลณาเห็นท่าไม่ดีกลัวเธอจะช็อกจึงรีบฉีดยาสลบแบบอ่อน ๆ ให้ ก่อนจะเรียกพยาบาลเข้ามาช่วยพยุงคนไข้ขึ้นพักบนเตียง
"เกิดอะไรขึ้นครับคุณลิลลี่?"
ทัศน์เทพที่ได้รับคำสั่งให้ดูแลผู้หญิงในปกครองของนายให้ดีได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบเข้ามาดู
"ฉันน่าจะไปกระตุ้นความทรงจำที่ไม่น่าจดจำของเธอเข้า"
ลิลลี่ หรือ หมอลิลณา บอกบอดี้การ์ดมือขวาของพี่ชายเธอ
จู่ ๆ ที่หมอประจำตัวของขัติมากรที่ดูแลรักษาเธอมาตั้งสี่เดือนแต่สุขภาพเธอกลับไม่ดีขึ้นเลยทั้ง ๆ วินิจฉัยออกมาเป็นแค่โรคขาดสารอาหาร
สาเหตุเพราะความไร้จรรยาบรรณของหมอที่เห็นแค่ความสำคัญของเม็ดเงิน พอครอบครัวเธอจ่ายหนักจ่ายไม่อั้นจึงไม่อยากรีบรักษาให้หาย จนกันตพลจับได้เลยถูกเด้งออกจากโรงพยาบาล
"ผมต้องโทร.รายงานนายก่อน"
ทัศน์เทพรีบเดินออกจากห้องนี้ เขาควักโทรศัพท์เครื่องหรูออกมากดโทร.หานายทันที
"นายเสร็จธุระยังครับ"
เขายังคงเกริ่นออกไปแบบปกติ
[ยัง เหมือนจะตกลงกันไม่ได้]
ทางนั้นก็มีปัญหาคาราคาซังยิบย่อยอยู่เหมือนกัน แต่ก็รู้สึกแปลกใจทำไมมือขวาเขาถึงโทร.มาถามเรื่องนี้
[เกิดอะไรขึ้น]
คนถูกตั้งคำถามกลับรวบรวมความกล้ารายงานสถานการณ์ปัจจุบันออกไปทันที
"คุณฟางเซียนเหมือนจะมีปัญหาแล้วครับ"
เพียงแค่อีกฝ่ายได้ยินชื่อที่เขาจดจำได้ขึ้นใจ เสียงเหมือนขยับตัวก็ดังลอดออกมา ตามมาด้วยเสียงโวยวายจากคนหลายคนดังเข้ามาในสาย แลดูวุ่นวายกันหนักกว่าทางนี้
[ตอนนี้อยู่ที่ไหน]
"โรงพยาบาลครับ"
เขาตอบผู้เป็นนายสั้น ๆ อย่างไม่ยืดยื้อ ฝ่ายนั้นวางหูไปแต่ก็ได้ยินเสียงสบถหยาบคายดังมาก่อนสายจะตัด
[แม่งเอ้ย!]
อาการหัวเสียแบบนี้ไม่รู้เพราะยังเจรจาธุรกิจไม่เสร็จหรือเพราะอีกคนที่เขาโทร.ไปรายงาน
"เฮียเพลิงจะมา?"
คุณหมอคนสวยที่ยืนฟังบทสนทนานั้นตั้งแต่นาทีแรกถามขึ้น
"ครับ" ทัศน์เทพตอบสั้น ๆ
"ตกลงเกิดอะไรขึ้น แล้วผู้หญิงคนนั้นคือใคร?"
หมอลิลณาเพิ่งกลับมาจากการไปอบรมวิชาชีพที่ปารีสมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เธอเลยไม่รู้ว่าสี่เดือนที่ผ่านมาพี่ชายเธอพาใครเข้ามาอยู่ร่วมชายคาด้วย
พอกลับมาถึงที่นี่ปุ๊บเธอก็ถูกพี่ชายสั่งให้มาดูแลคนไข้คนนี้ แถมยังกำชับอีกว่าต้องพิเศษกว่าคนไข้คนอื่น ๆ
เธอเองไม่เคยเห็นพี่ชายที่แสนเย็นชาจะดูห่วงใยใครขนาดนี้ โดยเฉพาะคนแปลกหน้า
"เดี๋ยวคุณลิลลี่ถามจากนายดีกว่าครับ"
ทัศน์เทพไม่อยากก้าวก่ายเรื่องนี้
เข้าไม่รู้ว่านายตนเองพาเธอกลับมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร เขาเองก็ไม่เคยเห็นเจ้านายออกมือช่วยใครที่ไม่รู้จักสักที
แต่เมื่อสี่เดือนก่อนคำสั่งนายเขายังจำได้ทุกคำ
'จัดการพวกมัน แล้วไปเอาตัวเธอมา'
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดแม้เขาจะสนิทกับกันตพลมากแค่ไหนก็ยังเดาใจคนเป็นนายไม่ถูกอยู่ดี
"มาหรือยัง"กันตพลไม่ตอบคำถามไน้สาระนั่นของลูกน้องมือขวาหรอกไอ้เทพน่ะ ถ้ายิ่งเดินตามหมากของมัน ยิ่งไม่จบง่าย"เพิ่งถึงเมื่อสามนาทีที่แล้วครับ"แม้ปากจะรายงานปกติ แต่แววตายังคงมีเลศนัยมองผู้เป็นนายเป็นระยะ ๆ"มึงเฝ้าเธอไว้"เขาหมายถึงเฝ้าขัติมากรแม้รู้ดีว่าเธอไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายที่ชั้นสองห้องทำงานเขาแต่ก็ชะล่าใจไม่ได้งานสีเทาพวกนั้นเขาไม่อยากให้คนบริสุทธิ์อย่างเธอต้องมารับรู้หรือควรบอกว่า ลึก ๆ ในใจกันตพลกำลังหวาดกลัว กลัวว่าถ้าหากเด็กน้อยที่เขาช่วยชีวิตไว้ มารับรู้ถึงอาชีพที่เขาทำอยู่แล้วเธอจะหนีเขาไป"ครับนาย"ทัศน์เทพเองก็ไม่ชอบใจคนที่มาติดต่อธุรกิจกับนายเขาในวันนี้เช่นกันเลยไม่ต่อปากต่อคำทำตัวเป็นเด็กร้องโอดครวญเหมือนครั้งที่เขามอบหน้าที่พาทัวร์มหาลัยให้ในคราวนั้น"ว่าแต่นายไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ"ถ้าจะยั่วเยาะเขาขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีแล้วล่ะหางเสียงน่ะ"ยังอยากเป็นอยู่ไหม มือขวาน่ะ"แทงใจดำที่สุดก็ประโยคนี้แหละเล่นเอาสิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตว่าจะถูกไล่ออกมาขู่แบบนี้เลิกล้อแล้วก็ได้"ผมไปหาน้องฟางเซียนก่อนดีกว่า"หางคิ้วร่างกำยำสวมชุดสีดำกระตุกกึก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามแส
"ฮะ...เฮีย เพลิง"แม้แต่ออกเสียงยังสั่นเครือเลย หายใจก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะรู้สึกเหมือนอีกคนจะโถมน้ำหนักตัวลงมาพิงฉันมากเกินไปจนต้องขืนร่างกายให้ดูมั่นคงแข็งแรงรับน้ำหนักเขา"ถ้าเบอร์นี้โทร.มา หนูต้องรับสาย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"ฉันทวนสิ่งที่เขาพูดตอนแรกในแบบที่ตัวเองเข้าใจ และดูเหมือนอีกคนจะพอใจแล้วเลยปล่อยฉันให้เป็นอิสระ เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนออกคำสั่งต่อมา"กฏข้อที่สอง"แค่กฏข้อแรกหัวใจฟางเซียนก็จะวายอยู่แล้ว หวังว่าข้อสองของเขาคงไม่ยากนะ"ห้ามคบเพื่อนผู้ชายที่มหาลัย""แล้วถ้ามีงานกลุ่มล่ะคะ?"แบบนี้มันกดสิทธิส่วนบุคคลเกินไปนะ"ฉันหมายถึงคบเป็นแฟน"อ๋อ นึกว่าหมายถึงคบพูดคุยเป็นเพื่อนอะไรพวกนั้น"หนูไม่คิดเรื่องพวกนั้นตอนนี้หรอกค่ะ คุณเพลิงกัลป์ไว้ใจได้"ฉันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ แถมรอยยิ้มสวยให้อีกหนึ่งรอยเลย"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อม""คะ?"ทำไมวันนี้เขาดูแปลก ๆ"ช่างเถอะ ทำให้ได้อย่างที่รับปากแล้วกัน"ฉันพยักหน้าสบตาเขาอย่างไม่ละไปไหนเพื่อแสดงความจริงใจว่าฉันจะไม่ผิดคำพูดตัวเองแน่นอน"ข้อสาม"ยังมีต่ออีกเหรอเนี่ย!"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เธอต้องนึกถึงคนแรกคือฉัน"ข้อนี้เขา
ตุ้บ!เห็นไหม มือฉันสั่นจนทำโทรศัพท์หลุดมือไปแล้ว"หึ!"ได้ยินเสียงขำเบา ๆ ดังลอดออกมา จากนั้นร่างกายฉันก็แข็งทื่อราวถูกสาป เมื่อมือแกร่งเอื้อมเหมือนโอบกอดฉันข้างหนึ่งเพื่อมาคว้ามือถือไปถือไว้จากที่ตอนแรกมาแค่มือข้างเดียว แต่นาทีนี้เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมโอบมาด้านหน้า กลายเป็นร่างบางของฉันอยู่กึ่งกลางแขนทั้งสองข้างของเขาใบหน้าเขายังคงวางตำแหน่งเดิมจนบางครั้งแอบเสียดสีแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็ขยับออกห่างเล็กน้อยไม่ดี ๆ ตอนนี้ร่างกายฉันวูบวาบ หายใจไม่ทั่วท้องไปหมดแล้ว"พูดตามสิ"นึกว่าจะจบแล้ว แต่คนตัวโตที่ไม่รู้กำลังเล่นอะไรอยู่ออกคำสั่งให้ฉันอ่านตามสิ่งที่เขาพิมพ์"ยะ...ย.ยักษ์"นี่เขากำลังจะสอนพยัญชนะไทยให้อยู่หรือเปล่าเนี่ย"สระเอ" เสียงฉัน"อืม" ทำไมต้องครางตอบด้วยฉันถูกสอนเขียน สอนอ่านภาษาไทยมาตั้งแต่จำความได้จากแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว ทำให้พื้นฐานแน่น ไม่ต้องมาหลอกวัดไอคิวฉันก็ได้ค่ะ"พูดต่อสิ"พอฉันเงียบเพราะรู้สึกสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัว คนด้านหลังก็ใช้ไหล่หนาเขาสะกิดไหล่บางฉันที่เหมือนถูกโอบกอดอยู่ให้อ่านพยัญชนะตัวต่อไป"พ.พาน"ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้"ล.ลิง""...""สระอ
ตอนนี้ฉันกำลังถูกขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดของคุณเพลิงกัลป์ทั้งสองคน ส่วนด้านหน้ายังมีผู้ชายแสนเย็นชานั่งเฝ้าอีกต่างหาก"อะ สมัครให้ครบทุกอย่างแล้ว"เฮียเทพยื่นโทรศัพท์ที่คุณเพลิงกัลป์เพิ่งซื้อให้หมาด ๆ คืนฉัน"ส่วนนี่ รหัสพร้อมพาสเวิร์ดสำหรับเข้าใช้งานแอปต่าง ๆ"คุณเทชิเองก็ยื่นสมุดโน้ตขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ฉันเช่นกัน"ฝึกเล่นให้ชิน" คุณเพลิงกัลป์สั่ง"จะพยายามค่ะ" ฉันตอบอย่างเรียบง่ายนั่งดูเฮียเทพเล่นเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะยากอะไร"เฮียครับ ได้เวลาแล้ว"ฉันเหลือบมองดูเวลาที่ผนังห้อง บ่งบอกว่าเที่ยงตรงพอดีเมื่อเช้าเขามีนัดนี่นะ..."พวกมึงออกไปก่อน"สิ้นคำสั่งทั้งสองคนก็ออกไปจากห้องนี้ทันทีส่วนห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องไหน เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนี่แหละRrr...เสียงริงโทนที่เฮียเทพเพิ่งตั้งให้ฉันหมาด ๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครโทร.มา เพราะเครื่องเพิ่งเปิดใช้บริการ และในวินาทีต่อมาฉันก็กระจ่างแจ้งว่าเบอร์ที่ว่านี้คือเบอร์ใคร"รับสิ นั่นเบอร์ฉันเอง"เบอร์เขา?แล้วทำไมต้องให้ฉันรับสายด้วย บอกแค่นี้ก็รู้แล้ว"รับ" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกรอบรีบลนลานสไลด์หน้
หมับ!อีกข้างก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาของคนที่มองตาขวางใส่น้องสาวเขาเช่นกัน"ไม่มีมารยาท ฉันยังทำธุระไม่เสร็จ"เสียงคุณเพลิงกัลป์ออกไปทางดุอีกคน แต่เหมือนหมอลิลณาจะไม่สะทกสะท้านทั้งสายตาเย็นชาและน้ำเสียงดุ ๆ นั่นของพี่ชายเธอเลยสักนิด"ฟางเซียนไม่มีเงินจ่ายของพวกนั้นหรอก เฮียจัดการเสร็จค่อยตามพวกเรามาแล้วกัน""อ๊ะ!"ร่างฉันเกือบจะลอยตามแรงกระชากของเธอ แต่ไม่ใช่กระชากให้เจ็บตัวอะไรนะ เธอแค่ดึงฉันให้เดินตามปกติ ผิดที่ฉันมัวแต่เหม่อจนเดินตามไม่ทันเอง"ตกลงนี่คบกันเหรอ?""คะ?"ไม่เข้าใจความหมายของคำถามนั้นจนคิ้วขมวดยุ่น"ไม่มีอะไรหรอก"หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะหูแว่วไปเอง?"อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"เราสองคนหยุดยืนอยู่ใจกลางโซนร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายร้านหลากหลายสไตล์"นั่นเป็นไง"หมอลิลณาชี้ไปยังร้านที่เป็นป้ายชื่อภาษาจีนฉันรีบขืนแรงไว้เพราะไม่อยากนึกถึงตัวตนของตัวเอง"หนูว่ารอคุณเพลิงกัลป์ก่อนดีไหมคะ"ยื้อเวลาไว้ก่อนฟางเซียน ไม่ใช่ว่ารังเกียจที่จะอยู่กับหมอลิลณาคนสวย แต่ฉันแค่รู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกถึงเจตนาไม่ดี แต่เธอกำลังมีลับลมคมนัยอะไรสักอย่างแน่ ๆ"ห่างก
"ผู้ชายพวกนั้น"เขาคงเพิ่งนึกได้ว่าคำถามตัวเองมันดูกว้างไปเลยถามอีกครั้งแบบระบุตัวตน"หนูไม่รู้ค่ะ แต่พี่แก้มกับชลเรียกพวกเขาว่าอันธพาล""ต่อไปฉันคงต้องให้ใครสักคนตามประกบเธอ""ไม่ได้นะคะ!"แย่แล้ว! ทำไมถึงกล้าปฏิเสธเขาเสียงแข็งแบบนั้นนะดูสิ! คุณเพลิงกัลป์คิ้วขมวดแล้ว"คือ... หนูไม่อยากให้คนอื่นมองหนูแบบเป็นลูกมาเฟียอะไรพวกนั้นค่ะ"ถ้าเขาให้คนตามประกบฉันจริงขอเลือกนอนอยู่บ้านไม่ต้องออกไปเรียนดีกว่า"อึดอัด?""..." ข้อนี้ถามตรง ฉันเลยพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังไม่กล้าสบตาเขา"นายจะกลับเพนท์เฮาส์เลยไหมครับ" เสียงคุณเทชิถามขึ้น"ไปห้าง"แต่คำตอบผู้เป็นนายทำฉันขมวดคิ้วเป็นหนที่เท่าไหร่ไม่รู้"ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่หลังจากนี้เราต้องมีกฏที่ต้องตกลงกัน"กฏเหรอ?คงไม่มีอะไรยากหรอกมั้งอย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลง "ค่ะ"เอาจริง ๆ มาอยู่ที่นี่ได้ห้าเดือน ฉันนับจำนวนครั้งที่ออกมาเดินห้างแบบนี้ได้เลยนี่เป็นครั้งที่สามในรอบห้าเดือนที่ฉันได้ออกมาเปิดหูเปิดตา"เอาเครื่องที่แพงที่สุด"สงสัยไหมว่าเขากำลังทำอะไรคุณเพลิงกัลป์พาฉันมาร้านโทรศัพท์มือถือ เขาสั่งพนักงานให้หยิบเครื่องที่แพงที่สุดมาให้ฉ
วี้ดวิ้ว~เสียงผิวปากดังลอยมาแต่ไกล จากนั้นก็ปรากฏกลุ่มผู้ชาย สูงยาวเข่าดี หน้าตาจัดว่าดีแต่ไม่เท่าลูกน้องคุณเพลิงกัลป์ที่ฉันรู้จัก"พาสาวสวยที่ไหนมาเอ่ย"ผู้ชายรูปร่างสูงผิวติดคล้ำนิด ๆ กระโดดมาขวางทางพวกเรา"ถอยไปเลยอันธพาล"ขอกลับคำนิดนึงตอนแรกบอกว่าพี่แก้มแกเหมือนกุลสตรี แต่ตอนนี้ฉันว่าไม่ใช่แ
"วันนี้มีนักศึกษาย้ายมาเรียนกลางเทอม ใครใจดีก็ช่วยบอกงานเพื่อนให้ตามเก็บด้วยนะ"อาจารย์ประจำคลาสแนะนำฉัน ก่อนจะบอกให้หาที่นั่งเองตามสบายด้วยความที่เพิ่งเคยเจอบรรยากาศในห้องเรียนแบบกลิ่นไอผู้ใหญ่แบบนี้ก็รู้สึกเกร็งนิดหน่อยพอหาที่นั่งได้ก็รู้สึกเหมือนใครสะกิดจากทางขวามือ พอหันไปมองเจอผู้หญิงคนหนึ่งห
'เขาคงไม่ได้ทำแบบนั้นเพราะคำพูดฉันใช่ไหมนะ?'บนโต๊ะอาหารยังคงเงียบเช่นเดิม จนเฮียเทพเดินเข้ามา"วันนี้มีแขกมาขอพบนายตอนเที่ยงตรงครับ""ใคร?"คนที่กำลังใช้มีดหั่นเนื้อบนจานปรายตาขึ้นมองลูกน้องที่ยืนรายงานแค่แวบหนึ่ง"คุณเคโกะครับ"ชื่อน่ารักจัง เหมือนชื่อคนญี่ปุ่นเลย"เลื่อนนัด เที่ยงนี้ฉันต้องไปทำธุ
หลายวันต่อมาในที่สุดฉันก็ได้สวมชุดนักศึกษาเหมือนคนอื่น ๆ สักทียืนหมุนตัวซ้ายขวาอยู่หน้ากระจกเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่สวมอยู่ เสียงประตูห้องก็ดังขึ้น"เชิญค่ะ""คุณเพลิงกัลป์ให้มาตามลงไปรับประทานอาหารเข้าค่ะ"เธอคือแม่บ้านที่อยู่ประจำเพนท์เฮาส์นี้"ค่ะ" ฉันพยักหน้าพร้อมขยับมุมปากยกขึ







