LOGIN“ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ”
ตอนนี้รู้แล้วว่างานที่พวกเขาให้ทำไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ ๆ เงินค่าตัวที่สูงลิ่วขนาดนั้น เธอไม่อยากจินตนาการเลยว่ามันคือการค้ามนุษย์ที่คนเป็นป้าทำกับเธอได้ลงคอ
“อย่าแค้นพวกเราเลยคนสวย ต้องโทษสองแม่ลูกหิวเงินนั่นที่ทำลายชีวิตเธอ”
ก็ถูกของเขา...
ถ้าป้าเหยาไม่รับเงิน เธอคงไม่อยู่ในสภาพนี้ แต่ถ้าเธอยอมรับชะตากรรมนี้ เธอก็คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วเช่นกัน
“โอ๊ย! นังบ้าเอ๊ย!”
เสียงชายที่นั่งข้าง ๆ เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อฟางเซียนตัดสินใจกัดเข้าที่หูของชายคนนั้น
ส่วนอีกคนที่นั่งอีกฝั่งรีบดึงเธอออกแต่ก็ถูกแรงเท่ามดในคราวแรกกระแทกเข้าเต็ม ๆ ที่ของรักของหวงจนเจ็บจุก
รถที่เคลื่อนตัวอยู่รีบจอดทันทีเพื่อหวังจะสั่งสอนให้หลาบจำ
ร่างบางถูกลากลงมาจากรถอย่างไม่มีความเมตตาสงสารใด ๆ ทั้งสิ้น
ผลักเธอให้กองอยู่ข้างถนน มือหนาของคนใจร้ายง้างขึ้นหมายจะตบตี
ปี้น ๆ เสียงแตรรถปริศนาคันหนึ่งขับผ่านมาพอดี จึงบีบแตรส่งสัญญาณ
แต่พวกเขาไม่ได้ตกใจหรือเกรงกลัวรถอีกคันที่ขับมาเลยสักนิด
นี่มันถิ่นเขา ใครจะใหญ่ไปกว่าเจ้านายที่คุมเขตกว่างโจว [4] ทั้งเมืองกันล่ะ
“ฉุด?”
คำถามสั้น ๆ ดังขึ้นพร้อมร่างกำยำผมสีดำสวมสูทสีเดียวกับผมเดินลงมาจากรถหรูคันที่เพิ่งบีบแตรใส่พวกเขา
เค้าโครงหน้าไม่ใช่คนประเทศตนแน่ ออกไปแนวคนชาติญี่ปุ่นมากกว่า
แต่กลับพูดภาษาถิ่นได้ชัดขนาดนี้น่าจะไม่ใช่ผู้ผ่านทางธรรมดา
“ถ้าไม่อยากไปเฝ้ายมบาลก็ไสหัวไปซะ!”
เสียงตะโกนกร้าวเบ่งความยิ่งใหญ่จากชายคนที่กำลังจะง้างมือขึ้นทำร้านผู้หญิงดังขึ้น
“ครับนาย”
ผู้มาเยือนคนใหม่ใช้มือแตะเครื่องสื่อสารที่ติดอยู่ในหูเพื่อรับคำสั่งจากนายที่อยู่ในรถให้จัดการสวะพวกนี้ให้สิ้นซาก
ร่างสูงในชุดสูทสีดำเดินอย่างองอาจไปด้านหน้าอย่างไม่กลัวคนกลุ่มหนึ่งที่มีมากกว่าตนถึงสี่เท่า
เจ้าผอมหนึ่งในแก๊งที่เพิ่งฉุดฟางเซียนมารีบปรี่เข้าหมายจะทำผลงานแต่ถูกสับศอกลงท้ายทอยจนสลบเหมือด
คนอื่น ๆ เห็นท่าไม่ดีเตรียมจะล้วงปืนออกมาจัดการให้จบ ๆ
ไปแต่เสียงปืนจากกระบอกอื่นจากฝ่ายตรงข้ามกลับดังขึ้นก่อน
แถมเข้าเป้าที่หน้าขาชายคนที่สองที่เป็นพวกเดียวกันกับคนแรกที่สลบไปแล้ว
“ลากตัวยัยนั่นขึ้นมา!”
เสียงคนที่มีหน้าที่ขับรถตะโกนเรียกพรรคพวกเมื่อเห็นท่าไม่ดี
ร่างบอบบางของฟางเซียนถูกกระชากกลับขึ้นรถอีกครั้ง
แต่นั่นช้ากว่าชายแปลกหน้าที่เป็นพลเมืองดี เขาคว้าแขนเธอไว้ทัน
แถมส่งลูกถีบเข้าเต็มหน้าท้องสมุนอีกคนของแก๊งอันธพาลจนล้มจุกกลิ้งไปมาบนพื้นแข็ง
บรืนนนน~
เสียงล้อลดเบียดถนนพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คิดเหลียวแลเพื่อนสามคนที่นอนกองอยู่ตรงนี้
“ไสหัวไป ถ้าอยากมีชีวิตอยู่”
พลเมืองแปลกหน้าผู้ใจดีแต่น่ากลัวเอ่ยเสียงทุ้มบอกอีกฝ่าย
ก่อนจะพยุงร่างบางที่บอบช้ำไปทั้งร่างกายแถมสลบไปตอนไหนก็ไม่รู้ขึ้นรถที่จอดสนิทอยู่ทันที
“ขอบใจ”
เขาเอ่ยบอกเจ้าของกระสุนเมื่อสักครู่ที่เป็นเพื่อนกันก่อนจะเดินอ้อมไปขึ้นนั่งประจำที่อีกฝั่งข้างคนขับ
“นายจะเอายังไงต่อ”
เจ้าของกระสุนนั้นถามผู้เป็นนายที่นั่งมองร่างบางที่ไร้สติอย่างเดาความคิดไม่ออก
“กลับ!”
สิ้นคำสั่งนั้น รถหรูก็ขับทะยานกลับสู่ที่พักทันที
ทุกอย่างถูกชายฉกรรณ์สามคนที่ถูกลอยแพจดจำรายละเอียดเท่าที่จำได้ไว้ในสมอง
พวกเขาต้องเอาเรื่องนี้ไปฟ้องนายเพื่อลบความผิดพลาดในครั้งนี้
คิดมีเรื่องกับ ‘เฉิง กวง หมิน’ ผู้มีอิทธิพลดำมืดในกว่างโจวเท่ากับเอาขาข้างหนึ่งเหยียบนรกไปแล้ว
"มาหรือยัง"กันตพลไม่ตอบคำถามไน้สาระนั่นของลูกน้องมือขวาหรอกไอ้เทพน่ะ ถ้ายิ่งเดินตามหมากของมัน ยิ่งไม่จบง่าย"เพิ่งถึงเมื่อสามนาทีที่แล้วครับ"แม้ปากจะรายงานปกติ แต่แววตายังคงมีเลศนัยมองผู้เป็นนายเป็นระยะ ๆ"มึงเฝ้าเธอไว้"เขาหมายถึงเฝ้าขัติมากรแม้รู้ดีว่าเธอไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายที่ชั้นสองห้องทำงานเขาแต่ก็ชะล่าใจไม่ได้งานสีเทาพวกนั้นเขาไม่อยากให้คนบริสุทธิ์อย่างเธอต้องมารับรู้หรือควรบอกว่า ลึก ๆ ในใจกันตพลกำลังหวาดกลัว กลัวว่าถ้าหากเด็กน้อยที่เขาช่วยชีวิตไว้ มารับรู้ถึงอาชีพที่เขาทำอยู่แล้วเธอจะหนีเขาไป"ครับนาย"ทัศน์เทพเองก็ไม่ชอบใจคนที่มาติดต่อธุรกิจกับนายเขาในวันนี้เช่นกันเลยไม่ต่อปากต่อคำทำตัวเป็นเด็กร้องโอดครวญเหมือนครั้งที่เขามอบหน้าที่พาทัวร์มหาลัยให้ในคราวนั้น"ว่าแต่นายไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมครับ"ถ้าจะยั่วเยาะเขาขนาดนั้นก็ไม่ต้องมีแล้วล่ะหางเสียงน่ะ"ยังอยากเป็นอยู่ไหม มือขวาน่ะ"แทงใจดำที่สุดก็ประโยคนี้แหละเล่นเอาสิ่งที่เขากลัวที่สุดในชีวิตว่าจะถูกไล่ออกมาขู่แบบนี้เลิกล้อแล้วก็ได้"ผมไปหาน้องฟางเซียนก่อนดีกว่า"หางคิ้วร่างกำยำสวมชุดสีดำกระตุกกึก ๆ เมื่อได้ยินสรรพนามแส
"ฮะ...เฮีย เพลิง"แม้แต่ออกเสียงยังสั่นเครือเลย หายใจก็ติด ๆ ขัด ๆ เพราะรู้สึกเหมือนอีกคนจะโถมน้ำหนักตัวลงมาพิงฉันมากเกินไปจนต้องขืนร่างกายให้ดูมั่นคงแข็งแรงรับน้ำหนักเขา"ถ้าเบอร์นี้โทร.มา หนูต้องรับสาย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"ฉันทวนสิ่งที่เขาพูดตอนแรกในแบบที่ตัวเองเข้าใจ และดูเหมือนอีกคนจะพอใจแล้วเลยปล่อยฉันให้เป็นอิสระ เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมก่อนออกคำสั่งต่อมา"กฏข้อที่สอง"แค่กฏข้อแรกหัวใจฟางเซียนก็จะวายอยู่แล้ว หวังว่าข้อสองของเขาคงไม่ยากนะ"ห้ามคบเพื่อนผู้ชายที่มหาลัย""แล้วถ้ามีงานกลุ่มล่ะคะ?"แบบนี้มันกดสิทธิส่วนบุคคลเกินไปนะ"ฉันหมายถึงคบเป็นแฟน"อ๋อ นึกว่าหมายถึงคบพูดคุยเป็นเพื่อนอะไรพวกนั้น"หนูไม่คิดเรื่องพวกนั้นตอนนี้หรอกค่ะ คุณเพลิงกัลป์ไว้ใจได้"ฉันตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ แถมรอยยิ้มสวยให้อีกหนึ่งรอยเลย"แล้วเมื่อไหร่ถึงจะพร้อม""คะ?"ทำไมวันนี้เขาดูแปลก ๆ"ช่างเถอะ ทำให้ได้อย่างที่รับปากแล้วกัน"ฉันพยักหน้าสบตาเขาอย่างไม่ละไปไหนเพื่อแสดงความจริงใจว่าฉันจะไม่ผิดคำพูดตัวเองแน่นอน"ข้อสาม"ยังมีต่ออีกเหรอเนี่ย!"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เธอต้องนึกถึงคนแรกคือฉัน"ข้อนี้เขา
ตุ้บ!เห็นไหม มือฉันสั่นจนทำโทรศัพท์หลุดมือไปแล้ว"หึ!"ได้ยินเสียงขำเบา ๆ ดังลอดออกมา จากนั้นร่างกายฉันก็แข็งทื่อราวถูกสาป เมื่อมือแกร่งเอื้อมเหมือนโอบกอดฉันข้างหนึ่งเพื่อมาคว้ามือถือไปถือไว้จากที่ตอนแรกมาแค่มือข้างเดียว แต่นาทีนี้เขาใช้มืออีกข้างเอื้อมโอบมาด้านหน้า กลายเป็นร่างบางของฉันอยู่กึ่งกลางแขนทั้งสองข้างของเขาใบหน้าเขายังคงวางตำแหน่งเดิมจนบางครั้งแอบเสียดสีแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็ขยับออกห่างเล็กน้อยไม่ดี ๆ ตอนนี้ร่างกายฉันวูบวาบ หายใจไม่ทั่วท้องไปหมดแล้ว"พูดตามสิ"นึกว่าจะจบแล้ว แต่คนตัวโตที่ไม่รู้กำลังเล่นอะไรอยู่ออกคำสั่งให้ฉันอ่านตามสิ่งที่เขาพิมพ์"ยะ...ย.ยักษ์"นี่เขากำลังจะสอนพยัญชนะไทยให้อยู่หรือเปล่าเนี่ย"สระเอ" เสียงฉัน"อืม" ทำไมต้องครางตอบด้วยฉันถูกสอนเขียน สอนอ่านภาษาไทยมาตั้งแต่จำความได้จากแม่แท้ ๆ อยู่แล้ว ทำให้พื้นฐานแน่น ไม่ต้องมาหลอกวัดไอคิวฉันก็ได้ค่ะ"พูดต่อสิ"พอฉันเงียบเพราะรู้สึกสติสตังไม่ค่อยอยู่กับตัว คนด้านหลังก็ใช้ไหล่หนาเขาสะกิดไหล่บางฉันที่เหมือนถูกโอบกอดอยู่ให้อ่านพยัญชนะตัวต่อไป"พ.พาน"ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยากแบบนี้ก็ไม่รู้"ล.ลิง""...""สระอ
ตอนนี้ฉันกำลังถูกขนาบข้างด้วยบอดี้การ์ดของคุณเพลิงกัลป์ทั้งสองคน ส่วนด้านหน้ายังมีผู้ชายแสนเย็นชานั่งเฝ้าอีกต่างหาก"อะ สมัครให้ครบทุกอย่างแล้ว"เฮียเทพยื่นโทรศัพท์ที่คุณเพลิงกัลป์เพิ่งซื้อให้หมาด ๆ คืนฉัน"ส่วนนี่ รหัสพร้อมพาสเวิร์ดสำหรับเข้าใช้งานแอปต่าง ๆ"คุณเทชิเองก็ยื่นสมุดโน้ตขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ฉันเช่นกัน"ฝึกเล่นให้ชิน" คุณเพลิงกัลป์สั่ง"จะพยายามค่ะ" ฉันตอบอย่างเรียบง่ายนั่งดูเฮียเทพเล่นเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะยากอะไร"เฮียครับ ได้เวลาแล้ว"ฉันเหลือบมองดูเวลาที่ผนังห้อง บ่งบอกว่าเที่ยงตรงพอดีเมื่อเช้าเขามีนัดนี่นะ..."พวกมึงออกไปก่อน"สิ้นคำสั่งทั้งสองคนก็ออกไปจากห้องนี้ทันทีส่วนห้องที่ว่าก็ไม่ใช่ห้องไหน เป็นห้องนั่งเล่นที่อยู่ชั้นล่างนี่แหละRrr...เสียงริงโทนที่เฮียเทพเพิ่งตั้งให้ฉันหมาด ๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยว่าใครโทร.มา เพราะเครื่องเพิ่งเปิดใช้บริการ และในวินาทีต่อมาฉันก็กระจ่างแจ้งว่าเบอร์ที่ว่านี้คือเบอร์ใคร"รับสิ นั่นเบอร์ฉันเอง"เบอร์เขา?แล้วทำไมต้องให้ฉันรับสายด้วย บอกแค่นี้ก็รู้แล้ว"รับ" เสียงทุ้มดังขึ้นอีกรอบรีบลนลานสไลด์หน้
หมับ!อีกข้างก็ถูกคว้าไว้ด้วยมือหนาของคนที่มองตาขวางใส่น้องสาวเขาเช่นกัน"ไม่มีมารยาท ฉันยังทำธุระไม่เสร็จ"เสียงคุณเพลิงกัลป์ออกไปทางดุอีกคน แต่เหมือนหมอลิลณาจะไม่สะทกสะท้านทั้งสายตาเย็นชาและน้ำเสียงดุ ๆ นั่นของพี่ชายเธอเลยสักนิด"ฟางเซียนไม่มีเงินจ่ายของพวกนั้นหรอก เฮียจัดการเสร็จค่อยตามพวกเรามาแล้วกัน""อ๊ะ!"ร่างฉันเกือบจะลอยตามแรงกระชากของเธอ แต่ไม่ใช่กระชากให้เจ็บตัวอะไรนะ เธอแค่ดึงฉันให้เดินตามปกติ ผิดที่ฉันมัวแต่เหม่อจนเดินตามไม่ทันเอง"ตกลงนี่คบกันเหรอ?""คะ?"ไม่เข้าใจความหมายของคำถามนั้นจนคิ้วขมวดยุ่น"ไม่มีอะไรหรอก"หรือว่าเมื่อกี้ฉันจะหูแว่วไปเอง?"อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม"เราสองคนหยุดยืนอยู่ใจกลางโซนร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายร้านหลากหลายสไตล์"นั่นเป็นไง"หมอลิลณาชี้ไปยังร้านที่เป็นป้ายชื่อภาษาจีนฉันรีบขืนแรงไว้เพราะไม่อยากนึกถึงตัวตนของตัวเอง"หนูว่ารอคุณเพลิงกัลป์ก่อนดีไหมคะ"ยื้อเวลาไว้ก่อนฟางเซียน ไม่ใช่ว่ารังเกียจที่จะอยู่กับหมอลิลณาคนสวย แต่ฉันแค่รู้สึกว่าเธอมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้รู้สึกถึงเจตนาไม่ดี แต่เธอกำลังมีลับลมคมนัยอะไรสักอย่างแน่ ๆ"ห่างก
"ผู้ชายพวกนั้น"เขาคงเพิ่งนึกได้ว่าคำถามตัวเองมันดูกว้างไปเลยถามอีกครั้งแบบระบุตัวตน"หนูไม่รู้ค่ะ แต่พี่แก้มกับชลเรียกพวกเขาว่าอันธพาล""ต่อไปฉันคงต้องให้ใครสักคนตามประกบเธอ""ไม่ได้นะคะ!"แย่แล้ว! ทำไมถึงกล้าปฏิเสธเขาเสียงแข็งแบบนั้นนะดูสิ! คุณเพลิงกัลป์คิ้วขมวดแล้ว"คือ... หนูไม่อยากให้คนอื่นมองหนูแบบเป็นลูกมาเฟียอะไรพวกนั้นค่ะ"ถ้าเขาให้คนตามประกบฉันจริงขอเลือกนอนอยู่บ้านไม่ต้องออกไปเรียนดีกว่า"อึดอัด?""..." ข้อนี้ถามตรง ฉันเลยพยักหน้าเบา ๆ แต่ยังไม่กล้าสบตาเขา"นายจะกลับเพนท์เฮาส์เลยไหมครับ" เสียงคุณเทชิถามขึ้น"ไปห้าง"แต่คำตอบผู้เป็นนายทำฉันขมวดคิ้วเป็นหนที่เท่าไหร่ไม่รู้"ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ แต่หลังจากนี้เราต้องมีกฏที่ต้องตกลงกัน"กฏเหรอ?คงไม่มีอะไรยากหรอกมั้งอย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากตอบตกลง "ค่ะ"เอาจริง ๆ มาอยู่ที่นี่ได้ห้าเดือน ฉันนับจำนวนครั้งที่ออกมาเดินห้างแบบนี้ได้เลยนี่เป็นครั้งที่สามในรอบห้าเดือนที่ฉันได้ออกมาเปิดหูเปิดตา"เอาเครื่องที่แพงที่สุด"สงสัยไหมว่าเขากำลังทำอะไรคุณเพลิงกัลป์พาฉันมาร้านโทรศัพท์มือถือ เขาสั่งพนักงานให้หยิบเครื่องที่แพงที่สุดมาให้ฉ







