LOGINรู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีสารถีเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่สุดเย็นชาเสียแล้ว
กรรณิการ์ลอบมองซีกหน้าด้านข้างของคนพี่ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า โดยตรงไปตามเส้นทางที่จะไปเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ ความคิดที่เคยอยากแกล้งเขาเพื่อเอาคืนที่ถูกปฏิเสธในวันแรกนั้น ตอนนี้มันแทบจะเลือนหายไปจากสมองของเธอหมดแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ที่หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เขา มันอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง คงเป็นวันที่เธอถูกดักทำร้ายล่ะมั้ง... แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในตอนนี้เธอก็ไม่กล้าพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงในตอนนี้ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ พอมาคิด ๆ ดู หากเธอเป็นฝ่ายที่ถูกตามก่อกวน ถูกแกล้งหรือยั่วโมโห แต่วันดีคืนดีอีกฝ่ายกลับมาทำท่าทางเหมือนตกหลุมรักเธอ มันก็คงพิลึกไม่น้อย แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวยอย่างเธอหรอก คนหล่อมีเยอะ แต่คนหล่อที่ตรงเทสเธอน่ะมันไม่ได้มีให้เจอบ่อย ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากเกิดมาหล่อเอง “ถึงแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นช่วยเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กลับคืนมา เขารู้สึกตัวมาตลอดทางว่าถูกหญิงสาวแอบมองมาหลายครั้ง แต่เพราะต้องใช้สมาธิในการขับรถจึงไม่ได้สนใจแล้วปล่อยให้คนน้องมองไป “เร็วจัง...” กรรณิการ์เอ่ยพึมพำเสียงเบา แต่ก็ดังพอให้อีกคนได้ยิน ทัศนัยไม่ได้พูดอะไรเป็นการทักท้วง แม้จะสงสัยว่าคนตัวเล็กกำลังคิดสิ่งใดอยู่ เขารอให้หญิงสาวลงจากรถแล้วจะได้รีบกลับไปพักเสียที แต่นานนับนาทีแล้วเธอก็ยังไม่ยอมลงจากรถ จนเขาต้องหันไปมองด้วยความสงสัย แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อจู่ ๆ มือเรียวดันยื่นของบางอย่างมาตรงหน้าเขา เรียวคิ้วคมเข้มเลิกขึ้นสูงคล้ายตั้งคำถามว่ามันคืออะไร ทัศนัยมองของที่อยู่ในมือเล็กสลับกับมองใบหน้าของคนน้องอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไม่ยอมรับมันมาจากมือเธอสักที “รับไปสิคะ” จนกรรณิการ์ต้องเอ่ยเร่งเร้าพลางยัดของสิ่งนั้นใส่มือเขา ทัศนัยจึงต้องรับถุงผ้าจิ๋วมาแล้วเปิดออก ก่อนจะคลายความสงสัยลงได้เมื่อเห็นของที่อยู่ด้านใน แหวนสีเงินวาวฝังเพชรเม็ดเล็กซึ่งเป็นแหวนประจำตระกูลของเขา หญิงสาวใส่มันไว้ในถุงผ้ากำมะหยี่สีกรมและส่งมันคืนให้กับเขา แต่แทนที่จะรู้สึกดีใจที่ได้รับของสำคัญกลับคืนมา ทัศนัยกลับรู้สึกแปลก ๆ กับตัวเอง เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก แต่ถ้าให้ใกล้เคียงก็จะเป็นคำว่า เสียดาย... ในเมื่อก็ได้ในสิ่งที่ต้องการมาแล้ว เขายังต้องเสียดายอะไรอีกล่ะ? “ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” คนตัวเล็กกล่าวขอบคุณเขาเสียงหวาน กรรณิการ์ขยับโน้มกายเข้าใกล้ชายหนุ่ม ซึ่งเธอหวังแค่เพียงอยากแกล้งเขาให้ตกใจเล่นเท่านั้น แต่ใครจะคิดว่าจู่ ๆ คนที่กำลังมองของในมืออยู่จะหันกลับมาทางนี้พอดี ทำให้ริมฝีปากของเธอและเขาปัดชนกันเบา ๆ หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทว่าจะถอยหลังหนีแต่ก็ถูกมือหนาของชายหนุ่มรั้งท้ายทอยเอาไว้ แล้วเป็นฝ่ายกดจูบแนบชิดมากยิ่งขึ้น “อื้อ...” คนตัวเล็กส่งเสียงครวญในลำคอเบา ๆ กรรณิการ์ตัวแข็งทื่ออย่างคนทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากอิ่มถูกชายหนุ่มขบเม้มแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ ดูดดึงกลีบปากนุ่มย้ำ ๆ จนเธอเผลออ้าปากออกจากกัน ทัศนัยมองคนที่ทำใจกล้าด้วยความรู้สึกเอ็นดู เขาตวัดลิ้นเลียปากของคนน้องอีกครั้งก่อนจะผละออกช้า ๆ เขาไม่ได้สอดลิ้นรุกล้ำเข้าไปเพราะเกรงว่าจะเป็นตัวเขาเองที่ถลำลึกจนกู่ไม่กลับ ดวงตาคมปลาบมองสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวเล็ก เห็นคลื่นความวูบไหวในแววตาคู่สวยซึ่งสะท้อนภาพของเขาเอาไว้ก็เกิดความรู้สึกคันยุบยิบในทรวงอก คนถูกจูบยังคงตกอยู่ในอาการเหม่อลอยปนตื่นตระหนก แววตาที่เคยซุกซนยามนี้กำลังวูบไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็ยังไม่เข้าใจ เมื่อกี้มันเป็นจูบแรกของเธอ จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงล่ะ... และทันทีที่ตั้งสติได้ กรรณิการ์ก็รีบเปิดประตูลงจากรถยุโรปคันสวย แล้วรีบวิ่งเข้าไปในคอนโดของตนเองทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มเลยด้วยซ้ำ กรรณิการ์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากอ่อนนุ่มของตนเองแผ่วเบา ซึ่งมันยังคงตราตรึงสัมผัสของเขาไว้ได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะเลื่อนมือลงมาทาบอกข้างซ้ายที่หัวใจกำลังเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ร่างระหงก้าวเร็ว ๆ เข้าในเพ้นท์เฮ้าส์ส่วนตัวซึ่งอาศัยอยู่กับพี่สาว ซึ่งทันทีที่เข้ามาข้างใน เธอก็เห็นคนเป็นพี่กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟากลางห้อง และเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอ กุลนิภาพี่สาวคนสวยก็เงยหน้าขึ้นมามองแล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ “เป็นอะไรของแก ทำไมหน้าแดงแบบนั้นล่ะ ไม่สบายเหรอ?” กุลนิภาเอ่ยถามพลางวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะ เธอมองหน้าน้องสาวด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนเป็นพี่ เกรงว่าน้องคนเล็กจะเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะได้รีบพาไปรักษา ไม่อยากเห็นน้องทนทรมานจากพิษไข้ “อ้อ ปะ เปล่า พอดีอากาศข้างนอกมันร้อนน่ะ ยังไงหนูขึ้นอาบน้ำก่อนดีกว่า” กรรณิการ์ละล่ำละลักตอบออกไป ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นห้อง ร่างเล็กกระโจนขึ้นบนเตียงกว้างของตนเอง ซุกหน้าลงกับหมอนนุ่มแล้วกรีดร้องออกมาเสียงดังระบายความรู้สึกที่อัดแน่นในอกออกมา “แล้วทำไมต้องจูบด้วยเล่า ฮือ จูบแรกของฉัน” มือเรียวระดมทุบลงบนหมอนใบใหญ่ เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจสัมผัสจากเขา ในทางกลับกันเธอรู้สึกดีจนเผลอนึกถึงรสจูบนั้นซ้ำ ๆ แต่เพราะในตอนนี้เธอยังไม่อาจยอมรับได้เต็มอกว่ากำลังรู้สึกดีกับรุ่นพี่สุดหยิ่งคนนั้นไปแล้ว บ้าที่สุด! ทัศนัยซึ่งยังไม่ได้ขยับไปไหน เขายังจอดรถอยู่ที่เดิม มองทางเข้าคอนโดที่คนตัวเล็กวิ่งหายเข้าไปพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในหัว เขากำลังพยายามหาเหตุผลให้ตัวเองว่าอะไรดลใจให้เขาทำแบบนั้นกับหญิงสาว สัมผัสนุ่มหยุ่มและหอมหวานของคนตัวเล็กยังคงไม่จางหายไป ทว่ากลับฝังลึกลงไปในความรู้สึก ทัศนัยแลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเองเบา ๆ ลิ้มรสชาติซึ่งยังติดอยู่ที่ปลายลิ้นก่อนจะเผลอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย หากใครมาเห็นเขาในตอนนี้เข้าคงไม่อยากจะเชื่อเป็นแน่ คนที่ยากจะเปลี่ยนสีหน้า ในยามนี้กำลังยกยิ้มมุมปากเล็ก ๆ คล้ายกำลังมีความสุขนักหนา แต่สาเหตุก็มาจากยัยเด็กตัวป่วน ที่ก่อนหน้านี้คอยเอาแต่ก่อกวนและกลั่นแกล้งเขา ในยามนี้กลับเสียอาการจนวิ่งหนีไปซะเอง ที่เขามั่นใจว่าเธอเสียอาการ นั่นก็เพราะในตอนที่เขาผละริมฝีปากออกมานั้น ใบหน้าสวยของหญิงสาวแดงซ่านเป็นลูกตำลึงสุก เห็นแล้วก็นึกเอ็นดูในความน่ารักที่เพิ่งเคยได้เห็นเป็นครั้งแรกจากคนน้อง “เห็นแสบ ๆ แบบนั้นก็มีมุมน่ารักเหมือนกันสินะ” เสียงทุ้มเอ่ยด้วยความเอ็นดู ตอนนี้ภาพที่ฉายวนอยู่ในหัวเขามีแต่ภาพใบหน้าของหญิงสาวที่แดงเรื่ออย่างน่ารักเต็มไปหมด “เห้อ หยุดคิดอะไรบ้า ๆ สักที” ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวว่าเผลอคิดเรื่องไร้สาระ ทัศนัยปัดความคิดเรื่อยเปื่อยนั้นทิ้งไป ก่อนจะขับรถออกมาจากหน้าคอนโดของหญิงสาว แล้วขับตรงกลับไปยังคอนโดของตนเองผ่านมาหลายวันหลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์ผีผลักในรถของทัศนัย พอวันต่อมาเขาก็ไม่ได้เข้ามาที่มหา’ลัยทำให้ไม่ได้เจอหน้าหญิงสาว เพราะปีสี่ไม่ค่อยมีการเรียนการสอนมากเท่าไหร่ ส่วนมากจะเน้นให้นักศึกษาได้วางแผนทำวิจัย หรือบางคณะก็อ่านหนังสือติวเข้มเตรียมสอบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอกับคนน้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่หญิงสาวส่งข้อความมาหา ถามไถ่ไปเรื่อยตามประสาของเธอ ถ้าจะมีสิ่งที่แปลกไปก็คงเป็นตัวเขาที่เริ่มตอบข้อความเธอบ่อยขึ้น ไม่ได้รู้สึกรำคาญเวลาถูกคนน้องหยอกล้อ หรือแกล้งหยอดคำหวานหรือส่งมุกจีบมาให้ พอเธอเลิกก่อกวน และพูดจาน่ารักกับเขาบ่อยขึ้น ทัศนัยก็รู้สึกว่าเนื้อแท้ของคนตัวเล็กไม่ได้แย่นัก กรรณิการ์เป็นผู้หญิงร่าเริง คุยเก่งและบางครั้งก็ชอบอ้อนแบบไม่รู้ตัว ถึงแม้จะพิมพ์คุยกันในแมสเสจเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็พอจะจับสังเกตได้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่คนน้องมานั่งอยู่กับเขาที่ใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ ซึ่งวันนี้เขาเข้ามหา’ลัยมาเพื่อพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและจัดการเอกสารที่ช่วยอาจารย์สอนเล็กน้อย “แล้วพี่ไทม์จะกลับตอนไหนเหรอ” เสียงหวานของกรรณิการ์เอ่ยถามคนพี่ เนื่องจ
รู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีสารถีเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่สุดเย็นชาเสียแล้ว กรรณิการ์ลอบมองซีกหน้าด้านข้างของคนพี่ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า โดยตรงไปตามเส้นทางที่จะไปเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ ความคิดที่เคยอยากแกล้งเขาเพื่อเอาคืนที่ถูกปฏิเสธในวันแรกนั้น ตอนนี้มันแทบจะเลือนหายไปจากสมองของเธอหมดแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ที่หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เขา มันอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง คงเป็นวันที่เธอถูกดักทำร้ายล่ะมั้ง... แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในตอนนี้เธอก็ไม่กล้าพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงในตอนนี้ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ พอมาคิด ๆ ดู หากเธอเป็นฝ่ายที่ถูกตามก่อกวน ถูกแกล้งหรือยั่วโมโห แต่วันดีคืนดีอีกฝ่ายกลับมาทำท่าทางเหมือนตกหลุมรักเธอ มันก็คงพิลึกไม่น้อย แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวยอย่างเธอหรอก คนหล่อมีเยอะ แต่คนหล่อที่ตรงเทสเธอน่ะมันไม่ได้มีให้เจอบ่อย ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากเกิดมาหล่อเอง “ถึงแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นช่วยเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กล
ภายในร้านชาบูหม้อไฟซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปหลากหลายรสชาติ กรรณิการ์สั่งเนื้อเซ็ตใหญ่มาพร้อมกับกุ้งถาดใหญ่อีกสองถาดโดยมีทัศนัยนั่งมองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ หลังจากที่หยอกล้อชายหนุ่มรุ่นพี่จนพอใจแล้ว เธอก็ชวนเขามานั่งกินหม่าล่าหม้อไฟด้วยกัน ซึ่งก็ได้ถามคนพี่ก่อนแล้วว่าเขาสามารถกินเผ็ดได้ไหม และด้านทัศนัยเองก็ยืนยันว่ากินได้ เธอจึงพาเขามาที่ร้านประจำของตัวเอง “ทำไมสีมันดูจัดขนาดนี้” หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าน้ำซุปในหม้อหม่าล่าสีดูจัดจ้านจนเขารู้สึกแสบท้องทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทานเลยด้วยซ้ำ “หม่าล่าก็แบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบก็มีอีกฝั่งเป็นทงคัตสึไงคะ” กรรณิการ์มองคนพี่พลางพยักเพยิดหน้าให้เขามองอีกฝั่ง ซึ่งเป็นน้ำซุปทงคัตสึรสชาติกลมกล่อมเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานเผ็ด “กินเผ็ดแบบนี้ไม่กลัวแสบท้องหรือไง” เขาถามด้วยความสงสัย สีของมันดูน่าจะเผ็ดมากแถมน้ำมันยังเยอะอีกด้วย เพราะด้วยภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่ดูเป็นคุณหนู แม้จะไม่ได้น่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอจะกินเผ็ดขนาดนี้ได้ยังไง “แค่นี้สบายมาก ถึงหนูจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแต่เรื่องกินเผ็ดหนูได้เ
นับว่าในยังเป็นโชคดีที่เหตุการณ์รุนแรงนั่นเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ ทำให้กรรณิการ์ไม่ต้องแต่งหน้าโบกรองพื้นหนา ๆ กลบเพื่อไปเรียน หรือพยายามหลบเลี่ยงสายตาของใคร เรื่องที่เธอถูกดักตบเมื่อวานถูกจัดการให้เงียบที่สุดโดยฝีมือบอดี้การ์ดของพี่ชาย ซึ่งเธอแอบขู่ฝ่ายนั้นไปว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูคนในครอบครัวเธอเมื่อไหร่ ได้เจอคุณหนูกรีนเวอร์ชั่นนางมารอย่างแน่นอน คงต้องขอบคุณวีรกรรมต่าง ๆ ที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ เพราะเพียงแค่ขู่ไปเท่านั้น บรรดาบอดี้การ์ดที่คอยดูแลเธอก็รับคำเป็นอย่างดี กรรณิการ์กลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์เมื่อวานในช่วงบ่ายแก่ แล้วก็ต้องพบกับความแปลกใจที่ได้เห็นว่าคุณากร เพื่อนสนิทหนุ่มของเธอนั้นถูกพี่สาวเธอพาเข้ามาวัดตัวที่นี่ ดูท่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงไม่ธรรมดา ว่ากันตามตรงเธอเองก็พอจะเดาออกจากการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองอยู่บ้าง คุณากรดูสนใจพี่สาวของเธอมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นคิดว่าคุณากรคงแค่ชอบเพราะพี่เธอสวย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่แค่นั้นแล้วล่ะ ติ๊ง! Ttime : หายดีแล้ว? กรรณิการ์หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา แล้วตอบกลับอีกฝ่าย
เพราะเกรงว่าหากกลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ในสภาพนี้แล้ว อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้หากพี่สาวอย่างกุลนิภาเห็นว่าน้องสาวคนเล็กของบ้านมีสภาพเหมือนพึ่งไปฟัดกับหมามาจากไหนสักที่ แน่นอนว่าหากพี่สาวรู้ พี่ชายเธอก็ต้องได้รู้ เกิดเรื่องเข้าหูเกรย์สันเมื่อไหร่ เธอไม่อาจรับรองความปลอดภัยให้ใครได้เลยจริง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องราวมันน่าปวดหัวไปมากกว่านี้ กรรณิการ์จึงขอให้รุ่นพี่หนุ่มมาส่งที่หอของลลิตาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ระหว่างทางภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หญิงสาวแอบชำเลืองมองคนที่กำลังขับรถอยู่เป็นระยะ เธอรู้สึกขอบคุณเขาสำหรับเรื่องในครั้งนี้มากจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกละอายใจกับการกระทำของตนเองไปด้วย จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอไปก่อกวนตามแกล้งทำตัววุ่นวายใส่เขาตั้งมากมายขนาดนั้น แต่คนพี่กลับไม่คิดปล่อยผ่านตอนที่เห็นเธอโดนทำร้าย แถมยังอาสามาส่งกันอีก แม้จะเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจจนไม่สนสี่สนแปดขนาดนั้น ทุกครั้งที่กลั่นแกล้งเขาเธอก็พยายามไม่ให้มันเลยเถิดมากเกินไป ส่วนเรื่องแหวนเธอไม่ได้ตั้งใจจะเก็บไว้นานนัก แค่คิ
ตกเย็นหลังจากเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายแล้ว กุลนิภาพี่สาวคนกลางของเธอก็ส่งข้อความมาบอกว่าจะเข้ามารับ เพราะเจ้าตัวมาทำธุระแถวนี้พอดี โดยคุณากรก็ขอติดรถไปด้วยกัน ความจริงแล้วเธอสามารถขอให้บิดาออกรถให้ได้หรือจะเรียกคนขับรถจากบ้านใหญ่มาคอยรับส่งก็สามารถทำได้ แต่เพราะอยากใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยตามใจตัวเอง เธอจึงปฏิเสธที่จะซื้อรถส่วนตัวหรือใช้รถของครอบครัว ขณะกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนรถโดยมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ กลบความเงียบภายในรถนั้น ดวงตาคู่สวยพลันเหลือบขึ้นมองถนนเบื้องหน้าเพราะเริ่มมึนหัว แต่เรื่องบังเอิญก็ช่างเกิดได้ถูกจังหวะตรงเวลาเสียเหลือเกิน “เจ๊ เดี๋ยวจอดให้หนูลงข้างหน้านี้หน่อยค่ะ” เสียงหวานโพล่งขึ้นเมื่อรถกำลังจะเคลื่อนผ่านจุดหมายไป “จะไปเถลไถลที่ไหนอีกล่ะตัวแสบ” แม้จะปากบ่นอยู่บ้าง แต่กุลนิภาก็ตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางให้ในทันที “แค่ไปช้อปปิ้งเอง เอาเป็นว่าจะรีบกลับนะ” จบคำเบนซ์ลีย์คันหรูก็จอดนิ่งสนิท กรรณิการ์จึงหันมามองหน้าพี่สาวแล้วพูดต่ออีกประโยคว่า “ฝากเจ๊ไปส่งนิคด้วยนะ บ๊ายบาย” เนื่องจากคุณากรเองก็รู้จักมักคุ้นกับพี่สาวของเธออยู่พอสมควร เธอจึงคิดว่าคงไม่เป็นไรที่จะ

![My Engineerรักร้ายนายจอมโหด [ต้าร์พินอิน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





