Se connecterนับว่าในยังเป็นโชคดีที่เหตุการณ์รุนแรงนั่นเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ ทำให้กรรณิการ์ไม่ต้องแต่งหน้าโบกรองพื้นหนา ๆ กลบเพื่อไปเรียน หรือพยายามหลบเลี่ยงสายตาของใคร
เรื่องที่เธอถูกดักตบเมื่อวานถูกจัดการให้เงียบที่สุดโดยฝีมือบอดี้การ์ดของพี่ชาย ซึ่งเธอแอบขู่ฝ่ายนั้นไปว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูคนในครอบครัวเธอเมื่อไหร่ ได้เจอคุณหนูกรีนเวอร์ชั่นนางมารอย่างแน่นอน คงต้องขอบคุณวีรกรรมต่าง ๆ ที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ เพราะเพียงแค่ขู่ไปเท่านั้น บรรดาบอดี้การ์ดที่คอยดูแลเธอก็รับคำเป็นอย่างดี กรรณิการ์กลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์เมื่อวานในช่วงบ่ายแก่ แล้วก็ต้องพบกับความแปลกใจที่ได้เห็นว่าคุณากร เพื่อนสนิทหนุ่มของเธอนั้นถูกพี่สาวเธอพาเข้ามาวัดตัวที่นี่ ดูท่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงไม่ธรรมดา ว่ากันตามตรงเธอเองก็พอจะเดาออกจากการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองอยู่บ้าง คุณากรดูสนใจพี่สาวของเธอมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นคิดว่าคุณากรคงแค่ชอบเพราะพี่เธอสวย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่แค่นั้นแล้วล่ะ ติ๊ง! Ttime : หายดีแล้ว? กรรณิการ์หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา แล้วตอบกลับอีกฝ่าย Green_eiei : ยังค่ะ Green_eiei : แต่เดี๋ยวได้เห็นหน้าคนหล่อก็คงหายแล้ว Ttime : ... “ชิ ถ้าไม่ติดว่าหล่อฉันบล็อกไปแล้วย่ะ” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองอย่างนึกหมั่นไส้อีกฝ่าย วันนี้เธอนัดกับรุ่นพี่หนุ่มหล่อสุดหยิ่งเอาไว้ว่าจะเอาแหวนไปคืนให้กับเขา อีกฝ่ายถึงได้ยอมตกลง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเธอก็แค่อยากเลี้ยงข้าวขอบคุณเขา ที่ช่วยเหลือเธอในวันนั้น ตอนนี้เป็นเวลาแปดโมงนิด ๆ เธอกำลังแต่งหน้าแต่งตัวอยู่ รอยช้ำที่ข้างแก้มก็จางลงพอสมควร โชคดีที่หลบซ่อนมันจากพี่สาวได้ จึงไม่มีอะไรน่ากังวลนัก แต่วันนี้เธอคงต้องแต่งหน้ากลบสักหน่อย เธอไม่อยากให้ใครเห็นสภาพตัวเองเหมือนผ่านสงครามโลกแบบนี้สักเท่าไหร่ ห้างxxx 11:25 น. ร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรเดินเข้ามาภายในห้างสรรพสินค้า พลางกวาดสายตามองหาคนที่นัดเขาออกมาทานข้าว ทัศนัยก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ เขามาเร็วกว่าเวลาที่นัดกับคนน้องไว้ประมาณห้านาที คาดว่าเธอคงยังมาไม่ถึง เขาจึงล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความไปบอกกับหญิงสาว Ttime : มาถึงแล้ว Green_eiei : หนูอยู่หน้าร้านแล้วค่ะ ดูเหมือนเขาจะคาดการณ์ผิดไปสักหน่อยเพราะเธอมาถึงก่อนเขาแล้ว ทัศนัยจึงไม่รอช้าที่จะเดินไปยังร้านอาหารที่นัดกันไว้ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าทางเข้าร้านเขาก็มองเห็นหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย อาจเพราะความโดดเด่นของเจ้าตัว หรือเพราะเธอคอยเอาตัวเองมาวนเวียนอยู่ในขอบเขตสายตาของเขาอยู่บ่อยครั้ง เขาถึงได้สามารถจดจำรูปลักษณ์ของเธอได้เป็นอย่างดี ทัศนัยกำลังจะเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กแต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าไว้ก่อน เมื่อเห็นว่ากรรณิการ์กำลังยืนคุยกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่ง อีกทั้งตลอดการพูดคุยเธอยังยิ้มให้กับผู้ชายคนนั้นจนดวงตาหยีเล็กลง น่ารัก... อยู่ดี ๆ คำนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวเขา จนทัศนัยต้องรีบสะบัดหน้าไล่มันออกไป ก่อนจะเผลอขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้า ผู้ชายที่ยืนคุยกับยัยเด็กป่วนกำลังจะยื่นมือไปลูบหัวเธอ แต่คนตัวเล็กซึ่งยืนหันหน้ามาทางนี้อยู่ก่อนแล้วมองมาเห็นเขาจึงรีบยกมือขึ้นโบกไปมาเบา ๆ ทัศนัยเดินเข้าไปหาหญิงสาวรุ่นน้องด้วยท่าทางสุขุม เขาปรายตามองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายคนน้องครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กซึ่งยืนส่งยิ้มมาให้ “มาเร็วจัง” เสียงหวานเอ่ยทักคนโตกว่าพร้อมทั้งแย้มยิ้มให้เขาไปด้วย พอมาเจอกันนอกมหาวิทยาลัยแบบนี้แล้ว คนพี่ดูสุขุมเกินวัยมากจริง ๆ ทั้งบุคลิกที่ดูสง่าผ่าเผย ใบหน้าหล่อคมคร้ามนิ่งสงบ ดวงตาดุดันภายใต้แว่นตาเลนส์ใสดูแน่วแน่ เรียกได้ว่าภาพลักษณ์ของเขาดูมั่นคงเกินกว่าจะเป็นเพียงนักศึกษาหนุ่มปีสี่ “เธอมาเร็วกว่า” เขาตอบกลับเสียงทุ้ม ทัศนัยยังเหลือบมองคนที่ยืนคุยกับหญิงสาวก่อนหน้าเขาจะเดินเข้ามาหาเธอ “ยังไงพี่ขอตัวก่อนนะครับ” ฝ่ายนั้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กหันมาสนใจเขา ก็ชิงเอ่ยขอตัวแล้วเดินออกไปจากตรงนี้ในทันที โดยที่หญิงสาวยังไม่ทันได้หันไปเอ่ยลาเลยด้วยซ้ำ “อ้าว รีบไปไหนล่ะนั่น” กรรณิการ์หันไปมองด้วยความงุนงง แต่ก็ไม่ได้คิดจะรั้งเขาไว้อยู่แล้ว “แหวนล่ะ” เขาเอ่ยถามตรงเข้าประเด็นในทันที ที่ยอมออกมาพบเธอในวันนี้ก็แค่อยากได้แหวนคืนเท่านั้น ไม่ได้อยากเจอเป็นการส่วนตัวเลยสักนิด แต่สายตาเจ้ากรรมดันลอบมองไปยังผิวแก้มข้างที่ได้รับบาดเจ็บของหญิงสาวอยู่เป็นระยะ เมื่อเห็นว่ารอยช้ำเริ่มจางลงแล้วก็รู้สึกโล่งใจ “กินข้าวเสร็จเดี๋ยวคืนให้ค่ะ” หญิงสาวหันกลับมามองคนพี่แล้วยกยิ้มให้เขา และแน่นอนว่าครั้งนี้เธอยิ้มให้เขาจากใจจริง ว่ากันตามตรงเธอไม่ใช่คนใจแข็งเลยสักนิด ตอนแรกแม้จะหมั่นไส้เขาจนอยากก่อกวนให้เขายอมแพ้ แต่พอได้วนเวียนอยู่ใกล้คนพี่บ่อยเข้า กรรณิการ์ก็เริ่มรู้ว่าตัวเองแอบหวั่นไหวกับเขาไม่น้อยเลย คงเพราะการที่เขาดูไม่สนใจเธอ แถมยังพยายามเอาตัวออกห่าง ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายเอาตัวเข้าไปใกล้เขาก่อน มันเป็นเรื่องที่เธอไม่เคยเจอมาก่อน ที่ผ่าน ๆ มามักมีแต่ผู้ชายที่พยายามเข้าหาเธอด้วยผลประโยชน์ หรือไม่ก็หวังเรื่องอย่างว่าจนดูออกได้อย่างชัดเจน มันทำให้เธอรู้สึกเอียนกับอะไรเดิม ๆ แบบนั้น “แล้วจะกินอะไร” ทัศนัยถามคนน้อง ปกติเวลาเจอกันที่มหาวิทยาลัย หญิงสาวมักใส่ช็อปหรือไม่ก็ชุดนักศึกษา แต่พอมาเจอกันวันนี้ เขาก็ได้เห็นลุคที่แตกต่างไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความเป็นตัวตนของเธออยู่ กรรณิการ์เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง เพราะดูจากการแต่งตัวที่ใส่กระโปรงยีนส์สั้นแค่คืบเดียวกับเสื้อแขนตุ๊กตาเอวลอย ที่ถึงแม้จะดูน่ารักแต่พอมาอยู่บนตัวของเธอแล้วมันกลับดูเซ็กซี่จนเขาเผลอมองอยู่นาน แล้วมันไม่มีกระโปรงที่ยาวกว่านี้แล้วจริง ๆ เหรอ ทัศนัยคิดในใจ “พี่หิวมากเลยเหรอคะ มองเหมือนจะกินหนูเข้าไปเลยอ่ะ” พลันเสียงหวานก็ฉุดให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดได้สติกลับคืนมา เขายกมือขึ้นเกาปลายจมูกเบา ๆ ก่อนจะทำทีกระแอมออกมากลบเกลื่อนความคิดของตัวเอง “ไร้สาระ จะกินอะไรก็นำไปสิ” ทัศนัยเบือนสายตาออกจากใบหน้าสวย เพราะไม่อยากเห็นสายตากะลิ้มกะเหลี่ยของหญิงสาว “เขินเหรอคะ หูแดงหมดแล้ว” กรรณิการ์เอ่ยเย้าคนพี่ พลางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มจนเขาต้องใช้มือดันหน้าผากเธอออกห่าง “ถ้าไม่ไปฉันจะกลับแล้ว” เขาแสร้งทำเสียงเข้มแล้วตีหน้าขรึม แต่แทนที่คนเด็กกว่าจะกลัว เธอกลับหัวเราะคิกคักออกมาแล้วส่งสายตาล้อเลียนมาให้เขาซะอย่างนั้น ปากแข็งแบบนี้น่าจูบให้อ่อนจริงเชียว!ผ่านมาหลายวันหลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์ผีผลักในรถของทัศนัย พอวันต่อมาเขาก็ไม่ได้เข้ามาที่มหา’ลัยทำให้ไม่ได้เจอหน้าหญิงสาว เพราะปีสี่ไม่ค่อยมีการเรียนการสอนมากเท่าไหร่ ส่วนมากจะเน้นให้นักศึกษาได้วางแผนทำวิจัย หรือบางคณะก็อ่านหนังสือติวเข้มเตรียมสอบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอกับคนน้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่หญิงสาวส่งข้อความมาหา ถามไถ่ไปเรื่อยตามประสาของเธอ ถ้าจะมีสิ่งที่แปลกไปก็คงเป็นตัวเขาที่เริ่มตอบข้อความเธอบ่อยขึ้น ไม่ได้รู้สึกรำคาญเวลาถูกคนน้องหยอกล้อ หรือแกล้งหยอดคำหวานหรือส่งมุกจีบมาให้ พอเธอเลิกก่อกวน และพูดจาน่ารักกับเขาบ่อยขึ้น ทัศนัยก็รู้สึกว่าเนื้อแท้ของคนตัวเล็กไม่ได้แย่นัก กรรณิการ์เป็นผู้หญิงร่าเริง คุยเก่งและบางครั้งก็ชอบอ้อนแบบไม่รู้ตัว ถึงแม้จะพิมพ์คุยกันในแมสเสจเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็พอจะจับสังเกตได้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่คนน้องมานั่งอยู่กับเขาที่ใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ ซึ่งวันนี้เขาเข้ามหา’ลัยมาเพื่อพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและจัดการเอกสารที่ช่วยอาจารย์สอนเล็กน้อย “แล้วพี่ไทม์จะกลับตอนไหนเหรอ” เสียงหวานของกรรณิการ์เอ่ยถามคนพี่ เนื่องจ
รู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีสารถีเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่สุดเย็นชาเสียแล้ว กรรณิการ์ลอบมองซีกหน้าด้านข้างของคนพี่ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า โดยตรงไปตามเส้นทางที่จะไปเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ ความคิดที่เคยอยากแกล้งเขาเพื่อเอาคืนที่ถูกปฏิเสธในวันแรกนั้น ตอนนี้มันแทบจะเลือนหายไปจากสมองของเธอหมดแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ที่หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เขา มันอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง คงเป็นวันที่เธอถูกดักทำร้ายล่ะมั้ง... แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในตอนนี้เธอก็ไม่กล้าพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงในตอนนี้ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ พอมาคิด ๆ ดู หากเธอเป็นฝ่ายที่ถูกตามก่อกวน ถูกแกล้งหรือยั่วโมโห แต่วันดีคืนดีอีกฝ่ายกลับมาทำท่าทางเหมือนตกหลุมรักเธอ มันก็คงพิลึกไม่น้อย แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวยอย่างเธอหรอก คนหล่อมีเยอะ แต่คนหล่อที่ตรงเทสเธอน่ะมันไม่ได้มีให้เจอบ่อย ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากเกิดมาหล่อเอง “ถึงแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นช่วยเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กล
ภายในร้านชาบูหม้อไฟซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปหลากหลายรสชาติ กรรณิการ์สั่งเนื้อเซ็ตใหญ่มาพร้อมกับกุ้งถาดใหญ่อีกสองถาดโดยมีทัศนัยนั่งมองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ หลังจากที่หยอกล้อชายหนุ่มรุ่นพี่จนพอใจแล้ว เธอก็ชวนเขามานั่งกินหม่าล่าหม้อไฟด้วยกัน ซึ่งก็ได้ถามคนพี่ก่อนแล้วว่าเขาสามารถกินเผ็ดได้ไหม และด้านทัศนัยเองก็ยืนยันว่ากินได้ เธอจึงพาเขามาที่ร้านประจำของตัวเอง “ทำไมสีมันดูจัดขนาดนี้” หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าน้ำซุปในหม้อหม่าล่าสีดูจัดจ้านจนเขารู้สึกแสบท้องทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทานเลยด้วยซ้ำ “หม่าล่าก็แบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบก็มีอีกฝั่งเป็นทงคัตสึไงคะ” กรรณิการ์มองคนพี่พลางพยักเพยิดหน้าให้เขามองอีกฝั่ง ซึ่งเป็นน้ำซุปทงคัตสึรสชาติกลมกล่อมเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานเผ็ด “กินเผ็ดแบบนี้ไม่กลัวแสบท้องหรือไง” เขาถามด้วยความสงสัย สีของมันดูน่าจะเผ็ดมากแถมน้ำมันยังเยอะอีกด้วย เพราะด้วยภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่ดูเป็นคุณหนู แม้จะไม่ได้น่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอจะกินเผ็ดขนาดนี้ได้ยังไง “แค่นี้สบายมาก ถึงหนูจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแต่เรื่องกินเผ็ดหนูได้เ
นับว่าในยังเป็นโชคดีที่เหตุการณ์รุนแรงนั่นเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ ทำให้กรรณิการ์ไม่ต้องแต่งหน้าโบกรองพื้นหนา ๆ กลบเพื่อไปเรียน หรือพยายามหลบเลี่ยงสายตาของใคร เรื่องที่เธอถูกดักตบเมื่อวานถูกจัดการให้เงียบที่สุดโดยฝีมือบอดี้การ์ดของพี่ชาย ซึ่งเธอแอบขู่ฝ่ายนั้นไปว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูคนในครอบครัวเธอเมื่อไหร่ ได้เจอคุณหนูกรีนเวอร์ชั่นนางมารอย่างแน่นอน คงต้องขอบคุณวีรกรรมต่าง ๆ ที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ เพราะเพียงแค่ขู่ไปเท่านั้น บรรดาบอดี้การ์ดที่คอยดูแลเธอก็รับคำเป็นอย่างดี กรรณิการ์กลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์เมื่อวานในช่วงบ่ายแก่ แล้วก็ต้องพบกับความแปลกใจที่ได้เห็นว่าคุณากร เพื่อนสนิทหนุ่มของเธอนั้นถูกพี่สาวเธอพาเข้ามาวัดตัวที่นี่ ดูท่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงไม่ธรรมดา ว่ากันตามตรงเธอเองก็พอจะเดาออกจากการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองอยู่บ้าง คุณากรดูสนใจพี่สาวของเธอมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นคิดว่าคุณากรคงแค่ชอบเพราะพี่เธอสวย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่แค่นั้นแล้วล่ะ ติ๊ง! Ttime : หายดีแล้ว? กรรณิการ์หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา แล้วตอบกลับอีกฝ่าย
เพราะเกรงว่าหากกลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ในสภาพนี้แล้ว อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้หากพี่สาวอย่างกุลนิภาเห็นว่าน้องสาวคนเล็กของบ้านมีสภาพเหมือนพึ่งไปฟัดกับหมามาจากไหนสักที่ แน่นอนว่าหากพี่สาวรู้ พี่ชายเธอก็ต้องได้รู้ เกิดเรื่องเข้าหูเกรย์สันเมื่อไหร่ เธอไม่อาจรับรองความปลอดภัยให้ใครได้เลยจริง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องราวมันน่าปวดหัวไปมากกว่านี้ กรรณิการ์จึงขอให้รุ่นพี่หนุ่มมาส่งที่หอของลลิตาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ระหว่างทางภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หญิงสาวแอบชำเลืองมองคนที่กำลังขับรถอยู่เป็นระยะ เธอรู้สึกขอบคุณเขาสำหรับเรื่องในครั้งนี้มากจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกละอายใจกับการกระทำของตนเองไปด้วย จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอไปก่อกวนตามแกล้งทำตัววุ่นวายใส่เขาตั้งมากมายขนาดนั้น แต่คนพี่กลับไม่คิดปล่อยผ่านตอนที่เห็นเธอโดนทำร้าย แถมยังอาสามาส่งกันอีก แม้จะเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจจนไม่สนสี่สนแปดขนาดนั้น ทุกครั้งที่กลั่นแกล้งเขาเธอก็พยายามไม่ให้มันเลยเถิดมากเกินไป ส่วนเรื่องแหวนเธอไม่ได้ตั้งใจจะเก็บไว้นานนัก แค่คิ
ตกเย็นหลังจากเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายแล้ว กุลนิภาพี่สาวคนกลางของเธอก็ส่งข้อความมาบอกว่าจะเข้ามารับ เพราะเจ้าตัวมาทำธุระแถวนี้พอดี โดยคุณากรก็ขอติดรถไปด้วยกัน ความจริงแล้วเธอสามารถขอให้บิดาออกรถให้ได้หรือจะเรียกคนขับรถจากบ้านใหญ่มาคอยรับส่งก็สามารถทำได้ แต่เพราะอยากใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยตามใจตัวเอง เธอจึงปฏิเสธที่จะซื้อรถส่วนตัวหรือใช้รถของครอบครัว ขณะกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนรถโดยมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ กลบความเงียบภายในรถนั้น ดวงตาคู่สวยพลันเหลือบขึ้นมองถนนเบื้องหน้าเพราะเริ่มมึนหัว แต่เรื่องบังเอิญก็ช่างเกิดได้ถูกจังหวะตรงเวลาเสียเหลือเกิน “เจ๊ เดี๋ยวจอดให้หนูลงข้างหน้านี้หน่อยค่ะ” เสียงหวานโพล่งขึ้นเมื่อรถกำลังจะเคลื่อนผ่านจุดหมายไป “จะไปเถลไถลที่ไหนอีกล่ะตัวแสบ” แม้จะปากบ่นอยู่บ้าง แต่กุลนิภาก็ตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางให้ในทันที “แค่ไปช้อปปิ้งเอง เอาเป็นว่าจะรีบกลับนะ” จบคำเบนซ์ลีย์คันหรูก็จอดนิ่งสนิท กรรณิการ์จึงหันมามองหน้าพี่สาวแล้วพูดต่ออีกประโยคว่า “ฝากเจ๊ไปส่งนิคด้วยนะ บ๊ายบาย” เนื่องจากคุณากรเองก็รู้จักมักคุ้นกับพี่สาวของเธออยู่พอสมควร เธอจึงคิดว่าคงไม่เป็นไรที่จะ







