ログインเพราะเกรงว่าหากกลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ในสภาพนี้แล้ว อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้หากพี่สาวอย่างกุลนิภาเห็นว่าน้องสาวคนเล็กของบ้านมีสภาพเหมือนพึ่งไปฟัดกับหมามาจากไหนสักที่
แน่นอนว่าหากพี่สาวรู้ พี่ชายเธอก็ต้องได้รู้ เกิดเรื่องเข้าหูเกรย์สันเมื่อไหร่ เธอไม่อาจรับรองความปลอดภัยให้ใครได้เลยจริง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องราวมันน่าปวดหัวไปมากกว่านี้ กรรณิการ์จึงขอให้รุ่นพี่หนุ่มมาส่งที่หอของลลิตาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ระหว่างทางภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หญิงสาวแอบชำเลืองมองคนที่กำลังขับรถอยู่เป็นระยะ เธอรู้สึกขอบคุณเขาสำหรับเรื่องในครั้งนี้มากจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกละอายใจกับการกระทำของตนเองไปด้วย จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอไปก่อกวนตามแกล้งทำตัววุ่นวายใส่เขาตั้งมากมายขนาดนั้น แต่คนพี่กลับไม่คิดปล่อยผ่านตอนที่เห็นเธอโดนทำร้าย แถมยังอาสามาส่งกันอีก แม้จะเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจจนไม่สนสี่สนแปดขนาดนั้น ทุกครั้งที่กลั่นแกล้งเขาเธอก็พยายามไม่ให้มันเลยเถิดมากเกินไป ส่วนเรื่องแหวนเธอไม่ได้ตั้งใจจะเก็บไว้นานนัก แค่คิดว่าพ้นอาทิตย์นี้ไปก็ตั้งใจจะคืนให้เขาแล้ว “แวะซื้อยาก่อนไหม” ทว่าจู่ ๆ ทัศนัยที่จดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้าก็หันกลับมาถามเธอเสียงทุ้ม เขาดูอ่อนโยนลงมากหากเทียบกับช่วงที่ผ่านมา คงเพราะนึกสงสารหรือเห็นใจขึ้นมาล่ะมั้ง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ประคบเย็นก็น่าจะหายแล้ว” แล้วทัศนัยก็ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือความดื้อรั้นของคนน้องที่มีไม่น้อยไปกว่าความปั่นป่วนวุ่นวายของเจ้าตัวเลย แต่ถึงเธอจะบอกมาแบบนั้น ชายหนุ่มก็ยังเปิดไฟเลี้ยวแล้วหมุนพวงมาลัยเข้าข้างทางอยู่ดี “อยู่นี่แหละ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกึ่งออกคำสั่ง ร่างสูงเปิดประตูลงจากรถคันหรู แล้วตรงเข้าไปในคลินิกขายยา โดยปล่อยให้คนเจ็บนั่งงงอยู่บนรถ ใครไม่งงก็แปลกแล้วแหละ อยู่ดี ๆ คนที่ทำท่าทางหงุดหงิดรำคาญใส่ตลอดเวลาที่เจอหน้ากัน ยามนี้กลับเป็นคนเดียวกับคนที่เดินเข้าไปในร้านขายยา เพื่อซื้อยาให้คนที่ตัวเองรำคาญ มีตรงไหนไม่ย้อนแย้งบ้างล่ะ ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ทัศนัยก็เดินกลับมาที่รถพร้อมกับขึ้นมานั่งประจำที่ตัวเองเหมือนเดิม ถุงใส่ยาซึ่งมีทั้งยาทานและยาสำหรับทาแผลฟกช้ำ รวมถึงยาแก้อักเสบและอีกหลายอย่างถูกยื่นมาตรงหน้า แต่กรรณิการ์กลับไม่ยอมรับมันไปสักที จนเขาต้องเอ่ยปากบอก “รับไปสิ” ดวงตาคู่คมภายใต้เลนส์แว่นเหลือบมองใบหน้าหวานเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ” แม้จะยังงุนงงอยู่บ้างแต่ก็ยอมรับถุงยามาจากมือเขา เมื่อเธอรับมันมาแล้ว เขาก็ขับรถต่อจนมาถึงหอพักของลลิตา ที่เธอบอกทางกับเขาไว้ตั้งแต่ตอนขึ้นรถมากับเขา ก่อนจะมาเธอได้โทรบอกเพื่อนสาวเอาไว้ก่อนแล้ว เพราะอย่างนั้นเมื่อมาถึงเธอจึงทำเพียงส่งข้อความไปบอก แล้วรอให้เจ้าตัวลงมารับที่ด้านล่าง “คือว่า... ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” กรรณิการ์หันไปกล่าวขอบคุณชายหนุ่มรุ่นพี่อีกครั้ง “อืม” และเขาก็ทำเพียงขานรับในลำคอสั้น ๆ เท่านั้น รออยู่ไม่นานเจ้าของห้องพักที่เธอจะมารบกวนในค่ำคืนนี้ก็เดินปรี่ลงมา กรรณิการ์เห็นแบบนั้นก็รีบเอ่ยลาชายหนุ่มแล้วลงจากรถไปหาเพื่อนสาวทันที “เห้ย! แกไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเนี่ย” ลลิตาที่เห็นสภาพเพื่อนสนิทก็ถึงกับร้องถามด้วยความตกใจ สภาพยัยคุณหนูตอนนี้ดูไม่จืดเลยสักนิด “เอาไว้ค่อยคุยกัน ฉันอยากขึ้นไปอาบน้ำก่อน เหนียวไปทั้งตัวแล้วเนี่ย” มือเรียวยกขึ้นสางเส้นผมที่พันกันจากการถูกจิกกระชาก หนำซ้ำยังมีความเหนียวจากน้ำหวานมาทำให้มันยิ่งพันกันแน่นกว่าเดิม กรรณิการ์หันกลับไปมองรถของทัศนัย ก่อนจะเห็นว่าเขาค่อย ๆ ขับออกไปช้า ๆ ราวกับรอให้เธอและลลิตาขึ้นไปด้านบนก่อน หญิงสาวลอบอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะชวนเพื่อนรักคนสนิทให้ขึ้นไปบนห้องพัก “แล้วคือแกก็ปล่อยให้มันตบอยู่ฝ่ายเดียวน่ะเหรอ?” ลลิตาร้องถามเสียงดัง ใบหน้าของเธอยามนี้ดูโกรธเกรี้ยวไม่น้อย จะไม่ให้โกรธได้ยังไง ในเมื่อเพื่อนเธอถูกกระทำถึงขนาดนี้ แถมยังบอกว่าไม่เอาเรื่องฝ่ายนั้นอีก ต้องบอกว่าทั้งโกรธทั้งโมโหเลยต่างหาก กรรณิการ์มองท่าทางหัวฟัดหัวเหวี่ยงของเพื่อนสนิทแล้วก็ได้แต่นั่งนิ่ง เพราะไม่ผิดจากที่คาดเอาไว้เลยสักนิด ว่าลลิตาจะต้องโมโหมากแน่ ๆ หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ลลิตาก็ออกไปซื้ออาหารเข้ามาให้ จากนั้นพอกินเสร็จเธอก็ถูกซักถามจนต้องยอมเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสาวฟัง และพอฟังจบก็กลายเป็นอย่างที่เห็น เพื่อนรักของเธอแทบจะกระโจนออกไปจากห้องเพื่อไปจัดการกับคนที่ทำร้ายเธอ “ช่างเถอะแก ยัยนั่นเองก็โดนสวมเขา แค่ถูกแฟนนอกใจไม่พอ เพื่อนยังหักหลังอีก ปล่อยไปเถอะ” เพราะไม่อยากติดใจเอาความอะไรมาก เธอจึงพยายามหว่านล้อมให้เพื่อนสนิทใจเย็นลง “แต่มันก็ไม่ควรมาทำร้ายร่างกายคนอื่นไหม? แล้วนี่ปกติแกไม่เคยปล่อยให้ใครทำอยู่ฝ่ายเดียว แล้วครั้งนี้ทำไมยอม?” เจ้าของห้องถามอย่างไม่เข้าใจนัก ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาสามปีนั้น ลลิตาก็รู้ดีว่าเพื่อนสนิทของเธอไม่ใช่พวกยอมคน ใครทำมา ก็จะโดนสวนกลับแบบหนักกว่าเสมอ นั่นจึงทำให้เธอสงสัยไม่น้อยว่าทำไมในครั้งนี้กรรณิการ์ถึงยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ “แกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ยอมเจ็บตัวฟรีอยู่แล้ว เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วงหรอก” กรรณิการ์เอ่ยตัดบทเพราะไม่อยากพูดถึงเรื่องในวันนี้อีก “เห้อ เอาเถอะ ฉันว่าแกก็เบา ๆ ลงบ้างนะเรื่องผู้ชายน่ะ ตั้งแต่เปิดเทอมปีสามมา แกเจอแต่เรื่องวุ่น ๆ” ลลิตามองคนที่นั่งกอดหมอนอยู่บนตียงด้วยความเป็นห่วง “รับทราบแล้วค่ะคุณแม่” คนถูกเตือนตอบรับด้วยท่าทางกวน ๆ “เดี๋ยวเถอะ” เจ้าของห้องยกนิ้วขึ้นชี้ใบหน้าสวยของเพื่อนสาว ก่อนที่เธอจะเข้าไปอาบน้ำบ้าง และปล่อยให้คนเจ็บได้ใช้เวลากับตัวเอง กรรณิการ์รอจนเพื่อนสนิทหายเข้าห้องน้ำแล้ว จึงหันไปหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความหาคนที่ช่วยเหลือเธอในวันนี้ Green_eiei : ขอบคุณที่ช่วยวันนี้นะคะ Ttime : ไม่เป็นไร Green_eiei : (ส่งรูปภาพ) Green_eiei : เจ็บมากเลย ถ้ามีคนโอ๋ก็คงจะดี Ttime : อย่าลืมทายา Green_eiei : มาทาให้หน่อยสิ Ttime : ให้เพื่อนช่วยทา Green_eiei : อยากให้พี่ไทม์ทาให้ค่ะ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้างาม เธออ่านข้อความที่เขาตอบกลับมาแล้วก็ได้แต่ลอบหัวเราะเบา ๆ ดูท่าเขาคงจะอ่อนลงให้เธอมากเลย ทั้งที่ปกติเวลาเธอแกล้งทักไปกวน เขาก็แทบไม่ตอบกลับด้วยซ้ำ คงเป็นพวกหนุ่มซึนสินะ และบทสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากเธอส่งข้อความล่าสุดไป ฝ่ายทัศนัยก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก กายบางทิ้งตัวลงนอนบนเตียงในอ้อมแขนมีตุ๊กตาแมวของเพื่อนสนิทถูกกอดจนยับยู่ กรรณิการ์เกลือกกลิ้งไปมาด้วยความสบายใจ ทั้งที่วันนี้เพิ่งถูกตบจนหน้าช้ำมา เรื่องราวในวันนี้ทำให้ความรู้สึกบางอย่างภายในใจของเธอค่อย ๆ งอกเงยขึ้นมาทีละนิด ซึ่งตอนนี้เธอก็ยังไม่ค่อยเข้าใจมันสักเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่ามันคงเป็นความรู้สึกที่ไม่แย่เกินไปนักหรอก “คิดอะไรของแกเนี่ยยัยกรีน” พลันใบหน้าสวยก็ส่ายไปมาแรง ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านไร้สาระออกจากหัวหลังถูกเชิญขึ้นไปเต้นอยู่กับดีเจหนุ่มหล่อบนเวทีพอได้เหงื่อแล้ว กรรณิการ์ก็รู้สึกว่าเธอมีอาการแปลก ๆ ไป ทั้งร่างร้อนวูบวาบอีกทั้งยังรู้สึกมึนหัวคล้ายอาการเมาเหล้าท่ามกลางผู้คนและแสงสีชวนตาลาย ร่างเล็กค่อย ๆ ประคองตัวเองเดินแหวกออกไปเพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำ“ฮือ ร้อน” เสียงหวานพึมพำกับตนเองเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวหนักขึ้นภาพตรงหน้าดูพร่าเบลอเหมือนโลกหมุน อีกทั้งยังปวดหัวและวูบวาบไปทั้งตัว จนแทบควบคุมร่างกายไม่ไหวพลันคำพูดของพี่ชายก็ผุดขึ้นมาในหัว‘ยาปลุกเซ็กส์ทั่วไป ฤทธิ์จะแรงทำให้ร่างกายเราร้อนและรู้สึกมีความต้องการสูงมาก ยิ่งผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ยิ่งแรง ถ้ารู้ตัวว่าโดนยาพวกนี้ก็ต้องรีบจัดการ’แล้วสถานการณ์ตอนนี้เธอควรทำยังไงดี กรรณิการ์ได้แต่คิดอยู่ในใจ เธอพาร่างตัวเองออกมาจากกลางดงผู้คนได้แล้วแต่ทว่าจู่ ๆ ข้อมือก็ถูกใครบางคนกระชากอย่างแรง จนร่างสวยแทบลอยไปปะทะกับแผงอกของคนคนนั้น“อึก! ปล่อย” ดวงตาคู่สวยซึ่งฉ่ำเยิ้มด้วยพิษใคร่และฤทธิ์แอลกอฮอล์ตวัดมองคนที่เข้ามากระชากแขนพลางบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมไปด้วย“เป็นอะไรรึเปล่ากรีน” เสียงคุ้นหูทำให้กรรณิการ์เพ่งมองใบหน้าของผู้ชายคน
FAMOUS CLUB 21:45 น. เสียงดนตรีดังกระหึ่มภายในคลับชื่อดังย่านใจกลางเมือง ในคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์ทำให้ทุกโซนอัดแน่นไปด้วยเหล่านักล่าราตรี เพราะที่นี่เป็นคลับที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุด ดีเจงานดีทั้งชายและหญิง พนักงานเสิร์ฟหรือแม้กระทั่งการ์ดหน้าผับก็ยังหน้าตาดีเหมือนจับดารามาแต่งคอสตูม กรรณิการ์เป็นลูกค้าประจำของที่นี่บวกกับพี่ชายเป็นผู้ถือหุ้นหลักด้วย ทำให้เธอมักจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งด้านการบริการและความปลอดภัย “แกห้ามยัยกรีนหน่อยมั้ย ซดเหล้าเป็นน้ำเปล่าเลย” เสียงเพื่อนสาวในโต๊ะซุบซิบคุยกันเมื่อเห็นคนที่ชวนออกมาดื่มกระดกเหล้าเป็นน้ำเปล่า วันนี้กรรณิการ์รู้สึกเบื่อจนเข้าขั้นเหงา เธอจึงชวนกลุ่มเพื่อนสายปาร์ตี้ที่ค่อนข้างสนิทกันมาดื่มด้วย เพราะชวนคุณากรกับลลิตาแล้วทั้งสองต่างไม่ว่างกัน เธอจึงต้องชวนเพื่อนกลุ่มนี้มาด้วยแทน ซึ่งคนมีชื่อเสียงอย่างเธอก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีเพื่อนหลายกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้สนิทเท่าสองคนที่เป็นเพื่อนรักจนตัวติดกันแทบตลอด กลุ่มไหนสนิทได้แค่ไหนเธอรู้ดี... “เฌอ สั่งเหล้าเพิ่มให้หน่อย” กรรณิการ์หันไปพูดข้างหูเพื่อนสาวที่ชื่อเฌอเอม ซึ่งเป็นเพื่อนที่เธอรู้จัก
นับตั้งแต่วันที่ความสัมพันธ์แสนวุ่นวายของเธอกับเขาจบลง โดยที่ชายหนุ่มเป็นคนออกปากไล่ด้วยตัวเอง กรรณิการ์ก็รู้สึกว่าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยตอนปีสามมันดูน่าเบื่อไปหมด แม้กระทั่งกำลังนั่งเรียนอยู่ในวิชาเสรีที่เธอเป็นคนไปลากเพื่อนทั้งสองย้ายมาลงเรียนด้วยกัน จนต้องเสียเวลาดำเนินเรื่องและถูกอาจารย์บ่นจนหูแทบชา เธอก็ยังรู้สึกเบื่อหน่าย แต่ก็นับยังว่าเป็นโชคดีที่จะไม่ต้องเห็นหน้าคนหน้านิ่งนั่นอีก เพราะเขาไม่ได้มาช่วยสอนอีกแล้ว ตอนนี้ที่เธอกำลังเบื่อหน่ายเพราะไม่มีอะไรให้น่าสนใจ ปกติเธอมักจะมีคนคุยไม่เคยว่างเว้น แต่ช่วงนี้กลับไม่รู้สึกอยากคุยกับใครเป็นพิเศษ และนี่ก็คือสาเหตุของการที่เธอรู้สึกเหมือนจะแห้งเฉาตาย เพราะทุกอย่างมันดูน่าเบื่อไปหมด กรรณิการ์จึงหันไปมองรอบข้าง ก่อนจะเห็นเพื่อนสนิทอย่างคุณากรกำลังนั่งควงปากกาเล่นอยู่ รายนั้นก็ดูจะเหม่อลอยไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ แต่ที่ต่างก็คงจะเป็นอีกฝ่ายเหม่อแล้วยิ้มคล้ายกับกำลังเคลิ้มฝัน ส่วนเธอเหม่อเพราะรู้สึกเบื่อ “คิดอะไรอยู่ ทำไมถึงได้ยิ้มชวนคิดลึกแบบนี้” ก่อนที่เธอจะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบถามเสียงเบาพร้อมทั้งยกยิ้มล้อเลียนเพื่อนชายไปด้
ผ่านมาหลายวันหลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์ผีผลักในรถของทัศนัย พอวันต่อมาเขาก็ไม่ได้เข้ามาที่มหา’ลัยทำให้ไม่ได้เจอหน้าหญิงสาว เพราะปีสี่ไม่ค่อยมีการเรียนการสอนมากเท่าไหร่ ส่วนมากจะเน้นให้นักศึกษาได้วางแผนทำวิจัย หรือบางคณะก็อ่านหนังสือติวเข้มเตรียมสอบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอกับคนน้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่หญิงสาวส่งข้อความมาหา ถามไถ่ไปเรื่อยตามประสาของเธอ ถ้าจะมีสิ่งที่แปลกไปก็คงเป็นตัวเขาที่เริ่มตอบข้อความเธอบ่อยขึ้น ไม่ได้รู้สึกรำคาญเวลาถูกคนน้องหยอกล้อ หรือแกล้งหยอดคำหวานหรือส่งมุกจีบมาให้ พอเธอเลิกก่อกวน และพูดจาน่ารักกับเขาบ่อยขึ้น ทัศนัยก็รู้สึกว่าเนื้อแท้ของคนตัวเล็กไม่ได้แย่นัก กรรณิการ์เป็นผู้หญิงร่าเริง คุยเก่งและบางครั้งก็ชอบอ้อนแบบไม่รู้ตัว ถึงแม้จะพิมพ์คุยกันในแมสเสจเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็พอจะจับสังเกตได้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่คนน้องมานั่งอยู่กับเขาที่ใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ ซึ่งวันนี้เขาเข้ามหา’ลัยมาเพื่อพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและจัดการเอกสารที่ช่วยอาจารย์สอนเล็กน้อย “แล้วพี่ไทม์จะกลับตอนไหนเหรอ” เสียงหวานของกรรณิการ์เอ่ยถามคนพี่ เนื่องจ
รู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีสารถีเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่สุดเย็นชาเสียแล้ว กรรณิการ์ลอบมองซีกหน้าด้านข้างของคนพี่ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า โดยตรงไปตามเส้นทางที่จะไปเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ ความคิดที่เคยอยากแกล้งเขาเพื่อเอาคืนที่ถูกปฏิเสธในวันแรกนั้น ตอนนี้มันแทบจะเลือนหายไปจากสมองของเธอหมดแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ที่หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เขา มันอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง คงเป็นวันที่เธอถูกดักทำร้ายล่ะมั้ง... แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในตอนนี้เธอก็ไม่กล้าพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงในตอนนี้ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ พอมาคิด ๆ ดู หากเธอเป็นฝ่ายที่ถูกตามก่อกวน ถูกแกล้งหรือยั่วโมโห แต่วันดีคืนดีอีกฝ่ายกลับมาทำท่าทางเหมือนตกหลุมรักเธอ มันก็คงพิลึกไม่น้อย แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวยอย่างเธอหรอก คนหล่อมีเยอะ แต่คนหล่อที่ตรงเทสเธอน่ะมันไม่ได้มีให้เจอบ่อย ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากเกิดมาหล่อเอง “ถึงแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นช่วยเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กล
ภายในร้านชาบูหม้อไฟซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปหลากหลายรสชาติ กรรณิการ์สั่งเนื้อเซ็ตใหญ่มาพร้อมกับกุ้งถาดใหญ่อีกสองถาดโดยมีทัศนัยนั่งมองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ หลังจากที่หยอกล้อชายหนุ่มรุ่นพี่จนพอใจแล้ว เธอก็ชวนเขามานั่งกินหม่าล่าหม้อไฟด้วยกัน ซึ่งก็ได้ถามคนพี่ก่อนแล้วว่าเขาสามารถกินเผ็ดได้ไหม และด้านทัศนัยเองก็ยืนยันว่ากินได้ เธอจึงพาเขามาที่ร้านประจำของตัวเอง “ทำไมสีมันดูจัดขนาดนี้” หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าน้ำซุปในหม้อหม่าล่าสีดูจัดจ้านจนเขารู้สึกแสบท้องทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทานเลยด้วยซ้ำ “หม่าล่าก็แบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบก็มีอีกฝั่งเป็นทงคัตสึไงคะ” กรรณิการ์มองคนพี่พลางพยักเพยิดหน้าให้เขามองอีกฝั่ง ซึ่งเป็นน้ำซุปทงคัตสึรสชาติกลมกล่อมเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานเผ็ด “กินเผ็ดแบบนี้ไม่กลัวแสบท้องหรือไง” เขาถามด้วยความสงสัย สีของมันดูน่าจะเผ็ดมากแถมน้ำมันยังเยอะอีกด้วย เพราะด้วยภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่ดูเป็นคุณหนู แม้จะไม่ได้น่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอจะกินเผ็ดขนาดนี้ได้ยังไง “แค่นี้สบายมาก ถึงหนูจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแต่เรื่องกินเผ็ดหนูได้เ
ทัศนัยชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนั้นของหญิงสาว เขาไม่รู้ว่าเด็กนี่ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้พูดจาแก่แดดแบบนี้ออกมาได้“คิกคิก ล้อเล่นค่ะ” ก่อนที่เสียงหัวเราะของกรรณิการ์จะดังขึ้น ร่างเล็กสั่นเทิ้มจากการพยายามกลั้นเสียงขำไว้ท่าทางของเขาตอนที่เธอพูดประโยคนั้นไป ทำเอาหญิงสาวรู้สึกขบขันไม่น้อย เธอก็แค่
ตลอดทั้งวัน ทุกครั้งที่หันไปมองหน้าเพื่อนสนิททั้งสองเธอก็มักจะได้รับสายตาล้อเลียน และท่าทางกลั้นขำเหมือนคนเส้นตื้น จากทั้งสองคนอยู่เสมอ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายของวัน“นี่ พวกแกหยุดหัวเราะได้แล้ว มันมีอะไรน่าขำขนาดนั้น?” เรียวคิ้วสวยขมวดมยุ่งอย่างขัดใจ เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
“เราสนใจนายอ่ะ จีบได้ป้ะ?”คำพูดของกรรณิการ์สร้างความตกตะลึงระคนตกใจให้กับสองหนุ่มที่นั่งฟังอยู่ทั้งพชรและศุภวิชญ์ต่างหันมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างทัศนัยซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ ปนงุนงงสาวฮอตเป็นฝ่ายรุกว่าอึ้งแล้ว แต่นี่เพื่อนพวกเขายังโดนสาวสวยดีกรีอดีตดาวมหา’ลัยขอจีบซึ่ง ๆ หน้าอีก มัน
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เสียงทุ้มโทนต่ำค่อนไปทางเรียบนิ่งเอ่ยถามคนในอ้อมแขนวินาทีนั้นกรรณิการ์คล้ายตกอยู่ในภวังค์ เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติในระยะใกล้ รูปหน้าของเขาดูคมคาย ริมฝีปากหยักบางสีชมพูธรรมชาติ ดวงตาคมดุสีถ่านด้านหลังเลนส์แว่นใสไร้ขอบดูมีเสน่ห์ยากจะต้านทานเรือนผมสีดำถูกเซ็ตข







