Beranda / วาย / Law In Love #นิติติดเกียร์ / ฝันร้ายที่กลับมา

Share

ฝันร้ายที่กลับมา

last update Tanggal publikasi: 2026-04-01 17:08:19

“เฮือก!”

คิงลืมตาตื่นลุกขึ้นนั่งบนเตียงหอบหายใจอย่างรัวเร็ว ภายในห้องที่มืดสลัวชายหนุ่มมีสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ เขาหายใจอย่างรุนแรง มือแนบหน้าอกจับบริเวณหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักเขาถึงจะทำตัวให้สงบลงได้สักที

“นี่ฝันร้ายอีกแล้วเหรอ”

เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คิงต้องฝันร้ายทุกคืน ตื่นขึ้นมากลางดึกในทุกวันเพราะฝันถึงเรื่องคราวนั้นที่เขาควรจะลืมมันไปได้แล้วสิ

ครั้งล่าสุดที่คิงฝันร้ายเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือสองสามปีก่อน ก่อนที่พ่อจะพาเขาไปรักษาจนหาย ไม่ฝันร้ายอีกต่อไป ทั้งที่ลืมความฝันนั้นไปแล้วแท้ ๆ แต่ทำไมมันถึงวนกลับมาอีกรอบกันนะ นัยน์ตาเรียวแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินลงมา เขากอดเข่าตัวเองก้มหน้าซุกพร้อมกับร้องไห้เสียงเบาออกมาไม่หยุด

“มึงเป็นอะไรหรือเปล่าคิง ทำไมตามันแดง ๆ วะ นี่มึงร้องไห้เหรอ” เชฟหยุดมือที่กำลังเอาขนมปังทาเนยเข้าปากทันที เมื่อเห็นว่าเพื่อนอย่างคิงนั้นออกมาจากห้องด้วยนัยน์ตาที่แดงเหมือนคนพึ่งร้องไห้มาอย่างไรอย่างนั้น

ทันทีที่คิงเดินออกมาจากห้องก็เจอเชฟที่กำลังกินมื้อเช้าอยู่ และแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เชฟแต่ยังมีเฉินด้วยอีกคนที่พักอยู่ที่นี่ด้วย พวกเขาสามคนอยากจะพักอยู่ด้วยกัน จึงไม่ได้เข้าพักที่หอในแต่มาพักที่หอนอกแทน

แต่จะเรียกว่าหอก็แปลก ๆ เพราะที่นี่คือห้องพักสุดหรูที่ป๊าของเฉินเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาอยู่ มีห้องพักส่วนตัวสามห้องพร้อมห้องส่วนกลางและห้องครัว ซึ่งจริง ๆ ป๊าเฉินก็แค่ไม่อยากจะให้เฉินไปนอนรวมกับคนไม่รู้จักก็เท่านั้น ซึ่งพวกเขาก็ไม่ติดที่จะต้องอยู่ที่นี่เพราะตอนแรกทุกคนก็ตั้งใจจะอยู่ด้วยกันอยู่แล้ว

“จริง ๆ ด้วย นี่มึงร้องไห้มาใช่ไหม ไหนใครมันทำมึงร้องไห้บอกมาเลย ขอแค่ไม่ใช่พ่อกับแม่มึงกูจะไปหาเรื่องมันเอง” เฉินที่เดินออกมาจากห้องแล้วได้ยินที่เชฟพูด ก็รีบเข้าไปจ้องใบหน้าคิง เห็นว่าคิงร้องไห้จริง ๆ เขาก็รู้สึกโกรธแทนเพื่อน ออกตัวจะไปคิดบัญชีแทน

“ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้นแหละ แค่ฝันถึงเรื่องนั้นเอง พวกมึงรีบเตรียมตัวเถอะ พวกเราจะได้ไม่ไปสาย” คิงไม่อยากพูดอะไรมาก หยิบผ้าขนหนูมาแล้วก็เข้าไปอาบน้ำต่อจากเฉิน

“มันฝันถึงเรื่องนั้นอีกแล้วเหรอ” เฉินมองจนคิงปิดประตูห้องน้ำ จึงพูดขึ้นอย่างแปลกใจที่ช่วงนี้เพื่อนตัวเองกลับมาฝันร้ายบ่อยครั้งแบบนี้

“เฮ้อ! กูว่ามันแปลก...คิงมันไม่ฝันร้ายมานานแล้วนะ มีอะไรไปกระตุ้นมันหรือเปล่า” เชฟมองไปที่ห้องน้ำด้วยความเป็นห่วง

“เราต้องบอกพ่อกับแม่มันไหมวะ ว่าคิงมันกลับมาฝันร้ายอีกแล้ว”

“อย่าพึ่งเลย รอดูไปก่อน ถ้าคิงมันอยากบอกมันก็คงบอกแล้ว ตอนนี้เราก็ดูมันไปก่อนแล้วกัน ค่อยตัดสินใจกันอีกที”

“แล้วนี่มึงเตรียมของเสร็จยัง”

“เดี๋ยวจะรีบไปเตรียมเดี๋ยวนี้เลย!” เฉินที่พึ่งนึกขึ้นมาได้ก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องตัวเอง เตรียมของที่จะเอาไปเข้าค่ายด้วย

“เร็ว ๆ นะเฉิน ถ้ามึงช้าพวกกูไม่รอนะเว้ย!”

“รู้แล้วน่า”

“เฮ้อ... ทำไมวันนี้มันวุ่นวายจังนะ” เชฟถอนหายใจออกมาก่อนเดินกลับไปนั่งกินอาหารเช้าของตัวเองต่อ

“ทำไมมึงเอาของมาเยอะจังเฉิน เข้าค่ายรับน้องนะเว้ย ไม่ใช่ไปเที่ยวพักผ่อน” เชฟบ่นเพื่อนสนิทตน ที่เตรียมของจะเอาไปเข้าค่ายรับน้องปีหนึ่งตั้งสามกระเป๋าใบใหญ่ ลำบากเขากับคิงต้องช่วยถือกระเป๋าที่ตัวเฉินเองแทบจะยกไม่ไหวคนละใบ ต่างกับพวกเขาสองคนที่มีเพียงกระเป๋าใบเดียวเท่านั้น

“น่า...อย่าบ่นมากเลย ที่มันเยอะก็เพราะเตรียมเผื่อพวกมึงทั้งนั้นแหละ ช่วย ๆ ถือหน่อยจะเป็นไรไป” เฉินพูดด้วยรอยยิ้มเพราะกระเป๋าที่ตนถือนั้นเบาที่สุด

คิงไม่ได้พูดอะไรเพราะถึงแม้ทั้งสองจะบ่นและทะเลาะกันแบบนี้ทุกวัน แต่ก็ยังรักกันดีเหมือนเดิม เป็นเพียงสีสันในวันธรรมดาของพวกเขาทั้งนั้น ตรงหน้าคิงคือภาพอันแสนวุ่นวาย มีนักศึกษาปีหนึ่งเดินไปมากันให้ควั่ก และยังมีรุ่นพี่และอาจารย์ที่เดินไปมา

รุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งเหมือนจะสังเกตเห็นพวกเขาสามคนจึงมุ่งหน้าเดินเข้ามาหา ส่วนที่รู้ได้ไงว่าอีกฝ่ายคือรุ่นพี่ ก็เพราะป้ายห้อยคออีกฝ่ายนั้นมีคำว่าพี่อยู่

‘พี่มาร์ก’

“น้องสามคนเป็นเด็กคณะนิติใช่ไหม” เดินมาถึงก็เอ่ยปากถามทันที พวกขาสามคนต่างก็ผงกหัวตอบรับ

“ดีเลย งั้นรับป้ายนี่ไปเขียนชื่อตัวเองนะ แล้วก็เดินไปหาที่นั่งตรงนู้นนะ ที่นั่นเป็นจุดรวมพลของคณะนิติเรา อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถก็จะออกสตาร์ตแล้ว เพราะงั้นถ้าจะเข้าห้องน้ำก็รีบเข้านะ”

“อย่าเดินเลยไปฝั่งนู้นล่ะ นั่นเป็นจุดรวมพลพวกคณะวิศวะ เฮ้อ...ปีนี้พวกน้องโชคไม่ดีจริง ๆ ที่คณะเราโดนเอางบรับน้องไปรวมกับพวกวิศวะที่ป่าเถื่อน แต่อย่าเป็นห่วงเลย พวกพี่จะทำให้พวกน้องมีความสุขในการเข้าค่ายเอง ไม่ต้องห่วง”

“อะ...พูดมากไปละ เดี๋ยวพวกน้องรีบไปนั่งนะ พี่คงไม่ได้พาไป พี่ต้องไปดูแลคนอื่น ๆ อีก”

“นี่น้องสองคนใช่เด็กนิติไหม...”

พี่มาร์กมาเร็วไปเร็วไม่ปล่อยโอกาสให้พวกเขาได้พูดอะไรเลย อีกฝ่ายเล่นพูดคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ให้โอกาสพวกเขาสามคนได้พูดแทรก ทำเอาคิงและเพื่อนทั้งสองคนมองกันเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก

“พวกเราไปหาที่นั่งกันดีกว่า” คิงดึงกระเป๋าอันหนักของเฉินที่วางเอาไว้ที่พื้นขึ้นมาถือ เดินนำไปที่จุดรวมพลตามที่พี่มาร์กพูด

ถามว่าทำไมงบการเข้าค่ายรับน้องของเด็กคณะนิติถึงโดนเอาไปรวมกับของคณะวิศวะนั้น เหตุผลมันก็ง่ายแสนง่าย ก็เพราะว่ามหา’ลัยมีงบสนับสนุนไม่เพียงพอให้พวกเขาสองคณะน่ะสิ

คณะหนึ่งมีนักศึกษาน้อยลงแต่ต้องการงบเท่าเดิม ส่วนอีกคณะหนึ่งก็อยากได้งบเพิ่มมากขึ้นเพราะจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่ว่าจะหักเอางบสนับสนุนไปให้ใคร อีกคณะก็จะมีงบไม่พอเหมือนกัน

สุดท้ายไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงมายังไง หลังจากโต้เถียงกันมาหนึ่งเดือนในที่สุดก็ได้ข้อสรุป การเข้าค่ายของคณะนิติจึงถูกรวมเข้ากับของคณะวิศวะ ให้ไปเข้าค่ายในสถานที่เดียวกันเพื่อประหยัดงบ

นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตอนนี้เด็กคณะนิติและวิศวะถึงได้เดินวุ่นกันไปมาไม่หยุด นั่นก็เพราะว่าวันนี้พวกเขานั้นจะต้องไปเข้าค่ายรับน้องร่วมกัน

“คิง นั่นไงพี่ภาณุคณะวิศวะ!” หาที่นั่งรวมกับคนในคณะได้ไม่นาน คิงก็ถูกเชฟสะกิดให้หันไปมอง

มีรถมอเตอร์ไซค์สีแดงที่คุ้นเคยจอดอยู่บริเวณคณะวิศวะ ผู้ชายร่างสูงใส่เสื้อช็อปคณะวิศวะสีแดงถอดหมวกกันน็อกออก ใบหน้าเรียว ผิวสีแทนที่ขับเปล่งท่ามกลางแสงแดดยามเช้า ขับเน้นให้อีกฝ่ายโดดเด่นจนไม่อาจละสายตาได้ เพียงแต่ใบหน้าหล่อนั้นกลับอึมครึมเหมือนอมทุกข์อย่างกับมีใครไปเหยียบหางเขาเอาไว้อยู่ตลอดเวลาอย่างนั้นแหละ

ตึกตัก ๆ ตึกตัก ๆ

คิงใช้มือจับหัวใจตัวเองที่เต้นแรงอย่างผิดปกติเมื่อเห็นใบหน้านั้น

“เชี่ย! แม่งหล่อจังวะ ดูผู้หญิงคณะวิศวะดิ เข้าไปออกันเต็มเลย”

“มึงจะชมมันทำไมเฉิน บ้าเปล่า...มันเกือบชนพวกเรานะตอนนั้น”

คิงไม่ได้สนใจฟังที่เพื่อนทั้งสองคนพูดอีกต่อไป เขาทำเพียงมองใบหน้านั้นอยู่เนิ่นนาน

“พี่อยู่คณะเราเหรอคะ ทำไมพวกเราไม่เคยเจอเลย”

“ไปอยู่ที่ไหนมา นั่นพี่ภาณุไง พี่ภาณุหนูขอเฟซหน่อยได้ไหมคะ”

“พวกเธอมาทีหลังหลีกไปซะ ปีสามอย่างพวกเรายังไม่มีเลย พวกเธอกล้าขอได้ไง ภาณุฉันขอเฟซนายได้ไหม”

ภาณุทำตัวไม่ถูกหลังจากที่ถอดหมวกกันน็อกออกก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้หญิงคณะวิศวะมากหน้าหลายตาแล้ว

“พอ ๆ ทั้งปีสองปีสามกระจายกันออกไปดูแลน้องปีหนึ่งซะ อย่าให้ผมได้พูดซ้ำนะ”

เสียงเข้มของผู้ชายดังขึ้นข้างหลังกลุ่มผู้หญิง เสียงนั้นเหมือนเสียงสวรรค์ที่พอดังขึ้นก็ทำให้ผู้หญิงที่ล้อมรอบตัวภาณุพากันหน้าเปลี่ยนสีทันที กระจายตัวหายไปกันอย่างรวดเร็วจนไม่มีเหลือสักคน

ซึ่งคนนั้นก็ไม่ใช่ใครนอกจากเพื่อนของภาณุเอง ประธานรุ่นคณะวิศวะปีสามอย่าง ‘แมน’ ที่สมกับชื่อของมัน ร่างกายสูงโปร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามใหญ่ ๆ เท่าหัวเด็ก ด้วยรูปร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ดูแลมาอย่างดี ทำให้แม้หน้าตาแมนจะไม่ได้โหดแต่ก็ทำให้คนหลาย ๆ คนหวาดกลัว

“มึงนี่ฮ็อตเหลือเกินนะ ทำไมคนหล่อแบบมึงถึงใช้ความหล่อให้เป็นประโยชน์ไม่ได้นะ...”

“ชู่...มึงอย่าพูด เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”

“แถวนี้มีคนอื่นที่ไหนล่ะ ทำไมกูถึงไม่เกิดมาหล่อแบบมึงบ้างนะ”

“เลิกพูดมากได้แล้ว มึงจะยืนคุยกับกูตรงนี้เหรอ”

“เออ ๆ รู้แล้ว ไปที่จุดรวมพลกัน”

ภาณุเดินตามแมนเข้าไปรวมกลุ่มกับเด็กปีสองปีสามคณะวิศวะที่รวมกันอยู่ หลายคนพอเห็นว่าเป็นภาณุต่างก็เอ่ยทักทายแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ อาจเพราะมีแมนที่คอยเดินข้าง ๆ กันอยู่ด้วย

“พี่ภาณุสวัสดีครับ พี่ภาณุก็จะไปเข้าค่ายเหรอครับ แล้วเรื่องคุณแม่...” กานที่เป็นน้องรหัสพอเห็นพี่ภาณุเดินเข้ามาก็รีบเข้าไปทักทายอย่างรวดเร็ว

“ไม่ต้องห่วงหรอก แม่พี่แข็งแรงดีแล้วตอนนี้ แล้วพี่ก็เป็นเฮดว้ากด้วย จะไม่ไปก็ไม่ได้สิ” ภาณุรีบเอ่ยตัดบท ไม่อยากให้น้องรหัสแสนดีของตัวเองต้องเป็นห่วง

“งั้นเหรอครับ แต่ถ้าพี่มีเรื่องอะไรบอกผมได้เสมอนะครับผมพร้อมช่วย”

“อื้ม พี่ขอบใจมาก แต่ตอนนี้พี่ขอไปประชุมกับแมนก่อนนะ มันทำหน้าตาไม่พอใจละ ไป ๆ อย่ามาขู่น้องรหัสกู” ภาณุตบไหล่แมนที่ยืนรอนานให้รีบเดินนำทางไป

“หื้มม”

ภาณุรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมองมาที่ตนจึงหันไปมองที่จุดรวมพลคณะนิติ พบเข้ากับใครคนหนึ่งที่จ้องมองเขาไม่ละสายตานั่น ในดวงตาอีกฝ่ายนั้นแตกต่างกับคนอื่น ๆ ที่มองใบหน้าเขาเพราะความหล่อ สายตาที่อีกฝ่ายมองมานั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ

พอได้สบตากัน คนคนนั้นก็จ้องมองอย่างไม่ลดละ ก่อนต่อมาจะรีบหลบสายตาหันไปมองทางอื่นแทน

“มีอะไรเปล่ามึง เจอโจทก์เก่าที่คณะนิติเหรอ ให้กูช่วยไหม” แมนหันมองตามสายตาภาณุที่มองไปยังจุดรวมพลคณะนิติ

“โจทก์บ้าอะไร กูไม่มีแล้ว กูเลิกต่อยตีมานานแล้วนะเว้ย พวกเรารีบไปกันดีกว่า” ภาณุปฏิเสธแมนไปดันหลังพากันเดินต่อไป โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคนหนึ่งจ้องมองอยู่ตลอด ไม่ละสายตา

ไม่นานคณะนิติและวิศวะต่างก็พากันขึ้นรถบัสของตัวเอง ก่อนจะพากันออกเดินทางไปสู่ค่ายที่เป็นจุดหมายปลายทางของการรับน้องในครั้งนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   หัวใจดวงที่สองที่ได้มาตั้งนานแล้ว

    “เชี่ย! คำพูดเมื่อกี้ของเพื่อนกูเด็ดมาก นี่สิถึงจะเป็นไอ้คิงเพื่อนกูสมัยมัธยม โหดสาดด” เฉินเดินขึ้นหน้าไปกล่าวกับคิงด้วยสีหน้าตื่นเต้น อ่า..นานแค่ไหนแล้วนะที่เพื่อนเขาไม่ได้โหดแบบนี้ ทำเอาเฉินนึกไปถึงว่าคิงโดนสลับตัวโดยคนหน้าเหมือนไปแล้ว“หลีกไปเลย มึงนี่เชียร์แต่จะให้เพื่อนมีเรื่อง ทั้ง ๆ ที่คนที่กระจอกกว่าใคร ดูแลตัวเองก็ไม่ได้คือมึง” เชฟกลอกตา เดินขึ้นหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้มือดันศีรษะเฉินออกไป เกะกะขวางทางเดินของพวกเขาสองคน“ถึงกูจะไม่เก่งแต่กูรวยเว้ย! โลกนี้กูใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่พวกมึงสองคนไง ไม่งั้นพวกมึงไม่ได้มาเป็นเพื่อนกูหรอก” เฉินรีบวิ่งไปยืนต่อหน้าคิงและเชฟเอ่ยออกมาอย่างภูมิใจในอำนาจเงินของตัวเอง“เงินพ่อมึงเว้ย! ไม่ใช่เงินมึง” เชฟเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดของเฉินให้“เงินป๊าก็คือเงินกูอยู่วันยังค่ำอะแหละ มึงพูดแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ” เฉินกอดอกพูดออกมาอย่างภูมิใจ“ไอ้นี่วอนแล้ว” เชฟได้ยินอย่างนี้ก็คิ้วกระตุก อยากจะเข้าไปสั่งสอนเฉิน แต่ก็โดนร่างสูงข้าง ๆ ห้ามเอาไว้ก่อน“พอ ๆ เลยพวกมึงสองคน เลิกทะเลาะกันได้แล้ว ถ้าต่อไปไม่มีกูคอย

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   ความสัมพันธ์แบบเฟื่อนกึ่งเอฟดับบลิวบี

    “อื้มม...ซี้ดด...ทำไมข้างหลัง...ซี้ดด มันอึดอัดจังวะ” ภาณุเอ่ยขึ้นมาตอนเช้าเมื่อเริ่มรู้สึกตัวแม้ว่าตาจะยังหลับอยู่ก็ตาม เวลาเขาขยับตัวมันรู้สึกเสียวไปทุกครั้งเลยแม้จะขยับเพียงนิดเดียว ยิ่งกับช่องทางด้านหลัง ยิ่งรู้สึกว่ามันแน่นมากผิดปกติ“อื้มม...พี่ภาณุอย่าขยับมากสิครั...ซี้ดดด...ยิ่งพี่ขยับผมยิ่งเสียวนะ...อ่า...หรือพี่ภาณุอยากให้ผมแตกในตอนเช้าแบบนี้ก่อนไปเรียนดีครับ” คิงเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเหยเก เวลาที่พี่ภาณุขยับตัวเขาเสียวจะแย่จนตื่นนอนเลยเมื่อได้ยินเสียงกระเส่าของคิงที่ดังขึ้นข้างหู ภาณุก็ลืมตาตื่นขึ้นทันควัน มองสภาพร่างกายของตัวเองในตอนนี้ที่มีแขนสีขาวกอดรัดร่างอยู่ พร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ ที่ช่องทางด้านหลังที่คับแน่น พอลองขมิบดูก็ได้ยินเสียงครางกระเส่าและลมหายใจร้อนของคิงรดที่ต้นคอ บวกกับคำพูดของคิงในสถานการณ์แบบนี้ ภาณุก็รู้ทันทีเลยว่าอะไรที่ทำให้ตัวเองอึดอัดที่ด้านหลัง“ไอ้คิง!” ภาณุตะโกนเรียกชื่อคิงเสียงดังเมื่อเขาลองคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ปรากฏว่าตั้งแต่ที่หยุดพักกันจนหลับ เขายังไม่เห็นหรือรู้สึกแต่อย่างใดว่าคิงนั้นถอนลำแก่นกายออกไปจากตัวเลย

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   เคลียร์ใจ

    “พี่ภาณุจะให้ผมแก้ผ้าโป๊อยู่คนเดียวเหรอครับ” ทันทีที่พี่ภาณุวางคิงลงบนเตียงนอนเขาก็เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคนพี่ไม่มีทีท่าที่จะถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนตัวออกเลย“ใจร้อนจริงวัยรุ่นเนี่ย” ภาณุเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าออก แต่ก็เป็นการถอดที่ช้ามาก ผ่านไปเกือบนาทีภาณุพึ่งจะปลดกระดุมเสื้อได้เพียงเม็ดเดียวเท่านั้น ภาณุต้องการยั่วให้เด็กน้อยใจร้อนเล่น แกล้งเจ้าหัวทุยที่มันกำลังกระดกผงกหัวน้ำสีใสปนขาวขุ่นไหลเยิ้มลงเตียงนอนเขา“ถ้าพี่จะถอดช้าขนาดนี้ เดี๋ยวผมช่วยถอดเองครับ” เห็นคนพี่ตั้งใจถอดช้าขนาดนี้ จากที่คิงตั้งใจรอให้พี่ภาณุถอดเสื้อผ้าเอง เขาก็ลุกขึ้นเข้าไปช่วยพี่ภาณุจนร่างกายคนพี่ไม่มีเสื้อเหลืออยู่สักชิ้นคิงดึงร่างคนพี่เข้ามาสวมกอด ใช้มือลูบไล้ไปตามลำตัวคนพี่ทุกสัดส่วน ขณะที่ปากก็ดูดเม้มสร้างรอยรักขึ้นรอบคออีกฝ่าย มือคิงจับแก่นกายสีไข่ของตัวเองและแก่นกายสีเนื้อของพี่ภาณุมาประกบกัน ก่อนจะกำแท่งเนื้อสองแท่ง ชักรูดขึ้นลงอย่างพร้อมเพรียงกันทำให้ภายในห้องลุกเป็นไฟ ทั้งคิงและพี่ภาณุต่างก็เปล่งเสียงครางกระเส่าออกมาอย่างเต็มที่ พวกเขาสองคนผลัดกันล

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   อ่อย

    “คิงลงมากินข้าวได้แล้ว” ภาณุตะโกนเรียกคิงที่ขึ้นไปอาบน้ำชั้นสองให้ลงมากินข้าวเย็นหลังจากพวกเจ๊เกียงออกไป ภาณุกับคิงก็ช่วยกันทำความสะอาดบ้านขนานใหญ่จนสะอาดเหมือนเก่า การทำความสะอาดบ้านทำให้พวกเขาสองคนทั้งเหนื่อยและเนื้อตัวสกปรก เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่ออันไม่พึงประสงค์ภาณุที่ต้องรับหน้าที่ทำอาหารจึงขึ้นไปอาบน้ำก่อนเพื่อที่จะได้ลงมาทำอาหารเย็นเร็ว ๆ เมื่ออาบน้ำเสร็จภาณุก็ลงมาทำอาหารด้านล่าง ส่วนคิงก็ขึ้นไปอาบน้ำแทนจนเวลานี้ภาณุทำอาหารเสร็จแล้ว คิงก็ยังไม่ลงมาเลย ภาณุจึงต้องตะโกนเรียกไม่ได้รับการตอบกลับจากคิง ภาณุก็ขมวดคิ้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะรอกินพร้อมกัน แต่ดูท่าคิงน่าจะยังอาบน้ำไม่เสร็จ แม้จะไม่รู้ว่าทำไมคิงถึงได้อาบน้ำนานนัก แต่ภาณุนั้นหิวมากจากการใช้แรงมาทั้งวัน เขาทนไม่ไหวที่จะต้องรอจึงตักข้าวนั่งกินก่อน“พี่ภาณุครับ”พรวดด!ภาณุเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก แต่ทันทีที่เห็นร่างเจ้าของเสียงเรียกนั้น อาหารที่อยู่ในปากภาณุถึงกลับพุ่งออกมาอย่างแรงภาพตรงหน้าคือคิงที่ยืนอยู่บนบันไดด้วยสภาพโป๊เปลือยร่างกายชุ่มน้ำ พันผ้าขนหนูสีขาวเอาไว้รอบเอว มัด

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   ฝากเกียร์

    “เอาล่ะถึงบ้านกูแล้ว ส่วนมึงก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้ว” ทันทีที่ภาณุขับซิ่งพาคิงมาถึงหน้าบ้านของตัวเอง ก็เอ่ยไล่คนที่นั่งซ้อนท้ายลงไป“หื้มม พี่ภาณุจะไม่ให้ผมนอนที่นี่ด้วยเหรอครับ” คิงเกยคางบนไหล่คนพี่ พูดน้ำเสียงออดอ้อน“มึงจ้างกูแค่ให้มาส่งที่บ้านนี่ แล้วกูไปบอกตอนไหนกันว่าจะให้นอนด้วย เพราะงั้นบ้านมึงอยู่ที่ไหนก็กลับไปได้แล้ว” ภาณุพยายามที่จะแกะมือคิงที่เกาะเอวตัวเองแน่นออก แต่ก็ไม่หลุดสักที อีกฝ่ายกลับยิ่งกอดแน่นกว่าเดิมอีก“นี่ฟ้ามันก็มืด พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้วนะครับพี่ภาณุ พี่จะใจร้ายให้ผมเดินทางกลับคนเดียวหรือไงครับ” คิงกอดรัดเอวคนพี่แน่นขึ้นเมื่อคนพี่พยายามที่จะแกะแขนเขา ส่วนปากก็เอ่ยประโยคเหมือนจะน้อยใจคนพี่ขึ้น“มึงโตเป็นควายขนาดนี้แล้ว ด้วยกล้ามเป็นมัด ๆ นั่น ไม่มีใครมาทำร้ายมึงได้หรอก อีกอย่างกูไม่ได้ให้มึงเดินกลับซะหน่อย แท็กซี่ก็มี โบกเรียกให้ไปส่งสิ หรือมึงจะให้กูไปส่งที่หอ” สุดท้ายพอแกะแขนคิงไม่ออก ภาณุก็ได้แต่นั่งให้คิงกอดอยู่อย่างนั้นขณะที่พูด“ไม่เอาครับ ผมไม่อยากไปนอนที่หอ ผมอยากนอนที่บ้านพี่ภาณุด้วย” คิงใช้คางถูไถกับไหล่คนพี่ พ

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   ผมจ้างพี่ภาณุไปส่งบ้านพี่

    “หื้มม” คิงส่งเสียงขึ้นด้วยความแปลกใจหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่อง เขาพบว่ามีผ้าห่มอยู่บนตัวเขาที่ข้าง ๆ ก็ยังมีธูปที่ไหม้ไปจนเกือบหมดปักอยู่ในแก้วใส่ข้าวสาร“ตื่นแล้วก็เข้ามาอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวพี่จะไปส่งที่มหา’ลัยด้วย” คิงยังตื่นได้ไม่ดีเท่าไร ประตูบ้านก็ถูกเปิดออกพร้อมเสียงของพี่ภาณุ“พี่...พี่ภาณุเชิญผมเข้า...เข้าไปในบ้านได้แล้วเหรอครับ” คิงตกใจ ไม่คิดว่าพี่ภาณุจะเรียกให้ตัวเองเข้าบ้านเร็วขนาดนี้ เขาคิดว่าพี่ภาณุจะต้องกักตัวเองอยู่ในบ้านคนเดียวไปอีกหลายวันเหมือนคิงซะอีก“เออสิ รีบเข้ามาอาบน้ำได้แล้ว พวกเราจะได้ไปเรียนกัน” ภาณุเอ่ยอย่างรำคาญ หันตัวกลับเข้าไปในบ้าน“ดะ...เดี๋ยวครับพี่ภาณุ พี่ไม่ต้องการอยู่คนเดียวแล้วเหรอครับ” คิงรีบลุกขึ้นไปจับมือพี่ภาณุเอาไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงคิงกลัวว่าพี่ภาณุอาจแค่กำลังพยายามทำตัวให้ไม่เสียใจ แต่ในใจลึก ๆ นั้นยังคงเศร้าอยู่ คิงอยากให้พี่ภาณุปลดปล่อยความเศร้าที่มีอยู่ออกมาทีเดียวให้หมดมากกว่า แทนที่จะเก็บมันเอาไว้ภายในใจรอวันที่มันจะปะทุออกมา“กูได้อยู่คนเดียวแล้วไง แค่เมื่อวาน

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   ใต้แสงจันทร์

    “อื้มม”เมื่อแสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในห้อง คิงที่นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็เริ่มรู้สึกตัวตื่น ความร้อนจากแสงแดดเมืองไทยไม่เคยปรานีใครแม้จะนอนอยู่ในห้อง ความร้อนแรงก็ยังคงสาดส่องเข้ามาให้รู้สึกร้อนอยู่ตลอดเวลาหนุบหนับ ๆ“หื้มมมม”‘อะไรนุ่ม ๆ วะ’ยังไม่ทันลืมตาตื่น มือของคิงก็สัมผัสเข้ากับอะไรบางอย

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   นอนห้องเดียวกัน

    “เดี๋ยวพวกเราก็มาจับฉลากเลือกห้องกันเลยดีไหมครับ”“ดี!”“งั้นมาเริ่มกันเลย หนึ่งห้องต่อสองคนนะ”พอมาถึงค่ายที่เป็นจุดหมายปลายทาง รุ่นพี่ก็จัดการจับฉลากขึ้นเพื่อหาคนที่จะต้องนอนด้วยกันสองคนต่อหนึ่งห้อง ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นค่ายสันทนาการขนาดใหญ่ เพราะมีด่านต่าง ๆ มากมายตลอดทางที่นั่งรถบัสมา“เชี่ยเอ๊ย

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   รอดหวุดหวิด

    “นี่! มันชื่อภาณุ วิศวะปีสาม อดีตเดือนคณะวิศวะ ไอ้นี่แหละที่เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับปาดหน้าพวกเรา” เชฟกลืนอาหารที่อยู่ในปากลงคอแล้วยื่นมือถือตัวเองให้คิงดู ปากก็พูดข้อมูลที่ตัวเองสืบหามาได้ให้อีกฝ่ายได้ฟังในตอนนี้พวกเขาสามคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่ภายในโรงอาหารของคณะ กินข้าวไปได้สักพักหนึ่งสายสื

  • Law In Love #นิติติดเกียร์   เด็กนิติ

    กริ๊ง ๆหลังจากสัญญาณกริ่งหมดคาบเรียนดังขึ้นหน้าตึกนิติเหล่านักศึกษาก็พากันเดินออกมาจากตัวตึกไม่เว้นแต่กลุ่มหนุ่มหล่อสามคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็แอบมองมาทางกลุ่มนี้กันแทบทุกสายตา นั่นก็เพราะว่าสามหนุ่มนั้นต่างมีหน้าตาหล่อเหลากันจนเลือกไม่ถูกว่าใครหล่อกว่าใคร“อาจารย์แม่งบ้าฉิบหายเลยว่ะ คิดได้ไง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status