LOGINห้าวัน...ห้าวันที่ผ่านไปเหมือนห้าศตวรรษ เวลาในกรงทองแห่งนี้เดินเชื่องช้าจนน่าประหลาด
กิจวัตรของลลิลมีเพียงการตื่นขึ้นมาบนเตียงที่นุ่มเกินไป อาหารยังคงถูกส่งเข้ามาเวลาเดิม แต่ 'เจ้าของร่างสูง' ไม่เคยกลับมาเลย นับตั้งแต่วันนั้น วันที่เรียกว่า 'ตรวจสอบสินค้า'
อาหารรสเลิศ แต่ลลิลกลืนไม่ลง ร่างบาง..มองตัวเองในกระจกอีกครั้ง แก้มตอบลง ผิวซีดเผือด รอยฟกช้ำจางหาย แต่แววตาว่างเปล่า ร่างกายนี้ซูบผอม อ่อนแอ ทั้งร่างกาย และจิตใจ
'นางบำเรอ' คำที่ชายผู้นั้นพูดทิ้งไว้ มันหมายความว่าอะไร ถ้า 'เจ้าของ' ไม่เคยมาหา...
คลิก
เสียงประตูหน้าถูกปลดล็อก ร่างบางสะดุ้งสุดตัว หัวใจหยุดเต้น ชายหนุ่มกลับมาแล้ว
ร่างบางวิ่งสัญชาตญาณสั่งให้ซ่อนตัว ลลิลพุ่งไปแอบหลังบานประตูไม้หนา ที่เปิดค้างเชื่อมไปยังห้องนอน ตัวสั่นเทา กลั้นหายใจ
เสียงฝีเท้าดังเข้ามา ไม่ใช่คนเดียว
"นายครับ" เสียงของเดช มือขวาคนนั้น
ลลิลแอบมองผ่านช่องว่างของบานพับ ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาในเพนต์เฮาส์ ตามด้วยเดชที่เดินตามหลังมาอย่างนอบน้อม
ร่างสูงเดินไปที่มินิบาร์ เหมือนไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของลลิล หรืออาจไม่สนใจเลย เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วดังใส ตามด้วยเสียงรินเหล้า
เดชยืนนิ่งรออยู่กลางห้อง
"นายครับ เรื่องผู้หญิงคนนี้" เดชเริ่มต้น "ห้าวันแล้ว"
คำพูดนั้นทำให้ลลิลตัวแข็ง พวกเขากำลังพูดถึงตัวเอง
"เธอรู้เรื่องโกดังคืนนั้น" เดชพูดต่อ เสียงเรียบ แต่แฝงความกังวลเชิงธุรกิจ "การเก็บไว้แบบนี้…อาจเป็นความเสี่ยง"
ร่างสูงจิบเหล้าดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวมองออกไปนอกหน้าต่าง มองแสงไฟของเมือง ไม่ได้มองเดช และไม่สนใจว่าลลิลจะได้ยินหรือไม่
"เธอไม่ใช่ความเสี่ยง" เสียงทุ้มตอบกลับ เย็นชา "เธอคือ 'เครื่องมือ'"
เครื่องมือ?
"คืนพรุ่งนี้" นายของเดชพูดต่อ "งานเลี้ยงของพวกตระกูลพันธมิตร" "เจ้าสัวสมบัติก็มา"
แม้จะไม่รู้จักว่าชื่อนั้นคือใคร แต่เพียงได้ยินบทการสนทนา ร่างของลลิลก็เย็นเฉียบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"นายจะใช้เธอเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับส่วนลดในการซื้ออาวุธล็อตใหม่ที่กำลังมีปัญหา?"
"อืม"
โลกทั้งใบของลลิลถล่มทลาย เสียงวิ้งในหูของร่างบางดังจนกลบทุกสิ่ง แลกเปลี่ยนกับอาวุธเหรอ
นี่เอง...การตรวจสอบคืนนั้น ที่แท้แค่ 'เช็กคุณภาพ'เพื่อเตรียม 'ขายต่อ' การที่ร่างสูงไม่กลับมา เพราะจะใช้ความบริสุทธิ์ของเธอไปแลกอะไรสักอย่าง
'นางบำเรอ' ไม่ได้หมายถึงเป็นของร่างสูง แต่เป็นของใครก็ได้ ที่ให้ผลประโยชน์สูงสุด
"ไปจัดการ 'เตรียมสินค้า' ให้พร้อมสำหรับคืนพรุ่งนี้" ร่างสูงสั่งเดช
"อย่าให้มีตำหนิ"
เดชพยักหน้ารับคำ "ครับนาย"
ทั้งคู่เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ลลิลอยู่กับความจริงที่โหดร้าย ร่างบางทรุดตัวลงกับพื้นไร้เรี่ยวแรง…
คลิก
เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้ง เดช มือขวาคนนั้นกลับมา ครั้งนี้ไม่ได้มาคนเดียว มีผู้หญิงรับใช้สองคนเดินตามมา ใบหน้าเรียบเฉยนิ่งราวกับหุ่นยนต์
"คุณทัศสั่งให้คุณเตรียมตัวสำหรับงานคืนพรุ่งนี้" เสียงของเดชเรียบเฉย
งาน...งานเลี้ยง...แลกกับอาวุธ...คืนพรุ่งนี้
"ไม่" ลลิลส่ายหน้า เสียงแหบแห้ง "ไม่…ฉันไม่ไป"
ร่างบางถอยหลัง ดุจสุนัขจนตรอก สัญชาตญาณดิบสั่งให้ปฏิเสธ "ฉันไม่ไป!"
เดชเพียงพยักหน้า ผู้หญิงรับใช้สองคนเข้าประกบทันทีที่มือพวกนั้นแตะโดนแขน ลลิลก็กรีดร้อง ร่างบางต่อสู้ ข่วน กัด ปัดถาดเครื่องสำอางบนโต๊ะ เสียงแก้วและตลับราคาแพงตกแตกกระจายเกลื่อนพื้นหินอ่อน
"ปล่อยฉันนะ!"
"ฉันไม่ไป!"
ร่างบางพยายามวิ่งไปที่ประตู แต่เดชขยับรวดเร็วกว่า
เพี๊ยะ!
"ถ้าคุณดิ้น" เสียงเย็นชาของเดชดังลงมาจากเบื้องบน "คุณทัศสั่งให้ 'มัด' แล้ว 'ห่อ' ไป"
"คืนพรุ่งนี้ คุณต้องไป เลือกเอาว่าจะไปดีๆ...หรือจะให้เราห่อไป"
ความหวังสุดท้ายดับวูบลง ลลิลหยุดดิ้นรน ร่างกายสั่นเทา แต่ไร้การต่อต้าน
"พาไปล้างตัว"
ผู้หญิงรับใช้ลากร่างที่ไร้วิญญาณของลลิลไปยังห้องน้ำ พวกหล่อนไม่รอให้ร่างบางถอดเสื้อผ้า ชุดนอนผ้าฝ้าย ที่ลลิลใส่มาหลายวัน ถูก 'กระชาก' เสียงผ้าขาดดัง แคว่ก ร่างบางเปลือยเปล่า ต่อหน้าคนแปลกหน้าที่มองมาด้วยสายตาว่างเปล่า
ร่างบาง 'จิตหลุด' ดวงตาว่างเปล่า จ้องมองเพดานหินอ่อน ปล่อยให้สองคนทำกับร่างกายนี้ไป
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น ทีมงานถอยออกไปยืนรอที่มุมห้อง และประตูเพนต์เฮาส์ก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
ร่างสูงใหญ่ของเดชก้าวเข้ามา สายตาเย็นชาของเดช กวาดมอง 'ผลงาน' ตรงหน้า ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเป็นการตรวจสอบไม่ใช่การชื่นชม
"หันไป" เดชสั่ง ลลิลตัวแข็งทื่อ
"หันหลัง" เสียงนั้นเด็ดขาด ร่างบางจำต้องลุกขึ้นยืน หมุนตัวช้าๆ เหมือนตุ๊กตาไขลาน ความอัปยศแล่นริ้วไปทั่วร่าง
เดชยกแท็บเล็ตขึ้น ถ่ายรูป ด้านหน้า ด้านหลัง
"นิ่งๆ" เดชคำราม เมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังสั่น
ภาพในหัวของลลิลชัดเจน นี่คือการถ่ายรูป 'สินค้า' เพื่อส่งให้ 'ผู้ซื้อ' อย่างเจ้าสัวสมบัติดูหรือส่งให้ 'เจ้าของ' อย่างธนาทัศอนุมัติ
เดชก้มมองจอภาพ พยักหน้าอย่างพอใจ
"ดี" ร่างนั้นหันไปพูดกับเหล่าผู้รับใช้ "พรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องเหมือนเดิมแบบนี้ เป๊ะ เข้าใจไหม"
"ค่ะ" เหล่าผู้รับใช้รับคำ
เดชหันกลับมามองลลิลที่ยืนตัวสั่นในชุดราตรี
"คืนนี้บำรุงผิว 'สินค้า' ให้ดีที่สุด" "พรุ่งนี้คุณทัศไม่ต้องการเห็น 'ตำหนิ' แม้แต่รอยเดียว"
เดชเดินออกจากห้องไป ทิ้งลลิลไว้ในห้องที่มืดสลัวตามลำพัง กับเวลาที่เหลือนับถอยหลัง
ร่างบางลุกขึ้น มองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกมืดๆ ผิวที่ถูกบำรุงจนขึ้นเงา แต่ดวงตาว่างเปล่า แตกสลาย
ภาพ 'เจ้าสัวสมบัติ' ที่จินตนาการว่าต้องอ้วน แก่ และน่ารังเกียจ ผุดขึ้นมา กำลังมองมาด้วยสายตาแบบเดียวกับที่ธนาทัศใช้ ในคืน 'ตรวจสอบ'
ไม่... ลลิลส่ายหน้า ตนเองหนีจากน้าเข้มมาไม่ใช่เพื่อมาถูกขายแบบนี้
ธนาทัศอย่างน้อยก็หล่อเหลา แม้จะโหดร้ายแต่ก็เป็นความโหดร้ายที่ลลิล 'เริ่มรู้จัก' แต่เจ้าสัวสมบัติ ชายแก่ตัณหากลับ ร่างบางยอมตกนรกขุมที่เลือกเองดีกว่าถูกส่งไปนรกขุมอื่น!
ทางรอดเดียวคือต้องทำให้ธนาทัศ 'ไม่อยากขาย' ต้องทำให้ร่างสูง 'ซื้อขาด' ไม่ใช่แค่ 'แลกเปลี่ยน'
ร่างบางต้องทำให้ธนาทัศเห็นว่า ร่างกายนี้ 'มีประโยชน์' กับธนาทัศ มากกว่าส่วนลดอาวุธบ้าๆ นั่น
พรุ่งนี้เช้า...
หญิงสาวก้าวไปที่ประตูมือเรียวบางกดปุ่มอินเตอร์คอม นิ้วสั่นแต่ทว่าเสียงที่เปล่งออกไปกลับเด็ดขาด
"ฉัน...ฉันขอพบคุณทัศ เดี๋ยวนี้"
แดดร่มลมตก แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องลงมายังสนามหญ้าหลังบ้านที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นปาร์ตี้วันเกิดสุดแฟนตาซี ซุ้มลูกโป่งหน้างานแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน ฝั่งซ้ายเป็นสีชมพูประดับด้วยมงกุฎเจ้าหญิงและคทาวิเศษ ส่วนฝั่งขวาเป็นสีน้ำเงินแดงประดับด้วยโล่กัปตันอเมริกาและหน้ากากสไปเดอร์แมน เป็นการผสมผสานธีมที่ดูขัดแย้งแต่ลงตัวในแบบฉบับของบ้านอันธการกุล"กะทิ! หยุดเดี๋ยวนี้! เอาหน้ากากคืนมา!" เสียงตะโกนของตะวันในวัยหกขวบดังลั่น เด็กชายวิ่งไล่กวดหมาไทยหลังอานสีขาวขนฟูที่คาบหน้ากากพลาสติกวิ่งหนีไปรอบสนาม"อาทิตย์! ช่วยจับกะทิหน่อย! มันจะเอาไปฝังดิน!"อาทิตย์ละสายตาจากจานไก่ทอด วิ่งเข้าไปสมทบ สองแฝดวิ่งต้อนเจ้ากะทิที่วิ่งซิกแซกหลบเด็กสองคนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะวิ่งไปหลบหลังพี่ใหญ่ของบ้าน"หยุดวิ่งกันได้แล้ว! ฝุ่นตลบหมดแล้วเนี่ย!" จันทร์เจ้าในวัยแปดขวบยืนเท้าเอว สั่งเสียงนิ่ง "กะทิ... คายของน้องออกมา เดี๋ยวนี้"เจ้ากะทิยอมคายหน้ากากเปื้อนน้ำลายใส่มือเจเจ้แต่โดยดี แล้วนั่งลงกระดิกหางทำหน้าซื่อตาใส"ตะวัน อาทิตย์ ไปล้างหน้ากาก แล้วก็ล้างมือด้วย จะเป่าเค้กแล้ว"สองแฝดรับคำเสียงอ่อย ยอมเดินไปที่ก
กลิ่นเนยไหม้ฉุนกึกผสมกับกลิ่นแป้งแพนเค้กหอมหวานลอยคลุ้งไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์นที่กว้างขวาง ธนาทัศยืนหน้าเครียดอยู่หน้าเตา สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววของลูกสาว มือขวาถือตะหลิวไม้ มือซ้ายจับด้ามกระทะเกร็งแน่น"กลับด้าน... ฮึบ!" ข้อมือหนาสะบัดกระทะอย่างแรงแผ่นแป้งแพนเค้กสีน้ำตาลเข้มลอยละลิ่วขึ้นสู่อากาศ หมุนคว้างสามตลบ ก่อนจะตกลงมา... แปะ! บนหัวของเดชที่เพิ่งเดินถือลังน้ำส้มเข้ามาพอดี"เฮ้ย! นาย!" เดชสะดุ้งโหยง แพนเค้กร้อนๆ แปะอยู่กลางกระหม่อม น้ำเชื่อมเมเปิ้ลไหลย้อยลงมาตามหน้าผาก"โทษทีว่ะ... กะแรงผิดไปหน่อย" ธนาทัศตอบหน้าตาย รีบหันไปเทแป้งชุดใหม่ลงกระทะ"เสียงดังอะไรกันคะเนี่ย" ลลิลเดินเข้ามาในครัว เธอหยุดยืนมองสภาพความวินาศสันตะโรตรงหน้า "พี่ทัศ... จะเผาครัวฉลองวันเกิดลูกเหรอคะ""กำลังทำ 'สเปเชียล เบรกฟาสต์' ให้สองแสบ" ธนาทัศแก้ตัว พยายามแซะขอบแป้งที่เริ่มไหม้"ปาป๊า! หอมจัง!" เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังลงมาจากบันได ตะวันและอาทิตย์ในชุดนอนลายซูเปอร์ฮีโร่วิ่งแข่งกันเข้ามาในครัว"สุขสันต์วันเกิดครับลูกชาย!" ธนาทัศอ้าแขนกว้างรับแรงกระแทกจากลูกชายสองคน"ของขวัญ! เห็นของขวัญแล้ว! ขอ
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังโถงทางเดินบอกเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้าความเงียบสงัดปกคลุมชั้นสองของคฤหาสน์อันธการกุล ธนาทัศเดินเขย่งปลายเท้า มือสองข้างโอบอุ้มกล่องของขวัญขนาดใหญ่สองกล่องที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำเงินและสีแดงอย่างทุลักทุเล ลลิลเดินตามหลังมาติดๆ ในมือถือกล่องของขวัญขนาดเล็กกว่า"เบาๆ ค่ะพี่ทัศ... เดี๋ยวลูกตื่น""มองไม่เห็นทาง... กล่องมันบัง" ธนาทัศกัดฟันเกร็งแขนประคองกล่องไม่ให้ร่วงลลิลเอื้อมมือไปหมุนลูกบิดประตูห้องนอนลูกชายฝาแฝด แสงไฟจากโคมไฟรูปจรวดที่หัวเตียงส่องสว่างสลัวๆบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ ตะวันและอาทิตย์นอนหลับใหลอยู่ในท่วงท่าที่เรียกได้ว่า 'กระจัดกระจาย' ตะวันนอนคว่ำหน้า ขาข้างหนึ่งพาดไปอยู่บนพุงของอาทิตย์ ส่วนอาทิตย์นอนหงายอ้าปากหวอธนาทัศย่องเข้าไปวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะเขียนหนังสือปลายเตียงอย่างระมัดระวัง "เฮ้อ..." ชายหนุ่มเป่าปาก ยืดหลังที่งอคุ้มมาตลอดทางเดิน เดินเข้าไปที่ข้างเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมอกให้ลูกชายทั้งสองคน"นอนท่าพิสดารกันจริงๆ ดูสิ... น้ำลายยืดใส่หมอนอีกแล้ว""ของขวัญถูกใจไหมเนี่ย... หุ่นยนต์รุ่นลิมิเต็ด... พ่อต้องให้เดชไปแย่งประมูลมาเลยนะ""ลูกต้องชอบอยู่แล้ว
ลมทะเลพัดเอากลิ่นไอเค็มและเสียงคลื่นซัดสาดชายหาดดังซู่ซ่าเข้ามาปะทะใบหน้า แสงแดดยามเย็นทอประกายสีทองฉาบไล้ไปทั่วผืนทรายขาวละเอียดหน้าบ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่หัวหินธนาทัศในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวพับแขน ยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าซุ้มดอกไม้ที่ทำจากกิ่งไม้แห้งและดอกกล้วยไม้ป่า เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมตามไรผม"ตะวัน! อย่าเอามือไปจับปู! เดี๋ยวมันหนีบ! อาทิตย์! นั่นดอกไม้แม่! ห้ามเด็ด!" ชายหนุ่มตะโกนลั่น"ปาป๊า... ทรายเข้าตา" จันทร์เจ้าในชุดกระโปรงสีขาวฟูฟ่องยืนขยี้ตา"โอ๊ย... จะบ้าตาย" ธนาทัศรีบวิ่งไปดูจันทร์เจ้าก่อน "อย่าขยี้ลูก... มา พ่อเป่าให้... หายยัง""หายแล้ว... แสบนิดนึง""เก่งมาก... ไปยืนรอตรงโน้น คุมน้องให้พ่อหน่อย บอกไอ้ลิงสองตัวนั่นว่าถ้าซนอีก พ่อจะจับโยนทะเล""เดช... กล้องพร้อมไหม""พร้อมครับนาย... แสงกำลังสวยเลยครับ"ธนาทัศจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ สูดหายใจลึก หันไปมองทางตัวบ้านลลิลเดินลงมาจากบันไดระเบียง หญิงสาวสวมชุดเดรสยาวสีขาวพลิ้วไหวเรียบง่าย ไม่มีเครื่องประดับหรูหรา มีเพียงมงกุฎดอกไม้เล็กๆ บนศีรษะ เท้าเปล่าเหยียบย่ำลงบนผืนทรายนุ่ม ภาพตรงหน้าทำให้ธนาทัศลืมความวุ่นวายของลูกๆ ไปจนหม
เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังห้องประชุมบอร์ดบริหารเดินดัง ติ๊ก... ติ๊ก... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงบรรยายกราฟผลประกอบการ ตัวเลขสีเขียวพุ่งทยานขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์บ่งบอกถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบทศวรรษธนาทัศนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่หัวโต๊ะ สายตาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือทุกๆ สองนาที บ่ายสามโมงสิบห้า... โรงเรียนเลิกแล้ว... ป่านนี้จันทร์เจ้าคงกำลังยืนชะเง้อรอรถ"ท่านประธานครับ... เรื่องการขยายโรงงานที่นิคมฯ สอง ทางบอร์ดอยากขออนุมัติงบเพิ่มอีกห้าร้อยล้าน ท่านมีความเห็นว่ายังไงครับ"ธนาทัศวางปากกาลงบนแฟ้มเอกสารเสียงดัง กริ๊ก"อนุมัติ"คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ ทำเอาบอร์ดบริหารมองหน้ากันเลิ่กลั่ก "เอ่อ... ท่านจะไม่ดูรายละเอียดหน่อยเหรอครับ""ผมจ้างพวกคุณมาทำไม" ธนาทัศถามกลับเสียงเรียบ "ผมจ้างพวกคุณมาเพื่อให้ใช้สมองคิดและตัดสินใจแทนผม ไม่ใช่จ้างมาเพื่อให้อ่านตัวเลขให้ผมฟังแล้วรอผมพยักหน้า"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทให้เข้าที่ "นับจากวันนี้ไป... ผมขอมอบอำนาจให้คุณวิชัย ซีอีโอคนใหม่ จัดการได้เลย ไม่ต้องรอผม ผมจะเข้าบริษัทน้อยลง""แต่ท่านครับ! บริษัทเรากำลังเติบโต ถ้าท่านวางมือ
ความเงียบผิดปกติปกคลุมคฤหาสน์อันธการกุลทันทีที่ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกผลักเปิดออก ธนาทัศชะงักเท้า มือขวาเลื่อนไปแตะที่เอวสอบโดยอัตโนมัติ แม้จะเลิกพกปืนในบ้านไปนานแล้ว แต่ความระแวงของอดีตมาเฟียยังคงทำงานขายาวก้าวเดินเงียบกริบไปทางห้องนั่งเล่น ว่างเปล่า... กลิ่นไหม้จางๆ ลอยมาแตะจมูก ธนาทัศตาโต รีบสาวเท้าเร็วขึ้น มุ่งหน้าไปที่ต้นตอของกลิ่น... ห้องครัว"เร็วๆ สิอาทิตย์! ปาป๊ามาแล้ว!" เสียงกระซิบกระซาบดังลอดออกมาธนาทัศถอนหายใจยาว แกล้งเดินลงส้นเท้าให้เกิดเสียงดัง ตึก ตึก ตึก"มีใครอยู่ไหม..." ธนาทัศแกล้งตะโกนถาม ผลักประตูห้องครัวเปิดออก"เซอร์ไพรส์!!!!!"เสียงตะโกนประสานเสียงดังลั่นพร้อมกับพลุกระดาษที่ถูกดึงจนสายรุ้งพุ่งกระจายเต็มหน้า ห้องครัวขนาดใหญ่ที่เคยสะอาดเอี่ยมอ่อง บัดนี้สภาพเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ แป้งทำขนมสีขาวฟุ้งกระจายเต็มพื้นตรงกลางห้อง มีวัตถุประหลาดก้อนสีดำๆ รูปทรงบิดเบี้ยววางอยู่บนจาน"สุขสันต์วันพ่อครับ/ค่ะ!"จันทร์เจ้า ตะวัน และอาทิตย์ ยืนเรียงหน้ากระดาน ยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาวตัดกับหน้าที่เลอะช็อกโกแลต ลลิลยืนอยู่ข้างหลัง ยิ้มแห้งๆ สภาพมอมแมมไม่ต่างกัน"นี่มัน... สงครามแป้