로그인เช้านี้มีคุณท่านกับหลานชายคนเล็กนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารเพียงสองคนเท่านั้น พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายหนุ่มลูกเสี้ยว หัวใจดวงน้อยก็เต้นแรงขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์คืนนั้น แม้จากผ่านมาเกือบอาทิตย์แล้วเธอก็ยังทำตัวไม่ถูก ทั้งประหม่าและกระดากอาย มือเล็กวางจานอาหารลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง รอจนกระทั่งนฤมลจัดการตักข้าวลงในจานให้เจ้านายทั้งสองคน เสร็จแล้วเด็กสาวจึงรีบปลีกตัวออกมา
หลังจากเก็บสำรับกับข้าวบนตึกลงมาที่ครัวเสร็จใบบัวก็เดินมาที่ครัวหลังเล็กเพื่อเอากับข้าวที่ป้าแบ่งไว้ให้ไปกิน กินอิ่มแล้วก็กลับไปทำงานต่อ
ใบบัวหลีกเลี่ยงที่จะขึ้นไปบนชั้นสองของคฤหาสน์ ได้แต่ทำความสะอาดบริเวณชั้นล่างเท่านั้น
ลมเย็นๆที่พัดผ่านผิวกายบวกกับอาการอดนอนทำให้รู้สึกง่วงงุน เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบปิดรอมร่อ เด็กสาวเดินไปหยุดยืนที่ศาลาไม้หลังเล็กที่อยู่ริมสระน้ำที่ร่มรื่นเย็นสบาย ถึงรู้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับเจ้านายเท่านั้นแต่โซฟาไม้บุนวมหนานุ่มนั้นนอนหลับสบายเป็นที่สุด เธอสังเกตมาตลอดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แทบไม่มีเจ้านายคนใดเลยที่จะมานั่งเล่นตรงศาลาพักผ่อนด้านหลังตึก ส่วนใหญ่จะใช้ศาลาพักผ่อนหลังใหญ่ด้านข้างคฤหาสน์มากกว่า ใบบัวจึงมักแอบมานอนงีบตรงนี้บ่อยๆ
หลังเอนกายลงนอนเด็กสาวก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
สองเท้าที่ก้าวเข้ามาในศาลาไม้หลังเล็กชะงักไปเล็กน้อยเมื่อมุมสงบที่เขาเพิ่งค้นพบถูกคนอื่นยึดครองไปก่อนหน้าแล้ว ดวงตาคมมองเด็กสาวที่นอนหลับสนิท ทั้งที่เจอเรื่องแบบนั้นยังมานอนหลับในที่ลับตาคนได้อย่างสบายใจเฉิบ ทำไมถึงไม่รู้จักระมัดระวังตัวเองเลยสักนิด
สองเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปหยุดนิ่ง เลโอเปลี่ยนใจเดินกลับเข้ามาหย่อนตัวนั่งตรงเก้าอี้ตรงกันข้ามกับเด็กสาว ดวงตาคมเพ่งพิศดวงหน้าหวานใส สายตาเคลื่อนต่ำลงมาหยุดตรงหน้าอกของเธอโดยไม่รู้ตัว พลันภาพนั้นก็แทรกเข้ามาในหัว ริมฝีปากระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเบือนสายตาไปมองผืนน้ำในสระน้ำเบื้องหน้าแทน
เด็กสาวขยับตัวยุกยิกจากนอนหงายก็พลิกกายขึ้นมานอนตะแคงข้าง ชายเสื้อยืดขยับร่นขึ้นมาจนถึงเอวคอดกิ่ว ผิวขาวอ่อนนุ่มที่เผยออกมาเห็นเพียงนิดดึงดูดความสนใจให้ดวงตาคมจดจ้องโดยไม่รู้ตัว เขาวางหนังสือในมือลงบนเบาะนั่งก่อนตัดสินใจขยับตัวลุกขึ้นไปยืนใกล้ๆเด็กสาว เอื้อมมือออกไปจับชายเสื้อยืดของเธอให้ขยับร่นขึ้นมาจนถึงทรวงอก นิ้วเรียวเคลื่อนขยับไปตรงแผ่นหลังบอบบาง ค่อยๆปลดตะขอบราเซียร์ตัวจิ๋วออกอย่างเบามือ
เลโอรู้ตัวดีว่ากำลังทำเรื่องชั่วร้ายไม่ต่างจากลูกพี่ลูกน้องที่กระทำกับเด็กสาวคนนี้ แต่เขาห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ ทันทีที่ตะขอบราเซียร์หลุดออกจากกัน ทรวงอกอิ่มสวยก็ปรากฏต่อสายตา ยอดปทุมถันเล็กๆสีชมพูทั้งน่ารักทั้งน่าดูดเลีย..
เลโอตกใจไปกับความคิดดำมืดในใจของตนเอง เขาชักมือกลับแต่แล้วก็เกิดเปลี่ยนใจในท้ายที่สุด ร่างสูงย่อตัวลงนั่ง นิ้วเรียวแตะสัมผัสทรวงอกนุ่มอย่างเบามือก่อนใช้ปลายนิ้วลูบไล้วนเวียนยอดอกสีหวานอย่างเบามือ ไม่นานมันก็เริ่มแข็งชูชันสู้นิ้วมือ
ลำคอของชายหนุ่มแห้งผาก ความต้องการดำมืดในใจกำลังมีอิทธิพลเหนือสามัญสำนึก เด็กสาวหายใจกระชั้นถี่แรงขึ้น แต่เปลือกตาทั้งคู่ยังปิดสนิท เลโอกลั้นหายใจครู่หนึ่งก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ริมฝีปากขบเม้มยอดอก ปลายลิ้นอุ่นชื้นตวัดลิ้มเลียมันแผ่วเบา น่าแปลกที่เขารู้สึกถึงรสหวานติดลิ้น กลิ่นแป้งเด็กบางเบาหอมจรุงติดปลายจมูก
ขณะที่ริมฝีปากออกแรงดูดดึงหนักขึ้นเรื่อยๆ เด็กสาวก็กลั้นเสียงครางเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป
“ ใบบัว ” เสียงทุ้มละมุนเอ่ยชื่อเด็กสาวออกมาเบาๆ ร่างเล็กเกร็งตัวเล็กน้อยแต่ยังหลับตาพริ้มอยู่เช่นเดิม
เลโอรู้ในทันทีว่าเด็กสาวรู้สึกตัวตื่นนานแล้ว…แค่แกล้งทำเป็นนอนหลับเท่านั้น
ถ้าเธอไม่ยอมตื่น เขาก็จะทำตามใจตัวเองต่อไป
มือทั้งสองเคล้นคลึงบนทรวงอกนุ่มสลับกับริมฝีปากที่ดูดดึงมันไม่หยุด ยอดอกเริ่มบวมเป่งแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ดวงตาคมมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนกรอบหน้า ริมฝีปากเล็กสีสดขบเม้มเข้ากันแน่นจนห้อเลือด พยายามสะกดกลั้นไม่ให้ส่งเสียงน่าอายออกมา
เธอไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืนแต่กลับดูโอนอ่อนผ่อนตามด้วยซ้ำ
เขาลองสอดฝ่ามือเข้าไปใต้ขอบกางเกงขาสั้นเลื่อนลงไปยังกึ่งกลางกายสาว ใต้ชั้นในเนื้อบางเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำลื่นใส ค่อยๆ บดคลึง ปลายนิ้วสากขยับเสียดสีกับกลีบเนื้อนุ่มภายใน
ใบบัวนั่งนิ่ง มือที่วางอยู่บนตักเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว คำพูดของเขาเหมือนกำลังปกป้องเธออยู่ก็จริง แต่พอได้ยินคำพูดของข้าวหอมก็ทำให้เธออดนึกสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมาไม่ได้หัวใจเธอเเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทั้งอุ่นวาบและหนาวลึกในเวลาเดียวกันเลโอไม่ได้พูดแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ใบบัวเองก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมาแม้แต่คำเดียว ทั้งสองคนรับประทานอาหารของตัวเองเงียบๆ แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ใช่ความสบายใจ มันหนักอึ้งและอึดอัด เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะ กลายเป็นเสียงเดียวที่คั่นอยู่ระหว่างคำถามมากมายที่ไม่มีใครเลือกจะพูดออกมา หลังกลับจากร้านอาหารชายหนุ่มก็พาเธอไปที่เพนท์เฮ้าส์ ความนิ่งเงียบของใบบัวทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึมครึมขึ้นกว่าเดิม เลโอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ มองตามร่างบางที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างใช้ความคิด ไม่นานนัก ใบบัวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอพบว่าเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสบตากันอึดใจหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ “ ไม่พอใจเรื่องข้าวหอมใช่ไหม ”“ เปล่าค่ะ ”“ สงสัยอะไรก็ถาม ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้ ”“ แค่แกล้งแสดงละค
“ใช่”คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ใบบัวรู้สึกหนาววูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ตอนที่คุณโทรมา บัวตั้งใจพูดให้วาได้ยิน แล้ววาก็เดินตามบัวออกมาจริงๆ ”เลโอพยักหน้ารับเล็กน้อย ราวกับทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้“แบบนี้ยิ่งชัด”ใบบัวเม้มปาก ก่อนจะพูดต่อช้าๆ“วาบอกว่าเห็นรถคุณมารับบัวที่หอวันนั้น… บัวคิดว่าที่วาขับรถตามก็เพราะเริ่มสงสัย เพราะบัวเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขา อาจมองว่าบัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาถูกทำร้ายก็ได้”เลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพวกเขาอาจสมรู้ร่วมคิดกัน”ใบบัวส่ายหน้าแทบจะทันที“ไม่ค่ะ บัวคิดว่าวาคงไม่รู้เรื่องที่เขาวางยา แล้วก็เรื่องที่พาบัวเข้าโรงแรมแน่นอน ”“เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มานานแค่ไหนกัน ถึงได้มั่นใจขนาดนั้น” “...”“อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” เลโอหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ คุณพูดเหมือนกับรู้อะไรมาอย่างนั้น ” ใบบัวขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองคิดตามคำพูดของเขาเลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“ฉันกำลังให้คนตามสืบเรื่องของพวกเขาอยู่ อีกไม่นานก็คงได้รู้ความจริง ”ความเงียบเข้ามาแทน
มหาวิทยาลัย การหลีกเลี่ยงแวววาแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับใบบัว เพราะพวกเธอต้องเจอกันทุกวันที่มหาวิทยาลัยหลังเลิกเรียนแวววามักแวะไปหารุ่นพี่หนุ่มที่โรงพยาบาล โชคดีที่เธอไม่เคยลากใบบัวไปด้วยใบบัวบล็อกเซทท์ทุกช่องทาง ทั้งเบอร์โทรและแอปพลิเคชั่นที่เคยใช้ติดต่อกัน เธอไม่อยากเจอไม่อยากเห็นเขาอีก แค่นึกถึงเรื่องในวันนั้นความรู้สึกแย่ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นดึงใบบัวให้หลุดจากห้วงความคิด เธอรีบล้วงหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใคร ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ “ เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม ”“ ค่ะ ”“ เดี๋ยวไปรับ ”“บัวรอที่หน้ามหาลัยนะคะ ”“ โอเค ” เขารับคำสั้นๆ ก่อนวางสายไปใบบัวค่อยๆ เก็บของลงในกระเป๋าสะพายอย่างไม่รีบร้อน แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาของแวววาที่มองมาทั้งที่รับรู้ได้ตลอด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ บอกลาเพื่อน แล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ ทิ้งจังหวะราวกับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตัดสินใจตามมาใบบัวไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของใครต่อใคร เลือกไปรอเขาตรงหน้าถนนด้านข้างมหาลัยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เสียงเรียกของแวววาที่ดังตามหลังมา ทำให้เท้าที่กำลังก้าวชะงักลงเล็กน้
ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย “เปล่าค่ะ”“ ไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่ฉันก็พอ ” น้ำเสียงยังคงเรียบแต่กลับทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวใบบัวพยักหน้าเล็กน้อย ความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านอยู่ในความเงียบระหว่างพวกเขา“ไม่อร่อยเหรอ ”เลโอถามเสียงเรียบ แต่แววตาดูเหมือนกำลังจับสังเกตเธออย่างจริงจัง“อร่อยค่ะ แค่…เมื่อกี้บัวเพิ่งกินข้าวเย็นไป เลยไม่ค่อยหิว” เธอตอบพลางวางตะเกียบลง แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง สายตาของเขาไม่ได้มองอาหารแต่มองเธอ ชัดเจนว่าอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ“ ปวดแผลไหม ”“ ไม่ค่ะ ดีขึ้นเยอะแล้ว” เลโอเลื่อนสายตากลับมาที่ริมฝีปากเธอราวกับกำลังเช็กให้แน่ใจ รอยบวมยุบไปแล้วเหลือเพียงรอยไหมเล็ก ๆ ที่สะดุดตา “ อืม ”หลังจากนั้นบทสนทนาก็เบาบางลง เหลือเพียงเสียงตะเกียบที่กระทบจานเบา ๆ เลโอชำระเงินเสร็จก็พาใบบัวเดินออกจากร้าน อากาศด้านนอกเย็นลงเล็กน้อย เขารอจนเธอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ตรถขับออกไปรถแล่นเข้ามาจอดหน้าหอพัก ใบบัวปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนหันไปมองเขา “ ขอบคุณค่ะ ”เลโอพยักหน้ารับ สายตายังคงมองเธออยู่ ม
“ พี่ศิลากำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถ้าโครงการมันดีจริงก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนับสนุน ผมก็แค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ถ้าพี่ใช้สมองคิดไต่ตรองดูดีๆก็คงไม่พูดแบบนี้ออกมา”“ ไอ้เลโอ! มึงด่ากูเหรอ อยากมีเรื่องกับกูนักใช่ไหม ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะสักวันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครให้ความสำคัญไม่มีใครสนใจ ”“ อ้าว ผมด่าพี่เหรอครับ ตรงไหนที่เรียกว่าด่ากัน อ่อ ตรงที่บอกให้ใช้สมองเหรอครับ” เลโอยิ้มยียวนยักไหล่นิดๆอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวขณะประสานสบตาอีกฝ่าย“ ไอ้เลโอ!!” ศิลาขบกรามแน่น แววตาลุกวาวด้วยแรงโทสะราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าใส่“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว ” เลโอเอ่ยบอกเสียงเรียบ เท้าก้าวยาวไปยังประตูห้องประชุม โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคนที่ยืนจ้องเขาด้วยสายตาโกรธเกลียดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแกได้ตลอดไปหรอก ฮึ่ย! ” ศิลาสบถลอดไรฟัน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องตามแผ่นหลังกว้างนั้นwทันทีที่ลีโอเปิดประตูออกมาจากห้องประชุมเล็กปราชญ์ที่ยืนรออยู่ก็ปรี่เข้าไปหาทันที “ คุณศิลาคงไม่ได้ทำอะไรคุณลีโอใช่ไหม ”“ เปล่าครับ แค่ไม่พอใจเรื่องเดิมๆ ” ลีโอเดินเข้าไปในลิฟต์
“ถ้าเป็นโครงการเล็ก ผมอาจเห็นด้วย” เลโอตัดบททันที“แต่โครงการระดับนี้ ใช้เงินระดับนี้ แล้วคุณยังเลือกจะไม่ใส่รายละเอียดสำคัญลงไปเอง มันแสดงถึงความไม่รอบคอบ” เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเบา ๆ แต่เสียงกลับดังกว่าที่คิดศิลาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ปลายนิ้วกดลึกลงบนฝ่ามือ พยายามกดโทสะที่กำลังปะทุไม่ให้หลุดออกมา“หรือจริง ๆ แล้ว นายแค่ไม่เชื่อว่าฉันทำได้”“ผมไม่ได้ตัดสินว่าคุณทำได้หรือไม่ได้” เลโอตอบทันที“ผมพิจารณาจากเอกสารที่คุณยื่นมา และในตอนนี้.. มันยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอว่าบริษัทควรนำเงินไปลงทุนกับโครงการนี้”บรรยากาศในห้องประชุมเงียบจนได้ยินเสียงพลิกกระดาษของใครบางคน ปิยวดีวางปากกาลงช้า ๆ“ฉันเห็นด้วยกับเลโอ”คำพูดนั้นทำให้สายตาหลายคู่หันไปมองศิลา“ศิลาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผ่านงานโครงการใหญ่แบบนี้มาก่อน รายละเอียดของแผนงานที่นำเสนอควรรู้ดีว่าต้องจัดทำอย่างไร เอากลับไปแก้ไขให้เรียบร้อย แล้วค่อยเสนอในที่ประชุมอีกครั้งแล้วกัน”ศิลานิ่งไปเล็กน้อย เขาส่งยิ้มเย็นกลับไป แม้สีหน้าจะไม่แสดงความไม่พอใจออกมาแต่แววตากลับแข็งกร้าวตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน “ครับ ผมจะนำไปแก้ไขใหม่”







