로그인ร่างเล็กกระตุกเกร็ง ลมหายใจถี่รัว ทันทีที่นิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบอ่อนนุ่ม เสียงครางหวานแผ่วเบาก็หลุดออกมาจากริมฝีปากเล็ก เปลือกตาที่ปิดสนิทสั่นไหว
ใบบัวไม่กล้าลืมตาตื่น ไม่กล้าจะส่งเสียงออกมาห้ามปรามคนที่กำลังรังแกตัวเองอยู่ พอรู้ว่าคนที่กระทำเรื่องลามกกับเธอเป็นหลานชายคนเล็กอย่างเลโอ หล่อนกลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจสัมผัสหยาบโลนของเขา
ความเสียวสยิวจากเรียวนิ้วที่ขยับเข้าออกในกาย มันเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่เด็กสาวไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ทว่าเธอก็ไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อดรู้สึกรู้สึกตื่นเต้นไปกับสัมผัสของชายหนุ่มไม่ได้
โสตประสาทของเด็กสาวได้ยินเพียงเสียงฉ่ำแฉะลามกดังออกมาจากนิ้วแข็งที่กระแทกเข้าออกช่องทางสวาทของตัวเอง ถึงรู้สึกกระดากอายเพียงใดก็ไม่อาจปฏิเสธว่ามันกำลังปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการบางอย่างให้เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอ
มันทั้งเสียวทั้งรู้สึกดีอย่างที่บรรยายออกมาไม่ถูก
ตอนแรกคิดว่าชายหนุ่มจะหยุดแค่หน้าอกเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเลยเถิดมาถึงขั้นนี้ ริมฝีปากเล็กร้องครางออกมาเบาหวิว ลมหายใจหอบสั่น สองขาถูกจับแยกกว้างออก ตอนนี้ในหัวมึนเบลอไปหมดรู้สึกตัวอีกทีกางเกงขาสั้นและกางเกงชั้นในตัวบางก็ถูกรูดลงมาจนถึงข้อพับหัวเข่า
ใบบัวแกล้งทำเป็นหลับต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ดวงตาทั้งคู่เบิกโพลงด้วยความกลัว เรียวขาทั้งคู่หนีบเข้าหากันแน่นเมื่อรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง
“ อย่า ” ใบบัวร้องห้ามออกเสียงหลง เสียงสะอื้นดังออกมาจากในลำคอเมื่อคนตรงหน้าไม่มีท่าทีว่าจะหยุดรังแกเธอ
ดวงตาคมสีเฮเซลนัทเป็นประกายวามวาวมองกลีบเนื้อขาวอวบอูมและติ่งเกสรเล็กน่ารักบนร่องสวาทสีแดงก่ำของเธอ ปลายนิ้วสากแยกแย้มมันออกกว้างกว่าเดิม พลันรู้สึกว่าลำคอตนเองแห้งผากขึ้นมาอีกครั้ง
“ ยะอย่าค่ะ อ๊ะ!! ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกครึ่งขยับลงมาตรงกึ่งกลางกายสาวของเธอ มือเล็กพยายามดันศีรษะของเขาออกห่าง
ริมฝีปากบางได้รูปขบเม้มลงบนกลีบเนื้อนุ่มตะโบมดูดเลียติ่งเนื้อเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน แค่อึดใจเดียวหยาดน้ำหวานก็ถูกขับหลั่งออกมาจนเปียกชุ่ม
“ หวาน ” ลีโอแลบลิ้นตวัดน้ำหวานสีใส กลืนกินมันเข้าไปอย่างไร้ซึ่งความรังเกียจ
“ อื้ออ อ๊ะ ยะอย่า ...หนูกลัว ” ใบบัวสะอื้นไห้ออกมาด้วยความตื่นกลัวสุดขีด
เด็กสาวรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้สถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเธอคงต้องเสียตัวให้ผู้ชายตรงหน้าแน่นอน เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายขนาดนั้นที่จะมีอะไรกับคนแปลกหน้าได้โดยไม่รู้สึกอะไร
“ ฮืออ.. อย่าา! ”
ลีโอชะงักนิ่งไปทันทีที่เห็นใบบัวร้องไห้ออกมา “ อย่าร้องไห้ โอเค ฉันไม่ทำแล้ว ”
เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กเบาๆ มองร่างบอบบางที่สั่นเทาจนดูน่าสงสาร ชายหนุ่มผละออกห่างก่อนหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองร่างเล็กเกือบเปลือยที่นอนงอตัวคุดคู้เข้าหากัน เด็กสาวก้มหน้านิ่งไม่กล้าแม้จะช้อนสายตาขึ้นมองดูเขา ลีโอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาสีเฮเซลนัทเป็นประกายวูบไหวเมื่อรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไป ยกมือเช็ดคราบน้ำหวานบนริมฝีปากออก
“ ขอโทษ ” เขาเอ่ยออกมาก่อนจะเดินออกจากศาลาไม้หลังเล็กไปโดยไม่เหลียวกลับไปมองอีก
หลังจากผู้ชายคนนั้นจากไปแล้วเด็กสาวก็รีบผุดลุกขึ้นนั่งรีบจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ใจหนึ่งก็กลัวจะมีใครผ่านมาเห็นเข้า เตรียมตัวจะออกจากศาลาไม้หลังเล็กพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนาวางอยู่บนเก้าอี้นวม ใบบัวมองมันนิ่ง มั่นใจว่าก่อนหน้าที่เธอจะเข้ามาไม่มีหนังสือเล่มนี้วางอยู่ตรงนี้ มือเล็กหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่าบนหน้าปกมีแต่ตัวอักษรเป็นภาษาฝรั่งเศส
หนังสือของผู้ชายคนนั้น เขาคงตั้งใจมาอ่านหนังสือที่นี่?
เธอหยิบมันติดมือออกมาด้วยก่อนนำไปวางไว้บนโต๊ะในห้องนั่งเล่นบนตึกใหญ่ เธอไม่รู้ว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ถึงไม่เอามาวางไว้ที่นี่ยังไงผู้ชายคนนั้นก็ต้องกลับไปเอาหนังสือของเขาอยู่ดี
ใบบัวไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดทั้งที่เพิ่งถูกทำมิดีมิร้ายมาหยกๆ เธอเเค่รู้สึกตื่นกลัวและกระดากอาย แต่กลับไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือขยะแขยงสัมผัสของผู้ชายคนนั้นเหมือนตอนที่ลูกพี่ลูกน้องของเขากระทำกับเธอ คงเพราะเลโอไม่ได้แสดงพฤติกรรมเเย่ๆ เหมือนที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเธอมาตลอดหลายเดือน
...ตั้งเเต่คืนนั้นที่ถูกเขาช่วยไว้ความรู้สึกของเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ใบหน้าหวานเห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักของเจ้านายหนุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหว่างขาของตัวเอง พลันท้องน้อยก็รู้สึกเสียววูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง
เด็กสาวรู้สึกว่าอุณหภูมิในร่างกายตนเองสูงกว่าปกติทั้งที่ตัวก็ไม่ได้ร้อนอะไร ตรงส่วนนั้นก็รู้สึกปวดหนึบแปลกๆ รู้สึกไม่สบายเนื้อตัว สองเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่บ้านพัก หลังจากหยิบผ้าเช็ดตัวได้ก็รีบเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว น้ำเย็นๆที่ราดรดบนผิวกายทำให้เด็กสาวรู้สึกดีขึ้น ฝ่ามือเลื่อนลงไปจับตรงส่วนสงวนของตัวเองที่เปียกแฉะไปด้วยเมือกใส แค่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ใบหน้าหวานก็เห่อร้อนด้วยความกระดากอาย
ใบบัวนั่งนิ่ง มือที่วางอยู่บนตักเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว คำพูดของเขาเหมือนกำลังปกป้องเธออยู่ก็จริง แต่พอได้ยินคำพูดของข้าวหอมก็ทำให้เธออดนึกสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมาไม่ได้หัวใจเธอเเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทั้งอุ่นวาบและหนาวลึกในเวลาเดียวกันเลโอไม่ได้พูดแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ใบบัวเองก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมาแม้แต่คำเดียว ทั้งสองคนรับประทานอาหารของตัวเองเงียบๆ แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ใช่ความสบายใจ มันหนักอึ้งและอึดอัด เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะ กลายเป็นเสียงเดียวที่คั่นอยู่ระหว่างคำถามมากมายที่ไม่มีใครเลือกจะพูดออกมา หลังกลับจากร้านอาหารชายหนุ่มก็พาเธอไปที่เพนท์เฮ้าส์ ความนิ่งเงียบของใบบัวทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึมครึมขึ้นกว่าเดิม เลโอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ มองตามร่างบางที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างใช้ความคิด ไม่นานนัก ใบบัวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอพบว่าเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสบตากันอึดใจหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ “ ไม่พอใจเรื่องข้าวหอมใช่ไหม ”“ เปล่าค่ะ ”“ สงสัยอะไรก็ถาม ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้ ”“ แค่แกล้งแสดงละค
“ใช่”คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ใบบัวรู้สึกหนาววูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ตอนที่คุณโทรมา บัวตั้งใจพูดให้วาได้ยิน แล้ววาก็เดินตามบัวออกมาจริงๆ ”เลโอพยักหน้ารับเล็กน้อย ราวกับทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้“แบบนี้ยิ่งชัด”ใบบัวเม้มปาก ก่อนจะพูดต่อช้าๆ“วาบอกว่าเห็นรถคุณมารับบัวที่หอวันนั้น… บัวคิดว่าที่วาขับรถตามก็เพราะเริ่มสงสัย เพราะบัวเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขา อาจมองว่าบัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาถูกทำร้ายก็ได้”เลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพวกเขาอาจสมรู้ร่วมคิดกัน”ใบบัวส่ายหน้าแทบจะทันที“ไม่ค่ะ บัวคิดว่าวาคงไม่รู้เรื่องที่เขาวางยา แล้วก็เรื่องที่พาบัวเข้าโรงแรมแน่นอน ”“เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มานานแค่ไหนกัน ถึงได้มั่นใจขนาดนั้น” “...”“อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” เลโอหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ คุณพูดเหมือนกับรู้อะไรมาอย่างนั้น ” ใบบัวขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองคิดตามคำพูดของเขาเลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“ฉันกำลังให้คนตามสืบเรื่องของพวกเขาอยู่ อีกไม่นานก็คงได้รู้ความจริง ”ความเงียบเข้ามาแทน
มหาวิทยาลัย การหลีกเลี่ยงแวววาแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับใบบัว เพราะพวกเธอต้องเจอกันทุกวันที่มหาวิทยาลัยหลังเลิกเรียนแวววามักแวะไปหารุ่นพี่หนุ่มที่โรงพยาบาล โชคดีที่เธอไม่เคยลากใบบัวไปด้วยใบบัวบล็อกเซทท์ทุกช่องทาง ทั้งเบอร์โทรและแอปพลิเคชั่นที่เคยใช้ติดต่อกัน เธอไม่อยากเจอไม่อยากเห็นเขาอีก แค่นึกถึงเรื่องในวันนั้นความรู้สึกแย่ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นดึงใบบัวให้หลุดจากห้วงความคิด เธอรีบล้วงหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใคร ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ “ เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม ”“ ค่ะ ”“ เดี๋ยวไปรับ ”“บัวรอที่หน้ามหาลัยนะคะ ”“ โอเค ” เขารับคำสั้นๆ ก่อนวางสายไปใบบัวค่อยๆ เก็บของลงในกระเป๋าสะพายอย่างไม่รีบร้อน แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาของแวววาที่มองมาทั้งที่รับรู้ได้ตลอด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ บอกลาเพื่อน แล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ ทิ้งจังหวะราวกับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตัดสินใจตามมาใบบัวไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของใครต่อใคร เลือกไปรอเขาตรงหน้าถนนด้านข้างมหาลัยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เสียงเรียกของแวววาที่ดังตามหลังมา ทำให้เท้าที่กำลังก้าวชะงักลงเล็กน้
ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย “เปล่าค่ะ”“ ไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่ฉันก็พอ ” น้ำเสียงยังคงเรียบแต่กลับทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวใบบัวพยักหน้าเล็กน้อย ความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านอยู่ในความเงียบระหว่างพวกเขา“ไม่อร่อยเหรอ ”เลโอถามเสียงเรียบ แต่แววตาดูเหมือนกำลังจับสังเกตเธออย่างจริงจัง“อร่อยค่ะ แค่…เมื่อกี้บัวเพิ่งกินข้าวเย็นไป เลยไม่ค่อยหิว” เธอตอบพลางวางตะเกียบลง แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง สายตาของเขาไม่ได้มองอาหารแต่มองเธอ ชัดเจนว่าอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ“ ปวดแผลไหม ”“ ไม่ค่ะ ดีขึ้นเยอะแล้ว” เลโอเลื่อนสายตากลับมาที่ริมฝีปากเธอราวกับกำลังเช็กให้แน่ใจ รอยบวมยุบไปแล้วเหลือเพียงรอยไหมเล็ก ๆ ที่สะดุดตา “ อืม ”หลังจากนั้นบทสนทนาก็เบาบางลง เหลือเพียงเสียงตะเกียบที่กระทบจานเบา ๆ เลโอชำระเงินเสร็จก็พาใบบัวเดินออกจากร้าน อากาศด้านนอกเย็นลงเล็กน้อย เขารอจนเธอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ตรถขับออกไปรถแล่นเข้ามาจอดหน้าหอพัก ใบบัวปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนหันไปมองเขา “ ขอบคุณค่ะ ”เลโอพยักหน้ารับ สายตายังคงมองเธออยู่ ม
“ พี่ศิลากำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถ้าโครงการมันดีจริงก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนับสนุน ผมก็แค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ถ้าพี่ใช้สมองคิดไต่ตรองดูดีๆก็คงไม่พูดแบบนี้ออกมา”“ ไอ้เลโอ! มึงด่ากูเหรอ อยากมีเรื่องกับกูนักใช่ไหม ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะสักวันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครให้ความสำคัญไม่มีใครสนใจ ”“ อ้าว ผมด่าพี่เหรอครับ ตรงไหนที่เรียกว่าด่ากัน อ่อ ตรงที่บอกให้ใช้สมองเหรอครับ” เลโอยิ้มยียวนยักไหล่นิดๆอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวขณะประสานสบตาอีกฝ่าย“ ไอ้เลโอ!!” ศิลาขบกรามแน่น แววตาลุกวาวด้วยแรงโทสะราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าใส่“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว ” เลโอเอ่ยบอกเสียงเรียบ เท้าก้าวยาวไปยังประตูห้องประชุม โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคนที่ยืนจ้องเขาด้วยสายตาโกรธเกลียดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแกได้ตลอดไปหรอก ฮึ่ย! ” ศิลาสบถลอดไรฟัน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องตามแผ่นหลังกว้างนั้นwทันทีที่ลีโอเปิดประตูออกมาจากห้องประชุมเล็กปราชญ์ที่ยืนรออยู่ก็ปรี่เข้าไปหาทันที “ คุณศิลาคงไม่ได้ทำอะไรคุณลีโอใช่ไหม ”“ เปล่าครับ แค่ไม่พอใจเรื่องเดิมๆ ” ลีโอเดินเข้าไปในลิฟต์
“ถ้าเป็นโครงการเล็ก ผมอาจเห็นด้วย” เลโอตัดบททันที“แต่โครงการระดับนี้ ใช้เงินระดับนี้ แล้วคุณยังเลือกจะไม่ใส่รายละเอียดสำคัญลงไปเอง มันแสดงถึงความไม่รอบคอบ” เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเบา ๆ แต่เสียงกลับดังกว่าที่คิดศิลาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ปลายนิ้วกดลึกลงบนฝ่ามือ พยายามกดโทสะที่กำลังปะทุไม่ให้หลุดออกมา“หรือจริง ๆ แล้ว นายแค่ไม่เชื่อว่าฉันทำได้”“ผมไม่ได้ตัดสินว่าคุณทำได้หรือไม่ได้” เลโอตอบทันที“ผมพิจารณาจากเอกสารที่คุณยื่นมา และในตอนนี้.. มันยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอว่าบริษัทควรนำเงินไปลงทุนกับโครงการนี้”บรรยากาศในห้องประชุมเงียบจนได้ยินเสียงพลิกกระดาษของใครบางคน ปิยวดีวางปากกาลงช้า ๆ“ฉันเห็นด้วยกับเลโอ”คำพูดนั้นทำให้สายตาหลายคู่หันไปมองศิลา“ศิลาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผ่านงานโครงการใหญ่แบบนี้มาก่อน รายละเอียดของแผนงานที่นำเสนอควรรู้ดีว่าต้องจัดทำอย่างไร เอากลับไปแก้ไขให้เรียบร้อย แล้วค่อยเสนอในที่ประชุมอีกครั้งแล้วกัน”ศิลานิ่งไปเล็กน้อย เขาส่งยิ้มเย็นกลับไป แม้สีหน้าจะไม่แสดงความไม่พอใจออกมาแต่แววตากลับแข็งกร้าวตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน “ครับ ผมจะนำไปแก้ไขใหม่”







