LOGINLove at first bite. เลโอไม่เคยคิดจะรักใคร แต่พอได้สัมผัสเธอ ความต้องการและแรงปรารถนาบางอย่างกลับยิ่งดึงดูดให้เขายิ่งถลำลึก นานวันยิ่งทำให้ความรู้สึกเขาเปลี่ยนไป ใบบัว คือคนที่เขาไม่ควรเข้าใกล้ แต่ยิ่งห้าม เขากลับยิ่งอยากได้
View More“หลานสาวป้าวัลย์ ยิ่งโตก็ยิ่งสวย ว่าไหมเลโอ ”
ชายหนุ่มปรายตามองเด็กสาววัยสิบแปดที่วิ่งกระหืดกระหอบไปด้านหน้าทางเข้าคฤหาสน์ ไม่ได้ใส่ใจกับความหมายแฝงเร้นในประโยคคำพูดของลูกพี่ลูกน้องของตนเอง
“ วันนี้พี่ศิลาไม่เข้าบริษัทเหรอครับ ”
เลโอปิดหนังสือในมือก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาอุตส่าห์หามุมเงียบ ๆ เพื่ออ่านหนังสือ แต่กลับถูกขัดจังหวะจนหมดอารมณ์ไปในพริบตา
“บ่ายแล้ว จะรีบไปไหน”
ร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตรหันมามองญาติผู้พี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปทำ พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่ออกไปเที่ยวไหนบ้างเหรอ คืนนี้ไปผับในเมืองกับพี่ไหม”
ตะวันเดินเข้ามาใกล้ วางมือลงบนบ่ากว้างของเลโอ ระยะห่างที่ลดลงยิ่งขับให้เห็นความแตกต่างของส่วนสูงระหว่างพวกเขาชัดเจน
“ไม่ดีกว่า ผมไม่ค่อยชอบสถานที่เสียงดัง มันหนวกหู”
“พูดเหมือนคนแก่เลย นายเพิ่งยี่สิบสี่เองนะ ลองไปเที่ยวแบบคนวัยเดียวกันบ้างสิ”
“ผับที่พี่จะพาไปน่ะ มีแต่สาว ๆ สวย ๆ นะ ไม่สนใจจริงเหรอ” ศิลาคะยั้นคะยอ
“พี่ตะวันไปเถอะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน” ริมฝีปากบางได้รูปเอ่ยบอก ก่อนจะก้าวเท้าเดินจากไป
ศิลามองตามแผ่นหลังกว้างของลูกพี่ลูกน้องที่เดินกลับเข้าไปยังห้องด้านในของคฤหาสน์
ตั้งแต่จำความได้ เขาก็มักเห็นเลโอเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร คล้ายเด็กเนิร์ดทั่วไป หากไม่อ่านหนังสือก็จะขลุกอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซ้ำยังวางตัวห่างเหินจากคนรุ่นราวคราวเดียวกัน
ยิ่งนึกก็ยิ่งเสียดายใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรของลูกพี่ลูกน้อง ช่างสวนทางกับนิสัยใจคอเสียเหลือเกิน
หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ปู่ของพวกเขาก็ส่งเลโอไปเรียนต่อที่เมืองนอกทันที นี่ก็เพิ่งเรียนจบกลับมาจากฝรั่งเศสไม่ถึงสองอาทิตย์ อนาคตก็คงได้เข้าไปช่วยบริหารงานบริษัทของตระกูลเหมือนกับตัวเขาและลูกหลานคนอื่นๆ
หนุ่มลูกเสี้ยวยืนกอดอก มองรถสปอร์ตหรูของลูกพี่ลูกน้องที่ขับออกจากคฤหาสน์ไปเงียบ ๆ สองเท้าก้าวตรงไปยังระเบียงห้องนอนก่อนจะหย่อนตัวลงบนเก้าอี้หนังวัวตัวโปรด กางหนังสือในมือขึ้นอ่าน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามายังจุดที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ ดวงตาคมสีน้ำตาลฮาเซลละจากตัวอักษรตรงหน้า ก่อนจะวางหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะไม้ข้างตัว ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้ง
ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้น เดินไปเปิดประตูห้อง มองเด็กสาวที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าใสปราศจากเครื่องสำอาง แก้มขาวระเรื่อด้วยสีเลือดฝาด เหงื่อเม็ดเล็กเกาะอยู่บนปลายจมูกเชิด ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันเล็กน้อย
คำที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาพูดไว้ ดูจะไม่เกินจริงเลยสักนิด
เลโอไม่เคยพบเด็กสาวคนนี้มาก่อน และเพิ่งรู้จากศิลาเมื่อเช้าว่า เธอเป็นหลานสาวของป้าวัลย์ แม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่
“มีอะไร”
“เอ่อ หนูจะมาถามคุณว่า รับอาหารเที่ยงเลยไหมคะ” เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม สายตายังคงทอดต่ำอยู่ระดับพื้น
“เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย ไม่ต้องหรอก ฉันยังไม่หิว”
ปกติเลโอมักกินข้าวกลางวันเอาตอนบ่าย หากหิวขึ้นมาเมื่อไร เขาก็ลงไปหาอะไรกินเองได้อยู่แล้ว
“ค่ะ”
เลโอมองเด็กสาวที่กำลังหันหลังกลับ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“เดี๋ยว…เอากาแฟอเมริกาโน่ร้อนมาแก้วหนึ่งแล้วกัน”
พูดจบ เขาก็ปิดประตู แล้วเดินกลับไปหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน เปิดโน้ตบุ๊กไล่ดูข่าวสารตามปกติ
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เข้ามาได้”
บานประตูเปิดออก พร้อมกับสาวใช้คนหนึ่งที่ถือถาดใส่กาแฟร้อนเข้ามา เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง ตามด้วยจานแซนด์วิชแฮมชีสหน้าตาน่ากินสองชิ้น
“ฉันบอกว่าแค่กาแฟ” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ขณะปรายตามองสาวใช้ตรงหน้าที่มีอายุไล่เลี่ยกับเขา
“เอ่อ บัวเป็นคนทำค่ะ แล้วให้ฝนเอามาให้คุณเลโอ ไม่รู้ว่าคุณเลโอไม่ได้สั่ง งั้นฝนเก็บกลับไปนะคะ” น้ำฝนรีบพูดขึ้นอย่างตื่น ๆ สีหน้าลุกลี้ลุกลน
ถึงเขาจะไม่พูดอะไรออกมา ใบบัวก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร เธอสลัดความเขินอายทิ้งไปชั่วคราวก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงด้านหลัง ใบบัวเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะประทับจูบเบา ๆ ลงบนแก้มสากของเขา แต่ยังไม่ทันได้ถอยออกริมฝีปากของเขาก็ทาบทับลงมาแนบสนิท บดขยี้ริมฝีปากเธออย่างดุดันและเร่าร้อน แทบไม่เว้นช่องว่างให้เธอได้หายใจ ร่างทั้งสองแนบชิดจนลมหายใจของทั้งคู่ผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกร้อนระอุแผ่ซ่านอยู่ภายใน แผ่นหลังบางถูกดันจนแนบชิดกับผนังห้องน้ำ ลมหายใจเธอสั่นพร่า เสียงครางดังลอดออกจากลำคอแผ่วเบา ลิ้นเล็กถูกตวัดเกี่ยวพัลวันอยู่ในโพรงปาก ใบบัวรู้สึกมึนเบลอคิดอะไรไม่ออก ขณะที่เขาผละริมฝีปากออก เลื่อนต่ำลงไปหาทรวงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่หอบกระชั้นถี่“ อา พี่คะ ”ใบบัวกัดริมฝีปากเบาๆ ขณะที่ริมฝีปากของเขากำลังดูดดึงพร้อมๆกับลิ้นอุ่นชื้นที่ตวัดเลียจุกนมสีหวานไม่หยุดหย่อน “ อ๊า นะหนูเสียว ใส่เข้ามาเลยได้ไหมคะ ” เสียงหวานสั่นพร่าเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อน ใบบัวก้มลงสบตาเขานิ่ง“ ใจเย็นที่รัก ” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยบอก มุมปากย
ปราชญ์ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ไกล ๆ รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาจับพวกเขาแยกออกจากกัน รีบพูดเตือนสติเจ้านายหนุ่ม คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นระหว่างที่ดึงมือแข็งออกจากคอของอีกฝ่าย“ คุณเลโอ มีคนมองอยู่นะครับ ปล่อยคุณศิลาเถอะครับ ”“ โอ๊ย!! ปล่อย…ปล่อยสิวะ ” แรงบีบค่อย ๆ คลายลง ศิลาดิ้นรนจนหลุดออกจากอีกฝ่ายมาได้ในที่สุด เขาไอคอกแคกหลายครั้งขณะที่มือทั้งสองจับลำคอแดงก่ำของตนเองไว้ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หายใจถี่ สายตามองไปรอบ ๆ มองพนักงานสองสามคนยืนมองพวกเขาอยู่ คิดว่าที่นี่เป็นบริษัทอีกฝ่ายคงไม่กล้าทำอะไร แต่กลับผิดคาด ศิลารู้ตัวว่าตัวเองคิดผิดที่เข้าไปยั่วโมโหอีกฝ่าย เลโอก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่ายโน้มหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด น้ำเสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยออกมาดังพอให้ได้ยินแค่พวกเขา“ ถ้าแกพูดถึงบัวในทางไม่ดีอีก คราวหน้าฉันจะเย็บปากแกแทน ดีแค่ไหน ที่ฉันไม่เอาเรื่องเลวๆ ที่แกทำไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ อ่อ ถ้าปู่รู้พฤติกรรมเลวๆของแกเข้า ..คงจะโกรธมากๆแน่ ”“ แกขู่ฉันเหรอ ถะถ้าฉันเอาเรื่องที่แกกับเด็กนั่นไปพูด แกก็ไม่เหลือเหมือนกัน ” ศิลาพยายามฝืนเสียงไม่ให้สั่นแต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
หลายวันผ่านไป…..แล้วก็เป็นอย่างที่เลโอคาดการณ์ไว้ ศิลาไม่เพียงไม่ขอโทษใบบัวแต่ยังไม่รู้สึกสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปเลยแม้แต่น้อย คำพูดทั้งหมดในวันนั้นก็เป็นเพียงการเอาตัวรอด พูดเพื่อให้เรื่องจบ ๆ ไปเท่านั้น ‘ ก็แค่สาวใช้ปะวะ ทำไมกูต้องไปขอโทษด้วย ’‘ มึงจะเดือดร้อนอะไรนักหนากับอีแค่สาวใช้คนเดียว ’ศิลาหลบสายตาคมวูบ ไม่กล้ามองหน้าเลโอตรงๆ ก่อนจะรีบเดินจากไป มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ทุกครั้งที่เจอกันที่บริษัท ความกร่างที่ศิลาเคยมีมลายหายไปหมดสิ้น แววตาของอีกฝ่ายเหลือเพียงความตื่นกลัวและยำเกรงยามที่มองมาที่เขาเท่านั้น*******ศิลาเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยอารมณ์หงุดหงิด สายตาเหลือบไปเห็นแฟนสาวที่นั่งรออยู่ด้านใน หญิงสาวส่งยิ้มหวานมาให้ทันที เขาฝืนยิ้มตอบเธอ ถึงจะหัวเสียแค่ไหนเขาก็ไม่กล้าแสดงสีหน้าไม่พอใจใส่แฟนสาวไฮโซคนนี้“ ณิ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ”“ เกือบเที่ยงแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะค่ะ ”“ ครับ ”“ เมื่อกี้ณิเจอเลโอตรงลิฟต์ข้างล่าง คุยกันนิดหน่อย เขายังพูดน้อยเหมือนเดิมเลยเนอะ ”รอยยิ้มบนใบหน้าศิลาชะงักไปเล็กน้อย แค่ได้ยินชื่อมันอารมณ์กรุ่นโกรธก็ปะทุขึ้นมาอีก “
“ ห่ะ รู้แล้ว แล้วปู่ไม่ห้ามอะไรเลยเหรอไง ” ปิยวดีเบิกตากว้าง รู้สึกตกใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม“ ปู่กับป้าแป้งพูดเหมือนกันเป๊ะ สมกับเป็นพ่อลูกกันจริงๆ ” เลโอแค่นยิ้มจาง ๆ น้ำเสียงเรียบแต่แฝงความหมายบางอย่าง“...”“ ปู่คิดว่าผมไม่จริงจังก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่กับป้า…ผมก็ไม่อยากปิดบัง ตรงๆ เลยนะครับ ผมรักบัว ไม่ได้คิดจะคบเล่นๆ ผมแค่อยากบอกป้าไว้เท่านั้น อ่อ ขอไม่รับฟังความคิดเห็นที่ต่างจากนี้ครับ ”ปิยวดีนิ่งอึ้งไปอย่างทำอะไรไม่ถูก สมองเริ่มประมวลผลช้าลงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป“ มีคนอื่นรู้เรื่องที่หลานกับเด็กคนนั้นคบกันอีกไหม ”“ ตอนนี้มีแค่ปู่ ป้า อาปราชญ์และพวกลูกน้องของผมที่รู้เรื่องผมกับบัวเท่านั้น ” ปิยวดีหันขวับไปจ้องหน้าปราชญ์เขม็งด้วยความไม่พอใจ ปราชญ์ยิ้มอ่อนๆ ไม่รู้จะพูดอะไรออกมา ทำเพียงหลบสายตาของปิยวดีที่มองมาเท่านั้น“ เด็กคนนั้นที่ป้าเรียก เธอชื่อใบบัวครับ เอ่อ ผมขอตัวไปดูบัวก่อน ” มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ดวงตาคมเหลือบมองปิยวดีแวบหนึ่งปิยวดีมองตามร่างสูงของหลานชายที่เปิดประตูออกไปจากห้องอย่างใช้ความคิดหนัก ในใจหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับอยู่ หล่