로그인ศิลาหยิบแก้วออกจากมือเล็กวางมันลงบนโต๊ะ ขยับเข้าไปยืนประชิดตัวเด็กสาว เอื้อมมือไปหยิบทิชชูบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนบรรจงเช็ดตรงหน้าอกของเธออย่างใจเย็น ใบบัวอ้าปากค้างยืนตัวแข็งทื่อ มือเล็กพยายามปัดป้องมือเขาออกจากหน้าอกของตนเอง
คำพูดติดค้างอยู่ในลำคอ กว่าจะเอ่ยคำออกมามือหนาตะปบลงบนหน้าอกข้างหนึ่งของเธอ แรงบีบเคล้นเคลึงทำให้เธอสะดุ้ง ใจสั่นด้วยความตกใจและหวาดกลัว
“อย่าค่ะคุณศิลา ”
“อย่า!”
“เงียบๆ ได้ไหม อยากให้คนอื่นรู้หรือไงว่าเธอกำลังให้ท่าฉันอยู่ ”
“หนูเปล่า เอามือออกไปนะ! อย่ามาจับตัวหนู ”
“บอกให้เงียบๆ ไง ” ศิลาลืมตัวเผลอตวาดออกมาเสียงดัง พอรู้ตัวก็หันรีหันขวางมองไปรอบตัว พอเห็นทางสะดวกไม่มีอะไรผิดปกติก็เริ่มคุกคามเด็กสาวตรงหน้าต่อ
“!? ”
ศิลาเห็นเนื้อตัวเด็กสาวสั่นเทาราวกับลูกนกก็ยิ่งย่ามใจ สองมือบีบขยำทรวงอกนุ่มผ่านเนื้อผ้ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความกระดากอาย พอเห็นอีกฝ่ายโน้มใบหน้าเข้ามาหมายจะจูบ ใบบัวรีบเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง
“คุณศิลา อย่าทำหนูเลยนะคะ หนูกลัวแล้ว ” ใบบัวเบ้หน้าราวกับจะร้องไห้ออกมา
อยากตะโกนให้คนช่วยก็คงไม่มีใครได้ยินเสียงเธอ ทุกคนคงกลับไปบ้านพักหลังคฤหาสน์กันหมดแล้ว เธอรู้สึกเกลียดตัวเองที่ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อปล่อยให้คนเลวล่วงเกินอยู่แบบนี้
เสื้อยืดของใบบัวถูกดึงขึ้นมากองบนเนินอกพร้อมกับบราเซียร์ที่ถูกดึงลงมาใต้ราวนม ศิลาตาลุกวาวมองทรวงอกกลมกลึงสวยขนาดพอเหมาะพอดี
“อยากได้เงินไว้กินขนมไหมบัว อยู่นิ่งๆ ปล่อยฉันจัดการเอง แป๊บเดียว เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ” ศิลาซุกใบหน้าลงกับทรวงอก มืออีกข้างเลื่อนลงจับขอบกางเกงขาสั้นก่อนดึงรูดมันลงมา
เสียงของบางอย่างหล่นกระทบบนพื้นเสียงดังลั่น ศิลาที่อยู่ในอารามตกใจรีบผละออกห่างจากเด็กสาวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มหันไปมองทางต้นเสียงก็เห็นเป็นลูกพี่ลูกน้องยืนอยู่ บนพื้นมีเศษกระเบื้องตกแตกกระจายอยู่
“เลโอ เอ่อ มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ศิลาหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ขณะมองหน้าลูกพี่ลูกน้องด้วยความตกใจ
“เห็นพี่ณิชาตามหาพี่อยู่ ”
“ อ้อ เอ่อ แกอย่าเอาเรื่องที่เห็นไปบอกใครนะเลโอ ยัยเด็กบ้านี่เข้ามาให้ท่าฉันก่อนเอง ”
เห็นเลโอไม่พูดอะไร ศิลาจึงรีบออกจากห้องครัวไปอย่างรวดเร็ว ทั้งโมโหทั้งรู้สึกเสียหน้าจนไม่กล้าสู้หน้าลูกพี่ลูกน้องของตน
ชายหนุ่มปรายตาเด็กสาวที่ยืนตัวแข็งทื่อและยังอยู่อาการตกใจ เสื้อผ้าบนร่างกายไม่เรียบร้อย ปรายตาลงมองทรวงอกเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นบราเซียร์ออกมา ขอบกางเกงที่ถูกดึงร่นลงมาอยู่ตรงสะโพกล่างครู่หนึ่งก่อนเบือนหน้าไปทางอื่น ใบหน้าหล่อเรียบเฉยไม่ได้แสดงอารมณ์ใดใดออกมา
ร่างสูงเดินตรงมาเปิดประตูตู้เย็นออกก่อนจะหยิบขวดน้ำเย็นออกมา เลโอหรี่ตามองเด็กสาวที่เพิ่งได้สติ มือเล็กรีบดึงเสื้อยืดลงมาปิดบังหน้าอกตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว กางเกงขาสั้นถูกดึงกลับขึ้นมาอยู่ตำแหน่งเดิม ใบหน้าหวานแดงซ่าน ดวงตาทั้งคู่คลอเคล้าไปด้วยน้ำตา ทั้งน่าเอ็นดูแล้วก็น่าสงสารในเวลาเดียวกัน
“ขอบคุณค่ะ” ริมฝีปากจิ้มลิ้มเอ่ยออกมาเสียงเบา
เธอช้อนสายตามองร่างสูงใหญ่ตรงหน้า น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลจากหางตาลงมาอาบแก้มใส มือเล็กรีบยกขึ้นเช็ดป้อยๆ
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย ก่อนเดินออกมาจากห้องครัวไปเงียบๆ
เลโอปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้อย่างคนใจลอย ไม่รู้ทำไมถึงสลัดภาพเหล่านั้นออกจากหัวไปไม่ได้เสียที พลันภาพใบหน้าตื่นตระหนก เรือนร่างที่เปิดเปลือยต่อของหล่อนจู่ๆ ก็แวบเข้ามาในหัว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นหน้าอกหรือเรือนร่างของผู้หญิงมาก่อน แต่ใบหน้าหวานที่แดงก่ำ ดวงตากลมโตดำขลับสั่นระริกราวกับลูกกวางน้อย ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีสดขบเม้มเข้าหากันแน่นจนห้อเลือด ยิ่งดูอ่อนแอน่าสงสารเท่าไร กลับยิ่งกระตุ้นความคิดด้านมืดของเขาให้เตลิดไปไกล จนแทบกลืนสติที่เหลืออยู่
ใบบัวตื่นเช้าตามปกติอาบน้ำแปรงฟันแต่งตัวเสร็จก็ตามวัลย์ลีเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้าให้กับบรรดาเจ้านายบนตึกใหญ่ ทุกเช้าใบบัวมีหน้าที่ยกสำรับอาหารขึ้นไปบนตึกใหญ่ ถึงเธอจะไม่อยากไปแต่ก็ไม่อยากทำตัวเรื่องมากสร้างปัญหาให้กับคนอื่น
นฤมลมองใบหน้าหวานที่ใต้ตาดำคล้ำคล้ายคนอดนอนด้วยความแปลกใจ
“ ช่วงนี้นอนดึกเหรอบัว ใต้ตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้าเชียว ”
“ เห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอพี่มล บัวนอนไม่ค่อยหลับน่ะ ” ริมฝีปากเล็กหาวหวอดออกมา
“ ใช่ ถ้าง่วงมากจะไปงีบสักหน่อยก็ได้นะ พี่ไม่บอกใครหรอก ”
พอได้ยินนฤมลสาวใช้ที่อายุมากกว่าเธอห้าปีบอกแบบนั้น ใบบัวก็ทำเพียงส่งยิ้มบางๆ ให้เท่านั้น
ใบบัวนั่งนิ่ง มือที่วางอยู่บนตักเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว คำพูดของเขาเหมือนกำลังปกป้องเธออยู่ก็จริง แต่พอได้ยินคำพูดของข้าวหอมก็ทำให้เธออดนึกสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมาไม่ได้หัวใจเธอเเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทั้งอุ่นวาบและหนาวลึกในเวลาเดียวกันเลโอไม่ได้พูดแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ใบบัวเองก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมาแม้แต่คำเดียว ทั้งสองคนรับประทานอาหารของตัวเองเงียบๆ แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ใช่ความสบายใจ มันหนักอึ้งและอึดอัด เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะ กลายเป็นเสียงเดียวที่คั่นอยู่ระหว่างคำถามมากมายที่ไม่มีใครเลือกจะพูดออกมา หลังกลับจากร้านอาหารชายหนุ่มก็พาเธอไปที่เพนท์เฮ้าส์ ความนิ่งเงียบของใบบัวทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึมครึมขึ้นกว่าเดิม เลโอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ มองตามร่างบางที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างใช้ความคิด ไม่นานนัก ใบบัวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอพบว่าเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสบตากันอึดใจหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ “ ไม่พอใจเรื่องข้าวหอมใช่ไหม ”“ เปล่าค่ะ ”“ สงสัยอะไรก็ถาม ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้ ”“ แค่แกล้งแสดงละค
“ใช่”คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ใบบัวรู้สึกหนาววูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ตอนที่คุณโทรมา บัวตั้งใจพูดให้วาได้ยิน แล้ววาก็เดินตามบัวออกมาจริงๆ ”เลโอพยักหน้ารับเล็กน้อย ราวกับทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้“แบบนี้ยิ่งชัด”ใบบัวเม้มปาก ก่อนจะพูดต่อช้าๆ“วาบอกว่าเห็นรถคุณมารับบัวที่หอวันนั้น… บัวคิดว่าที่วาขับรถตามก็เพราะเริ่มสงสัย เพราะบัวเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขา อาจมองว่าบัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาถูกทำร้ายก็ได้”เลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพวกเขาอาจสมรู้ร่วมคิดกัน”ใบบัวส่ายหน้าแทบจะทันที“ไม่ค่ะ บัวคิดว่าวาคงไม่รู้เรื่องที่เขาวางยา แล้วก็เรื่องที่พาบัวเข้าโรงแรมแน่นอน ”“เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มานานแค่ไหนกัน ถึงได้มั่นใจขนาดนั้น” “...”“อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” เลโอหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ คุณพูดเหมือนกับรู้อะไรมาอย่างนั้น ” ใบบัวขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองคิดตามคำพูดของเขาเลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“ฉันกำลังให้คนตามสืบเรื่องของพวกเขาอยู่ อีกไม่นานก็คงได้รู้ความจริง ”ความเงียบเข้ามาแทน
มหาวิทยาลัย การหลีกเลี่ยงแวววาแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับใบบัว เพราะพวกเธอต้องเจอกันทุกวันที่มหาวิทยาลัยหลังเลิกเรียนแวววามักแวะไปหารุ่นพี่หนุ่มที่โรงพยาบาล โชคดีที่เธอไม่เคยลากใบบัวไปด้วยใบบัวบล็อกเซทท์ทุกช่องทาง ทั้งเบอร์โทรและแอปพลิเคชั่นที่เคยใช้ติดต่อกัน เธอไม่อยากเจอไม่อยากเห็นเขาอีก แค่นึกถึงเรื่องในวันนั้นความรู้สึกแย่ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นดึงใบบัวให้หลุดจากห้วงความคิด เธอรีบล้วงหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใคร ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ “ เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม ”“ ค่ะ ”“ เดี๋ยวไปรับ ”“บัวรอที่หน้ามหาลัยนะคะ ”“ โอเค ” เขารับคำสั้นๆ ก่อนวางสายไปใบบัวค่อยๆ เก็บของลงในกระเป๋าสะพายอย่างไม่รีบร้อน แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาของแวววาที่มองมาทั้งที่รับรู้ได้ตลอด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ บอกลาเพื่อน แล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ ทิ้งจังหวะราวกับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตัดสินใจตามมาใบบัวไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของใครต่อใคร เลือกไปรอเขาตรงหน้าถนนด้านข้างมหาลัยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เสียงเรียกของแวววาที่ดังตามหลังมา ทำให้เท้าที่กำลังก้าวชะงักลงเล็กน้
ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย “เปล่าค่ะ”“ ไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่ฉันก็พอ ” น้ำเสียงยังคงเรียบแต่กลับทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวใบบัวพยักหน้าเล็กน้อย ความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านอยู่ในความเงียบระหว่างพวกเขา“ไม่อร่อยเหรอ ”เลโอถามเสียงเรียบ แต่แววตาดูเหมือนกำลังจับสังเกตเธออย่างจริงจัง“อร่อยค่ะ แค่…เมื่อกี้บัวเพิ่งกินข้าวเย็นไป เลยไม่ค่อยหิว” เธอตอบพลางวางตะเกียบลง แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง สายตาของเขาไม่ได้มองอาหารแต่มองเธอ ชัดเจนว่าอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ“ ปวดแผลไหม ”“ ไม่ค่ะ ดีขึ้นเยอะแล้ว” เลโอเลื่อนสายตากลับมาที่ริมฝีปากเธอราวกับกำลังเช็กให้แน่ใจ รอยบวมยุบไปแล้วเหลือเพียงรอยไหมเล็ก ๆ ที่สะดุดตา “ อืม ”หลังจากนั้นบทสนทนาก็เบาบางลง เหลือเพียงเสียงตะเกียบที่กระทบจานเบา ๆ เลโอชำระเงินเสร็จก็พาใบบัวเดินออกจากร้าน อากาศด้านนอกเย็นลงเล็กน้อย เขารอจนเธอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ตรถขับออกไปรถแล่นเข้ามาจอดหน้าหอพัก ใบบัวปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนหันไปมองเขา “ ขอบคุณค่ะ ”เลโอพยักหน้ารับ สายตายังคงมองเธออยู่ ม
“ พี่ศิลากำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถ้าโครงการมันดีจริงก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนับสนุน ผมก็แค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ถ้าพี่ใช้สมองคิดไต่ตรองดูดีๆก็คงไม่พูดแบบนี้ออกมา”“ ไอ้เลโอ! มึงด่ากูเหรอ อยากมีเรื่องกับกูนักใช่ไหม ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะสักวันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครให้ความสำคัญไม่มีใครสนใจ ”“ อ้าว ผมด่าพี่เหรอครับ ตรงไหนที่เรียกว่าด่ากัน อ่อ ตรงที่บอกให้ใช้สมองเหรอครับ” เลโอยิ้มยียวนยักไหล่นิดๆอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวขณะประสานสบตาอีกฝ่าย“ ไอ้เลโอ!!” ศิลาขบกรามแน่น แววตาลุกวาวด้วยแรงโทสะราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าใส่“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว ” เลโอเอ่ยบอกเสียงเรียบ เท้าก้าวยาวไปยังประตูห้องประชุม โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคนที่ยืนจ้องเขาด้วยสายตาโกรธเกลียดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแกได้ตลอดไปหรอก ฮึ่ย! ” ศิลาสบถลอดไรฟัน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องตามแผ่นหลังกว้างนั้นwทันทีที่ลีโอเปิดประตูออกมาจากห้องประชุมเล็กปราชญ์ที่ยืนรออยู่ก็ปรี่เข้าไปหาทันที “ คุณศิลาคงไม่ได้ทำอะไรคุณลีโอใช่ไหม ”“ เปล่าครับ แค่ไม่พอใจเรื่องเดิมๆ ” ลีโอเดินเข้าไปในลิฟต์
“ถ้าเป็นโครงการเล็ก ผมอาจเห็นด้วย” เลโอตัดบททันที“แต่โครงการระดับนี้ ใช้เงินระดับนี้ แล้วคุณยังเลือกจะไม่ใส่รายละเอียดสำคัญลงไปเอง มันแสดงถึงความไม่รอบคอบ” เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเบา ๆ แต่เสียงกลับดังกว่าที่คิดศิลาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ปลายนิ้วกดลึกลงบนฝ่ามือ พยายามกดโทสะที่กำลังปะทุไม่ให้หลุดออกมา“หรือจริง ๆ แล้ว นายแค่ไม่เชื่อว่าฉันทำได้”“ผมไม่ได้ตัดสินว่าคุณทำได้หรือไม่ได้” เลโอตอบทันที“ผมพิจารณาจากเอกสารที่คุณยื่นมา และในตอนนี้.. มันยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอว่าบริษัทควรนำเงินไปลงทุนกับโครงการนี้”บรรยากาศในห้องประชุมเงียบจนได้ยินเสียงพลิกกระดาษของใครบางคน ปิยวดีวางปากกาลงช้า ๆ“ฉันเห็นด้วยกับเลโอ”คำพูดนั้นทำให้สายตาหลายคู่หันไปมองศิลา“ศิลาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผ่านงานโครงการใหญ่แบบนี้มาก่อน รายละเอียดของแผนงานที่นำเสนอควรรู้ดีว่าต้องจัดทำอย่างไร เอากลับไปแก้ไขให้เรียบร้อย แล้วค่อยเสนอในที่ประชุมอีกครั้งแล้วกัน”ศิลานิ่งไปเล็กน้อย เขาส่งยิ้มเย็นกลับไป แม้สีหน้าจะไม่แสดงความไม่พอใจออกมาแต่แววตากลับแข็งกร้าวตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน “ครับ ผมจะนำไปแก้ไขใหม่”






![[ดวงใจท่านรอง 1] รองประธาน (แอบรัก) พยาบาลฝึกหัด](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
