로그인นิ้วเล็กลูบไล้บนจุดอ่อนไหวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน เพียงขยับถูไถมันเบาๆ ก็รู้สึกเสียวสยิวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้สึกดีแต่ก็ดีไม่เท่าริมฝีปากและลิ้นของผู้ชายคนนั้น ใบบัวร้องครางออกมาเบาๆ ขณะนิ้วเรียวสอดแทรกเข้าไปด้านในขยับเข้าออกเลียนแบบสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำ ไม่นานนักร่างกายก็เกร็งกระตุกภายในช่องคลอดขมิบตอดรัดไม่หยุด เด็กสาวรู้สึกดีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน หัวสมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายเบาหวิวราวกับล่องลอยราวกับปุยนุ่น
เลโอรีบเดินกลับเข้าห้องนอนของตนเองทันที ร่างกายร้อนรุ่มด้วยแรงกำหนัด ช่วงล่างปวดหนึบจนแทบทนไม่ไหว ถ้าไม่ได้รับการปลดปล่อยเขาคงต้องทรมานอยู่แบบนี้แน่ หลังบานประตูห้องปิดลงร่างสูงจัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่สวมใส่ออกจนหมด ร่างสูงโปร่งเปลือยเปล่าก้าวเท้ายาวๆเข้าห้องน้ำไป
บางทีน้ำเย็นๆ จะช่วยคลายความร้อนรุ่มในกายลงไปได้บ้าง
เลโอสบถออกมาเบาๆ รสชาติของเธอยังหลงเหลืออยู่ในปาก ลีโอแลบลิ้นเลียเรียวปากขณะภาพของหล่อนลอยวนเวียนในห้วงความคิด ใบหน้าหวานปานน้ำผึ้งที่อยู่ในอารมณ์เคลิบเคลิ้มหวามไหว เสียงร้องครางหวานหูดังก้องอยู่ในโสตประสาท
“ อา..”
ชายหนุ่มคำรามออกมาเบาๆขณะมือข้างหนึ่งกอบกุมท่อนเนื้อแข็งไว้จับมันรูดขึ้นลงรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความเสียวจากส่วนนั้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งสรรพางค์ ไม่นานนักท่อนเนื้อในมือหนาก็เกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำกามออกมา ร่างสูงยืนหอบหายใจหนัก ริมฝีปากบางได้รูปสบถออกมาเบาๆ ใบหน้าแหงนเงยขึ้นรับสายน้ำเย็นฉ่ำ
เขาอยาก…
อยากสอดใส่เข้าไปในตัวเธอมากกว่า
“ บัว หน้าซีดๆนะ
ยังไม่หายปวดหัวเหรอ ”นฤมลเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นใบหน้าหม่นหมองไม่สดใสอีกทั้งเจ้าตัวยังอยู่ในอาการเหม่อลอย เหมือนคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ ใช่พี่มล เอ่อ.. แกะกุ้งเสร็จแล้วเดี๋ยวหนูเอาไปล้างก่อนนะ ” ใบบัวรีบหยิบชามใส่กุ้งไปล้างตรงอ่างล้างจานทันที
“ ไปหาหมอหน่อยดีไหม ” วัลลีย์เอ่ยออกมา สายตาจับจ้องไปยังหลานสาวด้วยความเป็นห่วง
“ ไม่เป็นไรจ้ะ ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว” ใบบัวเอ่ยตอบเสียงเบาพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้ป้าของเธอ
หลังจากช่วยงานในครัวเสร็จทุกคนก็ให้เธอไปพักโดยที่ไม่ต้องยกสำรับขึ้นไปตึกใหญ่ เธอใช้ข้ออ้างนี้มาหลายวัน ถึงจะรูสึกผิดแต่ก็ยังดีกว่าไปเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้น ยิ่งกว่าความกลัวคือความกระดากอาย
เด็กสาวหิ้วปิ่นโตใบเล็กเดินใจลอยออกมาจากห้องครัวใหญ่ สองเท้าเล็กเดินลัดเลาะตามทางเดินด้านหลังคฤหาสน์ จู่ๆก็ชนเข้ากับร่างสูงของใครบางคน
“ ขะขอโทษค่ะ ” ริมฝีปากอ้าค้างเมื่อเห็นคนตรงหน้าชัดๆ ดวงตากลมเบิกโพลงมองใบหน้าหล่อเหลาราวรูปแกะสลักที่จ้องมองมายังเธอนิ่ง ดวงตากลมหลุบมองต่ำไม่กล้าเเม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง นัยน์ตาคมฉายประกายบางอย่างโดยที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้เห็น
เวลานี้ ผู้ชายตรงหน้าเป็นคนที่ใบบัวไม่อยากเจอพอๆกับหลานชายอีกคนของนายท่าน เธอไม่สามารถทำตัวเป็นปกติต่อหน้าผู้ชายคนนี้ได้ ในใจรู้สึกกระดากอายจนอยากวิ่งหนีไปให้พ้นๆแต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้เช่นกัน
“ เดินไม่มองทางเลยนะ ” เลโอเห็นหล่อนตั้งแต่เดินออกมาจากห้องครัวแล้ว เธอเดินก้มหน้าก้มตาเหมือนคนใจลอย ขนาดเขาเดินเข้ามาใกล้ก็ยังไม่รู้ตัวแถมยังเดินชนเข้าให้อีก
“ เอ่อ ขอโทษค่ะหนูไม่ได้ตั้งใจ ” พลันใบหน้าก็เห่อร้อนขึ้นมา สองเท้าที่กำลังก้าวออกไปชะงักกึกเมื่อร่างสูงเอ่ยถามออกมา
“ เห็นหนังสือของฉันบ้างไหม วันนั้นฉันลืมวางทิ้งไว้ที่ศาลาไม้ริมน้ำ เธอได้เก็บไปหรือเปล่า? ”
เด็กสาวกัดริมฝีปากล่างจนรู้สึกเจ็บ ยิ่งทำตัวไม่ถูกหนักกว่าเดิมเมื่อนึกถึงเรื่องศาลาริมน้ำขึ้นมา
“ หนูเอาไปวางไว้ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่นค่ะ นึกว่าคุณเห็นแล้ว ” ใบบัวยืนก้มหน้า สายตามองตรงปลายเท้าของตนเองนิ่ง
“ ไม่เห็นเลย วางไว้ตรงไหนล่ะ ไปช่วยหาให้ฉันหน่อยได้ไหม ” เลโอหลุดยิ้มออกมา ทั้งรู้สึกขบขันทั้งรู้สึกเอ็นดูเมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกของเด็กสาวตรงหน้า
“ วางอยู่บนโต๊ะกลางค่ะ คุณลองไปดูอีกทีสิคะ ” หนังสือเล่มนั้นดูเด่นสะดุดตาจะตาย เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมองไม่เห็นมัน
“ งั้นคงมีใครหยิบไป หนังสือเล่มนั้นอาจารย์มหาลัยที่ฝรั่งเศสให้เป็นของขวัญตอนเรียนจบเสียด้วยสิ ”
“ อาจจะมีคนหยิบเอาไปวางที่อื่นก็ได้ เดี๋ยวหนูไปถามคนในครัวให้เผื่อมีใครหยิบไป ”
พอได้ยินว่าเป็นของสำคัญใบบัวก็รู้สึกผิดขึ้นมา คงมีใครเก็บมันไปไว้ที่อื่นมากกว่า หนังสือแบบนั้นไม่มีใครเอาไปหรอกเพราะเอาไปก็คงอ่านไม่ออกอยู่ดี รู้งี้เธอน่าจะปล่อยมันวางอยู่ที่เดิมไม่น่าหยิบมันไปไว้ที่อื่นเลย
“ หน้าแดงจัง ไม่สบาย? ”
ใบบัวนั่งนิ่ง มือที่วางอยู่บนตักเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว คำพูดของเขาเหมือนกำลังปกป้องเธออยู่ก็จริง แต่พอได้ยินคำพูดของข้าวหอมก็ทำให้เธออดนึกสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมาไม่ได้หัวใจเธอเเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทั้งอุ่นวาบและหนาวลึกในเวลาเดียวกันเลโอไม่ได้พูดแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ใบบัวเองก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมาแม้แต่คำเดียว ทั้งสองคนรับประทานอาหารของตัวเองเงียบๆ แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ใช่ความสบายใจ มันหนักอึ้งและอึดอัด เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะ กลายเป็นเสียงเดียวที่คั่นอยู่ระหว่างคำถามมากมายที่ไม่มีใครเลือกจะพูดออกมา หลังกลับจากร้านอาหารชายหนุ่มก็พาเธอไปที่เพนท์เฮ้าส์ ความนิ่งเงียบของใบบัวทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึมครึมขึ้นกว่าเดิม เลโอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ มองตามร่างบางที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างใช้ความคิด ไม่นานนัก ใบบัวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอพบว่าเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสบตากันอึดใจหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ “ ไม่พอใจเรื่องข้าวหอมใช่ไหม ”“ เปล่าค่ะ ”“ สงสัยอะไรก็ถาม ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้ ”“ แค่แกล้งแสดงละค
“ใช่”คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ใบบัวรู้สึกหนาววูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ตอนที่คุณโทรมา บัวตั้งใจพูดให้วาได้ยิน แล้ววาก็เดินตามบัวออกมาจริงๆ ”เลโอพยักหน้ารับเล็กน้อย ราวกับทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้“แบบนี้ยิ่งชัด”ใบบัวเม้มปาก ก่อนจะพูดต่อช้าๆ“วาบอกว่าเห็นรถคุณมารับบัวที่หอวันนั้น… บัวคิดว่าที่วาขับรถตามก็เพราะเริ่มสงสัย เพราะบัวเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขา อาจมองว่าบัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาถูกทำร้ายก็ได้”เลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพวกเขาอาจสมรู้ร่วมคิดกัน”ใบบัวส่ายหน้าแทบจะทันที“ไม่ค่ะ บัวคิดว่าวาคงไม่รู้เรื่องที่เขาวางยา แล้วก็เรื่องที่พาบัวเข้าโรงแรมแน่นอน ”“เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มานานแค่ไหนกัน ถึงได้มั่นใจขนาดนั้น” “...”“อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” เลโอหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ คุณพูดเหมือนกับรู้อะไรมาอย่างนั้น ” ใบบัวขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองคิดตามคำพูดของเขาเลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“ฉันกำลังให้คนตามสืบเรื่องของพวกเขาอยู่ อีกไม่นานก็คงได้รู้ความจริง ”ความเงียบเข้ามาแทน
มหาวิทยาลัย การหลีกเลี่ยงแวววาแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับใบบัว เพราะพวกเธอต้องเจอกันทุกวันที่มหาวิทยาลัยหลังเลิกเรียนแวววามักแวะไปหารุ่นพี่หนุ่มที่โรงพยาบาล โชคดีที่เธอไม่เคยลากใบบัวไปด้วยใบบัวบล็อกเซทท์ทุกช่องทาง ทั้งเบอร์โทรและแอปพลิเคชั่นที่เคยใช้ติดต่อกัน เธอไม่อยากเจอไม่อยากเห็นเขาอีก แค่นึกถึงเรื่องในวันนั้นความรู้สึกแย่ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นดึงใบบัวให้หลุดจากห้วงความคิด เธอรีบล้วงหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใคร ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ “ เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม ”“ ค่ะ ”“ เดี๋ยวไปรับ ”“บัวรอที่หน้ามหาลัยนะคะ ”“ โอเค ” เขารับคำสั้นๆ ก่อนวางสายไปใบบัวค่อยๆ เก็บของลงในกระเป๋าสะพายอย่างไม่รีบร้อน แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาของแวววาที่มองมาทั้งที่รับรู้ได้ตลอด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ บอกลาเพื่อน แล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ ทิ้งจังหวะราวกับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตัดสินใจตามมาใบบัวไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของใครต่อใคร เลือกไปรอเขาตรงหน้าถนนด้านข้างมหาลัยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เสียงเรียกของแวววาที่ดังตามหลังมา ทำให้เท้าที่กำลังก้าวชะงักลงเล็กน้
ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย “เปล่าค่ะ”“ ไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่ฉันก็พอ ” น้ำเสียงยังคงเรียบแต่กลับทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวใบบัวพยักหน้าเล็กน้อย ความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านอยู่ในความเงียบระหว่างพวกเขา“ไม่อร่อยเหรอ ”เลโอถามเสียงเรียบ แต่แววตาดูเหมือนกำลังจับสังเกตเธออย่างจริงจัง“อร่อยค่ะ แค่…เมื่อกี้บัวเพิ่งกินข้าวเย็นไป เลยไม่ค่อยหิว” เธอตอบพลางวางตะเกียบลง แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง สายตาของเขาไม่ได้มองอาหารแต่มองเธอ ชัดเจนว่าอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ“ ปวดแผลไหม ”“ ไม่ค่ะ ดีขึ้นเยอะแล้ว” เลโอเลื่อนสายตากลับมาที่ริมฝีปากเธอราวกับกำลังเช็กให้แน่ใจ รอยบวมยุบไปแล้วเหลือเพียงรอยไหมเล็ก ๆ ที่สะดุดตา “ อืม ”หลังจากนั้นบทสนทนาก็เบาบางลง เหลือเพียงเสียงตะเกียบที่กระทบจานเบา ๆ เลโอชำระเงินเสร็จก็พาใบบัวเดินออกจากร้าน อากาศด้านนอกเย็นลงเล็กน้อย เขารอจนเธอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ตรถขับออกไปรถแล่นเข้ามาจอดหน้าหอพัก ใบบัวปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนหันไปมองเขา “ ขอบคุณค่ะ ”เลโอพยักหน้ารับ สายตายังคงมองเธออยู่ ม
“ พี่ศิลากำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถ้าโครงการมันดีจริงก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนับสนุน ผมก็แค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ถ้าพี่ใช้สมองคิดไต่ตรองดูดีๆก็คงไม่พูดแบบนี้ออกมา”“ ไอ้เลโอ! มึงด่ากูเหรอ อยากมีเรื่องกับกูนักใช่ไหม ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะสักวันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครให้ความสำคัญไม่มีใครสนใจ ”“ อ้าว ผมด่าพี่เหรอครับ ตรงไหนที่เรียกว่าด่ากัน อ่อ ตรงที่บอกให้ใช้สมองเหรอครับ” เลโอยิ้มยียวนยักไหล่นิดๆอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวขณะประสานสบตาอีกฝ่าย“ ไอ้เลโอ!!” ศิลาขบกรามแน่น แววตาลุกวาวด้วยแรงโทสะราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าใส่“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว ” เลโอเอ่ยบอกเสียงเรียบ เท้าก้าวยาวไปยังประตูห้องประชุม โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคนที่ยืนจ้องเขาด้วยสายตาโกรธเกลียดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแกได้ตลอดไปหรอก ฮึ่ย! ” ศิลาสบถลอดไรฟัน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องตามแผ่นหลังกว้างนั้นwทันทีที่ลีโอเปิดประตูออกมาจากห้องประชุมเล็กปราชญ์ที่ยืนรออยู่ก็ปรี่เข้าไปหาทันที “ คุณศิลาคงไม่ได้ทำอะไรคุณลีโอใช่ไหม ”“ เปล่าครับ แค่ไม่พอใจเรื่องเดิมๆ ” ลีโอเดินเข้าไปในลิฟต์
“ถ้าเป็นโครงการเล็ก ผมอาจเห็นด้วย” เลโอตัดบททันที“แต่โครงการระดับนี้ ใช้เงินระดับนี้ แล้วคุณยังเลือกจะไม่ใส่รายละเอียดสำคัญลงไปเอง มันแสดงถึงความไม่รอบคอบ” เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเบา ๆ แต่เสียงกลับดังกว่าที่คิดศิลาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ปลายนิ้วกดลึกลงบนฝ่ามือ พยายามกดโทสะที่กำลังปะทุไม่ให้หลุดออกมา“หรือจริง ๆ แล้ว นายแค่ไม่เชื่อว่าฉันทำได้”“ผมไม่ได้ตัดสินว่าคุณทำได้หรือไม่ได้” เลโอตอบทันที“ผมพิจารณาจากเอกสารที่คุณยื่นมา และในตอนนี้.. มันยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอว่าบริษัทควรนำเงินไปลงทุนกับโครงการนี้”บรรยากาศในห้องประชุมเงียบจนได้ยินเสียงพลิกกระดาษของใครบางคน ปิยวดีวางปากกาลงช้า ๆ“ฉันเห็นด้วยกับเลโอ”คำพูดนั้นทำให้สายตาหลายคู่หันไปมองศิลา“ศิลาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผ่านงานโครงการใหญ่แบบนี้มาก่อน รายละเอียดของแผนงานที่นำเสนอควรรู้ดีว่าต้องจัดทำอย่างไร เอากลับไปแก้ไขให้เรียบร้อย แล้วค่อยเสนอในที่ประชุมอีกครั้งแล้วกัน”ศิลานิ่งไปเล็กน้อย เขาส่งยิ้มเย็นกลับไป แม้สีหน้าจะไม่แสดงความไม่พอใจออกมาแต่แววตากลับแข็งกร้าวตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน “ครับ ผมจะนำไปแก้ไขใหม่”







