로그인“ อ๊ะ ” ใบบัวสะดุ้งโหยง เมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนเข้ามากอบกุมเนินเนื้ออวบอูมเอาไว้ก่อนปลายนิ้วสากแยกแย้มกลีบเนื้อที่ปิดสนิทออกจากกัน
“ แค่จับยังไม่ทันทำอะไรก็เปียกแล้ว ”
ร่างเล็กนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มลูกเสี้ยวขยับเข้าแนบชิดร่องสวาท เรียวลิ้นตวัดลิ้มเลียบนกลีบเนื้อเบาๆ ร่างเล็กก็สยิวกายด้วยความเสียว
“ อ๊า อ๊ะ คะคุณอย่า ”
ใบบัวตัวสั่นเทิ้มเมื่อถูกลิ้นอุ่นชื้นขยี้ลงบนจุดเสียวเบาๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอรู้สึกดีไปกับสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้ ดวงตากลมโตคลอเคล้าด้วยพิษใคร่มองใบหน้าที่ซุกอยู่ตรงส่วนนั้นของเธอ
“ชอบไหม ”
“ ใม่ ไม่ชอบ ”
มือเล็กขยุ้มลงเรือนผม มันนุ่มราวกับขนแมว หัวสมองมึนเบลอไปหมดเมื่อถูกเรียวลิ้นขยับเข้าออกรูสวาทไม่หยุด ส่วนปลายนิ้วสากก็บดคลึงลงบนปุ่มกระสันไปพร้อมๆกัน
ร่างเล็กดิ้นพล่านกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ปลดปล่อยความต้องการที่อัดแน่นภายในกายออกมาจนหมดสิ้น ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยเคลิบเคลิ้มด้วยราคะ มองดูอีกฝ่ายที่เบียดกายเข้ามาหา เสื้อยืดตัวหลวมถูกถลกขึ้นมาบนเนินอก ตะขอบราเซียร์ตัวเก่าถูกปลดออกก่อนจะถูกดึงลงมากองไว้ใต้ราวนม เปิดเผยทรวงอกอิ่มต่อสายตาคมที่มองอยู่
แผ่นหลังบอบบางเอนพิงผนังห้องขณะดวงตากลมมองใบหน้าที่ขยับเข้ามาหาทรวงอกของเธอ ริมฝีปากบางสวยได้รูปขบเม้มบนยอดอกสีหวาน หยอกเย้าดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ
กายใจเตลิดไปไกลเกินกว่าจะครองสติไว้ได้ดั่งเดิมอีก ฝ่ามือเล็กจับยึดขอบโต๊ะไว้แน่น ดวงตาฉ่ำวาวเหม่อมองใบหน้าขาวกระจ่าง ริมฝีปากและเรียวลิ้นตวัดดูดเลียตรงยอดอกแข็งชูชัน นิ้วแข็งยังขยับเข้าออกช่องทางคับแคบที่ฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำหวานลื่นใส เสียงลามกหยาบโลนที่ได้ยินยิ่งกระตุ้นแรงกำหนัดของเลโอให้พลุ่งพล่านยิ่งขึ้น
แจ๊ะๆ แจ๊ะๆ
“ อื้ออ.. อ๊า ”
“ อยากให้หยุดไหม ”
“ อื้อ!! ” ริมฝีปากเล็กอ้าค้าง ไม่มีทั้งเสียงตอบรับและปฏิเสธขณะที่นิ้วสากบดขยี้ตรงจุดเสียวไม่หยุดเพื่อเร่งเร้าเอาคำตอบ ร่างเล็กสั่นระริกด้วยความเสียวซ่าน
“ ถ้าไม่พูดฉันจะทำต่อ ”
ถึงใจหนึ่งอยากให้เขาหยุดแต่ความเสียวซาบซ่านที่ทำให้ร่างกายรู้สึกดีก็ทำให้เด็กสาวลังเลใจ
ดวงตากลมโตคลอเคล้าด้วยพิษโคร่มองร่างสูงที่หยัดกายขึ้นอย่างตัดพ้อ มือทั้งสองรูดขอบกางเกงลงมาถึงใต้สะโพกแกร่ง ท่อนเนื้อแข็งใหญ่ผงาดชูชัน มือข้างหนึ่งกอบกุมพร้อมทั้งชักรูดมันขึ้นลงช้าๆ
เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเองต่อจากนี้
“ อยากจับมันไหม ”
“ ไม่” ใบบัวส่ายหน้าปฏิเสธ
ถึงบอกว่าไม่แต่คนตรงหน้าก็ยังคว้ามือเล็กให้ไปจับของแข็งใหญ่นั้นอยู่ดี เธอรู้สึกราวกับถูกของร้อนลวกฝ่ามือของตัวเองอยู่ มันทั้งแข็งและยืดหยุ่น
ดวงตาเริ่มคุ้นชินกับความมืดแต่ก็ยังเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้ไม่ชัดเจนนัก
ใบบัวจับมันรูดขึ้นลงช้าๆ ผิวสัมผัสปูดโปนเต็มไปด้วยเส้นเลือดไม่ได้เรียบลื่นอย่างที่เธอเข้าใจ ตรงหัวบานหยักก็ดูแปลกประหลาด ถึงเคยเห็นมันผ่านตาจากรูปภาพมาบ้างแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นและได้จับของจริง
“ ใหญ่จัง ”
ร่างกายสูงใหญ่สั่นไหว เสียงครางต่ำพร่าดังเล็ดรอดไรฟันออกมา
“ ทำกันไหม” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยบอก มือเล็กจับมันรูดขึ้นลงไม่หยุด ทำเอาเลือดลมในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยแรงกำหนัด
ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้จนเบียดชิดร่างนุ่มนิ่มที่นั่งนิ่งบนโต๊ะ เรียวขาข้างหนึ่งถูกจับยกขึ้นวางตั้งฉากกับท็อปโต๊ะ
“ คะคุณจะทำอะไร ”
“ ใส่เข้าไป ”เลโอลากปลายนิ้วขึ้นลงบนร่องสวาทเปียกแฉะ
“ มันจะเข้าไปได้ยังไง ขะเข้าไปไม่ได้หรอก ”
“ ได้สิ ลองดูไหม?”
เขาดื้อดึงไม่อยากรั้งรออีกต่อไป พยายามหาวิธีหลอกล่ออีกฝ่ายให้สมยอมด้วยความเต็มใจ ไม่สนวิธีการขอแค่ได้ในสิ่งที่ต้องการก็พอ
ใบบัวมองของแข็งใหญ่ในมือตนเอง ความรู้สึกตื่นกลัวทำให้เธอเริ่มลังเลใจอีกครั้ง
รู้สึกเหมือนเอากำปั้นยัดใส่ในรูจมูกยังไงยังงั้นเลย
“ หยุดแค่นี้ดีไหม ” ลีโอพูดลองใจอีกฝ่าย ดวงตาจับจ้องใบหน้าเล็ก ถึงอีกฝ่ายจะดูกลัวแต่ก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง
ตอนอายุพอๆกับเธอ เขาก็เคยผ่านความรู้สึกเหล่านี้มาก่อน ตื่นเต้น ท้าทาย อยากลอง ...มีหรือเลโอจะไม่เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี
“ อยากทำต่อไหม ”
“ค่ะ” ริมฝีปากเล็กรีบพูดออกมาอย่างลืมตัว ใจหายวูบเมื่อเห็นร่างสูงขยับตัวออกห่าง ช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่มองมายังเธอนิ่ง
“ ถ้าเริ่มแล้ว.. จะมาเปลี่ยนใจทีหลังอีกไม่ได้แล้วนะ ”
ใบบัวพยักหน้าน้อย ๆ ตอบ
ใบบัวนั่งนิ่ง มือที่วางอยู่บนตักเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัว คำพูดของเขาเหมือนกำลังปกป้องเธออยู่ก็จริง แต่พอได้ยินคำพูดของข้าวหอมก็ทำให้เธออดนึกสงสัยในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ขึ้นมาไม่ได้หัวใจเธอเเต้นแรงขึ้นอย่างไร้สาเหตุ ทั้งอุ่นวาบและหนาวลึกในเวลาเดียวกันเลโอไม่ได้พูดแก้ตัวหรืออธิบายอะไร ใบบัวเองก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมาแม้แต่คำเดียว ทั้งสองคนรับประทานอาหารของตัวเองเงียบๆ แต่ความเงียบระหว่างพวกเขากลับไม่ใช่ความสบายใจ มันหนักอึ้งและอึดอัด เสียงช้อนกระทบจานเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะ กลายเป็นเสียงเดียวที่คั่นอยู่ระหว่างคำถามมากมายที่ไม่มีใครเลือกจะพูดออกมา หลังกลับจากร้านอาหารชายหนุ่มก็พาเธอไปที่เพนท์เฮ้าส์ ความนิ่งเงียบของใบบัวทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึมครึมขึ้นกว่าเดิม เลโอระบายลมหายใจออกมาเบาๆ มองตามร่างบางที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างใช้ความคิด ไม่นานนัก ใบบัวก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เธอพบว่าเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสบตากันอึดใจหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์ “ ไม่พอใจเรื่องข้าวหอมใช่ไหม ”“ เปล่าค่ะ ”“ สงสัยอะไรก็ถาม ไม่ใช่เงียบไปแบบนี้ ”“ แค่แกล้งแสดงละค
“ใช่”คำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้ใบบัวรู้สึกหนาววูบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก“ตอนที่คุณโทรมา บัวตั้งใจพูดให้วาได้ยิน แล้ววาก็เดินตามบัวออกมาจริงๆ ”เลโอพยักหน้ารับเล็กน้อย ราวกับทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดไว้“แบบนี้ยิ่งชัด”ใบบัวเม้มปาก ก่อนจะพูดต่อช้าๆ“วาบอกว่าเห็นรถคุณมารับบัวที่หอวันนั้น… บัวคิดว่าที่วาขับรถตามก็เพราะเริ่มสงสัย เพราะบัวเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเขา อาจมองว่าบัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขาถูกทำร้ายก็ได้”เลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“เธอไม่คิดบ้างเหรอ ว่าพวกเขาอาจสมรู้ร่วมคิดกัน”ใบบัวส่ายหน้าแทบจะทันที“ไม่ค่ะ บัวคิดว่าวาคงไม่รู้เรื่องที่เขาวางยา แล้วก็เรื่องที่พาบัวเข้าโรงแรมแน่นอน ”“เธอรู้จักเพื่อนคนนี้มานานแค่ไหนกัน ถึงได้มั่นใจขนาดนั้น” “...”“อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ” เลโอหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ“ คุณพูดเหมือนกับรู้อะไรมาอย่างนั้น ” ใบบัวขมวดคิ้วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมองคิดตามคำพูดของเขาเลโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเรียบๆ“ฉันกำลังให้คนตามสืบเรื่องของพวกเขาอยู่ อีกไม่นานก็คงได้รู้ความจริง ”ความเงียบเข้ามาแทน
มหาวิทยาลัย การหลีกเลี่ยงแวววาแทบเป็นไปไม่ได้สำหรับใบบัว เพราะพวกเธอต้องเจอกันทุกวันที่มหาวิทยาลัยหลังเลิกเรียนแวววามักแวะไปหารุ่นพี่หนุ่มที่โรงพยาบาล โชคดีที่เธอไม่เคยลากใบบัวไปด้วยใบบัวบล็อกเซทท์ทุกช่องทาง ทั้งเบอร์โทรและแอปพลิเคชั่นที่เคยใช้ติดต่อกัน เธอไม่อยากเจอไม่อยากเห็นเขาอีก แค่นึกถึงเรื่องในวันนั้นความรู้สึกแย่ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นดึงใบบัวให้หลุดจากห้วงความคิด เธอรีบล้วงหยิบขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใคร ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ “ เรียนเสร็จแล้วใช่ไหม ”“ ค่ะ ”“ เดี๋ยวไปรับ ”“บัวรอที่หน้ามหาลัยนะคะ ”“ โอเค ” เขารับคำสั้นๆ ก่อนวางสายไปใบบัวค่อยๆ เก็บของลงในกระเป๋าสะพายอย่างไม่รีบร้อน แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาของแวววาที่มองมาทั้งที่รับรู้ได้ตลอด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ บอกลาเพื่อน แล้วลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอย่างไม่เร่งรีบ ทิ้งจังหวะราวกับเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตัดสินใจตามมาใบบัวไม่ต้องการเป็นจุดสนใจของใครต่อใคร เลือกไปรอเขาตรงหน้าถนนด้านข้างมหาลัยที่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน เสียงเรียกของแวววาที่ดังตามหลังมา ทำให้เท้าที่กำลังก้าวชะงักลงเล็กน้
ใบบัวชะงักไปเล็กน้อย “เปล่าค่ะ”“ ไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่ฉันก็พอ ” น้ำเสียงยังคงเรียบแต่กลับทำให้หัวใจคนฟังเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวใบบัวพยักหน้าเล็กน้อย ความอึดอัดก่อนหน้าค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ซ่านอยู่ในความเงียบระหว่างพวกเขา“ไม่อร่อยเหรอ ”เลโอถามเสียงเรียบ แต่แววตาดูเหมือนกำลังจับสังเกตเธออย่างจริงจัง“อร่อยค่ะ แค่…เมื่อกี้บัวเพิ่งกินข้าวเย็นไป เลยไม่ค่อยหิว” เธอตอบพลางวางตะเกียบลง แต่แล้วก็รู้สึกได้ถึงบางอย่าง สายตาของเขาไม่ได้มองอาหารแต่มองเธอ ชัดเจนว่าอยู่ที่ริมฝีปากของเธอ“ ปวดแผลไหม ”“ ไม่ค่ะ ดีขึ้นเยอะแล้ว” เลโอเลื่อนสายตากลับมาที่ริมฝีปากเธอราวกับกำลังเช็กให้แน่ใจ รอยบวมยุบไปแล้วเหลือเพียงรอยไหมเล็ก ๆ ที่สะดุดตา “ อืม ”หลังจากนั้นบทสนทนาก็เบาบางลง เหลือเพียงเสียงตะเกียบที่กระทบจานเบา ๆ เลโอชำระเงินเสร็จก็พาใบบัวเดินออกจากร้าน อากาศด้านนอกเย็นลงเล็กน้อย เขารอจนเธอขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ตรถขับออกไปรถแล่นเข้ามาจอดหน้าหอพัก ใบบัวปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนหันไปมองเขา “ ขอบคุณค่ะ ”เลโอพยักหน้ารับ สายตายังคงมองเธออยู่ ม
“ พี่ศิลากำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถ้าโครงการมันดีจริงก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนับสนุน ผมก็แค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ถ้าพี่ใช้สมองคิดไต่ตรองดูดีๆก็คงไม่พูดแบบนี้ออกมา”“ ไอ้เลโอ! มึงด่ากูเหรอ อยากมีเรื่องกับกูนักใช่ไหม ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะสักวันจะกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครให้ความสำคัญไม่มีใครสนใจ ”“ อ้าว ผมด่าพี่เหรอครับ ตรงไหนที่เรียกว่าด่ากัน อ่อ ตรงที่บอกให้ใช้สมองเหรอครับ” เลโอยิ้มยียวนยักไหล่นิดๆอย่างไม่ยี่หระ ดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวขณะประสานสบตาอีกฝ่าย“ ไอ้เลโอ!!” ศิลาขบกรามแน่น แววตาลุกวาวด้วยแรงโทสะราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าใส่“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว ” เลโอเอ่ยบอกเสียงเรียบ เท้าก้าวยาวไปยังประตูห้องประชุม โดยไม่แม้แต่จะชายตามองคนที่ยืนจ้องเขาด้วยสายตาโกรธเกลียดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแกได้ตลอดไปหรอก ฮึ่ย! ” ศิลาสบถลอดไรฟัน ดวงตาแข็งกร้าวจ้องตามแผ่นหลังกว้างนั้นwทันทีที่ลีโอเปิดประตูออกมาจากห้องประชุมเล็กปราชญ์ที่ยืนรออยู่ก็ปรี่เข้าไปหาทันที “ คุณศิลาคงไม่ได้ทำอะไรคุณลีโอใช่ไหม ”“ เปล่าครับ แค่ไม่พอใจเรื่องเดิมๆ ” ลีโอเดินเข้าไปในลิฟต์
“ถ้าเป็นโครงการเล็ก ผมอาจเห็นด้วย” เลโอตัดบททันที“แต่โครงการระดับนี้ ใช้เงินระดับนี้ แล้วคุณยังเลือกจะไม่ใส่รายละเอียดสำคัญลงไปเอง มันแสดงถึงความไม่รอบคอบ” เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะเบา ๆ แต่เสียงกลับดังกว่าที่คิดศิลาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ปลายนิ้วกดลึกลงบนฝ่ามือ พยายามกดโทสะที่กำลังปะทุไม่ให้หลุดออกมา“หรือจริง ๆ แล้ว นายแค่ไม่เชื่อว่าฉันทำได้”“ผมไม่ได้ตัดสินว่าคุณทำได้หรือไม่ได้” เลโอตอบทันที“ผมพิจารณาจากเอกสารที่คุณยื่นมา และในตอนนี้.. มันยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้มากพอว่าบริษัทควรนำเงินไปลงทุนกับโครงการนี้”บรรยากาศในห้องประชุมเงียบจนได้ยินเสียงพลิกกระดาษของใครบางคน ปิยวดีวางปากกาลงช้า ๆ“ฉันเห็นด้วยกับเลโอ”คำพูดนั้นทำให้สายตาหลายคู่หันไปมองศิลา“ศิลาก็ไม่ใช่คนที่ไม่เคยผ่านงานโครงการใหญ่แบบนี้มาก่อน รายละเอียดของแผนงานที่นำเสนอควรรู้ดีว่าต้องจัดทำอย่างไร เอากลับไปแก้ไขให้เรียบร้อย แล้วค่อยเสนอในที่ประชุมอีกครั้งแล้วกัน”ศิลานิ่งไปเล็กน้อย เขาส่งยิ้มเย็นกลับไป แม้สีหน้าจะไม่แสดงความไม่พอใจออกมาแต่แววตากลับแข็งกร้าวตามอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน “ครับ ผมจะนำไปแก้ไขใหม่”