Share

6

Author: smith
last update Last Updated: 2025-11-06 11:24:28

          “สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง” ลินดากล่าวทักทายหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์ลงทะเบียน

          “มาหาหมอ” ผู้หญิงคนนั้นตอบลินดาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ลินดาพยักหน้าตอบรับด้วยท่าทีนอบน้อมเช่นทุกวัน

          “ค่ะ ไม่ทราบเคยมารักษาที่นี่ไหมคะ”

          “ไม่เคย”

          “งั้นรบกวนคุณผู้หญิงช่วยกรอกเอกสารก่อนนะคะ และขอบัตรประจำตัวด้วยค่ะ” ลินดาหยิบแบบฟอร์มมาหนีบเข้ากับคลิปบอร์ดแล้วส่งให้เธอ เธอรับไปดู

          “มีภาษาอังกฤษไหม” เธอถามลินดากลับมา

          “อ้อ มีค่ะ สักครู่นะคะ” ลินดารีบหยิบแบบฟอร์มภาษาอังกฤษมาสลับเปลี่ยนให้เธอใช้กรอก เธอส่งใบขับขี่กลับมาให้ลินดา

          “คุณผู้หญิงสามารถนั่งกรอกเอกสารสบายๆ ที่โซฟาได้นะคะ”

          “กรอกตรงนี้ล่ะ นั่งไหนก็ไม่สบายหรอก เพราะฉันไม่สบาย” เธอเริ่มกรอกรายละเอียด ลินดารับใบขับขี่จากเธอมาถ่ายเอกสาร เธอแอบเหลือบไปเห็นว่าพี่แอน รุ่นพี่ในแผนกกำลังมองเธออยู่ ลินดาอมยิ้มให้พี่แอนเล็กน้อยแล้วหันกลับมารีบถ่ายเอกสารให้เสร็จ

          “คนไข้เป็นอะไรมา” พี่แอนเดินเข้ามาถามเธอเงียบๆ

          “หนูยังไม่ได้ถามเลยค่ะ”

          “เอ้า แล้วทำไมไม่ถาม จะทำใบส่งตัวยังไงล่ะ” พี่แอนเริ่มขึ้นเสียง

          “หนูให้เขากรอกรายละเอียดอยู่ค่ะ เขายังไม่เคยมีประวัติกับทางเราเลย”

          “โอ๊ะ แทนที่จะถามก่อนแล้วทำเอกสารทีเดียว ไหนใครบอกว่าเก่งไง” พี่แอนเดินกลับเข้าไปด้านใน ปากก็พร่ำบ่นสารพัดไปเรื่อย ลินดาได้แต่ก้มหน้าถ่ายเอกสารต่อไป ทำยังไงได้ เธอเพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่เดือนแล้วดันมาเงินเดือนเยอะกว่าเขาเพราะได้ค่าภาษาต่างหากนี่นะ

          พอเธอหันกลับมาที่เคาน์เตอร์ คนไข้ก็ยืนรออยู่แล้ว เธอกรอกเอกสารทุกช่องจนครบหมด ลินดารับแบบฟอร์มกลับมาเพื่อคีย์ข้อมูลเข้าระบบ

          “ปกติมันช้าอย่างนี้ทุกครั้งไหม” คนไข้ถามเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา

          “จะช้าเฉพาะครั้งแรกค่ะ เพราะต้องทำประวัติคนไข้ในรายที่ไม่เคยมารักษากับเรา”

          “ถ้าเป็นเคสฉุกเฉินใกล้จะตายล่ะ” เธอหรี่ตาเลิกคิ้ว สีหน้าแลดูยียวน

          “ถ้าเป็นเคสฉุกเฉินจะมีเจ้าหน้าที่ตามไปทำประวัติที่แผนกฉุกเฉินค่ะ คนไข้จะไม่ต้องกรอกเอกสารเอง นอกจากเซ็นชื่อเท่านั้น ถ้ามีสติและเซ็นได้” ลินดาอธิบายขั้นตอนการทำงาน

          “รู้งี้ฉันป่วยหนักเข้ามาดีกว่าเนอะ” ลินดารีบคีย์ประวัติของเธอเข้าระบบให้เร็วที่สุดเพื่อจะออกใบส่งตัวไปยังแผนก

          “เอ่อ ขออภัยค่ะ ไม่ทราบคุณผู้หญิงอาการเป็นยังไงคะ”

          “นั่นน่ะสิ นึกว่าต้องเป็นคำถามแรกที่เธอต้องถามซะอีก” ลินดาลดสายตาลงต่ำ มันก็เป็นความผิดพลาดของเธอจริงๆ

          “ขอประทานโทษด้วยค่ะคุณผู้หญิง ไม่ทราบอาการเป็นยังไงคะ”

          “จะขอพบหมอสูฯ เดี๋ยวไปบอกกับหมอเองว่าเป็นอะไร” เธอพูดจบก็กลอกตาหนึ่งรอบ

          “ได้ค่ะ จะรีบทำใบส่งตัวให้นะคะ” ลินดาส่งใบขับขี่จากแคนาดาคืนให้เธอไป มิน่าล่ะถึงได้ขอแบบฟอร์มภาษาอังกฤษ คงจะพูดไทยได้ แต่อ่านไทยไม่ออก หน้าตาดูไม่เหมือนชาวต่างชาติเลยนี่นะ ลินดารีบปรินท์ใบส่งตัวแล้วยื่นให้เธอ

          “นี่ค่ะ รบกวนคุณผู้หญิงไปที่ชั้นสามนะคะ ออกจากลิฟต์เลี้ยวซ้ายก็จะเจอแผนกสูฯ เลยค่ะ” คนไข้รับใบส่งตัวมาโดยไม่กล่าวขอบคุณเธอแม้แต่คำเดียว เธอหันกลับเข้าไปมองดูด้านในของแผนกเวชระเบียนที่พี่แอนเดินกลับเข้าไป ทั้งพี่แอนและพนักงานอีกสองสามคนที่เธอก็รู้จักทั้งหมดกำลังมองดูเธออยู่อย่างไม่ละสายตา ทั้งหมดหันไปยิ้มให้กันเมื่อลินดาหันมาสบตาเข้า

          ลินดายืนรับคนไข้อยู่นานจนได้เวลาพักเที่ยง เธอเดินเข้ามาหยิบกระเป๋าในห้องพักโดยไม่ได้ทักทายกับใครเลย

          “ลงเวรแล้วเหรอ” เสียงหนึ่งถามขึ้น

          “ลงแล้วค่ะ วันนี้เวรหกโมงถึงบ่ายสอง” ลินดาชะงักไปเมื่อนึกขึ้นได้เรื่องเวลา จึงหันไปแก้คำตอบกับเขา

          “เอ้ย ไม่ใช่สิ ยังไม่ลงค่ะ แค่พักกินข้าวเที่ยง เบลอไปหน่อย ยังไม่กลับหรอกค่ะ มาเอากระเป๋าสตางค์เฉยๆ” เธอตอบไป พี่แก๊ปวางกระเป๋าลงแล้วยิ้มให้เธอ

          “พี่ไปกินข้าวด้วยได้ไหม” ลินดาพยักหน้าให้กับเขา

          “วันนี้เวรพี่แก๊ปเหรอ ทำไมหนูไม่เห็นในตารางเลย” ลินดาถามเขา

          “พี่แลกเวรกับศร พอดีวันเวรพี่ติดธุระนิดหนึ่งน่ะ จะไปกินข้าวที่ไหนล่ะ

          “ก็คงแคนทีนชั้นสองนี่ล่ะค่ะ ขี้เกียจออกไปข้างนอก ร้อน”

          “ร้อนจริงเหรอ นี่หน้าหนาวนะ”

          “สำหรับหนูมันหนาวไม่พอค่ะ อยากได้แบบปีที่แล้วน่ะ”

          “โอ้โห หวังสูง” พี่แก๊ปทำหน้าตาล้อเลียนลินดา เธอยิ้มกว้างออกมา ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดเลื่อนในโรงพยาบาลไปชั้นสองด้วยกัน

          เมื่อได้อาหารกันแล้ว ลินดาและแก๊ปจึงหาที่นั่ง ลินดาไม่รอช้า เธอถามคำถามกับเขาทันที

          “ก่อนหนูจะมาทำงานที่นี่ เด็กใหม่ออกบ่อยไหมคะ”

          “บ่อยเป็นนิจ พี่ก็รู้ก็เห็นนะว่าบรรยากาศมันเป็นยังไง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ พี่ก็พนักงานเหมือนๆ กัน แล้วทำไมถามงี้ล่ะ อยากออกแล้วเหรอ”

          “อยากมากค่ะ ทั้งเรื่องเวรไม่เป็นเวลา ทั้งคนไข้ ไหนจะเพื่อนร่วมงานอีก”

          “น่าเสียดาย เพิ่งจะผ่านโปรมาแท้ๆ” พี่แก๊ปจ้องหน้าลินดา เธอเองก็แปลกใจที่พี่แก๊ปพูดขึ้น คนอื่นก็รู้ก็เห็นแต่ทำอะไรไม่ได้เหรอ คงแปลว่าเธอจะต้องทนต่อไปจนกว่าพวกนั้นจะลาออกหรือตายจากใช่ไหมล่ะนี่ ก่อนนี้ลินดาไม่เคยคิดอยากจะระบายอะไรให้คนที่ทำงานฟัง เพราะสิ่งที่อยากบ่นนอกจากเรื่องเวร มันก็เรื่อง คน ด้วยกันนี่ล่ะ

          “มีดูๆ ที่อื่นไว้บ้างรึยังล่ะ” ลินดาหลบสายตาเขา ทำไมพี่แก๊ปถามเหมือนจะรู้

          “ยังเลยค่ะ” เธอตอบไปแล้วตักข้าวเข้าปาก

          “จ้ะ” เขาตอบลินดาสั้นๆ โดยไม่มองหน้า พี่แก๊ปอมยิ้มอย่างรู้ทันเธอ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

          “เอ้อ ถ้าพี่แลกเวรกับพี่ศร พี่ก็ต้องขึ้นเวรต่อหนูสิ หนูลงบ่ายสองนะวันนี้ ทำไมมาเร็วล่ะคะ” ลินดาถามด้วยความสงสัยจากใจจริง

          “อยากมาเร็ว ว่าจะมากินข้าวกับเรานี่ล่ะ” เขาตอบแล้วมองตาเธอไม่กระพริบ ลินดาเริ่มหน้าแดง

          “ทำไมหน้าแดงๆ ล่ะ ในนี้เปิดแอร์นะ อย่าบอกว่าร้อนให้ได้ยินเชียว” ลินดาเริ่มไปต่อไม่ถูก

          “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” พี่แก๊ปหัวเราะออกมา ลินดากินข้าวต่อไปจนหมด ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันอีกจนใกล้ถึงเวลาที่เธอต้องกลับมาทำงานต่อแล้ว

          “เวรหกโมงเช้า พักเที่ยงแค่ครึ่งชั่วโมง มันน่าเบื่อไหมล่ะพี่ว่า” ลินดาพูดกับเขาขณะลงบันไดเลื่อนมาด้วยกัน สาวๆ ที่แผนกมองดูทั้งคู่พูดคุยกันจนลงมาถึงชั้นหนึ่ง

          “แล้วพี่ๆ เขามองอะไรหนูกัน”

          “หนูสวยมั้ง” พี่แก๊ปตอบ ลินดาหน้าแดงอีกแล้ว พี่แก๊ปหัวเราะออกมา

          “ทำงานต่อเถอะ เดี๋ยวพี่อยู่ช่วยถึงบ่ายสองเลย” พี่แก๊ปบอกกับลินดาเมื่อเดินมาด้วยกันจนถึงแผนก ทุกสายตาเริ่มลดละที่จะคอยจับจ้องกันไปทีละคนสองคน

          ลินดาเบื่อสุดขีด ไม่กี่เดือนที่ต้องอยู่กับงานที่ไม่ได้รัก ที่ทั้งบั่นทอนสุขภาพกายและใจด้วยเรื่องเวลา เนื้องาน และผู้คน เธอยืนเหม่อรอรับคนไข้ที่จะวอล์คอินเข้ามาตรงเคาน์เตอร์เดิมที่ยืนขาแข็งมาตั้งแต่เช้า จะนั่งลงก็ไม่ได้ เพราะนั่นเป็นที่ที่ต้องสงวนไว้ให้รุ่นพี่ได้นั่งเท่านั้น

          “สวัสดีค่ะ คุณผู้ชาย มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” เธอถามผู้ชายอีกคนที่เดินเข้ามา

          “มาเยี่ยมไข้ครับ”

          “ค่ะ ขอทราบชื่อและนามสกุลคนไข้ด้วยนะคะ”

          “แรนดอนครับ” ลินดารีบเสิร์ชชื่อในระบบแต่ไม่เจอ เธอเริ่มหันรีหันขวาง พี่แก๊ปที่มองดูอยู่ตลอดรีบเข้ามาช่วยทันทีเมื่อเห็นลินดาเริ่มเลิ่กลั่ก

          “รบกวนขอชื่อนามสกุลคนไข้อีกทีนะครับ” เขาพูดกับผู้ชายที่ลินดารับเคสอยู่

          “ปาร์คเกอร์ แรนดอน พอล” ครับ เขาบอกกับแก๊ปอย่างช้าๆ ชัดๆ ลินดายืนดูพี่แก๊ปค้นหาชื่อผู้ป่วยในระบบ ไม่ถึงวินาที ระบบก็แจ้งชื่อที่อยู่ หมายเลขประจำตัวคนไข้ และห้องพักที่คนไข้พักรักษาตัวขึ้นมาที่หน้าจอ

          “ห้อง 1410 ชั้นสี่ครับ” แก๊ปบอกกับเขา

          “ขอบคุณครับ” เขายิ้มให้ทั้งแก๊ปและลินดาแล้วหันหลังเดินไป

          “เมื่อกี้เขาให้แค่ชื่อกลางหนูมานี่”

          “หนูก็ต้องถามนามสกุลต่อด้วยสิ” ลินดาผิดอีกแล้ว เธอคงไม่เหมาะกับงานนี้จริงๆ

          “ก็ปกติเสิร์ชแค่นามสกุลมันก็เจอแล้วถ้าเป็นฝรั่ง”

          “หนูก็บอกเองว่าเขาให้ชื่อกลางมา แถมยังเป็นไปได้อีกว่าคนที่ลงทะเบียนไว้ในคราวแรกกรอกผิดช่อง ชื่อกลาง ชื่อต้น ฉะนั้นก็ต้องถามมาให้ครบ แล้วมาสลับช่องใส่เอา” ลินดารู้สึกเหมือนตัวเองช่างไม่รู้อะไรเลยจริงๆ

          “หนูออกดีไหมคะ” ลินดาถามพี่แก๊ปด้วยสีหน้าน้อยใจ

          “นี่ เราน่ะเป็นคนเก่ง จะมาท้ออะไรกับเรื่องแค่นี้ พี่รู้แค่เพราะพี่ก็เคยเจอแบบนี้ มันแค่ประสบการณ์น่ะ งานไหนๆ ก็ต้องอาศัยจุดนี้นะ” ลินดาฟังพี่แก๊ปสอน แต่เธอก็ยังมีสีหน้าอย่างเดิม

          “เอาเถอะ เดี๋ยวก็บ่ายสองแล้ว ลงเวรแล้วไปกินอะไรกันไหม”

          “ก็พี่ต้องขึ้นเวรต่อหนู แล้วจะไปกินอะไรกันได้ไงล่ะ”

          “เออใช่ ลืมไป ฮ่าๆ” พี่แก๊ปหัวเราะ ลินดาไม่กล้าคิดอย่างคนหลงตัวเองว่าพี่แก๊ปจะชอบเธอหรอก เขาคงแค่สงสารในความเหรอหราและไม่เป็นที่รักของใครๆ ในที่ทำงานของเธอก็เท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Like the Deserts Miss the Rain ไออุ่นรัก   81

    “ตกลงไหม” เบนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลินดา แล้วขยับเข้ามาใกล้จนเธอสังเกตเห็นได้กระทั่งไรขนตาของเขา “เป็นฟรีแลนซ์แล้วฉันจะเสียโอกาสอย่างอื่นไหมคะ” เธอยังพะวงอยู่กับเรื่องงาน ทั้งที่ใจก็สะท้านแค่เพียงเพราะสายตาของเขา “ไม่เลย เหมือนเดิมทุกอย่าง แค่คุณจะมีเวลาว่างมากขึ้น หรืออยู่บ้านแล้วกลัวจะเหงาล่ะ” “ไม่หรอกค่ะ ฉันเป็นคนติดบ้าน ถึงจะไม่ใช่บ้านจริงๆ ก็เถอะ อยู่มาจนชินแล้ว” ลินดาตอบเขา “งั้นตกลงนะ” ลินดายังทำหน้าตาเหมือนครุ่นคิด “คุณเบลว่ายังไงบ้างเหรอคะ” “ก็เขาเป็นคนเสนอเอง แล้วจะว่าอะไรได้ล่ะ” ลินดาดีใจที่เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้ เธอชอบเบนมาก และชอบงานที่ทำมากด้วย เบนยังรอให้เธอยืนยันคำตอบ เขารอให้เธอไตร่ตรองทุกอย่างในใจให้เสร็จสิ้น “ก็ได้ค่ะ ฉันจะเป็นฟรีแลนซ์” เบนยิ้มแล้วพยักหน้า “แล้วอีกเรื่องล่ะ” “อีกเรื่อง...” ลินดาทำทีเป็นข้องใจ ทั้งที่ก็รู้เต็มอกว่าเขาหมายถึงอะไรกัน “ให้ผมลองคบกับคุณได้ไหม” เบนไม่ปล่อยมือเธอเลยตั้งแต่เขาเอื้อมมือมากุมมันเอาไว้ เขาเริ่มบีบมือเธอเบาๆ คล้ายว่า

  • Like the Deserts Miss the Rain ไออุ่นรัก   80

    “ขอบใจมากนะหนู ฉันก็กลัวหนูจะตกใจที่ฉันทำเสียงดัง” คุณป้าชั้นสี่ยังไม่วายจะเกรงใจลินดา “ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณป้า” “ว่าแต่หนูชื่ออะไรล่ะ” คุณป้าพยายามชวนลินดาคุย “ชื่อลินดาค่ะ คุณป้าล่ะคะ” “ชื่อป้ากานต์” “คุณไม่เคยคุยกันเลยเหรอครับ” เบนถามออกมาด้วยความสงสัย เขาดูไม่รีบเร่งแม้แต่น้อยเลยเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยรถ ทั้งที่ก่อนนี้เขาแทบจะตะเบ็งเสียงใส่ลินดาเมื่อเธอทำทีลังเลใจที่ต้องล้วงกระเป๋ากางเกงของเขาเพื่อเอากุญแจรถออกมาสตาร์ท “ก็แค่ทักทายกันตามประสาค่ะ เราอยู่กันเงียบๆ เลยที่อะพาร์ตเมนต์นี้” “แปลกดีแฮะ” เบนออกความเห็นตามความรู้สึก “ไม่แปลกหรอก ถ้าคนแบบเดียวกันบังเอิญมาอยู่ที่เดียวกันน่ะ” คุณป้ายังทำหน้าตาเหยเกเล็กน้อย เบนคอยสลับมองดูเธอจากกระจกมองหลัง “เจ็บมากไหมครับ อีกเดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้มันเลยช่วงเวลาเร่งรีบบนท้องถนนมาแล้ว รถก็เลยไม่ติด” “โชคดีที่คุณมาพอดี ฉันวิ่งลงมาหาคนช่วย เจ้าของอะพาร์ตเมนต์ก็ไม่อยู่อีก ไม่งั้นก็ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน ขอบคุณมากนะคะคุณเบน” ลินดาขอบคุณ

  • Like the Deserts Miss the Rain ไออุ่นรัก   79

    “โฟล์ค” เขาหันไปมองตามเสียงเรียก “ครับพี่ เอ้ยคุณเบล” เบลส่ายหน้า เขาไม่ได้หน่ายใจเลยที่โฟล์คเผลอเรียกเขาว่าพี่ แต่มันเป็นเพราะโฟล์คไม่ยอมเรียกเขาว่าพี่เสียทีนี่ล่ะที่เบลชักจะรำคาญใจ “เมื่อวานเป็นไงบ้าง” “ผมน่ะเหรอ ก็ดีนี่ครับ ก็กลับบ้านไปอยู่กับน้องตามปกติ” “คุณก็รู้ว่าผมหมายถึงเรื่องอะไรนะ” โฟล์คยิ้มแห้งๆ เมื่อเบลถามจี้อย่างนั้น “พอผมพาคุณเบนไปบ้านลินดาแล้วผมก็กลับเลยครับ คงไม่ใช่ธุระกงการอะไรจะอยู่ต่อ” “ไปถึงบ้านเลยเหรอ” “ครับ ที่อะพาร์ตเมนต์เธอน่ะ” เบลนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ข้างโฟล์ค “เราคุยกันแบบพี่น้องเลยได้ไหม ยังไงผมก็มองคุณแบบนั้นมานานแล้ว” “ได้ครับพี่” โฟล์ครอฟัง “ถ้านายเป็นฉัน นายจะทำยังไง” เบลเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้คุยกับโฟล์คทันที เขาสะดวกแบบนี้อยู่แล้ว “ถ้าผมเป็นพี่น่ะเหรอ ผมก็คงทำอย่างที่พี่ทำเมื่อวานนั่นล่ะ ไปไล่ลินดาออกได้ยังไง ตลก ผมไม่เคยเจอ” “ลินดาก็ยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังใช่ไหม” เบลถามต่อ “ยังเลยครับ” “นายอยากใ

  • Like the Deserts Miss the Rain ไออุ่นรัก   78

    ลินดาจัดการความรู้สึกของตัวเองได้ดีเยี่ยม เธอเลิกคิดเรื่องเบนไปแล้ว แม้ว่าบางครั้งยังต้องใช้การเลี่ยง ใช้การหลบหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ความรู้สึกเดิมๆ เริ่มกลับมาอีก ประกอบกับช่วงตัดต่องานที่เธออาจจะต้องช่วยโฟล์คดูรายละเอียด เธอจึงไม่ค่อยว่างให้เขาเรียกไปคุยเพื่อล้อเล่นกับความรู้สึกอีก ยังไงแล้วเจ้านายสายตรงของเธอก็คือคุณเบล เธอแคร์แค่เขาก็คงจะพอ “พรุ่งนี้เงินเดือนออกแล้วนะ” โฟล์คเอ่ยขึ้น “อ้อ ใช่ จริงด้วย ฉันต้องเลี้ยงข้าวคุณแล้วสิ จะกินอะไร คิดไว้เลยนะ” “อยากกินร้านเดิมนั่นล่ะ” “ร้านอาหารเวียดนามเหรอ” “ใช่เลย” “ไม่มีปัญหา”สองสามสัปดาห์มานี้ ลินดาปรับตัวได้ดีมากๆ ทั้งที่เธอกลัวใจตัวเองแทบแย่ หลังจากได้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น จากช่วงแรกที่เธอต้องเขินอายเวลาที่เจอคุณเบน มันก็เปลี่ยนเป็นความอับอายในความโง่เง่าของตัวเองแทน ลินดาเลือกที่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างคนที่เป็นผู้ใหญ่ เธอบอกตัวเองบ่อยๆ ว่ามันเรื่องเล็กนิดเดียว แค่เข้าใจผิดกันไป คุณเบล คือเจ้านายที่มีสิทธิ์ชี้ขาดในตัวเธอ ดูเขาก็พอใจการทำงานของเธอออกจะตายไปลินดาช่วยโ

  • Like the Deserts Miss the Rain ไออุ่นรัก   77

    ลินดาพยายามรวบรวมสติ พูดย้ำกับตัวเองในใจว่าเธอมาที่นี่เพื่อทำงานหาเงิน อยู่ที่นี่ดีออกจะตายไป ทั้งได้ทำงานที่ไม่น่าเบื่อ ไม่ต้องเข้ากะเข้าเวร ไม่ต้องเจอลูกค้าหยิ่งผยองมารยาทแย่ เพื่อนร่วมงานก็ดี ทั้งโฟล์คและทุกๆ คนแม้แต่แม่เจ้านาย แต่เธอเองต่างหาก ที่ปล่อยใจให้คิดอะไรที่ไม่ควรคิด คุณเบนก็คงเป็นของเขาอย่างนั้น เผลอๆ เขาอาจจะทำอย่างนี้กับทุกคนโดยที่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยมากไปกว่าความเป็นเจ้านายและลูกน้อง ดูสิ แฟนเขาสวยหุ่นดีอย่างกับนางแบบนางละคร เหมือนนางฟ้านางสวรรค์ที่ลอยลงมารับคุณเบนกลับจากสนามบิน ป่านนี้พวกเขาคงหยอกเย้ากันหวานชื่น เธอกล้าดียังไงไปคิดว่าคุณเบนจะมีใจด้วย เธอมันใคร ลินดา ลินดาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุค แล้วโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นก็ลงชื่อเข้าใช้ให้เธอโดยอัตโนมัติตามที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ มีหน้าต่างกระพริบขึ้นมา เธออมยิ้มน้อยๆ ออกมาแม้ในใจจะกำลังเหี่ยวแห้ง โฟล์คทักมาแล้ว เธอดีใจจริงๆ “กลับมาแล้วเหรอ” โฟล์คถาม “หมาดๆ เลย พอดีวางแผนผิดพลาดนิดหน่อย” “โดนดุรึเปล่า” โฟล์คถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่โดนตรงๆ แต่โดนอ้อมๆ หลายรอบอยู

  • Like the Deserts Miss the Rain ไออุ่นรัก   76

    ตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่อง ลินดานอนแทบไม่หลับ แม้จะอ่อนล้าสักแค่ไหนทั้งจากการทำงานและการต้องนอนในท่านั่ง แต่ใจของเธอก็ไม่สงบพอจะหลับลงได้เลย จนเมื่อเครื่องลงจอด ทุกคนรอกระเป๋าสัมภาระจนครบ เบนจึงได้พูดกับเธอเป็นประโยคแรก “เดี๋ยวกลับไปบ้านผมก่อนนะ แล้วคุณค่อยเรียกแท็กซี่กลับบ้านคุณ” “ผมไปส่งได้นะพี่” เบลเสนอจะขับรถไปส่งลินดาที่บ้าน เธอมองหน้าทุกคนรวมทั้งอาร์ทด้วยความไม่แน่ใจ “ฉันว่าก็ดี สงสารน้องมัน ดูหน้าดิ คงจะเหนื่อย หงอยเป็นแมวเซาเลย” อาร์ทพูด “แมวเซานั่นมันงูแล้วพี่” “อ้าวเหรอ” อาร์ทกับเบลหัวเราะ “เดี๋ยวผมไปส่งลินดาเอง พี่อาร์ทด้วย” “อุ๊ย ขอขอบพระคุณยิ่ง” อาร์ทตอบตกลงด้วยมุกตลกตามสไตล์ของเขา ทุกคนเดินไปยังอาคารจอดรถด้วยกัน แล้วโลกของลินดาก็เหมือนจะทลายลงมาทั้งใบ เมื่อมีผู้หญิงสาวสวยสูงโปร่งขายาวราวกับนางแบบเดินตรงเข้ามาหาเบน ทั้งสองคนทักทายกันอย่างสนิทสนม “งั้นฉันฝากส่งน้องด้วยนะ” เบนมองมาที่ลินดาเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งแล้วเขาก็เดินออกไปกับผู้หญิงคนนั้น ลินดาทำอะไรไม่ถูก เธอพูดอะไรไม่ออก ตลอดทริป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status