MasukNongnoo Talk
“คุณปุ้ยคะมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณแม่ถึงบอกให้น้องหนูเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว ในเมื่อเมื่อวานนี้คุณคู่หมั้นเพิ่งโทรมาบอกน้องหนูว่าจะแต่งงาน คราวนี้มันยังไงคะ ทำไมตกเย็นอีกวันคุณแม่ถึงบอกน้องหนูแบบนั้น” น้องหนูโวยวายใส่ปลายสาย เขาคือคนที่คุณคู่หมั้นสั่งให้พาน้องหนูไปทานขนมอยู่บ่อย ๆ เราค่อนข้างสนิทกัน น้องหนูไว้ใจเขา เพราะคุณคู่หมั้นบอกว่าเขาเชื่อใจได้ และน้องหนูก็สัมผัสได้ว่าเขาเชื่อใจได้ในระดับหนึ่ง
(เกิดความผิดพลาดครับ)
“ผิดพลาดยังไงคะ แล้วคุณคู่หมั้นไปไหนทำไมไม่รับสายน้องหนูเลย”
(นายน้อยเมาครับ)
“เมา? ที่ไหนคะ เขาเป็นยังไงบ้าง” มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงเกิดความผิดพลาดได้
(บ้านของนายน้อยครับ และอาการแย่)
“ทำไมคะ ผู้หญิงคนนั้นตกลงแล้วไม่ใช่เหรอ หรือเธอกลับคำทีหลัง”
(เขาสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันครับ)
“โอ๊ะ! แบบนี้...” คุณคู่หมั้นก็แย่เลยน่ะสิ
(ครับ นายน้อยรับไม่ได้)
“คุณปุ้ย คุณปุ้ยมารับน้องหนูหน่อยค่ะ” น้องหนูคิดว่าควรไปดูให้เห็นกับตา ไม่ควรปล่อยให้คุณคู่หมั้นอยู่คนเดียว เขาไม่ควรผ่านเหตุการณ์นี้ไปเพียงลำพัง
(จะไปได้ยังไงครับ แม่ของคุณน้องหนู...)
“เดี๋ยวน้องหนูออกทางหน้าต่างค่ะ คุณปุ้ยจอดรอข้างบ้านเลย”
(จะดีเหรอครับ) จะมัวลังเลอะไรเล่า
“ดีค่ะ คุณคู่หมั้นไม่ควรอยู่คนเดียวค่ะ”
(งั้นก็ได้ครับ ถึงแล้วผมจะโทรหานะครับ)
“ค่ะ ถึงแล้วดับไฟหน้ารถด้วยนะคะ เผื่อคุณแม่ยังไม่หลับ”
(ครับ) น้องหนูกดวางสายแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดวอร์มเพราะอยากทะมัดทะแมง ถึงจะอ้วนแต่คล่องแคล่วอยู่นะคะ เคยแอบออกไปซื้อขนมที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงตอนดึกค่ะ แอบไปโดยไม่ให้คุณแม่รู้
@บ้านคุณคู่หมั้น
สองชั่วโมงต่อมาน้องหนูมาอยู่ที่บ้านของคุณคู่หมั้น นี่เป็นครั้งแรกที่น้องหนูมาที่นี่ สาเหตุก็เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของคุณคู่หมั้น จากที่คุณปุ้ยคนสนิทของคุณคู่หมั้นเล่าให้ฟังระหว่างทาง เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก ๆ สำหรับน้องหนู ไม่ว่าจะเรื่องครอบครัว หรือเรื่องผู้หญิงคนนั้น เพราะน้องหนูรับรู้มาตลอดว่าคุณคู่หมั้นทุ่มเทกับผู้หญิงคนนั้นมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะมากจนยอมทำทุกอย่างแบบนี้ ถึงคุณคู่หมั้นจะชอบปากร้าย ชอบบูลลี่หุ่นของน้องหนูก็เถอะ แต่พอเอาเข้าจริงก็อดสงสารไม่ได้
เขาคือคนน่าสงสารคนหนึ่ง
“นายน้อยอยู่ในห้องนี้ครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“ระวังตัวด้วยนะครับ”
“อ่อ ค่ะ” ต้องระวังอะไรกัน ถึงคุณคู่หมั้นจะปากร้ายแต่ก็ไม่เคยทำร้ายน้องหนูนะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ไม่มีเสียงตอบรับเลยอะ
“นายน้อยไม่เปิดหรอกครับ”
“ถ้างั้นเข้าไปเลยนะคะ” คงแบบไม่อยากเจอใครอะไรแบบนั้นแหละมั้ง แต่น้องหนูไม่อยากให้คุณคู่หมั้นอยู่คนเดียวนี่
เปิดประตูเข้ามาภายในห้องสลัวนิด ๆ ไม่ถึงกับมืดสนิท เงียบกริบเลย
เคร้ง! เคร้ง! แล้วเสียงขวดแก้วก็ดังขึ้น น้องหนูเดินไปตามเสียง เห็นคุณคู่หมั้นนั่งโงนเงนโอนเอนไปมาซ้ายขวา น้องหนูจึงเดินไปนั่งข้าง ๆ ดื่มตั้งแต่เมื่อไหร่นะ ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า ถึงได้อยู่ในสภาพนี้
“คุณคู่หมั้นคะ”
“...” เงียบกริบเลยอ่า เหมือนไม่ได้ยินที่น้องหนูเรียก
“คุณคู่หมั้น คุณคู่หมั้นโอเคไหมคะ” รอบนี้น้องหนูยื่นมือไปสะกิดแขนของคุณคู่หมั้นด้วย
คุณคู่หมั้นเอียงคอหันมามองหน้าน้องหนู มองอยู่นานมาก ท่าทีของคุณคู่หมั้นไม่เหมือนที่น้องหนูเคยเจอ น้องหนูจึงได้ถามขึ้นอีกครั้งว่า “น้องหนูรู้เรื่องทั้งหมดแล้วนะคะ เป็นยังไงบ้างคะ ไหวหรือเปล่า ได้พักผ่อนบ้างไหม”
คุณคู่หมั้นไม่ตอบ จับจ้องน้องหนูนานมาก เขาค่อย ๆ ยื่นมือมาจับที่ใบหน้า มองเหมือนว่ารักใคร่เอ็นดูเสียใจโหยหา หลากหลายความรู้สึกในนัยน์ตาคู่นี้
“เนล” เขาเปล่งเสียงออกมาพลางจับจ้องที่ใบหน้าของน้องหนู นัยน์ตาของความโหยหาเหมือนเวลาพระเอกนายเอกมองหน้ากัน
“น้องหนูค่ะ ไม่ใช่คุณนิเนล” พยายามแกะมือของคุณคู่หมั้นออกค่ะ ทว่าคุณคู่หมั้นกลับยกมืออีกข้างขึ้นมาจับมือของน้องหนูออก ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของน้องหนูมากกว่าเดิม นัยน์ตาคู่นี้ที่มองมาทำให้น้องหนูรู้สึกทำอะไรไม่ถูก รู้นะว่าเขาไม่ได้มองน้องหนู แต่นัยน์ตาเศร้า ๆ นี้ช่างน่าสงสาร ทำให้น้องหนูอดไม่ได้ที่จะสงสารเขา
“ฮื้อ!” ความน่าสงสารหายไปทันทีที่ริมฝีปากของคุณคู่หมั้นสัมผัสที่ริมฝีปากของน้องหนู
ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ ไม่นะ! นี่มันจูบแรกเลยนะ ทำไมมาขโมยกันแบบนี้
(ว่าไงครับคุณเฟิง โทรมาต้องการปรึกษาปัญหาทางใจอะไรดีครับ) หมอธีร์จิตแพทย์หนุ่มใหญ่กดรับสาย“อยากปรึกษาครับหมอ ถ้ามีความสุขมาก ๆ จะมีอันตรายไหมครับ”(อารมณ์ดีขนาดนี้ นิยอมให้เลื่อนสถานะแล้วสิ) คนที่คอยให้คำปรึกษาทั้งสองฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มใจ“ทายถูกได้ไง”(เด็กอนุบาลยังทายถูกเลยครับ) จะไม่ทายถูกได้ไง หมอธีร์ก็อยากให้เพื่อนมีความสุขสักทีจึงพยายามพูดเหตุผลกับซานิอยู่ตลอด แล้วในที่สุดซานิก็ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าต้องการแบบไหน“เดี๋ยวว่างแล้วจะควงไปอวด”(เห่อเกินไป ทำเหมือนข้าวใหม่ปลามันไปได้)“พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดนะ แม่งเอ้ย มีความสุขว่ะ โคตรจะมีความสุขเลย ต่อไปนี้กูก็เรียกเมียได้เต็มปากสักที”(เป็นเอามากนะเฟิง)“เออ แค่นี้ก่อนจะพานิไปกินข้าวข้างนอกสักหน่อย”(เออ มีความสุขมาก ๆ)เห็นเพื่อนมีความสุขหมอธีร์ก็มีความสุข การที่เฟิงหวงมีความสุขต่อไปก็อาจจะโทรหาเขาน้อยลงและคงไม่โทรมาคร่ำครวญไปอีกนาน“คุยกับใคร” ซานิเดินมาได้ยินเฟิงหวงตะโกนพอดี“ไอ้ธีร์ โทรไปโม้ให้มันฟังว่าเธอยอมเป็นเมียเค้าแล้ว”“ถึงขั้นต้องประกาศเลยเหรอ”“ต้องประกาศสิเธอเรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ”“เฮ้อ” มองเฟิงหวงแล้วก็ยิ้ม น
“ถ้างั้นเรากลับมารักกันได้ใช่ไหม เธอยอมเป็นภรรยาเค้าอีกครั้งได้ไหมซานิ”“ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เธอขอเยอะจัง ทำไมดูกล้ากว่าทุกครั้ง”“เพราะเค้าตกผนึกแล้วว่าถ้าปล่อยไว้อีกปีสองปีสามปีสี่ปีห้าปีสิบปี หรือนานกว่านี้ถ้าหากเค้าไม่เป็นคนเริ่มเธอก็ไม่มีทางจะข้ามเส้นที่เธอขีดไว้ ครั้งนี้เค้าก็เลยรวบรวมความกล้าข้ามเส้นนี้เอง เค้าหวังว่าเธอจะเห็นใจความพยายามของเค้า”“อืม”“เค้าพูดไปตั้งเยอะเธอตอบกลับมาแค่อืม คำเดียวเหรอที่รัก”“ก็อืมไง”“...”“อืมแปลว่าอะไร แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ”“อืมแปลว่าตกลง นี่เธอตกลงใช่ไหมที่รัก ที่รักเธอให้โอกาสเค้าแล้วใช่ไหม”“ถ้าพูดมากจะเปลี่ยนใจแล้วนะ”“ไม่พูด ไม่พูดแล้ว เค้าจะเงียบ” เฟิงหวงยิ้มกว้าง กว้างมากเลยล่ะ ทว่าตอนนี้เขาดีใจมาก อยากจะระบายความดีใจนี้ออกมาให้เธอรับรู้ อยากจะส่งความรู้สึกนี้ถึงเธอ “เค้าขอกอดเธอได้ไหมที่รัก”“ไม่เอาอะ”“เธอ”“ขนลุก”“เค้าขอกอดเธอขนลุก ทีกอดกับเด็กของเธอไม่เห็นจะรู้สึกอะไร”“ทำน้อยใจอะไร ก็แค่เราไม่ได้ใกล้กันนานแล้ว มันก็ต้องรู้สึกแปลกบ้างสิ”“ยังไม่ลองจะรู้ได้ยังไงว่าแปลก”“งั้นลองสิ”“…” คำตอบของซานิทำเฟิงหวงยิ้มอีกแล้ว“ช้าเปลี่ยนใจนะ”
สองปีผ่านไปซานิยืนมองฟาร์มมะเขือเทศจากระเบียงบ้าน ฟาร์มมะเขือเทศของเธอเติบโตขึ้นเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ๆ คนงานก็ขยันขันแข็ง ทุกอย่างในชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย ตั้งแต่เลือกที่จะยอมรับเฟิงหวง พ่อของเธอก็เลิกเข้ามาสั่งการ แต่ก็บอกให้เลี้ยงหลานให้ดี อย่าได้ทำให้หลานชายน้อยเนื้อต่ำใจและบอกว่าอย่าให้หลานเสียผลประโยชน์ สุดท้ายคุณสมิงยังห่วงเรื่องผลประโยชน์เหมือนเดิมซานิชอบชีวิตตอนนี้มาก ๆ เป็นชีวิตที่เธอโหยหามาตลอด ในที่สุดเธอก็ได้สัมผัสชีวิตแบบนี้สักที“ที่รัก” เฟิงหวงเดินมายืนเคียงข้าง“ที่รักอะไร ไม่ได้อยู่ต่อหน้าลูกไม่จำเป็นต้องเรียก”“ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็เป็นที่รักของเค้าตลอด” เดี๋ยวนี้กล้าหยอดกว่าตอนแรกที่มาที่ฟาร์มใหม่“ไม่รู้สึกคลื่นไส้บ้างเหรอ”“ไม่นะ ปกติเลย ก็เค้าเรียกเธอแบบนี้มาตลอด มีความสุขทุกครั้งที่เรียกด้วย”“ถ้ามีความสุขก็เรียกไปเถอะ”“ที่รัก ที่รัก ที่รัก ที่รัก”“เฟิง”“ก็เธอบอกให้เค้าเรียก”“เรียกแค่เวลามีเรื่องพูดสิ”“ที่รัก”“เฟิงหวง”“นี่ไงเค้ามีเรื่องพูด”“อะไร”“นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว สถานะของเราสองคนพอขยับขึ้นมาได้ไหม”“ขยับเป็นอะไร เพื่อนสนิทเหรอ”“เค้าเคยบอ
“กูไม่เชื่อเรื่องเวรกรรมอะไรนั่นหรอก”“อันนี้ก็เรื่องของมึง มึงอยากเชื่อหรือไม่อยากเชื่อก็เรื่องของมึง” หมดปัญญาจะพูดกับคนอย่างเฟิงหวง พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นด้วย “แล้วนี่มึงจะกลับเลยไหม”“อืม คิดถึงลูก”“คิดถึงลูกอย่างเดียวเหรอ”“คิดถึงเมียด้วย”“เมียเก่า”“เออเมียเก่า กูจะทำอะไรได้เมียเก่าอยากเป็นเมียเก่าไม่อยากเป็นเมียกู”“พยายามเข้าไว้เดี๋ยวก็สำเร็จ”“แก่ก่อนสำเร็จ”“อันนั้นก็ทำใจนะเพื่อน”“สรุปแล้วมึงให้กำลังใจกูอยู่ใช่ไหม”“ใช่สิ กูไม่ให้กำลังใจมึงตรงไหน”“เออ ให้ก็ให้” ให้เหมือนไม่ให้ ช่วยเหมือนไม่ช่วย ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ยังดีที่ยังได้คำปรึกษา ไม่อย่างนั้นคงอึดอัดตายครืด ครืด ครืด“ครับ” เฟิงหวงกดรับสายวีดีโอคอล แม้จะเป็นชื่อซานิที่โทรเข้ามา ทว่าคนโทรไม่ใช่เธอ(พ่อเฟิงจะกลับเมื่อไหร่คับ) เด็กชายของขวัญทำหน้าอ้อน“พ่อกำลังจะออกเดินกลับ แต่ว่าก่อนกลับพ่อต้องแวะไปที่นึงก่อน”(ที่ไหนคับ นานเปล่า)“น่าจะนานนะครับ”(ไม่คิดถึงลูกเหรอคับ)“คิดถึงสิครับ แต่จะไม่ให้พ่อซื้อของเล่นกลับไปฝากลูกชายเหรอครับ”(ซื้อสิคับ ซื้อ ๆ พ่อเฟิงซื้อมาฝากขวัญเยอะ ๆ เลยนะคับ เอาเยอะ ๆ เลย)
“มึงไปสืบมาว่าไอ้หน้าไหนมันยุ่งกับเมียกู” เฟิงหวงสั่งลูกน้องหลังจากที่ได้ข่าวมาว่าซานิมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น“สืบมาแล้วครับ”“ใคร”“คนนี้เป็นแค่หนุ่มขายบริการเท่านั้นครับ คนก่อน ๆ ก็เช่นกัน”“ฮะ?”“มึงจะฮะทำไม มึงไม่เข้าใจที่ลูกน้องมึงพูดเหรอ” ธีร์ท้วง“...”“มึงยังมีผู้หญิงอื่นเยอะแยะแล้วทำไมนิจะมีความอยากบ้างไม่ได้ นิก็แค่ไม่มีเป็นตัวเป็นตนก็เท่านั้น นิไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ขาดตกบกพร่องหน้าที่แม่ แล้วนิก็เป็นเมียเก่าไม่ใช่เมียมึง มึงกรุณาทำความเข้าใจให้ถูกด้วย มึงเป็นพ่อของลูกแต่ไม่ได้เป็นผัวครับเพื่อน อย่าลืมข้อตกลงที่มึงตกลงกับนิ อย่าทำให้นิลำบากใจ”“เรื่องพวกนี้มึงก็รู้เหรอไอ้ธีร์”“ใช่สิ ทำไมกูจะไม่รู้ นิไม่ใช่คนชอบมีความลับสักหน่อย”“มีตั้งแต่เมื่อไหร่”“อะไรของมึง”“ซานิมีผู้ชายใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“น่าจะหลังคลอดได้สองปีนะ นิเหงา ๆ ก็เลยหาที่ปลอบใจ”“เหงาไม่เลี้ยงลูกไปอะ ไปมีผู้ชายคนใหม่ทำไม”“มึงอย่ามาใช้ตรรกะเห็นแก่ตัวไอ้เฟิง มึงเลิกกับนิก็มีผู้หญิงอื่นและแต่งงานใหม่ ตอนนั้นนิตั้งท้องอย่างยากลำบากเพื่อที่จะให้ของขวัญคลอดออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด ขณะที่นิประคับประคองลูกตั
อาจจะเพราะของขวัญยังเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่รู้เดียงสาจึงไม่ได้คิดอะไรที่มันยุ่งยากเหมือนที่พวกผู้ใหญ่คิดกัน การยอมรับในตัวเฟิงหวงจึงไม่ใช่เรื่องยากนักเมื่อสองพ่อลูกจูงมือกันหายไปภายในห้องนั่งเล่น ที่ห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงนางเอื้องดาวและซานิ นางเอื้องดาวยิ้มให้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปในทางที่ดี“แม่ขอบคุณหนูนิมากนะที่ยอมให้โอกาสเฟิงหวงได้ทำหน้าที่พ่อของขวัญ”“เป็นเรื่องที่หนูควรทำค่ะ” ต่อให้ไม่อยากทำก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ บางทีมันก็คงไม่ได้แย่อะไร แต่ที่แน่ใจเลยก็คือมันดีกว่าการที่ลูกชายเธอเป็นตัวเลือกถัดไปของคุณสมิง“ถึงจะอย่างนั้นแม่ก็ต้องขอบคุณความใจกว้างของหนูอยู่ดี ขอบคุณมาก ๆ นะหนูนิ”“ค่ะคุณแม่” ไม่รับไว้ก็คงจะขอบคุณอยู่อย่างนี้ว่าไปแล้วมีแม่ผัวไม่อคติก็ให้ความรู้สึกดี ๆ เหมือนกันถ้านางดีแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เสียเวลาแบบนี้ เรื่องนี้เป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของนางเอื้องดาวและจะติดอยู่อย่างนี้ตลอดไปหลายเดือนต่อมา“แม่นิคับแม่นิ” เสียงลูกชายร้องอ้อน“ว่ายังไงครับสุดหล่อ” ซานิหันมายิ้มให้ลูกชายสุดที่รัก“เมื่อไหร่พ่อเฟิงจะมาคับ
“ทำอะไร” เพราะเดินออกมาจากห้องน้ำฉันเห็นเฟิงนั่งกดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด งานมีปัญหาอีกหรือไงทำไมถึงได้เครียดขนาดนี้“เค้ากำลังเลือกของมาให้ลูกอยู่ ที่รักมาช่วยเค้าเลือกหน่อย เอาแบบไหนดี” ไอ้เราก็คิดว่างานมีปัญหา หน้าเครียดกว่าเวลาทำงานอีก“เลือกอะไร รีบเลือกจัง ยังไม่รู้เลยว่าเป็นผู้ชายหรือผ
หลายวันต่อมา…“สรุปแล้วพี่ว่าชุดนักศึกษามันน่ารักเกินไป” ไทเกอร์มองคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษาแล้วส่ายหน้าไปมาไม่ได้ ไม่ได้เธอจะไปน่ารักแบบนี้ในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ดีแน่ นอกจากน้องชายของเขาแล้ว ยังมีผู้ชายอีกตั้งเป็นร้อยเป็นพันที่จะเห็นเมียตัวเล็กตัวน้อยของเขาแล้วเด็กอ้วนน่ารักขนาดนี้ใครบ้างจะไม่
หนึ่งชั่วโมงต่อมาโรงพยาบาลเอกชน ×××เพี้ยะ!ใบหน้าของไทเกอร์หันตามแรงตบจากหญิงอายุ 50 ปลาย ๆ เขาทำหน้านิ่งขรึมไม่ต่อกรกับหญิงผู้นี้ ผู้หญิงที่ได้คะแนนสงสารมาตลอด ผู้หญิงที่เป็นเมียหลวง แต่ไม่ได้ครองทะเบียนสมรส ต่างจากแม่เขาที่เป็นเมียน้อยแต่ได้สิทธิ์นั้น สิทธิ์ที่ผู้หญิงหลายคนอยากได้“แกมัวแต่สนใ
ให้ธรรมชาติบำบัดใจคน ตามข้อมูลที่ไทเกอร์เสาะหามามากมายสำหรับวิธีรักษาเด็กอ้วนของเขา เวลานี้เขาจึงพาเธอมานั่งท้ายทุ่งในยามเย็น ลมพัดโชยเบา ๆ ให้ความรู้สึกสงบเงียบหลายวันมาแล้วที่เขาพาเด็กอ้วนมาที่ขอนแก่น บ้านของยายพิมพา“ไปทำงานเถอะค่ะ” เธอเอื้อนเอ่ยเมื่อได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับลูกน้องหลายต่อหลายสาย







