เข้าสู่ระบบ
Nongnoo Talk
กลิ่นอายของดอกไม้และน้ำหอมต่าง ๆ ลอยคลุ้งทั่วห้องนอน บนเตียงมีกลีบดอกกุหลาบสวยโรยเป็นรูปหัวใจ มาลัยบ่าวสาววางที่หมอน สวยจัง ทุกอย่างสวยไปหมด
ยกเว้นเจ้าสาวเช่นฉัน ที่ไม่สวย
แต่น่ารักอยู่นะ
“กราบพี่สิน้องหนู” เสียงคุณแม่ดังขึ้นพร้อมส่งสายตามาที่ฉัน ฉันหันมายิ้มให้คุณคู่หมั้นที่ได้เปลี่ยนเป็นสามีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ก้มลงกราบที่อกของเขาด้วยความลำบากเล็กน้อยเพราะชุดที่สวมใส่มันฟิตเปี๊ยะ นั่งพับเพียบตะเข็บแทบแตก ดีหน่อยชุดซื้อไม่ใช่เช่า
“ฝากเอ็นดูน้องหนูด้วยนะไทเกอร์” คุณแม่ก็ยังคงเกร็ง ๆ เช่นเคย จะไม่ให้เกร็งได้อย่างไร ในเมื่อคุณคู่หมั้น เอ้ย! คุณสามีของฉันตีหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลา เข้าใจ ๆ ก็คนโดนบังคับนี่เนอะ
“อย่าห่วงเลยหยก ไทมันต้องดูแลน้องหนูดีอยู่แล้ว พี่รับประกัน” พ่อของคุณสามีพูดกับคุณแม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ถ้าอย่างนั้นแม่กลับนะน้องหนู อย่าดื้อกับพี่ ทำตัวให้น่ารักน่าเอ็นดู พี่พูดอะไรก็ต้องเชื่อฟังเข้าใจใช่ไหม”
“ค่ะคุณแม่” คุณแม่และลุงสมิงและเดินออกจากห้องไป ภายในห้องเหลือน้องหนูกับคุณไทเกอร์
“อย่าคาดหวังว่าฉันจะเป็นสามีที่ดีของเธอนะยัยอ้วนซื่อบื้อ” พอเปิดปากพูดก็พ่นความร้ายออกมาเลยนะ เสียดายเบ้าหน้าฟ้าประทานจริง ๆ ทำไมคนหล่อน่ารักถึงได้ปากหมากันนะ
“คุณคู่หมั้น เอ้ย! เราแต่งกันแล้วนี่นา คุณไทเกอร์ก็อย่ายุ่งกับน้องหนูแล้วกัน”
“ไขมันเยอะจนอุดตันรอยหยักในสมองเธอเหรอ ถึงได้ลืมว่าฉันเป็นผู้ปกครองของเธอ” จริงด้วย คุณแม่นะคุณแม่ ยกน้องหนูให้เป็นเด็กในปกครองของคนปากร้ายเพียงเพราะท่านจะไปเที่ยวรอบโลกเป็นเพื่อนคนที่รู้จักกันมานาน
“ทำไมชอบยุ่งกับความอ้วนของน้องหนู น้องหนูทำอะไรแล้วมีความสุขน้องหนูก็จะทำ แค่นั้นเอง”
“งั้นแต่งงานกับฉันเธอคงมีความสุขสินะ เธอถึงได้ทำ แต่จะบอกให้นะ ฉันเกลียดที่สุด อึดอัดเป็นบ้า ที่ต้องมีเธอเข้ามาเป็นภาระ” คุณไทเกอร์โยนเสื้อสูทมาทางฉัน ฉันรีบรับไว้ก่อนที่มันจะฟาดเข้าที่หน้า เขาเดินชนไหล่ฉันไปทางห้องน้ำ
ด้วยความโมโห เพราะน้องหนูก็มีหัวใจเหมือนกัน น้องหนูจึงพูดเรื่องที่มันฝังใจคุณไทเกอน์ซะเลย “รักกันไม่ได้อย่ามาพาลคนอื่นสิคะ น้องหนูก็ไม่ได้อยากจะแต่งกับคุณไทสักนิด ที่ต้องแต่งกันเร็วแบบนี้เพราะคุณไทพลาดไม่ใช่หรือไง เลยต้องลากน้องหนูมาอยู่จุดนี้ด้วย เลอะเลือนจนจำไม่ได้เหรอคะ”
และประโยคที่น้องหนูพูด ทำให้คุณไทเกอร์หยุดเดิน ภายในห้องเงียบสงบ เสียงพูดเบาหวิวน้องหนูได้ยินอย่างชัดเจนทำให้น้องหนูเงียบปากอย่างไว “อย่าเสือกพูดถึงเรื่องนั้นอีก ไม่งั้นเธอจะหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้นะ”
จบประโยคเสียงฝีเท้าดังขึ้น และมีเสียงเปิดปิดประตูห้องน้ำ
“เหมือนตอนนี้ใจดีนักงั้นแหละ คำก็อ้วน สองคำก็บื้อ น้องหนูสวยขึ้นมาเมื่อไหร่ จากคลั่งรักน้องสาวตัวเองจะทำให้หันมาคลั่งน้องหนูเลยคอยดู” รำพึงรำพันอยู่คนเดียวด้วยความโมโห พอหายโกรธก็สไตล์เดิมค่ะ ต้องเป็นเด็กดี ไม่งั้นไม่ได้ค่าขนม ก็เขาเป็นธนาคารของน้องหนูนี่คะ
“เพ้อเจ้ออะไรอีก” รีบหันมองตามเสียงด้วยความเร็วไว ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำปิดไปแล้วนี่ จะมาอยู่ด้านหลังได้ไง
หรือน้องหนูหูแว่ว
“อุ้ย!” มายืนหน้าหล่อในโหมดผู้ร้ายด้านหลังทำไมเล่า แบบนี้เค้าตกใจนะ
“จะเปลี่ยนไหมชุด”
“?” เมื่อฉันทำหน้าสงสัย ปากปีจอก็เริ่มทำงาน
“ก็ซิปมันอยู่ด้านหลังไหม แขนอ้วน ๆ สั้น ๆ ของเธอมันเอื้อมถึงหรือไง จะถอดไหม ถ้าไม่ถอดก็ตามใจ แล้วจะถอดทีหลังแต่ถอดไม่ได้ก็เรื่องของเธอ เพราะฉันจะไปธุระ โทรไปงอแงให้ฉันมาช่วยฉันไม่มาหรอกนะ”
“ไปไหนคะ นี่คืนเข้าหอนะ คุณลุงกับคุณแม่บอกว่า…”
“ช่างหัวคนพูดมันสิ ฉันไม่สน เธอจะถอดหรือจะยังไง มัวยืดยาด ก็นอนอืดมันทั้งแบบนี้ ฉันจะไปแล้ว”
“ถอดค่ะ ถอดสิ” รีบหันหลังให้คุณคู่หมั้นรูดซิปลงให้ จะให้นอนทั้งชุดฟูฟ่องแบบนี้ไม่เอาด้วยนะ คันยุบยิบเกินไปค่ะ ระหว่างที่เขากำลังช่วย จึงลองถามเขาอีกครั้ง “ว่าแต่คุณไทจะไปไหนคะ บอกน้องหนูได้ไหม”
“นิเนลกำลังมีปัญหา”
“…” อ่อ เดินออกจากห้องในคืนเข้าหอ เพื่อไปหาคนที่รัก ก็เข้าใจว่ารักมาก แต่นี่มันคืนเข้าหอนะ แต่ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้มีซีรีย์วายเรื่องใหม่ด้วย “ขากลับขอทาร์ตไข่นะคะ”
“มันดึกแล้ว”
“แต่น้องหนูหิวนี่คะ”
“…”
“คุณไท น้องหนูหิวจริง ๆ นะคะ เนี่ย ๆ เหมือนน้องหนูจะซูบลงเพราะคุณแม่บังคับให้น้องหนูอดอาหารหลายวันมาก ๆ เพราะกลัวน้องหนูจะใส่ชุดไม่ได้ น้องหนูคิดถึงทาร์ตไข่ค่ะ คุณไทเอ็นดูน้องหนูหน่อยจิ ขอทาร์ตไข่ 6 ชิ้นนะคะ แล้วน้องหนูสัญญาเลยว่าจะเป็นเด็กดีของคุณไท”
“…”
“คุณไทอ่า หนีออกจากห้องในคืนเข้าหอ ปล่อยน้องหนูไว้คนเดียว แล้วยังใจร้ายไม่ซื้อทาร์ตไข่ให้น้องหนูอีก”
“เฮ้อ… เรื่องของกินฉันจะตามใจเธอเป็นครั้งสุดท้าย เพราะแม่เธอฝากบอกให้เธอควบคุมอาหารอย่างจริงจัง ถามจริงไม่กลัวเป็นเบาหวาน ความดันหรือไง เดี๋ยวได้ตายบนกองของหวาน”
“คุณไทน่ารักที่สุดเลยค่ะ คุณคู่หมั้น ไม่สิคุณสามีของน้องหนู” ไม่สนคำบ่นหรอกค่ะ กรีดยิ้มให้กว้างเท่าที่จะกว้างได้ค่ะ ถึงจะปากร้าย แต่โมเมนต์ใจดีตามใจน้องหนูเรื่องของกินคุณไทมีให้บ่อยเสมอ และครั้งสุดท้ายกับของกินมักไม่จริงสำหรับน้องหนูและคุณไท
“หึ ยัยบื้อ”
(ว่าไงครับคุณเฟิง โทรมาต้องการปรึกษาปัญหาทางใจอะไรดีครับ) หมอธีร์จิตแพทย์หนุ่มใหญ่กดรับสาย“อยากปรึกษาครับหมอ ถ้ามีความสุขมาก ๆ จะมีอันตรายไหมครับ”(อารมณ์ดีขนาดนี้ นิยอมให้เลื่อนสถานะแล้วสิ) คนที่คอยให้คำปรึกษาทั้งสองฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงปลื้มใจ“ทายถูกได้ไง”(เด็กอนุบาลยังทายถูกเลยครับ) จะไม่ทายถูกได้ไง หมอธีร์ก็อยากให้เพื่อนมีความสุขสักทีจึงพยายามพูดเหตุผลกับซานิอยู่ตลอด แล้วในที่สุดซานิก็ตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าต้องการแบบไหน“เดี๋ยวว่างแล้วจะควงไปอวด”(เห่อเกินไป ทำเหมือนข้าวใหม่ปลามันไปได้)“พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดนะ แม่งเอ้ย มีความสุขว่ะ โคตรจะมีความสุขเลย ต่อไปนี้กูก็เรียกเมียได้เต็มปากสักที”(เป็นเอามากนะเฟิง)“เออ แค่นี้ก่อนจะพานิไปกินข้าวข้างนอกสักหน่อย”(เออ มีความสุขมาก ๆ)เห็นเพื่อนมีความสุขหมอธีร์ก็มีความสุข การที่เฟิงหวงมีความสุขต่อไปก็อาจจะโทรหาเขาน้อยลงและคงไม่โทรมาคร่ำครวญไปอีกนาน“คุยกับใคร” ซานิเดินมาได้ยินเฟิงหวงตะโกนพอดี“ไอ้ธีร์ โทรไปโม้ให้มันฟังว่าเธอยอมเป็นเมียเค้าแล้ว”“ถึงขั้นต้องประกาศเลยเหรอ”“ต้องประกาศสิเธอเรื่องนี้เรื่องใหญ่เลยนะ”“เฮ้อ” มองเฟิงหวงแล้วก็ยิ้ม น
“ถ้างั้นเรากลับมารักกันได้ใช่ไหม เธอยอมเป็นภรรยาเค้าอีกครั้งได้ไหมซานิ”“ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เธอขอเยอะจัง ทำไมดูกล้ากว่าทุกครั้ง”“เพราะเค้าตกผนึกแล้วว่าถ้าปล่อยไว้อีกปีสองปีสามปีสี่ปีห้าปีสิบปี หรือนานกว่านี้ถ้าหากเค้าไม่เป็นคนเริ่มเธอก็ไม่มีทางจะข้ามเส้นที่เธอขีดไว้ ครั้งนี้เค้าก็เลยรวบรวมความกล้าข้ามเส้นนี้เอง เค้าหวังว่าเธอจะเห็นใจความพยายามของเค้า”“อืม”“เค้าพูดไปตั้งเยอะเธอตอบกลับมาแค่อืม คำเดียวเหรอที่รัก”“ก็อืมไง”“...”“อืมแปลว่าอะไร แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ”“อืมแปลว่าตกลง นี่เธอตกลงใช่ไหมที่รัก ที่รักเธอให้โอกาสเค้าแล้วใช่ไหม”“ถ้าพูดมากจะเปลี่ยนใจแล้วนะ”“ไม่พูด ไม่พูดแล้ว เค้าจะเงียบ” เฟิงหวงยิ้มกว้าง กว้างมากเลยล่ะ ทว่าตอนนี้เขาดีใจมาก อยากจะระบายความดีใจนี้ออกมาให้เธอรับรู้ อยากจะส่งความรู้สึกนี้ถึงเธอ “เค้าขอกอดเธอได้ไหมที่รัก”“ไม่เอาอะ”“เธอ”“ขนลุก”“เค้าขอกอดเธอขนลุก ทีกอดกับเด็กของเธอไม่เห็นจะรู้สึกอะไร”“ทำน้อยใจอะไร ก็แค่เราไม่ได้ใกล้กันนานแล้ว มันก็ต้องรู้สึกแปลกบ้างสิ”“ยังไม่ลองจะรู้ได้ยังไงว่าแปลก”“งั้นลองสิ”“…” คำตอบของซานิทำเฟิงหวงยิ้มอีกแล้ว“ช้าเปลี่ยนใจนะ”
สองปีผ่านไปซานิยืนมองฟาร์มมะเขือเทศจากระเบียงบ้าน ฟาร์มมะเขือเทศของเธอเติบโตขึ้นเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ๆ คนงานก็ขยันขันแข็ง ทุกอย่างในชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย ตั้งแต่เลือกที่จะยอมรับเฟิงหวง พ่อของเธอก็เลิกเข้ามาสั่งการ แต่ก็บอกให้เลี้ยงหลานให้ดี อย่าได้ทำให้หลานชายน้อยเนื้อต่ำใจและบอกว่าอย่าให้หลานเสียผลประโยชน์ สุดท้ายคุณสมิงยังห่วงเรื่องผลประโยชน์เหมือนเดิมซานิชอบชีวิตตอนนี้มาก ๆ เป็นชีวิตที่เธอโหยหามาตลอด ในที่สุดเธอก็ได้สัมผัสชีวิตแบบนี้สักที“ที่รัก” เฟิงหวงเดินมายืนเคียงข้าง“ที่รักอะไร ไม่ได้อยู่ต่อหน้าลูกไม่จำเป็นต้องเรียก”“ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนเธอก็เป็นที่รักของเค้าตลอด” เดี๋ยวนี้กล้าหยอดกว่าตอนแรกที่มาที่ฟาร์มใหม่“ไม่รู้สึกคลื่นไส้บ้างเหรอ”“ไม่นะ ปกติเลย ก็เค้าเรียกเธอแบบนี้มาตลอด มีความสุขทุกครั้งที่เรียกด้วย”“ถ้ามีความสุขก็เรียกไปเถอะ”“ที่รัก ที่รัก ที่รัก ที่รัก”“เฟิง”“ก็เธอบอกให้เค้าเรียก”“เรียกแค่เวลามีเรื่องพูดสิ”“ที่รัก”“เฟิงหวง”“นี่ไงเค้ามีเรื่องพูด”“อะไร”“นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว สถานะของเราสองคนพอขยับขึ้นมาได้ไหม”“ขยับเป็นอะไร เพื่อนสนิทเหรอ”“เค้าเคยบอ
“กูไม่เชื่อเรื่องเวรกรรมอะไรนั่นหรอก”“อันนี้ก็เรื่องของมึง มึงอยากเชื่อหรือไม่อยากเชื่อก็เรื่องของมึง” หมดปัญญาจะพูดกับคนอย่างเฟิงหวง พูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นด้วย “แล้วนี่มึงจะกลับเลยไหม”“อืม คิดถึงลูก”“คิดถึงลูกอย่างเดียวเหรอ”“คิดถึงเมียด้วย”“เมียเก่า”“เออเมียเก่า กูจะทำอะไรได้เมียเก่าอยากเป็นเมียเก่าไม่อยากเป็นเมียกู”“พยายามเข้าไว้เดี๋ยวก็สำเร็จ”“แก่ก่อนสำเร็จ”“อันนั้นก็ทำใจนะเพื่อน”“สรุปแล้วมึงให้กำลังใจกูอยู่ใช่ไหม”“ใช่สิ กูไม่ให้กำลังใจมึงตรงไหน”“เออ ให้ก็ให้” ให้เหมือนไม่ให้ ช่วยเหมือนไม่ช่วย ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ยังดีที่ยังได้คำปรึกษา ไม่อย่างนั้นคงอึดอัดตายครืด ครืด ครืด“ครับ” เฟิงหวงกดรับสายวีดีโอคอล แม้จะเป็นชื่อซานิที่โทรเข้ามา ทว่าคนโทรไม่ใช่เธอ(พ่อเฟิงจะกลับเมื่อไหร่คับ) เด็กชายของขวัญทำหน้าอ้อน“พ่อกำลังจะออกเดินกลับ แต่ว่าก่อนกลับพ่อต้องแวะไปที่นึงก่อน”(ที่ไหนคับ นานเปล่า)“น่าจะนานนะครับ”(ไม่คิดถึงลูกเหรอคับ)“คิดถึงสิครับ แต่จะไม่ให้พ่อซื้อของเล่นกลับไปฝากลูกชายเหรอครับ”(ซื้อสิคับ ซื้อ ๆ พ่อเฟิงซื้อมาฝากขวัญเยอะ ๆ เลยนะคับ เอาเยอะ ๆ เลย)
“มึงไปสืบมาว่าไอ้หน้าไหนมันยุ่งกับเมียกู” เฟิงหวงสั่งลูกน้องหลังจากที่ได้ข่าวมาว่าซานิมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น“สืบมาแล้วครับ”“ใคร”“คนนี้เป็นแค่หนุ่มขายบริการเท่านั้นครับ คนก่อน ๆ ก็เช่นกัน”“ฮะ?”“มึงจะฮะทำไม มึงไม่เข้าใจที่ลูกน้องมึงพูดเหรอ” ธีร์ท้วง“...”“มึงยังมีผู้หญิงอื่นเยอะแยะแล้วทำไมนิจะมีความอยากบ้างไม่ได้ นิก็แค่ไม่มีเป็นตัวเป็นตนก็เท่านั้น นิไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ขาดตกบกพร่องหน้าที่แม่ แล้วนิก็เป็นเมียเก่าไม่ใช่เมียมึง มึงกรุณาทำความเข้าใจให้ถูกด้วย มึงเป็นพ่อของลูกแต่ไม่ได้เป็นผัวครับเพื่อน อย่าลืมข้อตกลงที่มึงตกลงกับนิ อย่าทำให้นิลำบากใจ”“เรื่องพวกนี้มึงก็รู้เหรอไอ้ธีร์”“ใช่สิ ทำไมกูจะไม่รู้ นิไม่ใช่คนชอบมีความลับสักหน่อย”“มีตั้งแต่เมื่อไหร่”“อะไรของมึง”“ซานิมีผู้ชายใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่”“น่าจะหลังคลอดได้สองปีนะ นิเหงา ๆ ก็เลยหาที่ปลอบใจ”“เหงาไม่เลี้ยงลูกไปอะ ไปมีผู้ชายคนใหม่ทำไม”“มึงอย่ามาใช้ตรรกะเห็นแก่ตัวไอ้เฟิง มึงเลิกกับนิก็มีผู้หญิงอื่นและแต่งงานใหม่ ตอนนั้นนิตั้งท้องอย่างยากลำบากเพื่อที่จะให้ของขวัญคลอดออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด ขณะที่นิประคับประคองลูกตั
อาจจะเพราะของขวัญยังเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่รู้เดียงสาจึงไม่ได้คิดอะไรที่มันยุ่งยากเหมือนที่พวกผู้ใหญ่คิดกัน การยอมรับในตัวเฟิงหวงจึงไม่ใช่เรื่องยากนักเมื่อสองพ่อลูกจูงมือกันหายไปภายในห้องนั่งเล่น ที่ห้องโถงใหญ่จึงเหลือเพียงนางเอื้องดาวและซานิ นางเอื้องดาวยิ้มให้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปในทางที่ดี“แม่ขอบคุณหนูนิมากนะที่ยอมให้โอกาสเฟิงหวงได้ทำหน้าที่พ่อของขวัญ”“เป็นเรื่องที่หนูควรทำค่ะ” ต่อให้ไม่อยากทำก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ บางทีมันก็คงไม่ได้แย่อะไร แต่ที่แน่ใจเลยก็คือมันดีกว่าการที่ลูกชายเธอเป็นตัวเลือกถัดไปของคุณสมิง“ถึงจะอย่างนั้นแม่ก็ต้องขอบคุณความใจกว้างของหนูอยู่ดี ขอบคุณมาก ๆ นะหนูนิ”“ค่ะคุณแม่” ไม่รับไว้ก็คงจะขอบคุณอยู่อย่างนี้ว่าไปแล้วมีแม่ผัวไม่อคติก็ให้ความรู้สึกดี ๆ เหมือนกันถ้านางดีแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่เสียเวลาแบบนี้ เรื่องนี้เป็นความรู้สึกผิดที่ติดอยู่ในใจของนางเอื้องดาวและจะติดอยู่อย่างนี้ตลอดไปหลายเดือนต่อมา“แม่นิคับแม่นิ” เสียงลูกชายร้องอ้อน“ว่ายังไงครับสุดหล่อ” ซานิหันมายิ้มให้ลูกชายสุดที่รัก“เมื่อไหร่พ่อเฟิงจะมาคับ







