Masuk"โอ๊ย! ทำไมฝุ่นมันเยอะขนาดนี้วะเนี่ย"
เสียงสบถแว่วดังออกมาจากบ้านไม้เก่าๆ ทรุดโทรมของเดฟ อิงฟ้าในสภาพที่มัดผมเป็นมวยลวกๆ มีผ้าเช็ดหน้าผืนละสามพันมัดปิดจมูกเอาไว้ สวมเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงเจเจขาสั้น ที่สั้นจนเห็นแก้มก้นอยู่รำไร ในมือถือไม้ขนไก่สะบัดไปมาบนผนังไม้
หลังจากที่เมื่อวานเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเดฟที่มันแทบจะเรียกว่าที่นอนไม่ได้ เป็นแค่เสื่อน้ำมันเก่าๆ กับหมอนที่เหลืองจนไม่รู้จะเหลืองอย่างไง
จนอิงฟ้านอนไม่หลับ เช้ามืดวันนี้พอเห็นเดฟขี่มอเตอร์ไซค์เก่าๆ ออกไปทำงานก่อสร้าง เธอก็จัดการโทรสั่งของจากในตัวเมืองทันที
"มาส่งเลยพี่! ที่นอนสปริงอย่างดี หมอนผ้าปูผ้าห่มหนาๆ เสื้อผ้าไซส์ XL เอามาให้หมด จ่ายสดไม่อั้นเลยคะพี่"
ตอนนี้บ้านของเดฟถูกทำความสะอาดอย่างดี อิงฟ้าถูพื้นไม้จนมันเงาวับ เธอขัดหน้าต่างสังกะสี ล้างจานชามที่มีอยู่หยิบมือ และจัดระเบียบของใช้ที่วางระเกะระกะให้เข้าที่เข้าทาง
"คนอะไรอยู่บ้านได้ซกมกขนาดนี้วะเนี่ย แต่ก็นะ...ตัวคนเดียว แถมต้องหาเช้ากินค่ำ ใครจะมามีเวลาทำ"
อิงฟ้าพึมพำกับตัวเอง สายตาก็มองไปที่ผนังบ้านที่มีรูปถ่ายเก่าๆ ของยายเขาที่เสียไปแล้ว
"พี่ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปนี้อิงจะดูแลพี่เอง...แบบที่พี่ไม่เต็มใจนั่นแหละ!"
ผ่านไปสามชั่วโมง บ้านไม้เก่าๆ ก็ดูเปลี่ยนไป ที่นอนสปริงหนานุ่มถูกปูแทนเสื่อน้ำมัน ผ้าห่มนวมสีเทาสะอาดตาถูกพับอย่างดี หมอนขนเป็ดสองใบวางเด่นเป็นสง่า แถมเธอยังอุตส่าห์ซื้อราวแขวนผ้าเล็กๆ มาวางไว้ และแขวนเสื้อยืดเนื้อผ้าดีๆ ที่เธอสั่งมาให้เขาอีกเกือบสิบตัว
"หื้ม... ดูดีขึ้นเยอะเลยแฮะ" อิงฟ้ายืนปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม
เธอก้มลงเก็บกวาดทุกซอกทุกมุม แม้แต่ใต้แคร่ไม้ที่เคยมีขวดเหล้าขาวเปล่าๆ วางอยู่ เธอก็จัดการโกยลงถุงดำหมด
"เหล้าก็กิน บุหรี่ก็สูบ สงสัยจะตายก่อนได้เมีย…"
ขณะที่เธอกำลังก้มๆ เงยๆ จัดรองเท้าเน่าๆ ของเขาให้เข้าคู่กัน จมูกเจ้ากรรมก็ได้กลิ่นสบู่นกแก้วจางๆ ที่ติดอยู่บนฟูกเก่าที่เธอพึ่งโละทิ้ง อิงฟ้าหยิบหมอนใบเก่าของเขาขึ้นมา ที่เธอยังไม่ได้เอาไปทิ้งแล้วเผลอเอามาสูดดมเบาๆ
"กลิ่นตัวพี่...อิงชอบมากเลยว่ะ"
ภาพผ้าขาวม้าผืนเดียวเมื่อวานลอยเข้ามาในหัวทันที ความนูนที่มันเด่นชัดภายใต้ผ้าผืนนั้นทำเอาอิงฟ้าหน้าร้อนวูบวาบ
"เห๊ย…มึงเป็นเจ้าของคาเฟ่ร้อยล้านนะ จะมาทำตัวโรคจิตดมหมอนผู้ชายไม่ได้!" เธอด่าตัวเองเสียงดังแล้วรีบโยนหมอนลงถุงดำทันที
@เวลา 16:40 นาฬิกา
แสงแดดอ่อนๆ เริ่มลับขอบฟ้า อิงฟ้าเตรียมตัวเผ่นกลับบ้านตัวเองเพราะกลัวเดฟจะกลับมาเห็นสภาพเธอตอนนี้ที่หัวฟูเปื้อนฝุ่น แต่ยังไม่ทันจะก้าวลงบันได เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ ก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน
บรื้นนนน... กึก!
"ชิบหายแล้วไงกู!"
เธอรีบหลบเข้าไปข้างประตูทันที
เดฟเดินขึ้นบ้านมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เสื้อผ้าเปื้อนเหงื่อและคราบปูนไปหมด เขาถอดรองเท้าแตะแล้วก้าวขึ้นบ้านมาด้วยความชินชา แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นสภาพบ้านตัวเอง เขาก็ชะงักกึกจนรองเท้าที่ถือมาแทบหลุดจากมือ
"นี่มัน... เหี้ยอะไรวะเนี่ย?"
เดฟขยี้ตาตัวเองหลายที บ้านที่เคยรกและมืดครึ้ม ตอนนี้สว่างไสว สะอาดสะอ้านจนเขาไม่กล้าเหยียบเท้าเปื้อนๆ ลงไป ที่สำคัญ... ไอ้ก้อนขาวๆ หนาๆ ที่วางอยู่กลางบ้านนั่นมันคือที่นอนใช่ไหม? แล้วเสื้อผ้าพวกนั้นอีก?
"เซอร์ไพรส์ค่ะพี่เดฟ!"
อิงฟ้ากระโดดออกมาจากหลังประตูพร้อมรอยยิ้มแฉ่ง แม้หน้าจะมีรอยเขม่าติดอยู่จางๆ ที่แก้มขาวของเธอ
เดฟหันขวับมามองเธอ สายตาคมกริบเปลี่ยนจากความมึนงงเป็นความโกรธทันที
"อิงฟ้า กูบอกมึงว่าไง? ใครอนุญาตให้มึงเข้ามาวุ่นวายในบ้านกู"
"โห พี่เดฟดูสภาพบ้านพี่สิ อยู่ไปได้ไงอุดอู้ขนาดนั้น อิงแค่ช่วยทำความสะอาด แล้วก็ซื้อของใช้ที่จำเป็นมาให้เอง ไม่เห็นต้องโมโหขนาดนี้เลย"
อิงฟ้ายืนกอดอกเถียงกลับ ท้าทายสายตาดุๆ ของเขา
"กูไม่ต้องการ เอาของพวกนี้ออกไปให้หมด!"
เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเธอจนอิงฟ้าต้องถอยหลังไป
"มึงคิดว่ามึงมีเงินแล้วจะมาดูถูกกูยังไงก็ได้เหรออิงฟ้า มึงคิดว่ากูขอทานเหรอถึงเอาของพวกนี้มาฟาดหัวกู?"
"อิงไม่ได้ดูถูกนะพี่ อิงสงสาร... ไม่ใช่สิ อิงเป็นห่วงต่างหาก" อิงฟ้าเสียงอ่อนลง
"พี่ต้องนอนเสื่อแข็งๆ แบกปูนมาทั้งวันไม่ปวดหลังหรือไง เสื้อผ้าก็ขาดหมดแล้ว ใส่ของดีๆ บ้างมันจะตายไหมพี่?"
"กูไม่ตาย แต่กูจะตายเพราะความรุ่มร่ามของมึงนี่แหละ!"
เดฟกระชากแขนอิงฟ้าให้เดินไปที่ประตู
"ออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ และอย่ากลับมาที่นี่อีก ถ้ามึงยังอยากให้กูมองมึงเป็นคนรู้จักอยู่"
"ไม่! ถ้าพี่ไม่ยอมรับของพวกนี้ อิงก็ไม่ไป!"
เธอพยายามขืนตัวไว้ แต่แรงของผู้ชายตัวใหญ่ที่ทำงานก่อสร้างมาทั้งวันมีหรือที่เธอจะสู้ได้
จังหวะที่เดฟพยายามลากเธอออกไป ทั้งคู่ก็เสียหลัก อิงฟ้าเท้าลื่นพื้นไม้ที่เธอเพิ่งถูจนเงา ล้มคะมำลงไปบนที่นอนสปริงหนานุ่มที่เธอพึ่งซื้อมาให้ และเดฟที่จับแขนเธอไว้ก็เสียหลักล้มทับลงมาตามแรงโน้มถ่วงพอดิบพอดี
ตุ้บ!
ร่างหนาหนักกดทับลงบนตัวของเธอ กลิ่นเหงื่อของลูกผู้ชายปะทะกับกลิ่นน้ำหอมของอิงฟ้าจนนัวเนียไปหมด หน้าของเดฟซุกอยู่ตรงซอกคอขาวเนียนพอดี ขณะที่หน้าอกอวบอิ่มของอิงฟ้าก็บดเบียดกับแผงอกแกร่งของเขาจนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่
"พี่เดฟ..."
ความนิ่งขรึมของเดฟหายวับไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างที่เริ่มตื่นขึ้น มือหนาที่เคยกดแขนเธอไว้เปลี่ยนเป็นบีบเบาๆ ความนุ่มนวลของที่นอนและความหอมของร่างบางตรงหน้าทำให้เขาเกือบลืมตัว...
ลมหายใจอุ่นร้อนอยู่ตรงลำคอขาวระหง ความนุ่มหยุ่นจากทรวงอกอิ่มที่บดเบียดอยู่ใต้แผงอกทำให้เลือดในกายของชายหนุ่มฉีดพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน กลิ่นกายของอิงฟ้านั้นหอมฟุ้งจนเขามึนหัว มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุน แต่มันคือกลิ่นกายสาวที่เย้ายวนชวนให้สติหลุดลอย
"พี่เดฟ... ปล่อยอิงสิ พี่ล้มทับอิง อิงหนักนะ"
อิงฟ้าประท้วงเสียงแผ่ว แต่เธอกลับไม่ได้ผลักเขาออก มือเรียวเผลอวางลงบนไหล่หนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
เดฟเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบประสานเข้ากับดวงตากลมอ้อนวอนของคนใต้ร่าง ในระยะประชิดแบบนี้เขาเห็นความสวยของเธอชัดเจนกว่าทุกครั้ง ผิวหน้าเนียนละเอียด ริมฝีปากอิ่มสีชมพูที่เผยอนิดๆ เหมือนกำลังเชิญชวน
ทำให้เดฟเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขาสัมผัสได้ถึงความตื่นตัวของบางอย่างที่กลางกายที่มันเริ่มดันผ้ากางเกงยีนส์หนาๆ ออกมาประท้วงจนเขารู้สึกปวดหนึบ
"กูบอกให้มึงกลับบ้านไปไง... มึงจะรั้นไปถึงไหนอิงฟ้า"
"ก็พี่ดื้อใส่อิงก่อนทำไมล่ะ อิงตั้งใจทำให้นะพี่... ดูสิ ที่นอนนุ่มจะตาย พี่ไม่อยากนอนจริงๆ เหรอ?"
คนใต้ร่างเริ่มใช้ลูกอ้อน ขยับตัวนิดหน่อยเพื่อให้เขารู้สึกถึงความนิ่มนวลของเธอ
"อิง! มึงหยุดขยับเดี๋ยวนี้"
เดฟกัดฟันกรอด พยายามสะกดกั้นอารมณ์ดิบที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่
"มึงไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน กูก็ผู้ชายนะ... แถมยังเป็นไอ้ขี้คุกที่ไม่ได้เจอผู้หญิงมา 5 ปี มึงอยากจะโดนกูปล้ำตายคาบ้านหรืออย่างไง?"
อิงฟ้าชะงักไปนิดเมื่อเห็นสายตาที่มีความต้องการของเดฟ แต่ความปากดีของเธอก็ยังทำงาน
"ก็ถ้าเป็นพี่เดฟ... อิงก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่นา"
"มึงมันบ้าวะอิงฟ้า เป็นผู้หญิงสะเปล่า!"
เดฟรีบยันตัวลุกขึ้น เขาเดินหันหลังไปเกาะขอบหน้าต่าง พยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่เกือบจะเตลิด
"กลับไปบ้านไปอิงฟ้า... ก่อนที่กูจะทำอะไรที่มันมากไปกว่านี้ ของพวกนี้กูจะรับไว้ก็ได้ แต่ต่อไปนี้ห้ามมึงเข้ามาในบ้านกูตอนกูไม่อยู่เด็ดขาด"
อิงฟ้ายิ้มกริ่ม ลุกขึ้นนั่งบนที่นอนหลังใหม่พลางจัดเสื้อให้เข้าที่
"โอเคค่ะพี่เดฟ รับปากแล้วนะห้ามคืนคำล่ะ... งั้นเย็นนี้อิงกลับก่อนก็ได้ แต่พรุ่งนี้เช้าอิงจะเอาโจ๊กมาให้นะ!"
"ไม่ต้องเอามา!"
เดฟตะโกนตามหลัง แต่อิงฟ้าวิ่งลงบันไดบ้านไปเรียบร้อยแล้วพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก
เดฟมองตามร่างระหงที่เดินข้ามฝั่งไปบ้านตัวเองด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนในอก เขาหันมามองที่นอนสปริงราคาแพงแล้วทรุดตัวลงนั่ง ความนุ่มของมันต่างจากเสื่อน้ำมันที่เขาเคยนอนราวฟ้ากับเหว เขาเอนตัวลงนอนสูดกลิ่นหอมที่อิงฟ้าทิ้งไว้จางๆ บนหมอน
"กูจะทนความรั้นของมึงได้นานแค่ไหนวะอิงฟ้า"
เขาพึมพำกับตัวเอง มือหนาลูบไล้รอยสักที่ลำคอเบาๆ ในใจเริ่มหวั่นไหวกับความสดใสที่เข้ามาแทรกซึมในชีวิตมืดมนของเขาเสียแล้ว
มีอีบุ๊คใน m*b แล้วน้า📚
*
*
*
*
พูดคุยกับคุณนักอ่าน
เอ๊ะ….อะไรของอิพี่มันตื่นคะ ทำเป็นปากแข็งเนอะ 555🤤
ส่วนยัยน้องก็น่ารักเนอะ….มีความเป็นห่วงพี่เขาอีก
ถ้าอ่านถูกจริตแล้วฝากเพิ่มเข้าชั้นด้วยน้าาา เพราะตอนต่อๆ ไป บักเดฟมัน Hotttt ม๊ากกกกกกกก🔥
อย่าลืมคอมเมนท์ แค่สติ๊กเกอร์คนละดวงก็ได้น้า แล้วกดใจด้วยยยยเด้ออออออ❤️
1 ปีหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ป่าห้วยเสือหมอบ บาดแผลทางกายของเขาได้จางหายเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นแขนซ้าย เดฟตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะไม่ย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ ตามคำชวนครั้งแรกของอิงฟ้า เขาค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้กลิ่นดิน กลิ่นสาบควาย และการเห็นรวงข้าวสีทองในบ้านเกิด ส่วน อิงฟ้า เมื่อเธอเห็นความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม จึงตัดสินใจกลับมาใช้ความรู้ที่ติดตัวมา พัฒนาที่ดินดั้งเดิมของยายเข็มให้กลายเป็น ฟาร์มสเตย์ & คาเฟ่ โดยปล่อยให้คาเฟ่สาขาทั่วกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การดูแลของแม่เธอที่เริ่มสนุกกับการบริหารธุรกิจบรรยากาศยามเย็นที่บ้านนอกแสงอาทิตย์สีส้มทองกระจายไปทั่วท้องทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของรวงข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวลอยละล่องมาปะทะจมูก ตัวคาเฟ่ไม้ดีไซน์ทันสมัยแต่กลมกลืนกับธรรมชาติถูกเติมเต็มด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาสัมผัสความสงบเดฟในวันนี้ดูภูมิฐานขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เขาไม่ได้อยู่ในชุดมอมแมมเหมือนวันวาน แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยสูทลำลองสีน้ำตาลอ่อน กางเกงสแล็คเข้ารูปดูดีจนจ่อยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ยังอดแซวไม่ได้ "พี่เดฟวันนี้หล่อเป็นพิเศษ
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่เสียงเครื่องช่วยหายใจกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอิงฟ้า ห้องพักฟื้นพิเศษในโรงพยาบาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งของความคิดและความกังวลที่ถมทับอยู่บนบ่าเล็กๆ ของหญิงสาวอิงฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือของเธอกุมมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักของ เดฟ ไว้แน่น ตอนนี้มือคู่นั้นกลับดูซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังของเขาเริ่มกลับมามีเลือดฝาดบ้างเล็กน้อยหลังจากได้รับเลือดทดแทน แต่ดวงตาคมเข้มกลับยังคงปิดสนิท"พี่เดฟ... หนึ่งอาทิตย์แล้วนะที่พี่หลับไปแบบนี้ รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว" คนตัวเล็กกระซิบแผ่วเบาพลางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไล้ไปตามแขนที่ไม่ได้ถูกพันแผล "พี่หายดีเราจะได้ไปอยู่กรุงเทพฯ กันไง แต่ถ้าพี่ดื้อไม่ไปอิงก็จะมาอยู่นี่ถาวรเลย"หยดน้ำตาของเธอหยดร่วงลงบนหลังมือของชายหนุ่ม อิงฟ้ารีบปาดมันออก เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เพราะกลัวว่าถ้าเขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ แล้วจะคิดมากแก๊ก... เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกเบาๆ ยายเข็ม เดินถือปิ่นโตเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ใบหน้าของหญิงชราดูอิดโรยแต่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้หลานสาว"อิงลูก... กินข้าวหน่อยไหม
การค้นหาครั้งสุดท้ายกลางดึกแสงไฟสปอร์ตไลท์หลายสิบดวงสาดส่องไปทางซอกหินที่เจ้าบราวน์พยายามจะมุ่งหน้าไป ทีมค้นหาต้องใช้มีดพร้าฟันเถาวัลย์ที่รกและยังต้องปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินที่ลื่นแฉะจากฝนเมื่อวันก่อนอีก"ตรงนั้น! ในซอกนั้นมีช่องว่าง!" จ่อยที่วิ่งตามสุนัขตำรวจไปติดๆ ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ แสงไฟฉายสาดไปเจอรูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์หนา ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางเห็นเลยเจ้าบราวน์มุดเข้าไปทันทีพร้อมเสียงขู่คำรามในลำคอที่บอกถึงความตื่นเต้น ทีมกู้ภัยรีบมุดตามเข้าไปในถ้ำที่คับแคบและมีแต่ความอับชื้น กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเสียที่ชวนคลื่นไส้"สาดไฟไปทางขวาสิ! นั่นมัน...!"ท่ามกลางแสงไฟที่ตัดผ่านความมืด ทุกคนถึงกับชะงัก ร่างหนาของเดฟนอนสงบนิ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังถ้ำ สภาพของเขาดูไม่ได้เลย เสื้อยืดที่ขาดรุ่งริ่งเปื้อนไปด้วยเลือดและหนอง ใบหน้าซูบตอบและซีดเผือดจนเป็นสีเทา"พี่เดฟ!!!" จ่อยถลาเข้าไปหาคนแรก แต่นายกู้ภัยดึงตัวไว้ "ใจเย็นน้อง! อย่าเพิ่งขยับตัวเขา!"กู้ภัยรีบเอานิ้วแตะที่ข้างลำคอที่มันเย็น ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนหยุดนิ่ง พ่อวัดที่ตามเข้ามาถึงกับกลั
บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการชั่วคราวริมชายป่าเริ่มปกคลุมไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าในวันที่สองเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะจบไปอีกหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายเดินกลับออกมาจากแนวป่าด้วยสภาพอิดโรย บางคนถึงกับถอดหมวกออกแล้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณที่รู้กันว่า โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์"ผู้กองครับ ผมว่าเราต้องประเมินสถานการณ์ใหม่" หัวหน้าชุดกู้ภัยเดินเข้ามาพูดด้วยเสียงหม่นลง"หายไปสองวันเต็มๆ กับแผลถูกยิงที่เสียเลือดมากขนาดนั้น ไหนจะเรื่องการขาดน้ำและติดเชื้อในป่าที่ชื้นแบบนี้... ในทางทฤษฎี ร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะทนไหวแล้วครับ"คำพูดนั้นไม่ได้เบาพอที่จะรอดพ้นหูของอิงฟ้า เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เริ่มเก็บอุปกรณ์"หมายความว่ายังไงคะ... พวกคุณจะหยุดหาเหรอ?" "ไม่ใช่จะหยุดครับคุณอิงฟ้า แต่เราอาจจะต้องเปลี่ยนจากชุดค้นหาผู้ประสบภัย เป็นการค้นหา... ร่างผู้เสียชีวิตแทนในวันพรุ่งนี้" ผู้กองตอบด้วยความลำบากใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงตรงหน้าพวกลูกน้องเสี่ยชัยที่ถูกจับได้บางส่วนต่างก็ให้การตรงกันว่าเห็นเดฟถูกยิงเข้า
ภายในความมืดมิดของถ้ำเล็กๆ ชายป่าห้วยเสือหมอบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่คับแคบและชื้นแฉะ เดฟ นั่งพิงโขดหินที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหนาวของลมป่ายามค่ำคืนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสภาวะช็อกจากการเสียเลือดที่ดำเนินมาหลายชั่วโมงบาดแผลที่ต้นแขนซ้ายซึ่งถูกกระสุนเจาะทะลุ บัดนี้เนื้อรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำและบวมเป่ง เลือดสีแดงคล้ำยังคงซึมไหลผ่านรอยฉีกขาดของเสื้อยืดที่เขาพยายามฉีกมาพันแผลไว้แต่มันชุ่มจนไม่อาจซับน้ำเหลืองและเลือดได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาขยับตัว ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าสู่ไขสันหลังเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน จนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เพราะรู้ดีว่าพวกหมาหมู่ของเสี่ยชัยกำลังวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้"อึก... อิง..."เดฟพึมพำชื่อหญิงสาวคนรักด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า สติของเขาสลัว ๆ เหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับลง แสงไฟจากกระบอกไฟฉายของพวกมันวูบวาบไปมาอยู่ด้านนอกถ้ำ ลอดผ่านเถาวัลย์ที่ปกคลุมปากทางเข้าเข้ามาเป็นระยะ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งดัง กรอบแกรบ ใกล้เข้ามาทุกที‘กูจะตายที่นี่ไม่ไ
หลังจากอิงฟ้าเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พ่อวัดขับรถมาส่งเธอถึงที่คอนโดหรูกลางเมืองก่อนจะแยกตัวไปทำธุระต่อ ร่างบางเดินลากกระเป๋าเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า แม้กายจะถึงที่พัก แต่ใจของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับชายหนุ่มที่ทุ่งนาคนนั้นอยู่เลยเธอวางของทิ้งไว้บนโซฟา แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แต่ในจังหวะที่เดินผ่านโต๊ะข้างเตียง ลมโกรกจากหน้าต่างที่ลืมปิดก็พัดวูบเข้ามาแรงๆ จนผ้าม่านสะบัดไปโดนกรอบรูปกระจกที่ตั้งอยู่เพล้ง!เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น อิงฟ้าสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบก้มลงไปมองรูปในกรอบนั้น... มันเป็นรูปคู่ใบเดียวที่เธอแอบถ่ายกับเดฟตอนที่เขากำลังเผลอยิ้ม ซึ่งเธอเพิ่งจะเอามาวางไว้ตรงนี้เอง รอยร้าวของกระจกบาดลึกผ่านใบหน้าของเดฟในรูปพอดี"โอ๊ย..."อิงฟ้าบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือจะไปเก็บเศษกระจก แต่ปลายนิ้วกลับโดนด้านคมกระจกบาดจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเธอมองหยดเลือดที่ไหลลงบนรูปเดฟด้วยความรู้สึกโหวงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ลางสังหรณ์บางอย่างที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ กำลังร้องเตือนเธอว่ามีบางอย







