LOGINตีห้าสี่สิบห้า... อิงฟ้าในสภาพหัวฟูครึ่งหนึ่งสวยครึ่งหนึ่งกำลังพยายามงัดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมา เพราะวันนี้เป็นวันพระใหญ่ และที่สำคัญคือยายของเธออาการดีขึ้นจนเกือบจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ยายลุกมานั่งอาบน้ำประแป้งจนตัวขาววอก เตรียมดอกบัวที่เพิ่งเด็ดจากสระหลังบ้านใส่พานไว้อย่างประณีต
"อิง... ไปตามเจ้าเดฟมันมาด้วยไป บอกว่ายายชวนไปวัด ไปรับศีลรับพรซะบ้างจะได้เฮงๆ"
ยายตะโกนสั่งมาจากหน้าบ้าน
อิงฟ้าล้างหน้าล้างตาแบบรีบๆ เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งข้ามฝั่งไปที่บ้านไม้หลังเก่าของเดฟที่ตอนนี้ดูสะอาดสะอ้านขึ้นผิดตา
เธอปีนบันไดบ้านไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดขึ้นไป เห็นเดฟยังนอนเอาแขนก่ายหน้าผากอยู่บนที่นอนสปริงใหม่เอี่ยมที่เธอเพิ่งถอยให้เมื่อวาน
ร่างสูงใหญ่ในสภาพกางเกงเจเจตัวเดียวโชว์กล้ามท้องเป็นลอนสวย แถมตรงกลางเป้ากางเกงยังมีอะไรที่มันชี้หน้าเธอขึ้นมาอีก อิงฟ้าพยายามไม่สนใจ แต่ก็แอบกลืนน้ำลายลงคอไปหลายรอบเหมือนกัน
"พี่เดฟ ตื่น พี่เดฟโว้ยยย!"
อิงฟ้าเข้าไปใกล้แล้วเขย่าขาหนาๆ ของเขาแรงๆ
"อือออ... กวนเหี้ยไรแต่เช้าวะคนจะนอน"
เสียงทุ้มแหบพร่าพึมพำอย่างงัวเงีย เดฟลืมตาขึ้นมาเห็นใบหน้าขาวใสของอิงฟ้าที่ก้มลงมาเกือบชิด เขาขมวดคิ้วยุ่ง แล้วจับผ้าห่มคลุมตรงกางเกงเอาไว้
"มึงเข้ามาทำไมเนี่ย เห้อ…"
"ตื่นเลยพี่ วันนี้วันพระ ยายชวนไปวัด ไปทำบุญล้างซวยบ้าง เผื่อไอ้เลข 94 ตรงคอพี่จะกลายเป็นเลขมงคลให้ถูกหวยกะเขาบ้าง"
"ไม่ไป... กูไม่ชอบวัด วัดไม่ชอบคนอย่างกู"
เดฟพลิกตัวหนี เตรียมจะนอนต่อ
"ไม่ได้! พี่ขัดใจอิงได้ แต่อย่าขัดใจยายนะ ยายบอกถ้าพี่ไม่ไป ยายจะเดินไปลากพี่เอง"
คนตัวโตถอนหายใจยาว เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งจนผ้าห่มนวมร่นลงมากองที่เอวสอบ เผยให้เห็นไรขนจางๆที่หน้าท้องจนอิงฟ้าต้องแอบกลืนน้ำลายอีกรอบ
"เออๆ ไปก็ไป ยายมึงนี่กูขัดใจไม่ได้จริงๆ"
@เวลา 07:00 น. หน้าบ้าน
เดฟเดินออกมาจากบ้านในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนที่อิงฟ้าซื้อให้เมื่อวาน มันพอดีตัวจนเน้นมัดกล้ามและรอยสักตรงลำคอให้ดูเด่นขึ้นไปอีก เขาขยี้ตาพยายามเรียกสติ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นอิงฟ้า เขาก็ถึงกับชะงักกึก
"มองอะไรขนาดนั้นคะพี่เดฟ สวยล่ะสิ"
อิงฟ้าวันนี้มาในลุคกุลสตรีไทย เธอสวมเสื้อลูกไม้แขนตุ๊กตาสีขาวสะอาดตา คอเสื้อกว้างพอให้เห็นผิวเนียนละเอียด นุ่งผ้าถุงลายไทยทอมือสีน้ำเงินครามที่รัดจนเห็นเอวคอดและสะโพกผายทรงนาฬิกาทรายอย่างชัดเจน ผมยาวถูกรวบครึ่งศีรษะดูสง่า
เดฟไม่พูดอะไร เขาได้แต่มองนิ่งๆ สายตาไล่ตั้งแต่ใบหน้าสวยไปจนถึงปลายตีน
"เออ... ก็ดูเป็นผู้เป็นคนดี"
"เป็นผู้เป็นคนอะไรล่ะ สวยระดับนางฟ้าต่างหาก!"
"ไปพี่ ขึ้นรถอิงไป เดี๋ยวขับไปส่งถึงหน้าศาลาเลย "
เดฟพยุงยายเข็มขึ้นไปนั่งเบาะหลังรถเบนซ์คันหรูที่จอดเด่นสง่าอยู่ท่ามกลางบ้าน เขาขมวดคิ้ว
"มึงเอารถคันนี้ไปเนี่ยนะ ชาวบ้านเขาได้แตกตื่นกันพอดี"
"ช่างเขาเถอะพี่ อิงมีเงิน อิงจะขับอะไรก็ได้"
อิงฟ้าตบเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่วัดประจำหมู่บ้านทันที
@ณ วัดโคกสำราญ
ทันทีที่รถเบนซ์สีขาวเงาวับเลี้ยวเข้ามาในเขตวัด ชาวบ้านที่กำลังหามสำรับกับข้าวอยู่บนศาลาต่างก็หยุด มองกันตาค้าง อิงฟ้าก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ เธอเดินไปฝั่งคนนั่งแล้วจูงมือยายเข็มลงมา
ส่วนเดฟเดินตามหลังมาติดๆ ด้วยท่าทางนิ่งขรึม มือล้วงกระเป๋า แววตาดุดันบวกกับรอยสักทำให้เขาดูเหมือนมาเฟียคุมงานวัดมากกว่าจะมาทำบุญ
"นั่นอีอิง หลานยายเข็มนี่นา สวยหยาดเยิ้มเลยมึง"
"แล้วนั่น... ไอ้เดฟขี้คุกไม่ใช่เหรอ ทำไมมันมากับเขาวะ"
เสียงซุบซิบนินทาดังออกมาจากปากชาวบ้าน แต่อิงฟ้าไม่สน เธอเห็นไอ้พวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านรวมถึงลูกกำนันที่ชื่อไอ้หวัง มองเธอตาปรอย บางคนแทบจะเดินเข้ามาชนเดฟเพื่อจะมองหน้าอิงฟ้าให้ชัดๆ
อิงฟ้าเห็นดังนั้นเลยคว้าแขนกำยำของเดฟมาควงหมับ!
"อุ๊ย พี่เดฟจ๋า อิงว่าตรงนั้นแดดร้อน เราไปนั่งในศาลากันเถอะค่ะ"
"ปล่อย... คนมอง" เขากระซิบกอดไรฟัน
"มองก็มองไปสิ ใครจะทำไม หรือพี่จะให้ไอ้พวกหน้าจืดนั่นมาควงอิงแทน?"
อิงฟ้าเชิดหน้า เดินลากเดฟ กับยายเข้าไปนั่งแถวหน้าสุดของศาลา
ถึงเวลาตักบาตรพระ อิงฟ้าจัดแจงวางข้าวลงตรงหน้า เธอขยับเข้าไปใกล้เดฟจนไหล่เบียดกัน
"พี่เดฟ... มาจับทัพพีใส่บาตรด้วยกันมา ยายบอกว่าใส่บาตรด้วยกัน ชาติหน้าจะได้เกิดมาคู่กันอีก"
"กูไม่อยากเจอมีมึงแล้วชาติหน้า แค่ชาตินี้กูก็จะบ้าตายเพราะความดื้อของมึงเนี่ย"
เดฟบ่นแต่ก็ยอมยื่นมือหนาหยาบกร้านมาจับทัพพี
"จับตรงนี้นะพี่"
อิงฟ้าไม่พูดเปล่า เธอเอาฝ่ามือนุ่มๆ ของเธอวางทับลงบนหลังมือของเขาที่มีเส้นเลือดปูดนูน สัมผัสอุ่นๆ ทำเอาเดฟใจกระตุก เขารู้สึกได้ถึงความนิ่มนวลที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจที่มันแข็งกระด้างมานาน
"มึงจะจับมือกูทำไมเนี่ย จับทัพพีสิอิงฟ้า!"
เดฟเถียงเสียงเบา ใบหน้าเข้มเริ่มมีสีแดงจางๆ ลามไปถึงหู
"ก็จับทัพพีนี่ไง แต่มีมือพี่เป็นที่ยึดเฉยๆ พี่นี่ขี้บ่นจังเลยนะ สงสัยชาติก่อนเป็นตาแก่"
อิงฟ้าทำหน้าทะเล้นใส่
"เอ้า... สาธุสิพี่ สาธุขอให้อิงสวยขึ้นรวยขึ้น และขอให้พี่เดฟ เลิกดุอิงสักที"
เดฟไม่ได้พูดอะไร เขาปล่อยให้เธอนำทางทัพพีตักข้าวใส่บาตรพระจนเสร็จ สายตาเขามองมือเล็กๆ ที่กุมมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ความรู้สึกอยากจะปกป้องผู้หญิงคนนี้มันเริ่มก่อตัวขึ้นในอกแบบที่เขาเองก็ตั้งตัวไม่ทัน
ทั้งสามคนนั่งลงบนเสื่อผืนใหญ่ อิงฟ้านั่งพับเพียบเรียบร้อย แต่อกกระเพื่อมตามจังหวะหายใจจนเดฟต้องแกล้งหันไปมองนกมองไม้ พระอาจารย์เริ่มสวดมนต์และเทศนาธรรมเรื่องอดีตที่ผ่านไปและการให้โอกาส
เดฟนั่งขัดสมาธินิ่ง สายตาเหม่อลอยมองไปที่องค์พระประธาน เขาคิดถึงวันที่เขาต้องอยู่ในกรงขังมืดๆ วันที่ไม่มีใครเชื่อใจเขา และวันที่คนในหมู่บ้านตราหน้าว่าเขาเป็นไอ้ขี้คุก แต่อยู่ๆ สัมผัสเบาๆ ที่หลังมือก็ทำให้เขาหลุดจากภวังค์
อิงฟ้าเอื้อมมือมาแตะหลังมือเขาเบาๆ พร้อมกับกระซิบ
"พี่เดฟ... ไม่ต้องไปฟังพวกปากหอยปากปูนะ พี่มียาย พี่มีอิง พี่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะรู้ไหม"
เดฟหันไปมองใบหน้าสวยที่ตอนนี้ดูจริงจัง เขาไม่ได้ชักมือหนีเหมือนทุกครั้ง แต่กลับพลิกมือขึ้นมาแล้วกุมมือเธอไว้หลวมๆ เป็นครั้งแรกท่ามกลางสายตาคนทั้งวัด
"อือ... ขอบใจนะ"
อิงฟ้าแทบจะกรี๊ดออกมากลางศาลาวัด พี่เดฟกุมมือเธอ แม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ก่อนที่เขาจะปล่อยมือเพราะพระเริ่มให้ศีลให้พร แต่มันก็ทำให้อิงฟ้ารู้ว่า กำแพงน้ำแข็งของคนข้างๆ เธอนี้เริ่มมีรอยร้าวเข้าให้แล้ว
"สาธุ... ขอให้ได้พี่เดฟเป็นผัวในเร็ววันด้วยเถิดเจ้าค่า" อิงฟ้าพึมพำเบาๆ ขณะกราบพระสามครั้งอย่างสวยงาม
เดฟที่หูผึ่งได้ยินเต็มสองหูถึงกับสะอึกน้ำมนต์ที่พระพึ่งพรมให้
"เด็กบ้า... มึงมาขออะไรในวัดในวาเนี่ย บาปหนาจริงๆ มึง"
*
*
*
*
พูดคุยกับคุณนักอ่าน
เกิดเป็นบักเดฟมันเหนื่อจิตเหนื่อยใจเนอะ5555
ยัยน้องก็เดินหน้าไม่ผ่อนแรงเลย อิๆๆ🤣
ถ้าอ่านถูกจริตแล้วฝากเพิ่มเข้าชั้นด้วยน้าาา เพราะตอนต่อๆ ไป บักเดฟมัน Hotttt ม๊ากกกกกกกก🔥
อย่าลืมคอมเมนท์ แค่สติ๊กเกอร์คนละดวงก็ได้น้า แล้วกดใจด้วยยยยเด้ออออออ❤️
1 ปีหลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ป่าห้วยเสือหมอบ บาดแผลทางกายของเขาได้จางหายเหลือเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นแขนซ้าย เดฟตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะไม่ย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ ตามคำชวนครั้งแรกของอิงฟ้า เขาค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้กลิ่นดิน กลิ่นสาบควาย และการเห็นรวงข้าวสีทองในบ้านเกิด ส่วน อิงฟ้า เมื่อเธอเห็นความมุ่งมั่นของชายหนุ่ม จึงตัดสินใจกลับมาใช้ความรู้ที่ติดตัวมา พัฒนาที่ดินดั้งเดิมของยายเข็มให้กลายเป็น ฟาร์มสเตย์ & คาเฟ่ โดยปล่อยให้คาเฟ่สาขาทั่วกรุงเทพฯ อยู่ภายใต้การดูแลของแม่เธอที่เริ่มสนุกกับการบริหารธุรกิจบรรยากาศยามเย็นที่บ้านนอกแสงอาทิตย์สีส้มทองกระจายไปทั่วท้องทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา ลมพัดเอื่อยๆ พาเอากลิ่นหอมของรวงข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวลอยละล่องมาปะทะจมูก ตัวคาเฟ่ไม้ดีไซน์ทันสมัยแต่กลมกลืนกับธรรมชาติถูกเติมเต็มด้วยลูกค้าที่แวะเวียนมาสัมผัสความสงบเดฟในวันนี้ดูภูมิฐานขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เขาไม่ได้อยู่ในชุดมอมแมมเหมือนวันวาน แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาคลุมทับด้วยสูทลำลองสีน้ำตาลอ่อน กางเกงสแล็คเข้ารูปดูดีจนจ่อยที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ยังอดแซวไม่ได้ "พี่เดฟวันนี้หล่อเป็นพิเศษ
หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่เสียงเครื่องช่วยหายใจกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอิงฟ้า ห้องพักฟื้นพิเศษในโรงพยาบาลที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งของความคิดและความกังวลที่ถมทับอยู่บนบ่าเล็กๆ ของหญิงสาวอิงฟ้านั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ มือของเธอกุมมือหยาบกร้านจากการทำงานหนักของ เดฟ ไว้แน่น ตอนนี้มือคู่นั้นกลับดูซูบซีดไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังของเขาเริ่มกลับมามีเลือดฝาดบ้างเล็กน้อยหลังจากได้รับเลือดทดแทน แต่ดวงตาคมเข้มกลับยังคงปิดสนิท"พี่เดฟ... หนึ่งอาทิตย์แล้วนะที่พี่หลับไปแบบนี้ รีบตื่นขึ้นมาได้แล้ว" คนตัวเล็กกระซิบแผ่วเบาพลางใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นลูบไล้ไปตามแขนที่ไม่ได้ถูกพันแผล "พี่หายดีเราจะได้ไปอยู่กรุงเทพฯ กันไง แต่ถ้าพี่ดื้อไม่ไปอิงก็จะมาอยู่นี่ถาวรเลย"หยดน้ำตาของเธอหยดร่วงลงบนหลังมือของชายหนุ่ม อิงฟ้ารีบปาดมันออก เธอสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เพราะกลัวว่าถ้าเขาได้ยินเสียงเธอร้องไห้ แล้วจะคิดมากแก๊ก... เสียงประตูห้องพักฟื้นเปิดออกเบาๆ ยายเข็ม เดินถือปิ่นโตเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าคู่ใจ ใบหน้าของหญิงชราดูอิดโรยแต่ยังคงพยายามส่งยิ้มให้หลานสาว"อิงลูก... กินข้าวหน่อยไหม
การค้นหาครั้งสุดท้ายกลางดึกแสงไฟสปอร์ตไลท์หลายสิบดวงสาดส่องไปทางซอกหินที่เจ้าบราวน์พยายามจะมุ่งหน้าไป ทีมค้นหาต้องใช้มีดพร้าฟันเถาวัลย์ที่รกและยังต้องปีนป่ายขึ้นไปบนโขดหินที่ลื่นแฉะจากฝนเมื่อวันก่อนอีก"ตรงนั้น! ในซอกนั้นมีช่องว่าง!" จ่อยที่วิ่งตามสุนัขตำรวจไปติดๆ ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ แสงไฟฉายสาดไปเจอรูเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังเถาวัลย์หนา ซึ่งหากไม่สังเกตดีๆ จะไม่มีทางเห็นเลยเจ้าบราวน์มุดเข้าไปทันทีพร้อมเสียงขู่คำรามในลำคอที่บอกถึงความตื่นเต้น ทีมกู้ภัยรีบมุดตามเข้าไปในถ้ำที่คับแคบและมีแต่ความอับชื้น กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นคาวเลือดที่เน่าเสียที่ชวนคลื่นไส้"สาดไฟไปทางขวาสิ! นั่นมัน...!"ท่ามกลางแสงไฟที่ตัดผ่านความมืด ทุกคนถึงกับชะงัก ร่างหนาของเดฟนอนสงบนิ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงผนังถ้ำ สภาพของเขาดูไม่ได้เลย เสื้อยืดที่ขาดรุ่งริ่งเปื้อนไปด้วยเลือดและหนอง ใบหน้าซูบตอบและซีดเผือดจนเป็นสีเทา"พี่เดฟ!!!" จ่อยถลาเข้าไปหาคนแรก แต่นายกู้ภัยดึงตัวไว้ "ใจเย็นน้อง! อย่าเพิ่งขยับตัวเขา!"กู้ภัยรีบเอานิ้วแตะที่ข้างลำคอที่มันเย็น ทุกวินาทีที่ผ่านไปเหมือนหยุดนิ่ง พ่อวัดที่ตามเข้ามาถึงกับกลั
บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการชั่วคราวริมชายป่าเริ่มปกคลุมไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าในวันที่สองเป็นสัญญาณเตือนว่ากำลังจะจบไปอีกหนึ่งวัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายนายเดินกลับออกมาจากแนวป่าด้วยสภาพอิดโรย บางคนถึงกับถอดหมวกออกแล้วส่ายหน้าช้าๆ เป็นสัญญาณที่รู้กันว่า โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์"ผู้กองครับ ผมว่าเราต้องประเมินสถานการณ์ใหม่" หัวหน้าชุดกู้ภัยเดินเข้ามาพูดด้วยเสียงหม่นลง"หายไปสองวันเต็มๆ กับแผลถูกยิงที่เสียเลือดมากขนาดนั้น ไหนจะเรื่องการขาดน้ำและติดเชื้อในป่าที่ชื้นแบบนี้... ในทางทฤษฎี ร่างกายมนุษย์ไม่น่าจะทนไหวแล้วครับ"คำพูดนั้นไม่ได้เบาพอที่จะรอดพ้นหูของอิงฟ้า เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมองกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เริ่มเก็บอุปกรณ์"หมายความว่ายังไงคะ... พวกคุณจะหยุดหาเหรอ?" "ไม่ใช่จะหยุดครับคุณอิงฟ้า แต่เราอาจจะต้องเปลี่ยนจากชุดค้นหาผู้ประสบภัย เป็นการค้นหา... ร่างผู้เสียชีวิตแทนในวันพรุ่งนี้" ผู้กองตอบด้วยความลำบากใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเห็นใจแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงตรงหน้าพวกลูกน้องเสี่ยชัยที่ถูกจับได้บางส่วนต่างก็ให้การตรงกันว่าเห็นเดฟถูกยิงเข้า
ภายในความมืดมิดของถ้ำเล็กๆ ชายป่าห้วยเสือหมอบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณที่คับแคบและชื้นแฉะ เดฟ นั่งพิงโขดหินที่เย็นเฉียบ ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหนาวของลมป่ายามค่ำคืนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะสภาวะช็อกจากการเสียเลือดที่ดำเนินมาหลายชั่วโมงบาดแผลที่ต้นแขนซ้ายซึ่งถูกกระสุนเจาะทะลุ บัดนี้เนื้อรอบๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงช้ำและบวมเป่ง เลือดสีแดงคล้ำยังคงซึมไหลผ่านรอยฉีกขาดของเสื้อยืดที่เขาพยายามฉีกมาพันแผลไว้แต่มันชุ่มจนไม่อาจซับน้ำเหลืองและเลือดได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาขยับตัว ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าสู่ไขสันหลังเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน จนเขาต้องกัดฟันกรอดเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา เพราะรู้ดีว่าพวกหมาหมู่ของเสี่ยชัยกำลังวนเวียนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้"อึก... อิง..."เดฟพึมพำชื่อหญิงสาวคนรักด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า สติของเขาสลัว ๆ เหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับลง แสงไฟจากกระบอกไฟฉายของพวกมันวูบวาบไปมาอยู่ด้านนอกถ้ำ ลอดผ่านเถาวัลย์ที่ปกคลุมปากทางเข้าเข้ามาเป็นระยะ เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งดัง กรอบแกรบ ใกล้เข้ามาทุกที‘กูจะตายที่นี่ไม่ไ
หลังจากอิงฟ้าเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พ่อวัดขับรถมาส่งเธอถึงที่คอนโดหรูกลางเมืองก่อนจะแยกตัวไปทำธุระต่อ ร่างบางเดินลากกระเป๋าเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า แม้กายจะถึงที่พัก แต่ใจของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับชายหนุ่มที่ทุ่งนาคนนั้นอยู่เลยเธอวางของทิ้งไว้บนโซฟา แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น แต่ในจังหวะที่เดินผ่านโต๊ะข้างเตียง ลมโกรกจากหน้าต่างที่ลืมปิดก็พัดวูบเข้ามาแรงๆ จนผ้าม่านสะบัดไปโดนกรอบรูปกระจกที่ตั้งอยู่เพล้ง!เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น อิงฟ้าสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รีบก้มลงไปมองรูปในกรอบนั้น... มันเป็นรูปคู่ใบเดียวที่เธอแอบถ่ายกับเดฟตอนที่เขากำลังเผลอยิ้ม ซึ่งเธอเพิ่งจะเอามาวางไว้ตรงนี้เอง รอยร้าวของกระจกบาดลึกผ่านใบหน้าของเดฟในรูปพอดี"โอ๊ย..."อิงฟ้าบ่นพึมพำพลางเอื้อมมือจะไปเก็บเศษกระจก แต่ปลายนิ้วกลับโดนด้านคมกระจกบาดจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเธอมองหยดเลือดที่ไหลลงบนรูปเดฟด้วยความรู้สึกโหวงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง ลางสังหรณ์บางอย่างที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ กำลังร้องเตือนเธอว่ามีบางอย







