MasukLove of Different Age
Chapter 10
“พวกเราก็ไม่ได้หลอกนะคะ ฉันเป็นหนึ่งในคู่ดูตัวของท่านลอร์ดจริงๆ เท่าที่ทราบมานอกจากได้ทัศนศึกษากับทางโรงเรียนแล้ว ก็ไม่เคยได้พักผ่อนเลย ถูกโกรธแบบนี้ไม่แปลกใจเลยค่ะ”
หล่อนตอบหน้าซื่อตาใสราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อข่าวพวกนี้แวดวงสังคมของที่นี่รับรู้กันทั่ว ว่าเธอคือหนึ่งในสิบว่าที่คู่ดูตัวของบุตรชายคนที่ห้าแห่งตระกูลแกรนด์ดยุค
ถึงจะเป็นคนที่ห้าไม่มีทางได้เป็นหัวหน้าตระกูลก็ตาม รวมถึงเส้นทางการเลือกใช้ชีวิตของท่านชายค่อนข้างอิสระ เหมาะสมกับบุตรสาวขุนนางหลายคนที่ไม่ชอบชีวิตฟาดฟันกับแวดวงสังคมยิ่งนัก
ตระกูลอลันมีลูกชายถึงสามคน นั่นคือท่านชายใหญ่ ท่านชายรอง และท่านชายเล็ก แต่กลับกลายเป็นว่าความเนื้อหอมตกมาสู่บุตรที่ไม่มีโอกาสได้แข่งขันผู้สืบทอดซะงั้น
“ช่วยไม่ได้ แอบตามคุ้มครองเงียบๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีเหตุอะไรแล้วกัน” มอร์ซินออกคำสั่งด้วยท่าทีเหนื่อยล้า ยังไงภารกิจนี้ต้องเสร็จสิ้นด้วยดี อยากทำผลงานได้และรอดพ้นจากแวดวงการเมืองสังคมเมืองหลวง
“รับทราบค่ะ ท่านลอร์ด” เธอขานรับอย่างหนักแน่น แถมรู้ด้วยว่าไม่มีทางได้หมั้นกับท่านชายคนนี้หรอก เพราะรู้มาว่านายหญิงของตระกูลรักลูกชายมาก
จนทำทุกอย่างให้หลุดพ้นออกจากการเมืองแข่งขันผู้สืบทอดเบื้องต้นได้ภายในครึ่งปี นี่อาจจะเป็นการต่อต้านระยะเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกชายของแกรนด์ดัชเชสเติบโตมากขึ้น
จะต้องมีมาตรการอะไรหลายอย่างที่แตกต่างไปจากหน้าประวัติศาสตร์ที่อาจจะกลายเป็นตำนานเล่าขานไปอีกหลายรุ่นก็เป็นได้ถึงความรักลูกของเธอ
“เหมือนว่าพวกเรากำลังทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมนะคะ คอยจัดการลับๆ แบบนี้แต่ไม่เป็นที่สังเกตเลยสักนิด ท่านลอร์ด” เธอบอกอย่างอารมณ์ดี เพราะรอบนี้ไม่พลาดเหมือนครั้งก่อน
“พวกเรามาเพราะคำสั่งคุ้มกันลับของท่านแกรนด์ดยุค และเหมือนว่าทางแขกจะไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่นัก ก็น่าจะทำแบบนี้ต่อไปได้ครับ” มอร์ซินตอบด้วยท่าทีสบายๆ
“แล้วพวกเราจะต้องทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนคะ ท่านลอร์ดมีแผนรูปแบบต่อไปหรือยัง”
“...” ไม่มีคำพูดออกมาจากปากผู้เป็นนาย แต่อีกฝ่ายกลับคลี่กระดาษออกมาให้ดูลำดับการดูแลที่ชัดเจน
“น้อมรับคำสั่งตามแผนงานของท่านลอร์ดค่ะ”
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ เลดี้”
ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พวกเขาต่างขัดขวางไม่ให้แผนการของพวกคนไม่หวังดีสำเร็จอยู่หลายครั้ง โดยที่พยายามหลีกเลี่ยงสายตาของฝั่งแขกคนสำคัญไปด้วย
มอร์ซินแอบตามมาไม่ให้สะดุดตาเกินไปอยู่ตลอดหลายวัน แต่ไม่คิดว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีคอยสะกดรอยตามเช่นกัน ผ่านมาพันปีความต่ำทรามก็ยังคงมีอยู่
เหตุการณ์เศษอุกกาบาตตนเหมือนฝาห่าใหญ่ตลอดหนึ่งเดือนที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นเหตุการณ์ระดับมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติทรงพลังมากที่สุด
“วันนี้พวกเราทั้งหมดกระจายกำลังออกไป ตามดูในระยะสามสิบเมตรแทน ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะลงมือวันนี้ก็ได้”
“ครับ / ค่ะ ท่านลอร์ด”
เป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เนื่องจากทั้งมอร์ซินและว่าที่คู่หมั้นได้พาคนของตนเองสะกดรอยตามมาสักพักใหญ่ ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเพราะกลัวว่าเด็กคนนั้นจะรำคาญ
ใจจริงของเขาคืออยากสนิทด้วยเท่านั้นเอง เพราะไม่ได้คุยกับใครด้วยความสบายใจและไม่ต้องคิดเยอะแบบนี้มานานมาก แต่เหมือนอีกคนจะไม่ต้อนรับเท่าไหร่นัก
รวมถึงมีข้อความจากพ่อส่งมาอีกว่าทำยังไงก็ได้ แต่ต้องปกป้องเด็กคนนี้เอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ใช้ภาษาอังกฤษ การต่อรองราคา วิธีสนทนาแบบธุรกิจก็ทำได้เยี่ยมยอด
จนแทบไม่รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงเลยสักนิด แถมยังรู้สึกเห็นด้วยกับการประโคมข่าวเรื่องความสามารถของลูกคนเล็กตระกูลนี้อย่างละเอียดยิบ รวมถึงลูกคนโตเองก็มากความสามารถเช่นกัน ทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลนี้ช่างน่าจับตามองนัก
“เข้าไปช่วยกันเถอะค่ะ ท่านลอร์ด”
“อย่าเพิ่งครับ ลองดูความสามารถก่อน”
“อาจจะอันตรายนะคะ นี่มันเกินร้อยคนด้วยซ้ำ มันมากเกินไปค่ะ”
“พวกเราจะเข้าไปช่วยในตอนที่ทั้งสามคนรับมือไม่ไหวครับ ผมไม่เชื่อหรอกว่าทายาทจะไม่มีความสามารถ”
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรออีกสิบนาที”
“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ถึงแม้ว่าเด็กคนนั้นอายุจริงจะน้อยกว่าตามเอกสารที่ระบุมาถึงครึ่งนึง แต่เท่าที่ดูแล้วนั่นลูกเสือชัดๆ เลยล่ะ พวกเราค่อยไปตอนพวกศัตรูเผลอแทนดีกว่า”
“เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านลอร์ด”
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ”
ลำพังความสามารถของพ่อบ้านกับเลขาประจำตัวนั้น สำหรับเขาไม่ค่อยแปลกใจนัก การที่ใครคนใดคนหนึ่งสามารถรับมือกับคู่ต่อสู้ได้ทีละสามสี่คนถือเป็นเรื่องปกติ
แต่นี่มันเหนือความคาดหมายมากทีเดียว ทั้งคู่สามารถรับมือได้ทีละห้าคน เล็งจุดตายหรือจุดที่ทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้ทันทีอย่างรวดเร็ว สมแล้วที่ถูกฝึกมาเพื่อปกป้องเหล่าผู้สืบทอด
ไม่กี่นาทีต่อมาก็ทำให้ทั้งเขาและเธอต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อมือเล็กทั้งสองหยิบอาวุธออกมาแล้วจัดการศัตรูที่ตัวใหญ่กว่าได้ทีละห้าคนในคราวเดียว
สมกับที่ผู้นำตระกูลนั้นโอ้อวดว่ามีลูกชายที่แสนเก่งกาจถึงสองคน ไม่ว่าใครที่เห็นก็ต้องภูมิใจกันแน่นอน รับมือศัตรูได้เทียบเท่าผู้ใหญ่วัยเดียวกัน ต่อไปในภายภาคหน้าจะต้องเก่งกาจกว่านี้หลายเท่านัก
เคร้ง!
มอร์ซินกระโดดลงไปช่วยทันทีหลังจากออกคำสั่ง ทั้งเขาและเธอพาคนสนิทออกมาด้วยนับสิบชีวิต ถึงแม้ว่าปริมาณจะดูน้อยกว่าแต่ของแบบนี้เน้นคุณภาพมากกว่า
ศัตรูแปลกใจกับกลุ่มคนมาใหม่ที่เข้าช่วยเหลือเป้าหมายในการลอบสังหารครั้งนี้ เพราะว่ามันดูเจาะจงเกินไป มาช่วยราวกับรอเวลาอยู่แล้วแบบนี้
สัญชาติญาณกำลังร้องบอกว่างานนี้อันตรายเกินกว่าที่คิด อาจไม่มีโอกาสรอดชีวิตอีกต่อไป คิดต่อไปก็ไร้ความหมายเพราะทั้งหมดถูกจัดการภายในยี่สิบนาทีเท่านั้น
“ท่านลอร์ดคะ ดูเหมือนทางแขกจะไม่ได้ใส่ใจจะสนทนาด้วยสักเท่าไหร่เลย แบบนี้จะมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
“พวกเราทำภารกิจสำหรับแล้ว แต่อาจจะถูกด่านิดหน่อยล่ะมั้งครับ อย่าไปใส่ใจเลย เดี๋ยวผมเขียนรายงานแยกต่างเพื่อกล่าวชื่นชมทีมเลดี้ เพื่อรับรางวัลต่างหาก”
“ขอบคุณมากค่ะ ท่านลอร์ด”
“รบกวนแนะนำเหล่าคนที่เหมาะสมกับตระกูลดิฉันให้สักสองสามตระกูลสิคะ กลุ่มผู้ติดตามของท่านเหมาะสมหลายคน”
“ฉันจะลองถามต่างหากให้นะ ตอนนี้พวกเราแยกย้ายกันเถอะ”
“ค่ะ ท่านลอร์ด”
ทีมปฏิบัติการลับทั้งมอร์ซินและเลดี้ ไวเคานต์ถูกจับได้ในเวลาต่อมา แต่ว่าการคุ้มกันและป้องกันก็สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ทางฝั่งเลดี้น่าจะสบาย แต่ฝั่งที่ลำบากน่าจะเป็นตนเองมากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ขอเวลาทำใจสักสองสามชั่วโมงแล้วกัน ขอพักผ่อนให้เท่ากับแรงที่ออกไปสักหน่อย ถึงยังไงคนเราก็ต้องมีเวลานอนกันบ้างล่ะ
บุตรคนที่ห้าแห่งตระกูลอลันนอนหายใจสม่ำเสมอราวกับว่าอยากเก็บเกี่ยวช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้ ก่อนจะเจอพายุลูกใหม่โหมกระหน่ำใส่สถานการณ์ของเขาในอนาคต หลายสิ่งหลายอย่างในการเลือกเดินจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับชีวิตของเขา
“ลูกชายของนายเก่งมาก มองออกด้วยว่างานนี้มันไม่ปกติ” มากาเร็ตเอ่ยปากชมถึงจะไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ก็ตาม แต่จากท่าทางและการหยิบจับอาวุธมาดูเป็นระยะ ไม่ผิดแน่...พวกเขากำลังตื่นตัว“ฟังภาษาไทยออกเหรอ ถึงมาชมกันแบบนี้” พัฒน์ถามด้วยความสงสัย“ฟังไม่ออกหรอก แต่สังเกตจากท่าทางและการจับกลุ่มกันไม่แยกกันเลยนับตั้งแต่ออกจากท่าเรือ ลูกของนายทั้งสองคนกำลังตื่นตัวกับศึกครั้งนี้”ในบรรดาเด็กฝั่งเอเชียมีเพียงครอบครัวของเพื่อนสนิทเท่านั้นที่ตื่นตัว แถมดูเหมือนในบรรดาเด็กทุกคนที่มานั้นมี
Love of Different AgeChapter 10“พวกเราก็ไม่ได้หลอกนะคะ ฉันเป็นหนึ่งในคู่ดูตัวของท่านลอร์ดจริงๆ เท่าที่ทราบมานอกจากได้ทัศนศึกษากับทางโรงเรียนแล้ว ก็ไม่เคยได้พักผ่อนเลย ถูกโกรธแบบนี้ไม่แปลกใจเลยค่ะ”หล่อนตอบหน้าซื่อตาใสราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อข่าวพวกนี้แวดวงสังคมของที่นี่รับรู้กันทั่ว ว่าเธอคือหนึ่งในสิบว่าที่คู่ดูตัวของบุตรชายคนที่ห้าแห่งตระกูลแกรนด์ดยุคถึงจะเป็นคนที่ห้าไม่มีทางได้เป็นหัวหน้าตระกูลก็ตาม รวมถึงเส้นทางการเลือกใช้ชีวิตของท่านชายค่อนข้างอิสระ เหมาะสมกับบุตรสาวขุนนางหลายคนที่ไม่ชอบชีวิตฟาดฟันกับแวดวงสังคมยิ่งนักตระกูลอลันมีลูกชายถึงสามคน นั่นคือท่านชายใหญ่ ท่านชายรอง และท่านชายเล็ก แต่กลับกลายเป็นว่าความเนื้อหอมตกมาสู่บุตรที่ไม่มีโอกาสได้แข่งขันผู้สืบทอดซะงั้น“ช่วยไม่ได้ แอบตามคุ
สามชั่วโมงผ่านไป“เป็นยังไงบ้างลูก ดีขึ้นบ้างหรือยัง” พิพัฒน์ถามด้วยความเป็นห่วง“หูอื้อ ตาลายอยู่นิดหน่อยครับ ส่วนขากับแขนก็ด้ามเฝือกอ่อนคนละข้าง” นภัทรตอบด้วยความระมัดระวัง“ใช้เวลาอีกครึ่งเดือนน่าจะหาย หลังจากนี้อยากไปเที่ยวตามแพลนเดิมที่เลขาของลูกจัดไว้อยู่ไหม”“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำแบบนั้นครับ”“ลูกเพิ่งฟื้นมาไม่เท่าไหร่ คุยกับหมอเสร็จแล้วยังต้องมาคุยกับพ่ออีก พักผ่อนก่อนแล้วกัน”“ครับ”พิพัฒน์อยากให้ลูกของเขาพักผ่อนอย่างเต็มที่ แล้วค่อยมารับรู้เรื่องราวอื่นทีหลังแล้วกัน ตอนนี้มีเรื่องต้องบอกเพื่อนสนิทให้วางใจก่อน ไม่งั้นคงกลายเป็นบ้าตามสืบเรื่องราวแน่“ไม่ได้นะครับ! ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้”“ไม่ได้นะครับ! ท่านเป็นผู้นำของตระกูล!”“ไม่ได้นะคะ!”
ตัวอักษรเอียง ภาษาอังกฤษตัวอักษรปกติ ภาษาไทย“ฉันเลยมีแผนใหม่ในการรับมือครั้งนี้”มากาเร็ตคิดแผนวิธีรับมือแบบใหม่ ชนิดที่ว่ายังไงพวกมันก็น่าจะแทรกแซงในครั้งนี้ได้ยากพอสมควร แถมยังเป็นคนใกล้ตัวเสียด้วย คงไม่มีปัญหาอะไร“ว่ามาสิ มากาเร็ต”เห็นท่าทางยิ้มแบบนี้ของเพื่อนสนิททีไร ไม่อยากจะฟังมันพูดต่อเลยสักนิด เพราะรับรู้ว่ามันน่าจะนำพาเรื่องปวดหัวมาให้แน่นอน“ให้ลูกคนที่ห้าของฉันกับลูกคนเล็กนายหมั้นกันไว้ คิดว่าไงล่ะ”“ตอบยากมาก ฉันไม่อยากบังคับลูก สำหรับพวกเราคนไทย ลูกเป็นแก้วตาดวงใจและเสรีมากกว่านั้น”“ถ้ามีข่าวนี้ออกไป พวกที่หวังจะเข้ามาเพื่อผลประโยชน์จะไ
ตัวอักษรเอียง ภาษาอังกฤษตัวอักษรปกติ ภาษาไทยทั้งพ่อบ้านและมอร์ซินต่างพากันอึ้งในภาษาอังกฤษที่ใช้คำด่ามาจากรากศัพท์ภาษาบ้านเกิดของอีกฝ่ายแน่นอน แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา พร้อมกับเริ่มลงมือกินข้าวเหมือนกัน“แจ็ค กันต์ พวกนายสองคนไปกินข้าวอีกโต๊ะ บิลฉันจะจัดการเอง”“ครับ คุณชายเล็ก / ครับ คุณชายเล็ก”“นายเองก็ไปหาข้าวกิน บิลเรียกเก็บที่ฉันเหมือนเดิม”“ครับ ท่านมอร์ซิน”โชคดีที่เรียนภาษาไทยมาบ้างเลยพอรู้ความหมายบางส่วน จึงเริ่มตัดสินใจทำตามอีกฝ่าย เพราะคิดว่าหลังจากกินอาหารจบลงคงจะต้องมีการพูดคุยข้อตกลงอะไรบางอย่างจากทายาทตัวน้อยตรงหน้า รวมถึงหากไม่สามารถทำตามก็คงอดจะร่วมทริปการเดินทางครั้งนี้ มอร์ซินมีลางสังหรณ์แบบนั้น
ตัวอักษรเอียง ภาษาอังกฤษตัวอักษรปกติ ภาษาไทยเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ เนื่องจากทั้งมอร์ซินและว่าที่คู่หมั้นได้พาคนของตนเองสะกดรอยตามมาสักพักใหญ่ ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเพราะกลัวว่าเด็กคนนั้นจะรำคาญใจจริงของเขาคืออยากสนิทด้วยเท่านั้นเอง เพราะไม่ได้คุยกับใครด้วยความสบายใจและไม่ต้องคิดเยอะแบบนี้มานานมาก แต่เหมือนอีกคนจะไม่ต้อนรับเท่าไหร่นักรวมถึงมีข้อความจากพ่อส่งมาอีกว่าทำยังไงก็ได้ แต่ต้องปกป้องเด็กคนนี้เอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ใช้ภาษาอังกฤษ การต่อรองราคา วิธีสนทนาแบบธุรกิจก็ทำได้เยี่ยมยอดจนแทบไม่รู้สึกว่าน่าเป็นห่วงเลยสักนิด แถมยังรู้สึกเห็นด้วยกับการประโคมข่าวเรื่องความสามารถของลูกคนเล็กตระกูลนี้อย่างละเอียดยิบ รวมถึงลูกคนโตเองก็มากความสามารถเช่นกัน ทายาทรุ่นต่อไปของตระกูลนี้ช่างน่าจับตามองนัก“เข้าไปช่วยกันเถอะค่ะ ท่านลอร







