Se connecter“คุณ..คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่า”
หญิงสาวโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าลีรภัทร กว่าที่ชายหนุ่มจะรู้สึกตัวหญิงสาวดังกล่าวก็ยืนอยู่แทบแนบชิดตัวเขาแล้ว เมื่อได้สติคืนกลับมาก็ไม่รีรอที่จะถอยหลังออกห่าง แต่สายตาของลีรภัทรกลับยังจับจ้องไปที่ปากแดงอมชมพูของเธออย่างเว้าวอน ก่อนจะสละความว้าวุ่นทั้งหมดและกระแอมออกมาเล็กน้อย
“คุณเป็นใคร มาอยู่ที่บ้านของผมได้ยังไง”
“บ้านของคุณเหรอ งั้นคุณก็คือคุณชายลีใช่มั้ย สวนดอกไม้คุณชายลี ชื่อนี้เพราะจริงๆ” หญิงสาวเหลือบมองป้ายเล็กที่ห้อยไว้ข้างหน้าต่าง
“ผมถามว่าคุณเข้ามาอยู่ในบ้านของผมได้ไง?” ชายหนุ่มเน้นเสียงย้ำคำถามเดิม
“อ่อ ฉันเกวลินค่ะ คนที่จะมาเช่าบ้านของคุณไงคะ”
“เช่าบ้าน? ผมว่าคุณเข้าใจอะไรผิดแล้ว ผมไม่เคยประกาศปล่อยเช่าบ้านหลังนี้”
“คุณอย่ามาอำฉันสิ…คิดจะโกงฉันเหรอ ก็คุณให้ผู้ช่วยของคุณเอาเอกสารการเช่าบ้านมาให้ฉันเซนต์ อีกอย่างฉันโอนเงินค่ามัดจำและค่าเช่าบ้านล่วงหน้า1ปีให้คุณแล้วด้วย เงินไม่ใช่น้อยๆ ถ้าคุณคิดจะโกงฉัน ฉันเอาหลักฐานการโอนเงินไปแจ้งความแน่”
“งั้น ผมขอดูสลิปที่คุณโอนเงินหน่อย”
ลีรภัทรตรวจดูชื่อผู้รับเงินจากสลิปการโอนเงินจากมือถือที่หญิงสาวยื่นมาให้ก็เข้าใจเรื่องราวได้ทุกอย่าง ที่แท้คนที่สวมรอยเป็นเขาเพื่อจะปล่อยเช่าบ้านหลังนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอาของเขานั่นเอง พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มขุ่นเคืองต่อผู้เป็นอาเป็นอย่างมาก
“คุณถูกหลอกแล้ว คนที่ปล่อยเช่าบ้านไม่ใช่ผม จะโอนเงินให้ใครไม่เช็กประวัติดูก่อนหรือไง”
“อะไรนะ! ไม่ได้อำกันเล่นใช่มั้ยเนี่ย แต่ฉันชอบที่นี่จริงๆ นะ งั้นคุณให้ฉันเช่าบ้านได้มั้ย”
“ไม่! ผมไม่ได้เป็นคนเอาเงินคุณไปสักหน่อย”
“แต่ฉันเป็นผู้เสียหายนะ เอาอย่างนี้ฉันยอมจ่ายเงินอีกรอบให้คุณเพื่อเช่าบ้านหลังนี้ก็ได้ เงินที่เสียไปก็ถือว่าเสียค่าโง่แล้วกัน จริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากจะเช่าหรอก ฉันอยากจะซื้อเลยต่างหาก ไม่น่าล่ะตอนขอซื้อไม่ยอมขายให้ ที่แท้ก็ไม่ใช่บ้านเขานี่เอง งั้นฉันไม่เช่าแล้วก็ได้ ฉันขอซื้อกับคุณเลยได้มั้ย”
“แค่เช่าผมยังไม่ยอมเลยนี่คุณคิดจะซื้อเลยเหรอ ผมไม่รู้ด้วยแล้วคุณก็ไปแจ้งความเอาแล้วกัน ผมจะไม่รับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น คุณกลับไปได้แล้ว ผมจะทำงาน”
“งั้นคุณพอจะรู้จักบ้านคนที่ชื่อน้อยมั้ย”
“คุณถามทำไม” ลีรภัทรเริ่มแสดงความกังวล หวังว่าน้อยที่หญิงสาวกล่าวถึงคงไม่ใช่ป้าน้อยของเขา
“ก็คนที่หลอกเอาเงินฉันบอกว่าเขาเป็นน้องชายของคนชื่อน้อยซึ่งอยู่หมู่บ้านนี้ ถ้าคุณให้ฉันไปแจ้งความ ฉันก็อยากจะตกลงกับพี่สาวเขาก่อนไง ถ้าพี่สาวเขายอมคืนเงินให้ฉันจะได้ไม่แจ้งความ”
“ไม่รู้จัก คนที่หลอกเอาเงินคุณเขาคงจะพูดความจริงอยู่หรอก ใครมันจะไปบอกเรื่องตัวเองให้คนจับเข้าคุกได้ง่ายๆ ล่ะคุณ” ลีรภัทรเริ่มตื่นตระหนก เพราะน้อยที่หญิงสาวกล่าวถึงคือป้าของเขาจริงๆ ด้วย
“นั่นสิ” หญิงสาวถอนหายใจอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนว่าเธอจะเสียรู้ให้ชายตุ้มตุ๋นคนนั้นแล้วจริงๆ จะให้เธอขึ้นโรงขึ้นศาลก็ทำให้เสียเวลาชีวิตเธอไปอีก เงินที่เสียไปถือว่าเป็นค่าโง่ของเธอแล้วกัน
ระหว่างที่หญิงสาวหน้างอเดินกลับออกไปอยู่นั้นก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินชายคนหนึ่งเอ่ยชื่อที่คุ้นเคยออกมา คนดังกล่าวบอกกับลีรภัทรว่าป้าที่ชื่อน้อยถามหา ยิ่งเห็นสายตาที่เลิ่กลั่กของลีรภัทรแล้วก็ชวนที่จะสงสัยไม่ได้
“ขอโทษนะคะ ป้าน้อยที่ลุงพูดถึงเมื่อกี๊นามสกุลอะไรเหรอคะ”
หญิงสาวเดินเข้าไปถามชายดังกล่าวอย่างไม่รีรอ แต่ไม่ทันที่จะได้คำตอบก็ถูกลีรภัทรคว้าข้อมือเดินจูงพาเธอไปยังหลังบ้านในทันที โดยที่ตะโกนบอกชายที่พึ่งมาถึงให้กลับไปก่อน ขืนชายผู้นั้นบอกนามสกุลไปคงทำให้หญิงสาวรู้ความจริงแน่ เพราะหลังจากแต่งงานกับลุงจันทร์ป้าของเขาก็ยังคงใช้นามสกุลเดิมอยู่
“ที่คุณพาฉันมาที่นี่เพราะป้าน้อยที่ลุงคนเมื่อกี๊พูดถึงคือคนคนเดียวกันที่ฉันตามหาใช่มั้ย”
“ไม่ใช่!”
“งั้นฉันจะไปถามลุงให้แน่ใจ”
หญิงสาวสลัดมือออกเพื่อเดินหนีจากชายหนุ่ม แต่เดินได้ไม่ถึงไหนก็ถูกมือของลีรภัทรคว้าข้อมือเธอเอาไว้ได้อีกครั้ง ชายหนุ่มดึงมือของหญิงสาวอย่างเต็มแรงจนร่างบอบบางของเธอถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมอกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของทั้งสองแทบแนบชิดกัน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่โอบกอดเธอเอาไว้อย่างเคลือบแคลง ในขณะที่ชายหนุ่มเองก็จ้องมาที่ริมฝีปากแดงอมชมพูของเธออย่างไม่ลดละ ทำไมเขาถึงได้จดจ่อกับปากของเธอมากถึงเพียงนี้ พอสลัดความว้าวุ่นนั้นออกก็รีบผละตัวและคลายอ้อมกอดออกจากหญิงสาวในทันที
“ใช่…คุณเข้าใจถูกแล้ว ป้าน้อยเป็นพี่ของผู้ชายที่หลอกเอาเงินคุณจริงๆ และก็เป็นป้าของผมด้วย” ลีรภัทรยอมรับแต่โดยดี ขืนปิดบังต่อสักวันหญิงสาวก็ต้องรู้ความจริง
“นี่คุณทำเป็นเป็นธุรกิจครอบครัวเลยเหรอ พวกคุณวางแผนจะหลอกเอาเงินฉันตั้งแต่แรกใช่มั้ย”
“ไม่ใช่สักหน่อย เรื่องนี้ผมกับป้าไม่ได้รู้เรื่องด้วย พวกเราไม่ได้ติดต่ออาตั้งนานแล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปอยู่ที่ไหน พึ่งจะรู้ข่าวของเขาก็ตอนที่คุณมานี่แหละ”
“ฉันจะเชื่อคุณก็ได้และก็จะยอมจบเรื่องนี้ด้วย แต่คุณต้องให้ฉันเช่าบ้านหลังนี้ หรือถ้าอยากขายฉันก็โอเค”
“ไม่! เดี๋ยวผมจะเอาเงินที่อาผมเอาจากคุณคืนให้คุณก็แล้วกัน”
“ฉันถามอะไรคุณหน่อยสิ สวนดอกไม้ที่นี่ทั้งหมดเป็นของคุณด้วยเหรอ”
“ใช่ ถามทำไม?”
“ก็ไม่ทำไม งั้นเรื่องที่คุณจะโอนเงินคืนฉันไว้ค่อยคุยแล้วกัน ไว้ฉันจัดการธุระของฉันเรียบร้อยก่อนแล้วฉันจะมาหาคุณอีก”
“ไม่จำเป็น คุณรอผมอยู่ตรงนี้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวผมจะเอาเงินมาคืนคุณ”
“ก็ฉันยังไม่อยากได้เงินตอนนี้นี่ แต่ถ้าคุณไม่โอเคงั้นฉันแจ้งความก็ได้นะ”
“คุณขู่ผมเหรอ”
“จะเรียกว่าขู่ก็ได้ ฉันรู้นะว่าคุณไม่อยากให้ป้าของคุณรู้เรื่องนี้ ฉันเข้าใจคุณนะ อีกอย่างถ้าสวนดอกไม้ทั้งหมดที่นี่เป็นของคุณ คุณเองก็ต้องเก็บเงินสำรองเพื่อที่จะต่อยอดธุรกิจของคุณใช่มั้ยล่ะ ถ้าคุณเอาเงินสำรองตรงนั้นมาให้ฉัน สวนดอกไม้ของคุณต้องเกิดปัญหาแน่นอน ที่ฉันให้เวลาคุณหนึ่งเดือนคุณเองจะได้หาลู่ทางไว้ได้ไง บางทีตอนนั้นคุณอาจจะเปลี่ยนใจยอมขายบ้านและสวนดอกไม้ให้ฉันก็ได้”
“บอกคุณไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มีทางอย่างแน่นอน ผมขอถามคุณหน่อยสิ คุณอยากได้สวนนี้ไปทำไม”
“ฉันอยากจะเปิดคาเฟ่เล็กๆ ที่ผ่านมาฉันตามหาที่ทางมาตลอดแต่ก็ไม่ถูกใจสักที่จนมาเจอบ้านหลังนี้ประกาศให้เช่า ถ้าฉันได้เปิดคาเฟ่อยู่ท่ามกลางดอกไม้สวยๆ พวกนี้มันคงเป็นอะไรที่ดีมาก และยิ่งได้มาเห็นของจริงฉันก็บอกกับตัวเองทันทีว่าต้องเป็นเจ้าของที่นี่ให้ได้ ขอแค่คุณขายให้ฉันเรื่องเงินฉันไม่เกี่ยงเลย”
“คุณเพ้อฝันเกินไปแล้ว ที่ลับตาคนแบบนี้คงมีลูกค้าหรอกนะ ที่นี่ก็ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวด้วยไม่มีใครให้ความสนใจหรอก”
“คุณยังเปิดสวนดอกไม้ได้เลยทำไมฉันจะเปิดคาเฟ่บ้างไม่ได้ล่ะ เอาเป็นว่าอีกเดือนหนึ่งเจอกันนะคุณชายลี จำชื่อเกวลินคนนี้ให้ขึ้นใจ เจอกันครั้งหน้าจะได้ทักทายฉันถูก”
“ครับคุณเกวลิน งั้นตอนนี้เชิญคุณเกวลินกลับไปได้แล้ว ผมจะได้ทำงานของผมสักที”
“คงไม่ได้ พอดีตอนขึ้นมามีชาวบ้านขึ้นมาส่งน่ะ ทางมันค่อนข้างชันและก็ขรุขระด้วยฉันก็เลยจอดรถไว้ที่หมู่บ้าน คุณเองก็มีรถนี่ งั้นไปส่งฉันหน่อยได้มั้ย”
“คุณรอได้มั้ยล่ะ ผมต้องเอาดอกไม้ขึ้นกระบะรถก่อน”
“ได้สิ งั้นฉันเดินเล่นดูดอกไม้รอก็แล้วกัน เสร็จเมื่อไหร่คุณเรียกฉันนะ”
หญิงสาวยิ้มหวานก่อนจะเดินตรงไปยังแปลงดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆ เธอเองดูพอใจมากที่ได้ชื่นชมดอกไม้ในยามแดดอ่อนๆ เช่นนี้ ถ้าได้มาอยู่ที่นี่ตามที่วาดฝันเอาไว้คงทำให้เธอมีความสุขมากอย่างแน่นอน
เกว หรือเกวลิน สาวสวยสดใสในวัย23ปี เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของนทีกับปานวาดโดยมีกานหรือกานวนิชเป็นพี่ชายคนโต ครอบครัวของเธอถือว่าร่ำรวยระดับต้นๆ ของประเทศ มีหน้ามีตาและเป็นที่รู้จักทางสังคมเป็นอย่างดี
หลังจากเกวลินเรียนจบปริญญาตรีที่ออสเตรเลียก็อยู่เที่ยวเล่นต่ออย่างไม่มีเป้าหมายในชีวิต ด้วยความที่เธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินทองเลยใช้ชีวิตตามใจอยู่เกือบครึ่งปีได้ จนวันหนึ่งเกิดความคิดอยากทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันและยืนได้ด้วยขาของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพาครอบครัวอีก จึงมีความคิดอยากมีคาเฟ่เล็กๆ เป็นของตัวเอง เพราะถ้าจะให้ทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศเหมือนพ่อแม่และผู้เป็นพี่ชายก็คงไม่ไหวอย่างแน่นอน คนที่รักอิสระอย่างเธอให้อุดอู้อยู่ในกฏระเบียบแบบแผนคงเป็นไปไม่ได้
เมื่อคิดได้แบบนั้นจึงใช้เวลาที่อยู่ออสเตรเลียอีกครึ่งปีหลังเรียนรู้หลักสูตรเพื่อต่อยอดธุรกิจคาเฟ่ของเธอในอนาคต ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ไทย พ่อกับแม่ของเธอก็สนับสนุนเป็นอย่างดี ไม่ว่าเธออยากทำอะไรพ่อกับแม่ก็ไม่เคยขัดใจเลยสักครั้ง
หลายวันต่อมา
ลีรภัทรกำลังวุ่นอยู่กับการจัดข้าวของเนื่องจากวันนี้ต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วโดยมีมุกดาครูสาวเข้ามาช่วยอีกแรง หลายวันที่ผ่านมาทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้นและก็ดูจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี มุกดาเองก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่จะต้องอยู่กับลีรภัทตามลำพังด้วย เธอเองรู้สึกโล่งใจและเบาใจด้วยซ้ำที่ได้คุ้นเคยกับคนในพื้นที่ได้เร็วกว่าที่คิดเอาไว้
“เมื่อกี๊ป้าน้อยยังบ่นอยู่เลยที่คุณย้ายมาอยู่ที่นี่คนเดียว แกคงจะเป็นห่วงคุณมากเลยนะคะ”
“ครับ ต่อให้ผมโตแค่ไหนก็ยังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาป้าอยู่ดี ขอบคุณครูมุกนะครับที่มาช่วยผมวันนี้”
“ถือว่าหายกันที่คุณไม่ยอมคิดค่าดอกไม้ก็แล้วกันนะคะ จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังเกรงใจคุณอยู่เลย”
“ถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่ก็ได้ครับ ไม่ได้มากมายอะไร นี่ก็เที่ยงแล้วเราไปหาข้าวกินกันดีกว่า เดี๋ยวผมจะพาครูมุกไปกินของอร่อยๆ รับรองครูมุกต้องชอบมากแน่ๆ”
หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับพร้อมช่วยกันเก็บข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเดินออกจากบ้านตรงไปยังรถกระบะคันสีฟ้าของลีรภัทรที่จอดเอาไว้ เพื่อตรงไปยังจุดหมายที่ชายหนุ่มได้บอกต่อหญิงสาวไว้เมื่อสักครู่
กรุงเทพมหานคร ช่วงค่ำของวัน
“นึกว่าเที่ยวเชียงใหม่เพลินจนไม่อยากกลับบ้านแล้วสิ” นทีเอ่ยหยอกผู้เป็นลูกสาวทันทีที่เดินผ่านเข้ามายังห้องนั่งเล่น เป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์ที่เกวลินหายหน้าหายตาไปจากบ้าน
“ไปเชียงใหม่ทั้งทีก็ต้องอยู่เที่ยวต่อสิคะ บรรยากาศที่นั่นดีมากเลยค่ะพ่อ เกวเองก็ชักอยากจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นถาวรซะแล้ว”
“ได้ยังไงล่ะลูก พ่ออนุญาตให้เกวไปเปิดคาเฟ่ที่นั่นได้ แต่พ่อไม่อนุญาตให้เกวย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่นั่นนะ อะไรกันพึ่งกลับมาจากออสเตรเลียเองก็คิดจะหนีไปอยู่ที่อื่นแล้วเหรอ”
“อย่าพึ่งงอนสิคะ ถึงตัวเกวจะอยู่ที่อื่นแต่ใจของเกวก็อยู่ที่พ่อกับแม่ตลอดนะคะ เราไม่ได้อยู่ไกลกันมากขนาดนั้นสักหน่อย คิดถึงก็มาเจอกันได้”
“เอาล่ะๆ พ่อขี้เกียจจะเถียงแล้ว ว่าแต่ไปดูบ้านมาเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างโอเคมั้ย”
“โอเคมากเลยค่ะ เดี๋ยวเดือนหน้าก็ย้ายไปอยู่บ้านนั้นได้แล้ว เกวไปอาบน้ำดีกว่า…รักพ่อนะคะ” หญิงสาวหอมแก้มผู้เป็นพ่อไปฟอดใหญ่ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตัวเอง
เกวลินไม่ได้บอกปัญหาที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็นพ่อรับรู้ เพราะไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องจัดการปัญหาทุกอย่างให้ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องรบกวนผู้เป็นพ่อ และที่สำคัญเธอต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นให้จนได้
ผ่านไปสักพักเกวลินเดินออกจากห้องน้ำมานั่งที่เตียงนอนในชุดคลุมพร้อมกับผมที่ยังคงเปียกหมาดๆ มือเล็กเอื้อมไปหยิบมือถือที่หัวเตียงเพื่อกดโทรหาใครบางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะคุณชายลี ไม่เจอฉันตั้งหลายวันคิดถึงกันบ้างมั้ย”
“คุณได้เบอร์ผมมาจากไหน” เสียงปลายสายตอบรับด้วยความเคลือบแคลง
เกวลินหลับตาพริ้มเมื่อใบหน้าของลีรภัทรแนบชิดใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวพร้อมตั้งรับไม่ว่าชายหนุ่มจะจู่โจมมาในรูปแบบไหน ลีรภัทรเองก็เอาแต่จ้องไปที่ปากเล็กๆ ของเกวลินอย่างว้าวุ่นใจ ถ้าตอนนี้เขากับเธอตกลงปลงใจคบกันแล้วคงจุมพิตเธออย่างไม่ลังเล“หวังอะไรถึงได้หลับตาปี๋แบบนี้” ชายหนุ่มเป่าลมปากไปที่ดวงตาของเกวลินที่ปิดอยู่ ก่อนจะร่นถอยห่างออกมา“อีตาบ้า นี่คุณแกล้งฉันจริงๆ ด้วย” เกวลินรู้สึกอับอายนัก หญิงสาวปรี่เข้าไปผลักอกลีรภัทรอย่างเต็มแรง ตอนที่เธอหลับตาเขาคงหัวเราะเยาะเธอเป็นแน่ คงมองว่าเธอใจง่ายที่เขาอยากจะทำอะไรเธอก็ยอม“คุณจะมาโกรธผมทำไม หรือคุณอยากให้ผมจูบ….”“หยุด! ห้ามพูดคำนั้นเด็ดขาด”“ที่บอกว่าชอบคุณผมพูดจริงๆ นะ คุณไม่สังเกตเห็นเลยเหรอว่าท่าทีของผมที่มีต่อคุณมันเปลี่ยนไป หลังจากคืนที่พายุเข้าผมก็เริ่มแน่ใจว่ารู้สึกกับคุณไม่เหมือนเดิม”“ชอบที่ฉันยอมตากฝนเพื่อขนย้ายดอกไม้พวกนั้นให้คุณจนเป็นไข้เนี่ยนะ ไม่เห็นจะเข้าท่าเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคุณก็ชอบคนง่ายเกินไปแล้ว”“ถ้าทำดีกับผมแค่นั้นแล้วทำให้ผมชอบได้ง่ายๆ งั้นผมก็คงชอบครูมุกไปแล้วล่ะสิ ถ้าเทียบกันครูมุกทำอะไรดีๆ ให้ผมเยอะกว่าคุ
“คุณจะบอกว่าไม่มาอยู่ที่นี่แล้วใช่มั้ย”“ไม่ใช่สักหน่อย อย่าบอกนะว่าคุณเปลี่ยนใจไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้ว” เกวลินขมวดคิ้วใส่ลีรภัทร เห็นสายตาและท่าทีเฉยเมยของชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้“อ้าว! ที่จะคุยกับผมไม่ใช่เรื่องนี้หรอกเหรอ” ชายหนุ่มโล่งใจ“ก็ไม่ใช่นะสิ คิดอะไรของคุณอยู่นี่”“ใครจะไปรู้ล่ะ ก็คุณหน้าตึงดูจริงจังซะขนาดนั้น ก็นึกว่าจะมายกเลิกสัญญาเช่า”“เป็นคุณมั้งที่หน้าตึง ทำซะฉันตกอกตกใจหมดนึกว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วซะอีก” หญิงสาวลูบอกตัวเองเบาๆ ตอนนี้ค่อยโล่งใจขึ้นมาได้หน่อยลีรภัทรหลุดขำออกมา ชายหนุ่มเองที่คิดมากจนเกินไป ก็เพราะท่าทีของหญิงสาวเมื่อคืนชวนให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวมาแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็นึกว่าจะมาบอกเรื่องเปลี่ยนใจไม่ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านสวนแล้วเสียอีก“คุณยิ้มทำไม”“ผมแค่ดีใจน่ะ เอาเป็นว่าคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม”“คืออย่างนี้นะ ฉันเองก็มาอยู่ที่แล้ว งั้นถ้าฉันจะให้ช่างมาต่อเติมคาเฟ่ที่สวนคุณเลยได้มั้ย ค่อยๆ ทำค่อยๆ ปรับไป ชอบไม่ชอบตรงไหนฉันจะได้เปลี่ยนใจได้ ฉันอยากให้คาเฟ่เล็กๆ ของฉันรับกับสวนดอกไม้ของคุณได้น่ะ”“ก็เอาสิ ผมเองก็จะบอกคุณเรื่องนี้เหมือนกัน ระย
“คุณลี คุณเลิกแกล้งฉันได้แล้ว”เกวลินพยายามยื้อยุดปลีกตัวออกจากอ้อมแขนของลีรภัทร หญิงสาวไม่ตอบในสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยถาม และเริ่มไม่ชอบใจแล้วที่เขาเอาแต่เย้าหยอกเธอเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรก็ควรเว้นระยะห่างจากเธอไว้หน่อยไม่ใช่เหรอ“คุณเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ พอผมถามกลับ…กลายเป็นผมผิดซะงั้น”“ก็ได้ ฉันจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว เอาเป็นว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ พอใจหรือยัง”ท่าทีแง่งอนของเกวลินทำให้ลีรภัทรเอ็นดูนัก ชายหนุ่มเอาแต่ยิ้มมองไปที่หญิงสาวอย่างชอบใจ ก่อนหน้านี้เคยเห็นแต่มุมที่หญิงสาวเด็ดเดี่ยวมั่นใจในตัวเอง แต่พอยิ่งใกล้ชิดเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงที่อ่อนไหวใสซื่อ เหมือนเด็กสาวทั่วไปก็เท่านั้นลีรภัทรคลายมือที่โอบเกวลินออกเมื่อได้ยินเสียงคนส่งเฟอร์นิเจอร์ตะโกนเรียก เกวลินเองทันทีที่ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกก็รีบเดินจากห้องหนีไปอย่างไม่รีรอ ท่าทางของเธอยิ่งทำให้ชายหนุ่มเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิมช่วงเย็นของวัน“มากันแล้วเหรอ” ป้าน้อยยิ้มทักทายเมื่อเห็นเกวลินเดินเคียงมากับลีรภัทร วันนี้เธอให้ผู้เป็นหลายเอ่ยชวนหญิงสาวมาทานมื้อเย็นด้วยกัน“เดี๋ยวเกวช่วยทำกับข้าวนะคะ”“ไม่ต้องหรอกหนูเกว ค
“ทำดีกับคุณ หมายถึงทำอะไรให้บ้างล่ะ ผมว่าสิ่งที่ผมทำก็มีเหตุและผลของมันนะ” ลีรภัทรให้คำตอบกับหญิงสาว เพราะสิ่งที่เขาทำให้เธอไม่ได้ดูเกินความจำเป็นเลยสักนิด“คุณเคยเห็นตัวเองเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับฉันมั้ยคะว่ามันต่างจากตอนนี้มากแค่ไหน ในชั่วข้ามคืนคุณก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันขออะไร…คุณก็โอเคทุกอย่าง อยู่ดีๆ คุณก็มาดีกับฉัน ฉันก็อดสงสัยไม่ได้สิว่าปกติคุณเป็นของคุณแบบนี้อยู่แล้วหรือเปล่า”“ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก่อนหน้านี้เราแค่ยังไม่รู้จักกันมากพอ คุณก็เลยไม่เห็นตัวตนจริงๆ ของผม หรือคุณคิดว่าการที่ผมทำดีกับคุณก็เพื่อหวังอะไรในตัวคุณ”“ไม่ได้คิด ฉันแค่จะบอกว่าบางทีการที่เราทำดีกับคนคนหนึ่งมากๆ มันอาจทำให้คนคนนั้นเข้าใจเจตนาเราผิดได้”“เช่นอะไรล่ะ”“ก็…ก็…”“ก็จะทำให้เข้าใจว่าผมชอบเขางั้นเหรอ” ลีรภัทรตอบแทนเมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่อ้ำอึ้ง“ก็ประมาณนั้น”“แล้วคุณล่ะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ถ้าผมทำดีกับคุณแบบนี้ไปเรื่อยๆ …คุณจะคิดว่าผมชอบคุณมั้ย”คำถามตรงไปตรงมาของลีรภัทรทำให้เกวลินนิ่งเงียบในทันที เหตุใดชายหนุ่มถึงได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างสบายใจได้ ไหนจะสายตาหยาดเยิ้มมองมาที่เธออีก คงไม่ใช่ว่าเขาชอบเธอเ
“เงียบแบบนี้ลังเลเหรอ”ปานวาดเอ่ยถามผู้เป็นลูกสาวอีกครั้ง เธอเองก็อยากรู้ว่าในใจของเกวลินยังรักชายหนุ่มดังกล่าวอยู่หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่จบความสัมพันธ์กันไปก็ไม่เคยได้ยินพูดถึงหรือติดต่ออีกเลย“ที่หนูเงียบเพราะกำลังคิดหาทางหนีเขาต่างหาก แม่คะ…งั้นเกวกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลยได้มั้ย เกวไม่อยากเจอน้ำน่ะ”“แล้วคิดจะหนีหน้าไม่เจอน้ำแบบนี้ไปตลอดหรือไง ครอบครัวเขากับครอบครัวเราก็รู้จักกัน ยังไงต้องติดต่อกันอยู่ดี มีอะไรทำไมไม่คุยกันให้เข้าใจล่ะ”“เกวพูดไม่รู้จะพูดยังไงแล้วค่ะ เราสองคนไม่เหมาะที่จะเป็นแฟนกันเลยสักนิดเหมาะเป็นเพื่อนกันมากกว่า และน้ำเองที่เป็นคนบอกเลิกเกวก่อน แล้วตอนนี้จะมาง้อขอคืนดีนี่นะ”“แต่เกวก็จะบอกเลิกน้ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แค่น้ำชิ่งบอกเกวก่อนแค่นั้น”“ตกลงใครเป็นลูกแม่กันแน่คะ” เกวลินค้อนไปที่ผู้เป็นแม่จนเธอต้องหลุดขำออกมา“แม่ไม่คุยด้วยแล้ว เกวขึ้นไปเอายามาให้แม่ดีกว่า อีกอย่างพรุ่งนี้ห้ามหนีกลับเชียงใหม่ล่ะ สัญญาว่าจะอยู่บ้านอาทิตย์หนึ่งก็ต้องอยู่ให้ครบ เข้าใจมั้ย”“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวหน้ามุ่ย ดูเหมือนแม่ของเธอจะรู้ทันเธอเสียแล้ววันต่อมา ช่วงสายของวันเกวลิน
วันต่อมา“เดี๋ยวผมจะให้คนงานเข้ามาเก็บกวาดห้องให้ ส่วนเรื่องแต่งห้องยังไงก็รอคุณมาจัดการเองแล้วกัน แล้วคุณจะกลับบ้านกี่วันล่ะ”“น่าจะอาทิตย์หนึ่ง กลับแป๊บเดียวเดี๋ยวพ่อกับแม่ก็บ่นให้ ต้นไม้ตรงนั้นดูโล่งไปนะ ถ้ามีชิงช้าสักหน่อยน่าจะดี” เกวลินชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากห้องที่เธอจะมาอาศัยอยู่นัก“เป็นเด็กเหรอถึงชอบนั่งชิงช้า”“ก็ใช่นะสิ ใครจะไปแก่เหมือนคุณล่ะ ฉันมีเรื่องจะถามคุณหน่อยสงสัยมาตั้งนานแล้ว ทำไมคุณถึงตั้งชื่อว่าสวนดอกไม้คุณชายลีล่ะ เวลาฟังไม่จักจี้หูบ้างเหรอที่ได้ยินคนมาเรียกคุณชาย…คุณชายแบบนี้"“ทีแรกผมก็เขินอยู่เหมือนกัน ชื่อนี้ย่าผมเป็นคนตั้งน่ะ ตอนเด็กผมก็งอแงอยากให้ย่าเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนกัน แต่มันเป็นความสุขของย่า…ผมก็เลยปล่อยผ่าน คิดแค่ว่าเดี๋ยวรอผมโตค่อยเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่พอท่านเสียผมกลับทำใจเปลี่ยนมันไม่ได้ ชื่อที่ย่าตั้งด้วยความรักที่มีให้ผม ผมก็ควรรักษาและทะนุถนอมให้ดีไม่ใช่เหรอ อีกอย่างทุกคนก็คุ้นชินกับชื่อนี้กันหมดแล้วด้วย”“คุณทำถูกแล้วค่ะ ย่าคุณคงจะภูมิใจในตัวคุณมาก แล้วปู่คุณละคะ ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงปู่คุณเลย”“ผมไม่ค่อยมีความทรงจำเรื่องปู่เท่าไหร่







