Masukการเจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญแต่ความพีคก็คือ เจอกันอีกครั้งเท่ากับไม่มีโอกาศปฏิเสธความรักจากเขาอีกต่อไป "ถ้าเธอยังไม่เลิกปฏิเสธ ฉันจะทำให้เธอจำภาพคืนนั้นอีกครั้ง"
Lihat lebih banyakหลายเดือนก่อน
@GM CLUB
"ไอ้เธียร มึงว่าผู้หญิงคนนั้นสวยไหมวะ" ตฤณเพื่อนในแก๊งเดียวกันของเธียรเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงหลายๆ คนต่างขนามนามว่าเขาคือคาสโนว่าแห่งวิศวะ เขาได้เอ่ยปากถามเพื่อนขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังสาวสวยด้านล่างของผับตาเป็นประกาย แต่คนที่ถูกถามอย่างเธียรหนุ่มหล่อมาดนิ่งพูดน้อยต่อยหนักอย่างเขากลับเงียบ ทำเพียงแค่มองตามที่เพื่อนบอกเฉยๆ ก่อนจะเลิกสนใจแล้วหันไปเล่นโทรศัพท์แทน จนเพื่อนที่นั่งรอคำตอบอยู่ถึงกับถอนหายใจออกมา
"เฮ้อ ไฮ้สัสเอ้ย กูก็นั่งรอไปสิครับนึกว่าแม่งจะพูดอะไรออกมาบ้าง เสียอารมณ์ฉิบหาย" ตฤณว่าขึ้นอย่างเหนื่อยใจก่อนจะหันไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มแทน
"หึ มึงก็รู้ว่าไอ้เธียรมันไม่ค่อยชอบมองสาวๆ เหมือนมึง" แปลนหนุ่มหล่ออารมณ์ดีอีกคนของกลุ่มซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธียรว่าขึ้นพร้อมกับใช้สายตาเยาะเย้ยมองตฤณที่ถูกเธียรเฉยเมยใส่อย่างชอบใจ
"ตกลงไอ้ทามมันออกมาหรือยังวะไอ้โย นี่กูนั่งรอมันจนรากงอกแล้วนะ ไอ้สัสนัดเพื่อนมาแต่มาสายกว่าเพื่อน ไม่สมกับเป็นประธานเฮดว้ากเลยแม่ง" ตฤณบ่นถึงเพื่อนอีกคนที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งเป็นคนนัดพวกเขาให้ออกมาดื่ม แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเพื่อนจะโผล่หัวมาสักที
"มันโทรมาบอกกูว่าถึงแล้ว เดี๋ยวก็ขึ้นมา นั่นไงมานั่นแล้ว” ไม่ทันที่จะได้เอ่ยจบร่างสูงของทามไทก็เดินตรงมายังพวกเขาพอดี
ฟุบ!
“มาแล้วเหรอวะ”
“อืม”
“แดกอะไรดีอะพรุ่งนี้วันเสาร์ด้วย”
หลังจากที่นั่งรอคนที่ชวนมาดื่มเหล้าคืนนี้ได้ไม่นาน ไม่นานก็ปรากฏตัวเจ้าของร่างสูงอย่างทามไทเดินมานั่งลงบนโซฟาพอดี เพื่อนที่กำลังชงเหล้าอยู่อย่างแปลนจึงเอ่ยถามขึ้นทันที แต่ในขณะเดียวกันที่เพื่อนๆ กำลังพูดคุยกันเรื่องทั่วไป เธียรที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่เงียบๆ ก็ได้เหลือบมองเห็นร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวสีชมพูอ่อนของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามานั่งโต๊ะด้านล่างเข้าพอดี ซึ่งเป็นใครบางคนที่เขารู้จักเธอเป็นอย่างดี แต่แล้วปัจจุบันเขาและเธอไม่ได้รู้จักกันแล้ว ถึงแม้ว่าเมื่อหลายวันก่อนเขาและเธอจะบังเอิญเจอกันที่โรงอาหารวิศวะก็ตาม แต่การพบกันครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมานานถึงสามปีเธอก็ทำเหมือนไม่เคยรู้จักเขา ก็ทำให้ทุกอย่างชัดเจนแล้วว่าเธอต้องการลืมเขา ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เคยลืมเธอก็ตาม
“เชรด นั้นเมียมึงเหรอวะไอ้ทาม อย่างแจ่มเลยสัส กูรู้ละมึงไม่ได้ตั้งใจจะชวนพวกกูมาแดกเหล้าหรอกแต่มึงชวนพวกกูมานั่งเฝ้าเมียมึง...ไอ้ห่ากูก็สงสัยอยู่ว่าทำไมคืนนี้แม่งคะยั้นคะยอจะมาผับให้ได้”
“ชัดเจนเลยอะดิ”
“เออชัดเจนเลยว่าไอ้ทามแม่งคิดไม่ซื่อกับเมียมันแต่ปากแข็ง...”
“แต่น้องที่นั่งกินข้าวตรงข้ามกับไอ้เธียรแล้วก็ไอ้โยวันก่อนก็ไม่เบานะเว้ยไอ้แปลน หุ่นดีใช้ได้พอๆ กับเมียไอ้ทามเลยวะ เล็กกะทัดรัดน่าจับมาฟัด”
ขวับ/ขวับ/ขวับ ทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ระคนแทะโลมของเพื่อนในกลุ่มอย่างตฤณ ทั้งสามหนุ่มก็หันขวับจ้องตานิ่งทันทีโดยเฉพาะสองหนุ่มอย่างทามไทและเธียร
“เอาแล้วไงไอ้ตฤณมึงแหย่รูเสือแล้วไงพ่อมึงหันขวับกันมาทั้งสามคนเลยวะ”
“ไอ้ทามกูไม่สงสัย แต่ไอ้เธียรกับไอ้โยเนี่ยหันมาหากูทำไมครับ น้องเขาเป็นเมียพวกมึงเหรอ” ตฤณเลิกคิ้วถามโยธากับเธียรอย่างกวนๆ
“ถ้าเป็นเมียกูมึงไม่ได้มานั่งตั้งคำถามแบบนี้หรอกไอ้ตฤณ เพราะกูจะยันหน้ามึงตั้งแต่ประโยคแรกเลยแต่ที่หันเนี่ยก็เพราะมึงพูดไม่ให้เกียรติเพื่อนน้ำพิ้งค์” เธียรว่าขึ้นด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจได้ชัดเจนก่อนจะนั่งพิงโซฟาดื่มเหล้าต่อไป ตฤณกับแปลนที่นั่งมองเฉยๆ จึงหันไปยิ้มเงียบๆ กันสองคนอย่างรู้กัน
คำว่ารู้กันและสายตายิ้มกริ่มที่สื่อออกมากันสองคนเป็นที่รู้กันว่าพวกเขาสองคนกำลังแอบลอบมองพฤติกรรมของเพื่อนสนิทที่มีต่อหญิงสาวข้างล่างยังไง พฤติกรรมที่ดูด้วยตาเปล่าแวบเดียวก็รู้ว่าเรื่องนี้มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน ไม่อย่างนั้นรองเฮดว้ากวิศวะอย่างหนุ่มเธียรสุดหล่อที่มีแต่ความเฉยชามาโดยตลอดจะหันขวับจ้องตานิ่งได้ขนาดนั้นได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนกำลังมีความลับบางอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนกุมไว้
“มึงคอยดูเถอะ กูว่าไอ้เธียรมันมาวะ” ตฤณหันไปกระซิบเสียงเบากับแปลนสองคนขณะที่สายตาก็จับจ้องท่าทีของเพื่อนที่กำลังพูดถึงไปด้วย ซึ่งสีหน้าท่าทางของเพื่อนที่กำลังถูกนินทาอยู่ก็เรียกรอยยิ้มร้ายกาจจากพวกเขาสองคนได้เป็นอย่างดีด้วย
“เฮดว้ากกับรองเฮดว้ากนี่จำเป็นต้องมีนิสัยเหมือนกันไหมวะ กูงงมาก” แปลนว่าขึ้นบ้าง
“ไอ้พวกขี้เก๊กแม่งก็เป็นแบบนี้แหละไอ้แปลน”
“พวกมึงสองคนกระซิบกระซาบอะไรกันนักหนาวะ” โยธาถามขึ้นสีหน้าสงสัยหลังจากที่เห็นเพื่อนทั้งสองคนนั่งกระซิบกระซาบกันอยู่สองคน
“เปล๊า~ พวกกูแค่กำลังเล็งสาวๆ อะ ว่าจะสอยกลับห้องสักคนสองคน” ตฤณเลี่ยงตอบความจริงพร้อมกับทำท่าทางชะเง้อคอมองหาสาวๆ ที่ว่าด้านล่างประกอบท่าทางไปด้วย
“หึ หน้ากูดูโง่มากมั้ง” ตฤณยิ้มกริ่มทันทีที่ได้ยินเพื่อนชายบ่นออกมาก่อนจะนั่งตามอัธยาศัยต่อไป
หลายชั่วโมงต่อมา…
พรึบ!
“จะไปไหนวะ” โยธาเงยหน้าถามเพื่อนสนิทตรงหน้าทันทีที่เห็นร่างสูงลุกขึ้นเหมือนจะเดินออกไปจากโต๊ะ ซึ่งคนถูกถามก็ชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปตอบเสียงเรียบ “ห้องน้ำ” ตอบเสร็จร่างสูงก็เดินลงไปด้านล่างทันที
ตุบ!
“อ๊ะ! โทษที เรามองไม่เห็นอะ…” แต่จู่ ๆ ร่างกายของเขาก็ถูกชนโดยใครบางคนเข้า ก่อนที่เธอจะหันมากล่าวขอโทษอย่างไม่ได้ตั้งใจ แต่พอเธอได้เห็นใบหน้าของคนที่เธอชนไปแล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างอย่างตกใจทันที ก่อนจะเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างลืมตัว
“พี่เธียร!”
ขวับ!
ทันทีที่ร่างบางเห็นใบหน้าเรียบนิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจชนเมื่อกี้ เธอก็รีบหันตัวหนีอย่างอัตโนมัติทันทีสมองเริ่มใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะหลบหน้าคนด้านหลังยังไงดี แต่จนแล้วจนรอดเธอก็คิดไม่ออกเลยคว้าแก้วเหล้าของเพื่อนที่รินไว้กรอกปากรวดเดียวจบ แล้วค่อยๆ เดินหนีออกไปจากจุดที่ยืนอยู่ไปอย่างช้า ๆ หวังว่าคนด้านหลังจะไม่รู้ตัวว่าเธอออกมาจากตรงนั้นแล้ว
ใช่ เมื่อหลายวันก่อนตอนเปิดเทอมวันแรก เธอและเพื่อนอีกสองคนได้ไปใช้บริการที่โรงอาหารวิศวะมา และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อจู่ๆ ฟ้าก็ลิขิตให้ผู้ชายที่เธอเคยบอกเลิกในช่วงมัธยมได้หวนคืนมาพบเจอกันอีกครั้ง และเท่าที่เธอจำได้ในตอนนั้นเขาได้ฝากฝังประโยคชวนขนลุกออกมาว่า ถ้าเจอกันอีกครั้ง เขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีกแน่นอน
แต่ตอนนี้เขาและเธอบังเอิญเจอกันอีกแล้ว แล้วที่นี่เธอจะทำอย่างไงดี นอกจากแกล้งเมาแล้วก็ทำเป็นจำไม่ได้อีกครั้ง
"จะหยุดเดินหนีได้หรือยัง"
กึก! สองเท้าที่เร่งรีบก่อนหน้านี้ชะงักกึกทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นเบื้องหลัง ขณะที่หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็พร้อมใจลุกขึ้นมาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งจนเธอกังวลไปหมด สองมือกำชายกระโปรงเดรสแน่นหลับตาคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับคนด้านหลังดี เธอไม่เคยคิดว่าจังหวะนรกสำหรับเธอมันจะเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าและซ้ำซากได้ขนาดนี้ ใช่ เธอยังไม่ได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับเขา
Rrrr
ครืด~ ครืด~
"อืมว่าไง"
"ได้ เดี๋ยวกูดูแลเอง"
หมับ!
"ดะเดี๋ยว นี่พี่จะพาสวยไปไหน" ดวงหน้าสวยตื่นตกใจที่จู่ ๆ ก็ถูกร่างสูงด้านหลังคว้าข้อมือไปจับไว้อย่างไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนจะพาเดินไปทางลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกล เขาจับเธอยัดเข้าไปในรถโดยที่ไม่ปล่อยช่องว่างให้เธอได้ถามหรือได้สงสัยสักนิดที่สำคัญเขาไม่ปล่อยช่องว่างให้เธอได้ขืนตัวเลย
"พี่เธียร พี่จะพาสวยไปไหน"
"ยังจำได้อยู่ใช่ไหมว่าเคยฝากอะไรไว้" ใบหน้าสวยชะงักนิ่งทันที รู้สึกชาวาบไปทั้งใบหน้าเมื่อถูกย้อนถามประโยคที่คนข้างๆ ได้ฝากฝังไว้เมื่อหลายปีก่อน ประโยคที่ว่าถ้าเจอกันอีกครั้ง เขาจะไม่ปล่อยเธอไปอีกแน่นอน และใช่ เธอกำลังรู้สึกว่าเขาจะทำจริงอย่างที่ได้พูดไว้
หลายวันต่อมา…@ร้านอาหาร“พี่เขาพาไปพิพิธภัณฑ์ที่ลูกอยากไปมาแล้วใช่ไหม เป็นไงบ้าง ปลาสวยมากเลยใช่ไหม”ใช่ค่ะ ตอนนี้ฉันกับพี่เธียรอยู่ที่ร้านอาหาร ตรงหน้าเราตอนนี้ก็มีคุณแม่ของฉันและคนที่ถามเมื่อกี้ก็คือแม่ของฉัน แต่แม่ของฉันเขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวหรอก ข้างๆ แม่ก็คือแม่พี่เธียรใช่ค่ะ วันนี้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนนัดเราทั้งสองคนมาทานข้าวกัน ฉันที่ไม่ได้อยากมาเท่าไหร่นักเพราะไม่อยากโดนแม่แซวแกมแอ๋วพี่เธียรเลยถูกบังคับให้มานั่งตรงนี้ด้วยและคนที่จะทำให้ฉันยอมมาได้ก็คือพี่เธียรเท่านั้น เขาบอกว่าวันนี้แม่ของเขาก็ต้องการพบฉันเหมือนกัน ฉันเลยต้องมาแต่มานั่งในร้านได้ไม่ทันไรแม่ฉันก็แซวเรื่องที่พี่เธียรพาไปพิพิธภัณฑ์เมื่อหลายวันก่อนเสียแล้วแต่ฉันแอบเอะใจตรงที่แม่รู้ได้ไงว่าฉันไปพิพิธภัณฑ์มาขวับ!“แม่รู้ได้ไงว่าสวยไปพิพิธภัณฑ์มาค่ะ”“ไม่รู้สิแปลก เธียรเขาโทรหาแม่ค่ะ” แล้วดูแม่ของฉันตอบ เล่นหน้าเล่นตามาก ฉันที่เห็นแม่ทำหน้าทำตาแบบนั้นเลยหันไปที่คนข้างๆ อย่างพี่เธียรแทนแต่พี่เธียรกลับยักไหล่กลับมาแทน เอากับพวกเขาเถอะ เหอะ!“แล้วนี่ลูกทั้งสองพร้อมแต่งงานกันเลยไหม”พรวด!!ฉันที่กำลังยกแก้วน้ำดื่มถึงก
@พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหลังจากที่นั่งรถมาสักพัก ผมก็พาสวยมาถึงสถานที่ที่ผมอยากพาเธอมานั่นก็คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ…ใช่ครับ ผมพาเธอมาที่นี่เพื่อให้เธอได้เห็นใต้ท้องทะเลจำลอง ผมอยากให้เธอได้ผ่อนคลายไปกับสัตว์น้ำของที่นี่เพราะผมรู้ว่าที่นี่มีปลามากมายที่ถ้าได้ดูแล้วคงทำให้ใครบางคนแถวนี้ตื่นเต้นจนหุบยิ้มไม่ได้แน่ๆ“พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเหรอพี่เธียร” ระหว่างที่ผมกำลังซื้อตั๋วเข้าชม สวยที่ยืนข้างๆ ผมเธอก็เอ่ยถามผมขณะที่สายตากำลังมองตู้กระจกปลาตรงหน้าของเธอ ผมเลยหันไปพยักหน้าให้คนที่ทำหน้าตื่นเต้นอยู่ในทีหึ ผมว่าแล้วว่าต้องมีคนตื่นเต้นแน่นอน“อืม เข้าไปกันเถอะ”ผมจูงมือเล็กเดินเข้าไปข้างในพิพิธภัณฑ์ ทันทีที่ร่างเล็กข้างๆ ผมเธอเห็นตู้ปลาขนาดใหญ่ ดวงตาคู่สวยของเธอก็ยิ้มตื่นเต้นทันที ราวกับได้เจอสิ่งที่ใฝ่ฝันอยากเห็นมานานอันทีที่จริงช่วงที่ผ่านมาผมโทรไปเล่าเรื่องของสวยให้แม่ผมฟัง แล้วขอเบอร์แม่ของสวยจากแม่ผม เพื่อจะโทรไปถามท่านว่าสวยมีที่ไหนที่อยากไปเป็นพิเศษแต่ยังไม่ได้ไปหรือเปล่าซึ่งท่านก็ตอบกลับมาว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวยอยากมาที่นี่นานแล้ว แต่ช่วงนั้นแม่ของเธอไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ บวกกับตอนที่คบ
ฟุบ!ร่างกายของฉันถูกวางลงบนเก้าอี้ ตรงหน้ามีข้าวต้มร้อนๆ หอมฉุยกับโกโก้ร้อนๆ แก้วโปรดวางไว้ ส่วนพี่เธียรเขาก็ย้ายตัวเองไปนั่งตรงข้ามกับฉันเช้านี้มันดูพิเศษแปลกๆ แฮะ มีเสียงเพลงเปิดคลอดเบาๆ ฟังแล้วรู้สึกสึกผ่อนคลายชะมัด แถมในห้องยังได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่สูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาดหึ และฉันก็ต้องแอบอมยิ้มเขินอีกครั้ง…เพราะทั้งหมดที่ฉันกล่าวมานั้น มันต้องเป็นฝีมือของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าของฉันแน่ๆเขาคงรู้ว่าเมื่อคืนตัวเองรักฉันหนักหน่วงแค่ไหน คงรู้ว่าฉันตื่นเช้ามาคงได้ปวดระบมอีกเป็นแน่ เขาถึงได้จัดการสิ่งโรแมนติกพวกนี้ให้ฉันได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้เขาชักจะใช้คำว่าน่ารักเปลืองเกินไปแล้วสิ“เพลงกับน้ำหอมอ่อนๆ นี่ พี่เป็นคนจัดงานใช่ไหม”“อืม อยากให้ตื่นมาแล้วสดชื่น” ฉันคลี่ยิ้มกับคำตอบที่ได้ยินทันที รู้สึกใจสั่นระรัวมีความสุขจนทะลักออกมานอกอกหมดแล้วความรู้สึกหวิวๆ ตรงท้องน้อยตอนนี้ก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ แถมใบหน้าของฉันก็เห่อร้อนจนแทบจะแผดเผาไปทั่วใบหน้าแล้วด้วยหึ ฉันคงต้องมุดหัวลงไปอยู่ใต้โต๊ะเลยไหม อาการพวกนี้มันถึงจะหยุดเล่นงานฉันได้สักที“พี่ทำให้สวยเขินรู้ไหม” พี่เธี
ฉันแหงนมองภาพดอกไม้ไฟที่กำลังเป็นประกายอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้าในยามค่ำคืนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“สวยจัง” ฉันหลุดชมภาพที่ดูอยู่อย่างเหม่อลอย คือมันสวยจริงๆ นะ ฉันไม่ได้เห็นภาพดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าในตอนกลางคืนแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ“กลับกันเถอะ” แต่จู่ๆ พี่เธียรที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ฉุดแขนของฉันให้เดินตามเขาไปเสียงั้น ฉันที่ยังสนใจภาพดอกไม้ไฟอยู่ ก็เลยต้องจำใจเดินไปทั้งๆ ที่สายตายังแหงนมองบนท้องฟ้าอยู่หลังจากที่ถูกพี่เธียรลากมาถึงลานจอดรถ ฉันก็ถูกคนตัวสูงยัดร่างกายเข้าไปนั่งในรถทันที ก่อนที่พี่เขาจะเดินอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับแล้วขับรถมุ่งหน้าสู่คอนโดของฉันต่อ ซึ่งฉันก็แอบงงอยู่พอสมควรว่าทำไมพี่เธียรถึงได้แลดูรีบร้อนแปลกๆ แต่ก็ได้แต่เก็บความสงสัยพวกนั้นไว้คนเดียวพี่เธียรใช้เวลาขับรถได้ไม่นาน เราสองคนก็ถึงคอนโด ฉันลงจากรถเดินนำเข้าไปลิฟต์โดยมีพี่เธียรเดินตามเข้ามาภายหลังแต่ทันทีที่พี่เขาเดินเข้ามาประตูลิฟต์ปิด สิ่งที่พี่เธียรทำกับฉันก็คือดึงท้ายทอยของฉันเข้าไปจูบอย่างดุดัน ฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับอึ้งไปเลย ก่อนจะผลักพี่เธียรออกพี่เธียรต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่จูบฉันในลิฟต์แบ