Share

บทที่ 9

Author: Duck.bell
last update publish date: 2026-03-07 00:39:48

หลายชั่วโมงต่อมา…

16.00น.

“วันนี้พี่ๆ เขานัดกันที่ลานคณะ มึงว่าพี่เขามีเรื่องอะไรหรือเปล่าวะ” พริกไทยถามสีหน้ากังวล หลังจากที่ได้รับไลน์กลุ่มว่าวันนี้พี่ๆ นัดน้องปีหนึ่งรวมตัวกันที่ลานคณะ

“พี่คณะเรามันไม่เหมือนกับคณะข้างๆ หรอก มึงจะไปซีเรียสทำไม” ที่ยัยน้ำพิ้งค์มันตอบแบบนั้น ก็เพราะคณะของฉันพี่ๆ ใจดีกันทุกคน ส่วนคณะข้างๆ ที่มันว่าก็คือคณะวิศวะของสามีมันอย่างพี่ทาม

อย่างที่รู้กันว่าคณะวิศวะเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของการรับน้องโหด พี่ในเอกคือโหด ดุ และใช่พวกเขาดุดันแบบไม่เกรงใจใครหนึ่งในนั้นก็คือพี่เธียร รองเฮดว้ากของคณะนั้น

ทุกครั้งที่พี่ๆ เรียกรวมพวกฉันเพื่อพบปะกันก็จะบังเอิญกับคณะของพี่เธียรเรียกรวมน้องๆ ของคณะตัวเองเหมือนกัน ฉันเลยได้เห็นมุมนิ่งๆ แต่น่ากลัวของเขาตลอด โดยเฉพาะสายตานั้นเวลาที่มองรุ่นน้องของพวกเขา

บรึ่ย~ แค่นึกถึงภาพฉันก็ขนหัวลุกหมดแล้ว แล้วจะให้ฉันมีแฟนชื่อพี่เธียรเหรอ ไม่เอาดีกว่า ฉันไม่อยากโดนเขาตวาดเวลาที่หงุดหงิด

“พิ้งค์ พริกเดี๋ยวกูขอไปซื้อน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา”

“อืมๆ” เป็นยัยน้ำพิ้งค์ที่หันมาพยักหน้ารับทราบก่อนจะหันกลับไปโม้กับยัยพริกไทยต่อ

คือตอนนี้พวกเราสามคนเรียนเสร็จแล้วแต่ด้วยความที่พี่คณะเรียกรวม พวกนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งทั้งชายและหญิงทุกคนเลยต้องมานั่งรวมกันที่ลานแต่ฉันที่เห็นว่าพี่ๆ ยังไม่มีใครมา เลยขอตัวไปซื้อน้ำก่อน

หลังจากที่เดินมาที่โรงอาหารของคณะได้สักพัก ฉันก็มาถึงเป้าหมายแต่ผลปรากฏว่าร้านในโรงอาหารปิดไปหมดแล้ว ฉันเลยยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาก็พบว่ามันใกล้จะห้าโมงเย็นแล้ว ฉันเลยได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วเตรียมหมุนตัวกลับไปที่ลานอีกครั้งหลังจากที่อดซื้อน้ำแล้ว

แต่ทันใดนั้นสายตาของฉันดันเหลือบไปเห็นร้านน้ำในโรงอาหารของวิศวะยังเปิดขายอยู่ เลยยืนชั่งใจอยู่สักพักว่าจะเดินข้ามไปซื้อฝั่งนั้นดีไหมเพราะถ้าไม่ซื้อฉันก็ต้องอดทนกระหายน้ำไปจนกว่าพี่ๆ เขาจะปล่อย ถ้าเป็นแบบนั้นฉันตัดสินใจเดินไปซื้อดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนกระหายน้ำ

ตึก ตึก ตึก

“ว้าว~ สวยจังว่าแต่เดินมาคนเดียวเหรอครับ” ผู้ชายหน้าตาพอไปวัดไปวาได้คนหนึ่งตะโกนดังออกมาจากม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ขณะที่ฉันกำลังเดินเข้าไปในโรงอาหาร แต่ด้วยความที่ฉันไม่อยากเสียเวลาสนใจ ฉันเลยทำเป็นหูทวนลมเดินหน้านิ่งเข้าไปซื้อน้ำ ซื้อเสร็จฉันก็รีบเดินออกมา

“เดี๋ยวก่อนสิครับคนสวย”

กึก!

ฉันชะงักเท้ายืนนิ่งมือกำสายสะพายกระเป๋าผ้าแน่นเมื่อจู่ๆ ผู้ชายคนเดิมที่ตะโกนเมื่อกี้เขาเดินมาดักหน้าฉัน

“ขะ…ขอทางด้วยค่ะ” ฉันร้องขอทางเสียงตะกุกตะกักเริ่มรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก มองซ้ายมองขวาก็ไม่พบใครนอกจากกลุ่มของผู้ชายที่ยืนยิ้มเลียปากอยู่ตรงหน้าฉัน

“พี่ขอไลน์หน่อยได้มั้ย อยากจีบอะ”

“มะไม่มีค่ะ” ฉันรีบตอบทันควันโดยที่ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

“กลัวพี่เหรอครับคนสวย เสียงสั่นเชียว” เอาจริงๆ มันไม่ใช่แค่เสียงหรอกที่สั่นแต่ขาฉันก็สั่นเหมือนกัน เอาไงดี ฉันจะหลุดพ้นไปจากผู้ชายคนนี้ยังไงดี

“ปะเปล่าค่ะ” ฉันข่มใจตอบ

“หึ น่ารักวะ”

“น่ารักกับตีนกูมั้ยไอ้ปืน”

“ไอ้เธียร” พี่เธียรเหรอ?

ขวับ!

ทันทีที่ผู้ชายชื่อปืนเรียกชื่อพี่เธียรหน้านิ่ง ฉันก็รีบหันขวับไปดูข้างหลังตัวเองทันทีก่อนจะพบว่าพี่เธียรยืนจ้องหน้าคนชื่อปืนด้วยสายตาเอาเรื่องอยู่ก่อนแล้ว ฉันเลยเผลอเรียกชื่อพี่เธียรเสียงอ่อยออกไปพร้อมๆ กับที่หัวใจมันอ่อนยวบลงอย่างโล่งใจ

“พี่เธียร…”

“เธอมาทำอะไรแถวนี้” พี่เธียรขยับเข้ามาใกล้ฉันพร้อมกับผลักหน้าอกผู้ชายที่ชื่อปืนออกไปให้ห่างจากฉัน “ไอ้เธียร” แต่คนชื่อปืนกลับไม่พอใจที่โดนผลักหน้าอกออกเลยเรียกชื่อพี่เธียรเสียงแข็ง

“หรือมึงจะเอา” ปากถามผู้ชายที่ชื่อปืนหน้านิ่งแต่แขนกลับโอบไหล่ของฉันอย่างหวงแหน ทำเอาฉันถึงกับตัวแข็งทื่อเลยทีเดียว จากที่หัวใจเต้นจังหวะปกติเพราะโล่งใจที่พี่เธียรมาช่วยแล้ว

มันกลับเต้นรัวแรงอีกครั้งเพราะสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ของคนที่โอบอีกครั้ง ฝ่ามืออุ่นกระชับเบาๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัย จนทำให้ฉันเผลอเงยหน้าขึ้นไปมองเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างลืมตัว

ทำไมมันทำให้ใจฉันชื้นแบบนี้นะ

“ไง ยัยนี้เป็นเมียมึง หรือผู้หญิงคั่นเวลาของมึงละ ดูหวงจังนะ”

“มึงวอนตีนไอ้เธียรมันแล้วละไอ้ปืน” ฉันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันทีที่ได้ยินเสียง พบว่าคนที่พูดเมื่อกี้คือพี่โยธาเพื่อนในกลุ่มของพี่เธียรซึ่งเป็นคนที่ยัยพริกไทยตามกรี๊ดจนพี่เขาแอบกลัว พี่เขาเพิ่งเดินเข้ามาสมทบภายหลัง

“กูให้โอกาสมึงถอย...ก่อนที่มึงจะไม่ได้ถอยอีก” พอพี่เธียรพูดแบบนั้น คนชื่อปืนก็หน้าเจื่อนลงทันที ฉันที่สงสัยเลยเงยหน้าขึ้นไปมองพี่เธียรอีกครั้ง สิ่งที่พบก็คือสายตาแข็งกร้าวที่มาพร้อมสีหน้าเอาเรื่องของพี่เธียรที่ไม่มีแววล้อเล่นนั้นเองที่ทำให้คนชื่อปืนหน้าเจื่อนจนแอบหวั่นแบบนั้น

“กูว่ามึงรีบไปเถอะ มึงก็รู้ว่าเวลาไอ้เธียรมันโมโหจะเป็นยังไง” พี่โยธาเดินไปตบไหล่คนชื่อปืนเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงเบากันสองคน แต่ไม่วายหูฉันดันได้ยินไปด้วย

หลังจากที่พี่โยธากระซิบบอกคนชื่อปืนไม่นานเขาก็ถอยกลับไปที่ม้าหินอ่อนตรงที่เพื่อนๆ ของเขานั่งรออยู่แล้วพอเขาไปถึงทุกคนก็ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปทันที ฉันที่เห็นว่าพวกพ้องเขาไปกันหมดแล้วเลยรู้สึกโล่งใจขึ้นมา

“ตกลงจะบอกได้ยังว่ามาแถวนี้ทำไม” ฉันชูถุงขวดน้ำเปล่าในมือให้พี่เธียรดูแทนการตอบคำถาม พอพี่เขาเห็นคำตอบของฉันแล้วก็เลยเงียบ

“ไอ้เธียรกูไปหาพวกไอ้ทามก่อนละกัน เสร็จแล้วมึงก็อย่าลืมตามไปละ ไปช้าเดี๋ยวโดนไอ้ทามบ่นอีก” พี่โยธาเห็นว่าพี่เธียรเงียบก็เลยพูดในส่วนของตัวเองขึ้นมา คนฟังอย่างพี่เธียรเลยพยักหน้ารับรู้ พี่โยธาเห็นดังนั้นแล้วจึงหมุนตัวเดินจากไปในเวลาต่อมา ทิ้งให้ฉันกับพี่เธียรยืนเงียบกันอยู่สองคน

“คราวหน้าถ้าจะมาแถวนี้อีกให้ชวนเพื่อนมาด้วย มาคนเดียวมันอันตราย หรือไม่ก็ไลน์บอกฉันก่อนจะได้รออยู่แถวนี้”

ฉันไม่รู้ว่าต้องแสดงสีหน้าตอนที่พี่เธียรพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่แอบสัมผัสได้ถึงความเป็นห่วงนั้นยังไง มันดูเหมือนเขากำลังดุฉันอยู่นะ แต่ก็ไม่ใช่ว่าดุจนสัมผัสได้ว่าดุแบบจริงจังไปเสียทีเดียว สิ่งที่ฉันสัมผัสได้จากแววตาราบเรียบนั้นคือความเป็นห่วงที่มีต่อฉันอย่างจริงใจต่างหาก

“สวยแค่ไม่อยากรบกวนเพื่อนเลยเดินมาคนเดียว” ฉันบอกไปอย่างที่คิด ใช่ ฉันไม่อยากรบกวนเพื่อนเพราะคิดว่าแค่เดินมาซื้อน้ำแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับแล้ว แต่ไม่คิดว่าร้านที่โรงอาหารในคณะตัวเองจะปิดแล้ว

“งั้นก็ไลน์บอกฉัน” หื้ม? ยิ่งแล้วใหญ่

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”

“เธอเห็นท่าทางของไอ้ปืนเมื่อกี้ใช่มั้ย ถ้าเห็นก็อย่าดื้อ”

โอ๊ะ นี่ฉันโดนกล่าวหาว่าดื้ออยู่เหรอ ฉันไม่ได้ดื้อนะฉันก็แค่ไม่อยากรบกวนคนอื่น อีกอย่างเพราะที่นี่มันคือสถานศึกษา ฉันเลยไม่ทันคิดว่าจะมีอันตรายแบบนี้

“สวยเปล่าดื้อนะพี่เธียร” ฉันเถียงกลับหน้าจริงจัง

“เปล่าดื้อแล้วปฏิเสธทำไม”

“ก็คนมันไม่อยากรบกวนอะ”

“แต่ฉันเป็นผัวเธอนะ รบกวนหน่อยจะเป็นไรไปวะ” อะไรของเขาเนี่ย

“ไม่เอาไม่รับเป็นผัว” ผัวเผออะไรละ ฉันไม่ได้อยากได้สักนิดเถอะ

“ทำไมเธอดื้อจังว่ะสวย” พี่เธียรว่าสีหน้าหงุดหงิด ทำเอาฉันถลึงตาใส่พร้อมเรียกชื่อเขาเสียงดังอย่างไม่พอใจที่มาว่าฉันดื้อ “พี่เธียร!”

“อะไร ไม่รู้แหละต่อไปนี้ห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด”

“พี่จะมาทำเหมือนเป็นห่วงสวยทำไมเนี่ย”

“ก็คนมันเป็นห่วงจริงมั้ยวะ” เอาละพอพี่เธียรตอบแบบนั้นอย่างตรงไปตรงมา ฉันก็เกิดอาการหน้าร้อนผ่าวเหมือนไข้ขึ้นทันที จนไม่สามารถที่จะยืนเถียงกับพี่เธียรต่อได้อีกแถมยังทำตัวไม่ถูกอีกด้วย เลยตัดสินใจเดินหนีออกมาแล้ววิ่งกลับไปที่คณะในที่สุด

เฮ้อ~ หัวใจบ้าทำไมเต้นแรงแบบนี้นะ!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 61

    หลายวันต่อมา…@ร้านอาหาร“พี่เขาพาไปพิพิธภัณฑ์ที่ลูกอยากไปมาแล้วใช่ไหม เป็นไงบ้าง ปลาสวยมากเลยใช่ไหม”ใช่ค่ะ ตอนนี้ฉันกับพี่เธียรอยู่ที่ร้านอาหาร ตรงหน้าเราตอนนี้ก็มีคุณแม่ของฉันและคนที่ถามเมื่อกี้ก็คือแม่ของฉัน แต่แม่ของฉันเขาไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวหรอก ข้างๆ แม่ก็คือแม่พี่เธียรใช่ค่ะ วันนี้ผู้ใหญ่ท

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 60

    แต่มันก็จะมีบ้างที่สวยจะชวนผมไปถ่ายรูปคู่กับเธอเก็บไว้ แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสตอรี่ที่เธอถ่ายไว้แล้วลงในโซเชียลมีเดียของเธอรวมถึงภาพที่ผมกุมมือของเธอไว้ หรือแม้กระทั่งภาพแผ่นหลังของผมตอนที่กำลังยืนดูปลาในตู้กระจก เธอก็แอบกดถ่ายไว้แล้วลงในพื้นที่ส่วนตัวของเธอพร้อมกับแท็กชื่อของผมอย่างเปิดเผยผมที่เห็นแ

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 59

    @พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหลังจากที่นั่งรถมาสักพัก ผมก็พาสวยมาถึงสถานที่ที่ผมอยากพาเธอมานั่นก็คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ…ใช่ครับ ผมพาเธอมาที่นี่เพื่อให้เธอได้เห็นใต้ท้องทะเลจำลอง ผมอยากให้เธอได้ผ่อนคลายไปกับสัตว์น้ำของที่นี่เพราะผมรู้ว่าที่นี่มีปลามากมายที่ถ้าได้ดูแล้วคงทำให้ใครบางคนแถวนี้ตื่นเต้นจนหุบยิ้มไม

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 58

    ฟุบ!ร่างกายของฉันถูกวางลงบนเก้าอี้ ตรงหน้ามีข้าวต้มร้อนๆ หอมฉุยกับโกโก้ร้อนๆ แก้วโปรดวางไว้ ส่วนพี่เธียรเขาก็ย้ายตัวเองไปนั่งตรงข้ามกับฉันเช้านี้มันดูพิเศษแปลกๆ แฮะ มีเสียงเพลงเปิดคลอดเบาๆ ฟังแล้วรู้สึกสึกผ่อนคลายชะมัด แถมในห้องยังได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่สูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาดห

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 57

    ฉันแหงนมองภาพดอกไม้ไฟที่กำลังเป็นประกายอยู่บนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมิดของท้องฟ้าในยามค่ำคืนด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม“สวยจัง” ฉันหลุดชมภาพที่ดูอยู่อย่างเหม่อลอย คือมันสวยจริงๆ นะ ฉันไม่ได้เห็นภาพดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าในตอนกลางคืนแบบนี้นานแค่ไหนแล้วนะ“กลับกันเถอะ” แต่จู่ๆ พี่เธียรที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ฉุดแขนขอ

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 56

    “เดี๋ยวกูแนะนำก่อนละกัน” ยัยพริกไทยตัวเปิดของพวกฉัน มันเสนอขอแนะนำตัวก่อน เออดี ฉันยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่เลย แล้วไอ้สโลแกนบ้าบอนั่น ฉันก็ยังคิดไม่ได้ด้วย โอ้ย อยากจะบ้าตายจริงๆ“สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาวมินตรา ภักดี ชื่อเล่นพริกไทย รหัส022 สโลแกนประจำตัว…” เอาละด้วยความที่ต้องแนะนำตัวเสียงดัง เพื่อนต่าง

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 31

    หลายสัปดาห์ต่อมา...หลังจากที่วันนั้นเราสองคนได้สัญญากัน ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นคู่รักที่พริกไทยบอกว่าน่าอิจฉาที่สุดเพราะพี่เธียรเขาคลั่งรักฉันมาก ฉันเป็นผู้หญิงที่โชคดีไม่ต่างจากน้ำพิ้งค์เลย ที่สำคัญพี่เธียรเขาแสนดีกับฉันมาก ดูแลฉันดีทุกอย่าง วันไหนที่เขาไม่มีเรียนเขาก็ยังอุตส่า

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 3

    “…”หลังจากที่ฉันเรียกชื่อพี่เธียรไปก่อนหน้านี้ ไม่นานใบหน้าหล่อเหลาของพี่เธียรก็ค่อยๆ โผล่ออกมาจากความมืดจนฉันสามารถเห็นหน้าหล่อๆ ของเขาได้ชัดและมันก็ชัดมากจนทำให้ฉันยืนนิ่งตาค้างเลยทีเดียว อารมณ์คล้ายๆ เหมือนสมองถูกปิดสวิตช์ไปชั่วขณะ เพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะเป็นพี่เธียรจริงๆแล้ว…เอ๋อ ฉันควรทำยั

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 2

    ปัจจุบัน...@ห้องสมุด“สวย คืนนี้กูอยากไปเที่ยวผับวะ มึงไปกับกูได้ปะ”“มึงกับกูสองคนเหรอ แล้วยัยพิ้งค์อะ”“โทษทีมึงกูไปไม่ได้อะเดี๋ยวโดนพี่ทามติกเข้าบัญชีดำอีก”“นะมึง กูอยากไปปลดปล่อยอะอีเหี้ยเรียนหมอมันทำให้กูอยากบ้ากูอยากไปปลดปล่อยอะ ไม่งั้นกูได้บ้าจริงๆ แน่นะสวยนะ” ยัยพริกไทยขยุ้มผมตัวเองจนผมเผ้

  • MY ENGINEERS วิศวะดุคลั่งรัก   บทที่ 1

    หลายเดือนก่อน @GM CLUB"ไอ้เธียร มึงว่าผู้หญิงคนนั้นสวยไหมวะ" ตฤณเพื่อนในแก๊งเดียวกันของเธียรเขาเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงหลายๆ คนต่างขนามนามว่าเขาคือคาสโนว่าแห่งวิศวะ เขาได้เอ่ยปากถามเพื่อนขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังสาวสวยด้านล่างของผับตาเป็นประกาย แต่คนที่ถูกถามอย่างเธียรหนุ่มหล่อมาดนิ่งพูดน้อยต่อยหนักอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status