Share

Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก
Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก
Author: นัวร์เนีย

บทที่ 1

last update Last Updated: 2026-01-04 20:54:55

ยี่สิบสองปีที่แล้ว

รถยนต์คันหรูสีดำขับมาจอดยังหน้ามูลนิธิภายใต้การดูแลของตระกูลสิทธิเกรียงไกร สองสามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะเดินเข้ามาด้านในอาคารสีขาวฟ้าที่มีลักษณะกึ่งสำนักงานและบ้านพัก โดยมีเจ้าหน้าที่หญิงสามคนยืนคอยอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว

พนักงานทั้งสามรีบยกมือไหว้แสดงความเคารพ ก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนาถึงสาเหตุการติดต่อให้เจ้าของมูลนิธิมาจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง

“คุณวิรัช คุณโสภา เด็กคนนี้ค่ะ”

มลฑณา ผู้ช่วยหัวหน้าสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนี้เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจ พร้อมกับเบี่ยงตัวเผยให้เห็นทารกเพศหญิงในอ้อมอกเจ้าหน้าที่อีกคน

“ตายจริง น่าสงสารจังเลยค่ะ อายุน่าจะพอๆ กับยัยหนูของเราด้วย” โสภาพูดกับสามีพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอบริเวณขอบตา

มือเรียวยกขึ้นระดับอกเป็นสัญญาณว่าตนจะขออุ้มทารกคนนั้น มลฑณาพยักหน้ายอมส่งให้แต่โดยดี เมื่อคุณผู้หญิงของตระกูลรับเด็กเข้ามาสู่อ้อมอก ก็รู้สึกตื้นตันไม่ต่างจากการได้อุ้มบุตรสาวที่บ้านตนเอง เด็กน้อยในอกเมื่อสัมผัสถึงความนุ่มนิ่มในอ้อมกอด ก็ควานหาเต้านมเพื่อประทังความหิวตามสัญชาตญาณ

“คุณคะ เหมือนเด็กจะหิว คุณมลฑณาให้ตัวเล็กทานอะไรหรือยังคะ”

“ยังเลยค่ะ เพิ่งรับกลับจากโรงพยาบาลเมื่อเช้าตรู่นี้เอง”มลฑณารีบบอก

“พี่มล แล้วเราจะเอาอะไรให้น้องกินล่ะพี่”วิภา คนดูแลมูลนิธิอีกคนพูดขึ้น

“นั่นสิ มูลนิธิเราไม่เคยรับเด็กอ่อนมาเลี้ยงด้วย เลยไม่มีนมผงเก็บไว้”

โสภาเม้มริมฝีปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะหันไปพูดกับสามีที่ยืนฟังการสนทนาอยู่

“คุณวิรัชจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าภาจะแบ่งน้ำนมให้ตัวเล็กดื่มไปก่อน ระหว่างที่รอนมผง”

วิรัชพยักหน้าเห็นด้วย ทำให้เกิดรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าหญิงสาวที่เป็นภรรยาออกมา เธอดีใจที่สามีของเธอไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย

มลฑณาที่ได้ยินดังนั้น จึงทำหน้าที่เดินนำนายหญิงเพื่อไปที่ห้องส่วนตัว ซึ่งสะดวกต่อการให้นมทารกในอกเป็นอย่างดี

ระหว่างที่วิรัชรอภรรยาให้นมเด็กหญิงตัวน้อย นักธุรกิจหนุ่มก็หันมาคุยกับเจ้าหน้าที่วัยกลางคนอีกคนที่ทำหน้าที่ดูแลและเป็นเสมือนหัวหน้าของที่นี่

หญิงวัยกลางคนเดินนำคุณผู้ชายมายังห้องทำงานของมูลนิธิ ก่อนจะยื่นเอกสารใบบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ และเอกสารโรงพยาบาลให้ดู

ร่างสูงใช้เวลากวาดสายตาอ่านบันทึกประจำวันชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“ชาวบ้านละแวกนี้เห็นกะละมังลอยน้ำมาติดกอผักตบ เลยให้คนเอาเรือออกไปดูงั้นเหรอ”เสียงเข้มเอ่ยถามอีกครั้ง

“ค่ะ ทีแรกชาวบ้านคิดว่าเป็นลูกหมาลูกแมวที่โดนเอาปล่อย พอขับเรือเข้าไปใกล้ถึงเห็นว่าเป็นเด็ก”

“เด็กไม่ร้องเหรอ ตั้งแต่ฉันมาก็ไม่ได้ยินเสียงร้องเลย”เขาถามอย่างเป็นห่วง

บางทีเด็กอาจจะพูดไม่ได้

“ตอนเจอในกะละมังเด็กหลับอยู่ค่ะ น่าจะเพลียแดด เมื่อเช้าตอนไปรับจากโรงพยาบาลก็ร้องไห้ไปรอบหนึ่งค่ะ เพิ่งสงบก่อนที่คุณจะมาไม่นาน”

ร่างสูงพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะเอ่ยกับหัวหน้ามูลนิธิด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจทั้งเจ้าหน้าที่และทารกเคราะห์ร้าย

“ผมฝากคุณไปแจ้งเกิดขอใบสูติบัตรให้เด็กด้วยนะ จะได้ไม่เป็นปัญหาในอนาคต ถ้าติดอะไรโทรหาเลขาผมโดยตรงได้เลย ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายของเด็กคนนี้ผมจะรับผิดชอบเป็นเงินส่วนตัวเอง เลี้ยงให้ดี ติดอะไรบอกผมเลย อย่าเกรงใจ”

มือหนาพูดขึ้น ก่อนจะยื่นเช็คสีขาวระบุเงินจำนวนหนึ่งให้หญิงวัยกลางคนสำหรับเป็นค่าเลี้ยงดูเด็ก

“ขอบคุณค่ะ เอ่อ แล้วชื่อจะให้ตั้งว่ายังไงดีคะ”เธอถามเขาด้วยความนอบน้อม เพราะนอกจากเขาจะเป็นเจ้าของมูลนิธิ และยังเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กทั้งหมดอีก

“ให้ภรรยาผมเป็นคนตั้งก็แล้วกัน”

หลังจากที่โสภาให้นมเด็กเรียบร้อย ก็ออกจากห้องมานั่งข้างสามี ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กอายุไม่กี่วันก็เกิดอาการน้ำตาคลอออกมาด้วยความสงสารขึ้นมาอีกระลอก มือเรียวลูบศีรษะมนของทารกในมือด้วยความเอ็นดู พลางพยายามนึกชื่อที่เหมาะสมให้

“ตาไทม์ชื่อพลบค่ำ ยัยหนูเวลาก็ชื่อรุ่งอรุณ งั้น...ชื่อวาลีดีไหมคะ เวลา...วาลี เด็กคนนี้อายุน่าจะพอๆ กับลูกสาวเราด้วย”

พูดจบก็หันไปถามความเห็นของสามี วิรัชที่นั่งฟังอยู่ก็พยักหน้าอย่างตามใจภรรยา เพราะสำหรับเขาจะชื่ออะไรก็เป็นแค่ชื่อเรียกเท่านั้น มันสำคัญที่การประพฤติตัวเสียมากกว่า

“งั้นเด็กคนนี้ให้ชื่อว่าวาลีนะคะ ฝากเลือกนามสกุลของมูลนิธิที่เหมาะสมกับชื่อด้วย”

ภรรยาเจ้าของมูลนิธิพูดจบก็หยิบกระดาษมาเขียนชื่อทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษให้จันทร์จิรา หัวหน้ามูลนิธิ

จันทร์จิรายื่นมือออกไปรับกระดาษใบนั้นมาถือ จากนั้นจึงเดินไปเปิดเอกสารนามสกุลมูลนิธิ ปาดสายตาหาอยู่ครู่หนึ่งก็ได้นามสกุลที่จะให้ทารกน้อย

“นามสกุลนี้ก็แล้วกันนะคะ สิทธิเมตตา...วาลี สิทธิเมตตา ชื่อเล่นก็เรียกว่าวา หรือวาลีก็น่ารักดี”

โสภาที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะอุ้มกล่อมเด็กน้อยด้วยความรัก เธอขอให้เด็กเติบโตมาอย่างมีความสุข ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และเป็นที่รักของทุกคน

•────✦❅✦────•
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 56

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมา

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 55

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 54

    “อาหารที่น้องวาตักให้อร่อยมากเลยครับ” “เพราะฉันทำย่ะ ไม่ใช่เมียแกตักให้” และสงครามกลางโต๊ะอาหารก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง... เป็นครั้งแรกที่วาลีได้เห็นคฤหาสน์สิทธิเกรียงไกรยามค่ำคืน คนตัวเล็กเพิ่งทราบว่าลานน้ำพุหน้าทางเข้าบ้านในตอนกลางคืนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีรุ้งสวยงาม แถมสวนสไตล

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 53

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 52

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 51

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status