Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-01-04 20:58:34

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูของเวลาทำให้การสนทนาหยุดชะงัก ทุกคนหันไปมองหน้าประตูเป็นตาเดียว ร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวเซ็กซีสีชมพูเปิดประตูเข้ามาหาผู้ใหญ่พร้อมรอยยิ้มเจื่อน

“ยัยวาจะกลับแล้วค่ะ” เมื่อพูดจบก็ดึงแขนเพื่อนที่ยืนอยู่นอกห้องให้เข้ามา

“อ้าว ทำไมรีบกลับนักล่ะ” คุณย่าเป็นฝ่ายถาม

“คือ....คุณพ่อของคุณแม่จันทร์เสียแล้วค่ะ คุณแม่จันทร์อาจจะไม่ค่อยว่าง วาจะรีบกลับไปช่วยดูแลน้องๆ” ร่างเล็กตอบเสียงเครือ เล่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากการคุยมือถือเมื่อครู่ให้ฟังจนหมด

เธอมักจะเรียกผู้ดูแลมูลนิธิว่าแม่ และเรียกคนอื่นๆ ว่าน้าหรือป้าหรือพี่ตามลำดับ

หญิงอาวุโสเอามือทาบอกด้วยความใจหาย ถ้าจำไม่ผิดบิดาของจันทร์จิราอายุเยอะกว่าเจ้าตัวอยู่ห้าปี อีกไม่นานคงถึงคราคนอายุไล่เลี่ยกันอย่างเธอ

ไม่มีใครหนีความตายพ้น

“ไทม์ ย่าจะฝากเงินไปทำบุญ แล้วก็ฝากถามการจัดงานพ่อจันทร์จิราที ขาดเหลืออะไรมาเอาที่ย่า”

คนตัวโตพยักหน้ารับคำสั่งผู้ใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบสมุดเช็คที่ลิ้นชักมาให้หญิงชราที่นั่งพิงเตียงอยู่ จัดการเซ็นเช็คสำหรับใช้จัดงานสวดอภิธรรมบิดาของหัวหน้ามูลนิธิอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะดึงออกมอบหมายให้หลานชายไปจัดการเรื่องแทน

“งั้นก็ฝากพาน้องกลับด้วยเลยนะ”

“ครับ”

“วาลีมาหาย่าก่อนลูก” คุณย่าเรียกร่างเล็กให้เดินเข้าไปร่ำลา

วาลีเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าที่พื้นข้างเตียงอย่างว่าง่าย รุ่งอรุณเองก็เดินตามมายืนข้างพี่ชายตนเอง มือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาลูบศีรษะมนอย่างเอ็นดู

ไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ลูกสะใภ้รักวาลีราวกับลูกสาวแท้ๆ อีกคน ความใจดี อ่อนโยนกับรอบข้างของวาลี ทำให้คนตัวเล็กกลายเป็นที่รักของผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย

“ถึงจะเคยถูกทิ้งมา แต่ก็ยังใจดีกับคนอื่นได้ อ่อนโยนกับคนรอบข้าง ย่าขอให้หนูโชคดีและมีความสุขนะลูก”

มือน้อยยกมือก้มกราบลงบนเตียงผู้อาวุโสของบ้านด้วยความซาบซึ้ง ความรักที่คนบ้านนี้มีให้เธอมันมากมายจนเธอไม่เคยนึกเสียใจที่ถูกบิดามารดาที่แท้จริงทอดทิ้ง พวกเขาให้เธอไม่ขาดทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกัน

“ขอบคุณค่ะคุณหญิง ถ้ามีโอกาสวาจะมาเยี่ยมใหม่นะคะ”

หลังจากกล่าวลาคนในบ้านเรียบร้อย พลบค่ำก็เดินนำคนตัวเล็กไปที่รถคันหรูเพื่อไปส่งเธอที่มูลนิธิ รวมถึงจัดการงานตามที่คุณย่าสั่งเอาไว้ วาลีนั่งเงียบมองข้างทางไม่พูดจา สองมือเล็กกำชายกระโปรงตัวเองแน่นด้วยความประหม่า จนคนที่ขับรถอยู่ข้างๆ เป็นฝ่ายพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัด

“เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาจะจัดงานที่ไหน”

“วายังไม่ทราบค่ะ ถ้าให้เดาอาจจะเป็นวัดในเขตประเวศน์ เพราะเมื่อปีก่อนคุณแม่ของคุณแม่จันทร์เสียก็จัดงานกันที่นั่น ท่านน่าจะอยากให้ทั้งสองคนอยู่ใกล้กัน”

คำพูดเรียบง่ายของคนข้างๆ ทำให้เขาอดคิดเรื่องที่เพิ่งคุยกับคุณย่าตนเองไม่ได้

กรณีแบบนี้ก็ไม่ต่างจากการต้องอยู่คนเดียวหรือไง แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรถ้าต้องแต่งงานมีครอบครัว

“สุดท้ายคุณแม่ของคุณจันทร์จิราก็ทิ้งให้สามีอยู่คนเดียวตั้งหนึ่งปี ทำไมคนเราถึงต้องมีครอบครัวล่ะแบบนี้ สุดท้ายก็เหลือแค่ตัวเรา เหมือนคุณจันทร์จิราที่ตอนนี้เหลือแค่เขาคนเดียว”

คนข้างเบาะข้างคนขับหันขวับ

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้วาลีเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งที่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคุณแม่จันทร์ของเธอเลย แต่กลับตัดสินไปแล้ว

“คุณไทม์คิดผิดแล้วค่ะ” เธอตอบเขาเสียงห้วน จนคนได้ยินอดใจไม่ได้ที่จะถามต่อ

“ฉันคิดอะไรผิด”

“อย่างแรก คุณแม่ของคุณแม่จันทร์ไม่ได้ทิ้งสามีให้อยู่คนเดียว ความตายเป็นเรื่องเหนือการคาดเดา” เป็นครั้งแรกที่เธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเข้ม

ซึ่งคนที่กำลังขับรถอยู่ก็ตั้งใจฟัง โดยไม่แทรกกลางคัน

“ประการที่สอง คุณพ่อของคุณแม่จันทร์ไม่ได้อยู่ลำพัง คุณตาท่านมีคุณแม่จันทร์และญาติๆ คอยดูแลอยู่ตลอดกระทั่งวาระสุดท้าย ท่านก็จากไปโดยมีญาติพร้อมหน้าพร้อมตากันมาบอกลาที่โรงพยาบาล”

“...”

“ประการสุดท้าย คุณแม่จันทร์ไม่ได้เหลือตัวคนเดียว ยังมีสามี ลูกและหลานๆ รวมถึงคนที่มูลนิธิคอยเป็นกำลังใจให้ตลอด”

สิ้นเสียงอธิบายยืดยาวของคนตัวเล็ก วาลีก็ชะงักและได้สติ เธอเพิ่งจะกล้าเถียงเขาฉอดๆ ออกไป

“แล้วเธอมีใคร”

จู่ๆ ประโยคนี้ก็หลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก แม้แต่คนถามเองก็ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าถามไปทำไม

“วามีคนที่มูลนิธิค่ะ”

“เธอจะอยู่ที่นั่นจนตายเลยหรือไง”

“อยู่ไม่ได้เหรอคะ” เธอย้อนเขา

“แล้วมีใครอีก” ชายหนุ่มเลี่ยงไม่เถียงเรื่องไร้สาระ แต่กลับถามขึ้นมาอีกด้วยความอยากรู้

“มีครอบครัวคุณไทม์ค่ะ ทุกคนดีกับวามาก ดีจนวาไม่มั่นใจว่ามันเป็นสิ่งที่วาสมควรได้รับหรือเปล่า”

เขาเองก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องตอบ

“เธอจะแต่งงานตอนไหน”

ประโยคนี้ทำเอาคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง ทำไมอยู่ดีๆ เขาถามเธอ หญิงสาวครุ่นคิดถึงเหตุผลของคำถามอยู่ชั่วครู่ ก็นึกถึงเหตุการณ์ตอนที่รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันขึ้นมา

พลบค่ำอาจจะกำลังเครียดและหงุดหงิดหลังถูกตำหนิเรื่องไม่ยอมแต่งงาน มีเหลนให้คุณย่าท่านอุ้ม

“แล้วทำไมคุณไทม์ไม่แต่งงานล่ะคะ” เธอไม่ตอบแต่ถามย้อนเขาเช่นเดียวกัน

“ฉันถามเธอก่อนนะ”

“วาตอบคุณไทม์หลายข้อแล้วนะคะ”

เอี๊ยดดดด

รถยนต์ที่กำลังแล่นบนถนนกว้างเลี้ยวจอดริมฟุตบาททันทีหลังจบคำตอบนั้น มือหนาหักพวงมาลัยเข้าข้างทางเพื่อจอดคุยกับคนข้างๆ ที่เริ่มออกลายดื้อ

วาลีทำเหมือนกลัวเขา แต่เธอก็มักจะเถียงเขาและชอบรั้นใส่อยู่บ่อยครั้ง จนบางทีเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอกลัวเขาหรือรังเกียจเขากันแน่

“ฮือออ”

คนตัวเล็กไหวตัวทันส่งเสียงครางในลำคอพร้อมกับหลับตาปี๋เบี่ยงตัวหนีเขาสุดฤทธิ์ ร่างสูงโปร่งกลับตามโน้มตัวเข้ามาใกล้ ก่อนจะจับใบหน้าเล็กให้หันมาคุยกับเขาดีๆ วาลีสัมผัสได้ถึงมืออุ่นที่ประคองใบหน้าตนเองอยู่จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา

“กลัวฉันเหรอ”

ใบหน้าเล็กพยักหน้ารับ คนถามเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจ ปล่อยมือจากเธอแล้วนั่งที่คนขับตามเดิม

“ทำไม”

“คุณไทม์ดูไม่ชอบวา” เธอบอกพร้อมกับขยับตัวไปชิดประตูฝั่งตนเองยิ่งกว่าเดิม

“ฉันไม่ได้ไม่ชอบเธอ” เขาตอบพร้อมกับเริ่มขับรถเข้าสู่เส้นทางหลักอีกครั้ง

“ค่ะ”

“ต่อไปไม่ต้องกลัวฉัน”

คนฝั่งคนขับพูดก่อนจะขับรถต่อโดยไม่ได้สนทนาอะไรกับร่างเล็กอีก ส่วนวาลีก็นั่งเงียบไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังสื่อ

‘ต่อไปไม่ต้องกลัวฉัน’

ประโยคคำสั่งหรือเปล่านะ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 56

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมา

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 55

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 54

    “อาหารที่น้องวาตักให้อร่อยมากเลยครับ” “เพราะฉันทำย่ะ ไม่ใช่เมียแกตักให้” และสงครามกลางโต๊ะอาหารก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง... เป็นครั้งแรกที่วาลีได้เห็นคฤหาสน์สิทธิเกรียงไกรยามค่ำคืน คนตัวเล็กเพิ่งทราบว่าลานน้ำพุหน้าทางเข้าบ้านในตอนกลางคืนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีรุ้งสวยงาม แถมสวนสไตล

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 53

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 52

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 51

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 13

    เพียงแค่ปลายลิ้นร้อนแตะที่ริมฝีปากเล็กเบาๆ ก็ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลในประกบกันแนบแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสอดลิ้นแลกจูบดูดดื่มอย่างเร่าร้อน ฟันคมขบกัดที่ริมฝีปากของคนตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะบดขยี้ซ้ำ จนเจ้าของริมฝีปากเล็กส่งเสียงครางออกมาอย่างพึงพอใจ ปากหนาดูดดึงปลายลิ้นเรียวอย่างเอาแต่ใจ สลับกับกวาดลิ้นตัวเ

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 14

    กระแทกกระทั้นขึ้นลงซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน คนต้องเป็นฝ่ายรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนก็พยายามดิ้นหนีความเสียดเสียวที่เข้ามาโจมตีไม่หยุด แต่สุดท้ายก็โดนดึงกลับมาประสานความสุขใหม่ทุกครั้ง จนกายบอบบางล้มตัวนอนฟุบหน้าลงกับหมอนอย่างหมดสิ้นหนทาง เมื่อเห็นว่าวาลีไม่ดิ้นแล้ว คนตัวโตก็ยิ้มมุมปากอย่างย่ามใจ เ

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 12

    (หรี่เสียงมือถือ...) นิ้วเรียวกดปุ่มข้างมือถือตามคำสั่ง ก่อนจะคว่ำมันลงไม่ให้คนในห้องเห็นว่ามันถูกโทรออกอยู่ “ตื่นแล้วเหรอครับคุณวา” น้ำเสียงหื่นกามจากคนตรงหน้าที่สวมใส่เพียงผ้าเช็ดตัวเดียวทำเอาขนลุกไปทั้งตัว มันก้าวขึ้นเตียงเข้ามาทาบทับร่างเล็ก โดยที่สองมือก็คอยลูบไล้ไปท

    last updateLast Updated : 2026-03-18
  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 11

    วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อากาศสดใส ตั้งแต่วาลีเริ่มเข้าทำงาน เธอก็ภาวนาทุกวันว่าขออย่าให้ฝนตกในวันที่ต้องเดินทางมาทำงาน และคิดว่าทุกคนที่ต้องออกไปทำงานก็คงคิดไม่ต่างจากเธอ คนตัวเล็กแต่งตัวสวยและเป็นทางการกว่าทุกวัน เดรสสีดำยาวคลุมเข่าพอดีทำให้เธอดูสวยเรียบหรู เหมาะแก่การไปพบปะลูกค้าเพื่อคุยธ

    last updateLast Updated : 2026-03-18
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status