Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-04 20:57:57

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารวันนี้ไม่ได้แตกต่างจากทุกวัน จะต่างก็มีอยู่สองสิ่ง สิ่งแรก คือ หญิงชราผู้มีศักดิ์เป็นคุณย่าของพลบค่ำและรุ่งอรุณลงมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วย ซึ่งปกติท่านจะรับประทานอาหารภายในห้องนอนเท่านั้น สิ่งที่สอง คือ มีแขกสาวสวยใบหน้าจิ้มลิ้มมานั่งร่วมรับประทานอาหารด้วยในมื้อนี้

“ตามสบายนะ ไม่ต้องเกรงใจย่า”

วาลีที่นั่งติดกับพลบค่ำยกมือไหว้แสดงความขอบคุณในความเอ็นดูที่ได้รับ การที่เธอมานั่งติดกับคนตัวสูงไม่ใช่เรื่องที่เธอจงใจให้เกิดขึ้น เพียงแต่จานชามที่แม่บ้านจัดโต๊ะไว้ตามจำนวนคนเหลือแค่ที่ว่างตรงนี้ให้เธอนั่งได้

เพราะกว่าหญิงสาวจะช่วยแม่บ้านยกอาหารมาวางบนโต๊ะจนครบ ทุกคนในบ้านก็มานั่งประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว รุ่งอรุณจึงจัดแจงให้วาลีไปนั่งข้างพี่ชายเพราะไม่ชอบความจุกจิกของพลบค่ำที่มีต่อตนเอง

ระหว่างที่รับประทานอาหาร คุณย่าก็ถามไถ่วาลีและคนครอบครัวจิปาถะเป็นการผ่อนคลายบรรยากาศ นานแล้วที่เจ้าของบ้านไม่ได้ลงมาร่วมโต๊ะอาหารกับคนในครอบครัว จึงไม่แปลกที่จะมีเรื่องคุยวันนี้มากเป็นพิเศษ

“หนูวายังไม่มีแฟนเหรอลูก งั้นวิรัช...แกก็แนะนำลูกชายนักธุรกิจที่ร่วมงานกับเราให้สักคนสิ เอาคนที่จะคอยดูแลหนูวาได้นะ”

หญิงชราผู้พ่วงตำแหน่งมารดาประธานบริษัทพูดขึ้นมา หลังจากที่ทราบจากลูกสะใภ้ว่าวาลียังไม่มีคนคบหาดูใจ

“แคก!”

คนตัวเล็กถึงกับสำลักอาหารเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอเข้าใจความหวังดีของผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้เธอเพิ่งจะเรียนจบและยังไม่คิดเกี่ยวกับความรัก

ยังไม่ทันหายจากอาการไอ มือหนาของคนข้างๆ ก็ยัดผ้าเช็ดปากใส่มือเธอพร้อมกับส่งยิ้มมุมปากให้ ราวกับมันเป็นเรื่องน่าขบขัน ก่อนจะนั่งก้มหน้ารับประทานอาหารต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ทำไมล่ะลูก ไม่อยากแต่งงานเหรอ”

“ปะ เปล่าค่ะคุณหญิง วาแค่รู้สึกว่ามันยังเร็วเกินไป วาเพิ่งเรียนจบเองค่ะ” คนตัวเล็กรีบตอบเจ้าของบ้านด้วยความสุภาพ

คนได้ฟังเช่นนั้นก็อดถอนหายใจออกมากับประโยคที่ได้ยินนี้ไม่ได้ เพราะท่านเองก็เคยได้ยินมาก่อนหน้านั้นหลายครั้งจากหลานชาย

“พูดเหมือนตามไทม์เลย เรียนจบวิศวะมาก็ทำแต่งานกับเที่ยวเล่น ผ่านไปแป๊บๆ ก็สิบปี...ยังไม่มีเหลนให้ย่าอุ้มเหมือนกัน” หญิงชราบ่นออกมากลางโต๊ะตามประสา พร้อมกับปรายตามองหลานชายซึ่งนั่งสะดุ้งจนดูมีพิรุธ

“แคก!”

รอบนี้เสียงสำลักออกมาจากหลานชายเจ้าของบ้าน วาลีหยิบผ้าเช็ดปากส่งให้เขาแบบเดียวกับที่เขาทำกับเธอบ้าง ก่อนจะถูกสายตาคมเหลือบมองกลับมาด้วยแววตาหงุดหงิด และรับมาถืออย่างเสียไม่ได้

ในขณะที่คนถูกดุทางสายตานั่งงุนงงว่าทำอะไรผิด เสียงหัวเราะของรุ่งอรุณก็ดังขึ้นมา

“หึ ฮ่าๆๆ” ลูกสาวคนเล็กเบือนหน้าหนีหยิบน้ำมาจิบแก้เก้อกับกิริยาที่เผลอแสดงออกมา ก่อนจะหันมาทำหน้าตาสงบเสงียม

“ขำอะไรยัยเว” มารดาที่นั่งข้างลูกสาวจับแขนถามลูกด้วยความไม่เข้าใจ

“ขำวาลีกับพี่ไทม์ค่ะ”

วาลีแสดงสีหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจคำพูดนั้น รวมถึงคนบนโต๊ะด้วย

ยกเว้นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างคนตัวเล็กที่ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความหงุดหงิด

“เวแอบเห็นตอนที่ยัยวาสำลักเพราะคุณย่าถามเรื่องแฟน พี่ไทม์เขายัดผ้าใส่มือแล้วยิ้มมุมปากใส่ รอบนี้เลยโดนยัยวายัดผ้าใส่มือเอาคืน ”

คนตัวเล็กถึงบางอ้อว่าทำไมเขามองเธอด้วยสายตาหงุดหงิด เขาคิดว่าเธอยอกย้อนการกระทำของเขานี่เอง

วาลีเงยหน้าไปมองคนตัวสูงพร้อมกับส่ายหน้าปฏิเสธ บ่งบอกว่าเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว

“อย่าหัวเราะเวลากินข้าว” เสียงเข้มดุน้องสาวจนคนข้างๆ สะดุ้งไปด้วย

พลบค่ำที่เห็นว่าวาลีสะดุ้งตามน้องสาวก็ชักสีหน้าใส่เธออีกแล้ว หญิงสาวรีบยกมือไหว้ขอโทษเมื่อลืมตัวว่าเผลอแสดงอาการกลัวเขาออกมาทุกทีที่เจอกัน จนคนเคยถูกเธอเรียกว่า ‘ยักษ์’ รู้สึกเสียหน้า

“แกงส้มทะเลวันนี้เป็นยังไงบ้างไทม์” โสภาที่เห็นบรรยากาศไม่ดีก็ถามขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของลูกชาย

“อร่อยมากครับ รสชาติเข้มข้นขึ้นเยอะเลย ผมชอบแบบนี้มากกว่า”

ชายหนุ่มกล่าวชมเอาใจมารดา ก่อนจะตักแกงส้มอาหารโปรดเข้าปากเป็นการการันตีคำพูดตนเองอีกคำ

“วันนี้น้องวาเป็นคนทำน่ะลูก”

“พรืดดด”

คำตอบของมารดาทำเอาคนบนโต๊ะหันหน้าหนีเพื่อกลั้นหัวเราะคนละทิศละทาง ส่วนคนหน้าแตกเพราะจะเอาใจแม่ แต่ผิดแผน ก็ต้องหันไปมองคนนั่งข้างๆ เป็นครั้งที่สาม คนถูกมองก็ทำหน้าแหยก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ

วันนี้เขากับเธอประเด็นเยอะกันเหลือกัน

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ รุ่งอรุณก็ชวนวาลีขึ้นไปคุยกันในห้องนอน ส่วนคนตัวสูงก็พาคุณย่ากลับขึ้นมาพักผ่อนที่ห้องนอนใหญ่

หญิงวัยชราเอนกายลงพิงกับหัวเตียง เพื่อผ่อนคลายอาการเมื่อยจากการนั่งเป็นเวลานาน บิดาและมารดาของคนตัวโตก็เดินตามเข้ามาช่วยดูแลเช่นทุกครั้ง

“ตาไทม์ แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียทีเถอะ” ท่านเปิดประเด็นกล่าวอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง

“ผม...ยังไม่พร้อมมีครอบครัวครับ” ปากหนาตอบผู้ใหญ่ออกไปตามจริง

การมีครอบครัวเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา ตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ พลบค่ำไม่เคยให้ความสำคัญกับคนอื่นนอกจากครอบครัวและเพื่อน แม้จะมีผู้หญิงที่เขามีสัมพันธ์ทางกายมากหน้าหลายตา แต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ความรักอย่างแน่นอน

“รอบนี้จะอ้างอะไรกับย่าอีกล่ะ เรื่องงานก็เข้าที่มานานแล้ว ไทม์ทำงานมาสิบปีแล้วนะลูก”

“ผมยังไม่เจอคนที่ผมรักครับ” เขาตอบคำถามคุณย่าจากใจพร้อมกับแสดงใบหน้าไร้ความรู้สึกออกมา

“บรรดาผู้หญิงที่ผ่านๆ เข้ามาไม่มีถูกใจเลยเหรอ”

คุณย่ายังถามคนตรงหน้าต่อ พร้อมๆกับเอามือเหี่ยวย่นลูบใบหน้าคมคมคร้ามด้วยความเอ็นดู

หลานชายของเธอเป็นคนหน้าตาดี การศึกษาดี ผู้หญิงเข้ามาทำความรู้จักด้วยไม่เคยขาด เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสรับทราบมาตลอด แต่พลบค่ำกลับไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านเลย เรื่องนี้ก็เป็นที่ทราบกันดี

“ไม่มีครับ”

ร่างสูงตอบแล้วฟุบหน้าลงตักอุ่นของคุณย่าเป็นการออดอ้อนหวังให้เปลี่ยนหัวข้อการสนทนา จนคนถูกอ้อนถอนหายใจอย่างจำนนในครั้งนี้ แต่ก็มิวายสอนหลานให้รู้จักรักคนอื่น

อย่ากลายเป็นคนไร้หัวใจ...

“ใช้ร่างกายตัวเองจนคุ้มแล้ว ก็อย่าลืมใช้หัวใจ”

“...ครับ”

“หัดใจดีกับคนอื่นนอกจากครอบครัว”

“...จะพยายามครับ” รับปากออกไปส่งๆ เสียไม่ได้

“รักให้เป็น”

“ครับ”

“ถ้าไม่มีย่า ไม่มีพ่อแม่กับน้องและเพื่อนๆ แล้ว ไทม์จะไม่เหลือใครเลยนะลูก”

“ครับ”

“ย่าอยากเห็นเหลน ปีหน้าย่าก็แปดสิบหกแล้ว พ่อหลานก็ใกล้หกสิบกว่า แถมตอนนี้ก็วางงานให้ไทม์ดูแลเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ครอบครัวของหลานที่ย่ายังไม่เห็น” คนอาวุโสพูดพลางลูบศีรษะหลานชาย

อายุของคนเรามันสั้น กาลเวลาก็ผ่านไปรวดเร็วนัก เธอยังจำวันที่หลานชายเข้าโรงเรียนวันแรกได้ พริบตาเดียวหลานตัวเล็กของเธอก็กลายเป็นหนุ่มหล่อที่มีแต่คนหมายปอง แต่เขากลับเย็นชาไม่สนใจจะผูกใจไว้ที่ใคร

“ที่แม่ตั้งชื่อลูกว่าไทม์ และตั้งชื่อน้องว่าเวลา เพราะแม่อยากให้ไทม์ให้ความสำคัญกับเวลาปัจจุบันของตนเอง”

มารดานั่งลงข้างๆ ลูบแผ่นหลังกำยำด้วยความรักสุดหัวใจ

“บ้านเรามีเงินเยอะแล้ว ไม่ต้องมองหาคนที่เหมาะสมกับฐานะ ให้หาคนที่เหมาะสมกับใจ”มารดาพูดอีก

“ครับ”

ร่างสูงที่นอนฟุบบนตักคุณย่ารับคำเสียงเรียบ แต่ในใจกำลังสับสนวุ่นวายกับสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด เขาไม่ใช่คนรั้นกับผู้ใหญ่ แต่เรื่องยิ่งใหญ่อย่างการมีครอบครัวมันต้องใช้เวลา

“ย่ายังรอได้ ทำใจให้สบายเถอะ”

สุดท้ายก็เป็นฝ่ายหญิงชราที่ต้องยอมให้หลานชายสุดที่รักอีกครั้ง มือเหี่ยวย่นพยุงตัวหลานให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยกัน ก่อนจะลูบศีรษะแสดงความรัก

“ส่วนยัยเวลาย่าไม่ได้เร่งรัดอะไร คนนั้นเขาใช้หัวใจไม่ขาด แต่ให้เพลาๆ เรื่องใช้เงินหน่อยก็ดี”

ประโยคท้ายที่คุณย่าพูดถึงหลานสาววัยยี่สิบสองปี ที่ขยันทำบัตรเครดิตเต็มวงเงินทำเอาทุกคนหัวเราะออกมา จนทำให้บรรยากาศอึมครึมเมื่อสักครู่คลายลง

วิรัชเองก็พยักหน้ารับทราบยิ้มๆ กับพฤติกรรมของลูกสาว

“หนูวาลี...จริงๆ ย่าก็ชอบนะ ถ้าไม่ติดว่าโสภาเขารักเหมือนลูก ย่าก็อยากให้ไทม์ศึกษาน้องให้ดีกว่านี้” คนอายุมากแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

โสภาที่นั่งข้างลูกชายพอได้ยินดังนั้นก็รีบตอบแม่สามีด้วยน้ำเสียงไม่ต่างกัน

“ภาก็รักวาลีมากค่ะ รักเหมือนลูก อยากให้วาลีได้คนดีๆ ดูแล”

พลบค่ำหันขวับมองหน้าแม่ทันทีที่ได้ฟังประโยคนั้น

อดตงิดในใจไม่ได้...แม่กำลังบอกว่าเขาเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า

“ไม่ต้องมามองแม่ด้วยสายตาแบบนั้นเลยนะไทม์ ก็ดูบรรดาผู้หญิงของลูกสิ ถ้าเขามารุมทึ้งน้อง น้องคงสู้ไม่ไหว”

พูดจบมารดาก็หยิกลูกชายด้วยความมันเขี้ยวไปหนึ่งที ไม่รู้ว่าได้นิสัยแบบนี้มาจากใคร ทั้งที่สามีของโสภาก็เป็นคนสุขุม รักเดียวใจเดียว แต่ไทม์ได้จากพ่อมาแค่ความสุขุมกับการรักครอบครัวเท่านั้น

“เอ๊ะ! แต่ถ้าตาไทม์มีวาลีดูแลก็ดีนะคะคุณแม่ รายนั้นเขาไม่จุกจิก ไทม์เองก็ไม่ชอบคนคอยตาม น่าจะอยู่ด้วยกันได้”โสภาพูดขึ้นอย่างนึกสนุก

“หนูวาเขาจะเอาลูกเราหรือเปล่า วาลีน่ะกลัวเจ้าไทม์ยังกะกลัวยักษ์” ประโยคนี้วิรัชเป็นคนพูดขึ้น

ยักษ์...

เขาเกลียดคำนี้ เพราะมันเป็นคำที่คนตัวเล็กเรียกเขาตอนยังเด็ก และยังทำให้พ่อกับแม่ล้อเลียนเขาอยู่พักใหญ่ในช่วงนั้น
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 56

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมา

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 55

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 54

    “อาหารที่น้องวาตักให้อร่อยมากเลยครับ” “เพราะฉันทำย่ะ ไม่ใช่เมียแกตักให้” และสงครามกลางโต๊ะอาหารก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง... เป็นครั้งแรกที่วาลีได้เห็นคฤหาสน์สิทธิเกรียงไกรยามค่ำคืน คนตัวเล็กเพิ่งทราบว่าลานน้ำพุหน้าทางเข้าบ้านในตอนกลางคืนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีรุ้งสวยงาม แถมสวนสไตล

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 53

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 52

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 51

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status