Se connecterบรรยากาศภายในห้องชันสูตรเงียบสงัดได้ยินเพียงแต่ลมหายใจของคนในห้องและเครื่องปรับอากาศเท่านั้น เหล่านักศึกษาแพทย์กำลังจรดปลายมีดลงบนช่องท้องของเจ้ากบที่ขึ้นชื่อว่าอาจารย์ใหญ่อย่างประณีตบางคนถึงกับมือไม้สั่นไม่กล้าแม้แต่จะกรีดลงบนเนื้อนุ่ม
“ใจเย็นๆ ค่อยๆช้าๆ” เสียงทุ้มต่ำของอาจารย์ผู้สอนค่อยพูดให้กำลังใจเหล่านักศึกษาเป็นระยะ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆดูอาการของทุกคนภายในห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ด้านหลังของกานดา
“อาจารย์!!หนูขอโทษนะคะ” เสียงใสสั่นเครือไม่ต่างจากมือเรียวที่กำลังถือมีดอยู่ ชายสูงวัยฉีกยิ้มกว้างพลางพูดให้เธอใจเย็นลง กานดาพยักหน้ารับเบาๆสูดลมกายใจเข้าลึกสุด
“มือนิ่งๆ! แล้วก็กรีดลงไปเลย”
“ค่ะ!!!” หญิงสาวตอบกลับอย่างหนักแน่นหันไปส่งยิ้มให้กับอลิสที่ยืนอยู่ข้างกันก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเจ้ากบตัวน้อยที่นอนแผร่หลาอยู่ตรงหน้ารอให้ปลายมีดกรีดลงไป
‘เก่งจัง ^ _^’
อลิสได้แต่อมยิ้มเมื่อได้ยินเสียงทุ้มของวิญญาณหนุ่มที่คอยตามติดชีวิตของเธอ ตั้งแต่ทำบุญให้รู้สึกว่าภูรินทร์จะสามารถทำโน้มทำนี้ได้เหมือนกับว่าเขายังคงมีเป็นคนปกติแต่แค่คนอื่นๆมองไม่เห็นเท่านั้นนอกจากคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย
“คืนนี้เราจะไปลงสถานที่จริงกันครับ!” เหล่านักศึกษาแพทย์พร้อมใจกันตอนรับโจทย์ใหม่ของอาจารย์ก่อนที่คลาสเรียนผ่าตัดจะจบลงด้วยดี
ใต้ต้นไม้ใหญ่ประจำคณะแพทย์ กานดาควงแขนเพื่อนสาวคนสนิทพร้อมด้วยเครื่องดื่มและของกินมากมายเดินตรงมายังโต๊ะม้าหินอ่อนก่อนที่ทั้งคู่จะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“น้องอลิส น้องกาน!!.....พี่ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ”
สายตาเจ้าเล่ห์ของสายฟ้ามันชั่งแพรวพราวซะจนวิญญาณหนุ่มแทบอยากจะทิ่มให้ตาบอด เขาถือวิสาสะนั่งข้างกายของคนตัวเล็กทันทีแม้ว่าจะยังไม่ได้นับคำอนุญาตจากสองสาว กานดาถึงกับเหลือกตามองบนอย่างไม่ชอบใจ
“ถ้าจะนั่งเลย!..... ก็ไม่ต้องมาขอก็ได้นะคะ”
น้ำเสียงกึ่งประชดดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่จริงใจแต่เหมือนว่าสายห้าจะไม่สนขยับเข้าไปประชิดอลิสอีกครั้งจนเธอแทบจะล่วงจากเก้าอี้เมื่อขยับตัวออกหนี
“เดี๋ยวก็ตกหรอก...ขยับมานั่งใกล้ๆพี่ก็ได้ครับคนสวย”
“พี่นั่นแหละขยับออกมา…..เบียดเพื่อนกานจะตกเก้าอี้อยู่แล้ว” กานดาคว้าต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายพร้อมกออกแรงกระชากให้เขากลับมาเมื่อเห็นว่ามือหนาของสายฟ้ากำลังจะโอบเอวบางของอลิส
“จริง! ว่าแต่พี่สายมาทำไม”
คำถามของอลิสทำให้กานดาถึงกับโน้มตัวเข้าไปใกล้พร้อมกับส่งสายตากดดันชายหนุ่มเพราะเขาเป็นรุ่นพี่ที่จบไปได้สองปีที่แล้วและตอนนี้เข้าก็ต้องทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ
“อาจารย์ให้พี่มาเป็นพี่เลี้ยงของเราทั้งสองคนไง…..ลืมไปแล้วเหรอครับ…..แผนกชันสูตรต้องพี่เท่านั้น”
คำพูดอวยยศของตัวเองดังขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ก็จริงอย่างที่เขาว่ามา ไม่ว่าจะเคสไหนๆสายฟ้าก็ไขข้อสงสัยการตายได้ทั้งหมด นี่ขนาดทำงานได้แค่ไม่กี่ปีชื่อเสียงของเขาก็เป็นที่ยอมรับของทุกคน
“โอเค! เข้าใจแล้วค่ะ”
น้ำเสียงของอลิสยังคงประชดชายหนุ่มข้างกาย สายฟ้าโน้มตัวลงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆคนตัวเล็กสายตาหยาดเยิ้มของเขามันชั่งน่ามันใส้ซะจริงเชียว
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เจอกันนะคะ พี่สาย” หญิงสาวลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ม้านั่งพร้อมกับคว้ากระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นมา เสียงใสหันมาบอกกับชายหนุ่มก่อนจะควงแขนเพื่อนสาวเดินเข้าไปด้านในตึกเรียนอีกครั้งโดยไม่ได้หันกลับไปมองสายฟ้าอีกเลย
‘เกลียดสายตา.....หมอนี่ชะมัด’
‘หึงหรือท่าน’
‘ป่าวววว แล้ว!.....ท่านมาที่นี่ได้ยังไงครับเนี่ย’
‘เราขอเจ้าที่เจ้าทางแล้ว.....และที่มาก็เพื่อจะมาบอกข้อห้ามเพราะช่วงนี้เราทั้งสองรู้สึกว่าท่านมีพลังมากขึ้นนะ’
‘ข้อห้าม!!!’
ณ.บ้านสุริยกิจ
กรี๊ดดดดดดด
เสียงกรีดร้องดังลั่นไปทั่วทำเอาทั้งคนภายในและนอกบ้านถึงกับแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาหาอาภากรกันยกใหญ่ก่อนที่ทุกคนจะอยู่นิ่งไม่สามารถขยับไปไหนได้เมื่อเห็นกล่องใบใหญ่ที่ร่วงอยู่ที่พื้นด้านในเต็มไปด้วยเลือดพร้อมกับถุงซิปสีแดงขนาดใหญ่พอที่ยัดลงหล่องได้
“เกิดอะไรขึ้น ยัยภา! ร้องลั่นบ้านแต่เช้าเลย” ชายวัยกลางคนชโงกหน้าลงมาจากชั้นสอง นัยน์ตาคมมองลงมายังห้องโถงก่อนจะนิ่งค้างเหมือนกับคนอื่นๆด้านล่าง
“เห้ย! อะไรกันว่ะเนี่ย....ทำไมมันเละได้ขนาดนี้”
“พ่อ! เลือดคนรึเปล่า” หญิงสาวถึงกับเซไปด้านหลังเมื่อสมองจินตนาการไปไกลยังดีที่มีท่อนแขนแกร่งของทศที่ช่วยประคองเอาไว้ ใบหน้าสวยซีดเซียว มือเรียวอ่อนแรงไปหมด
“ทศ! ขอยาดมหน่อย....ภาจะเป็นลม” เสียงใสเอ่ยบอกกับชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา เธอบีบแขนของเขาเบาๆเป็นการบอกเป็นนัยๆว่ายืนไม่ไหวแล้ว
“ไอ้ทศ! พายัยภาไปพักก่อน.......เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ครับนาย! ขออนุญาตครับคุณหนู”
คนตัวเล็กพยักหน้าตอบรับรัวๆเป็นเชิงตกลง ชายหนุ่มย่อตัวลงช้อนอุ้มอาภากรขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนที่เขาจะเดินฝ่ากลุ่มชายชุดดำที่กำลังยืนจ้องคาบเลือดกองใหญ่อยู่ เขารีบพาเธอขึ้นไปพักที่ห้องนอนทันทีโดยมีสาวใช้เดินถือถาดน้ำผลไม้กับยาหอมตามเข้ามาในห้องด้วย
“ใครเอากล่องใบนี่เข้ามาวะ”
เสียงทุ้มตวามดถามชายชุดดำจำนวนนึงที่ยืนอยู่ ทุกคนพากันส่ายหน้ากันอย่างพร้อมเพรียงเป็นคำตอบก่อนที่หญิงวัยกลางคนจะเดินเข้ามาด้วยสภาพเมามายไม่ต่างจากหญิงขี้เมา เธอเดินขึ้นไปบนชั้นสองโดยไม่ได้สนใจเลยว่ากำลังมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในบ้าน ภาสกรได้แต่ส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของภรรยา
“คุณหนูน่าจะเป็นคนเอาเข้ามาครับนาย....”
คำพูดของชายชุดดำอีกคนทำให้ชายวัยกลางคนละสายตาจากรำไพหันกลับมาให้ความสนในกับสถานการณ์ตรงหน้าแทน
“มันจ่าหน้ากล่องถึงนายครับ” เขาว่าพลางยื่นกล่องพัสดุให้กับเจ้านายได้ดู ชายวัยกลางคนยื่นมือออกไปรับก่อนจะปามันลงพื้นอย่างแรงเมื่อเห็นชื่อที่อยู่บนหน้ากล่อง
“มึงเปิดดูดิ.....ว่าด้านในถุงซิปมีอะไรรึเปล่า”
“ครับนาย”
ชายหนุ่มโน้มตัวลงหยิบถุงซิปสีแดงขึ้นมา ดวงตาคมพยายามมองทะลุเข้าไปด้านในถุงแต่เพราะความที่ถุงมันเป็นสีแดงคล้ายเลือดทำให้ไม่สามารถมองเข้าไปได้ เขาเลยตัดสินใจเดินออกไปจากห้องโถงเพื่อไปหาที่เปิดเนื่องจากเขากลัวว่าถ้าด้านในเป็นเลือดมันอาจจะเปื้อนพื้นหินอ่อนได้
“ส่วนคนที่เหลือจัดการทำความสะอาดพื้นบ้านกูให้เรียบร้อยด้วย”
ภาสกรออกคำสั่งอย่างหนักแน่นก้าวเดินออกไปจากห้องโถงตรงขึ้นไปยังห้องทำงานที่อยู่บนชั้นสองด้วยอาการฉุนเฉียวเป็นอย่างมาก ชายวัยกลางคนแทบนั่งไม่ติดอยากจะรู้ว่าถุงซิปด้านในมันคืนอะไรกันแน่นและใครที่กล้ามาลูบคมของเขา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!!
“นายครับ นาย”
“เข้ามา!“
สิ้นเสียงของเจ้านายมือหนาก็ผลักประตูเข้าไปทันที มืออีกข้างถือถุงซิปและกระดาษใบใหญ่อีกใบมาด้วย ขาแกร่งเดินตรงเข้ามายังโต๊ะทำงานก่อนจะยืนของทุกอย่างให้กับชายวัยกลางคนที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายก่อนจะถือวิสาสะเลื่อนเก้าอี้ตรงหน้ามานั่ง
“อะไรวะเนี่ย”
“มันแค่ขู่เราครับนาย.....ไอ้อรัญมันรู้แล้วว่าพวกเขาจัดฉากเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น”
“งั้นก็แสดงว่าอาทิตย์อยู่กับมัน” มือหนากุมเข้าหากันแน่น ความโกรธแค้นพุ่งสูงเมื่อคู่แข็งดันหาตัวลูกชายของเขาเจอจนได้ถือแม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วก็ตามแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยลูกชายได้เลยเพราะเขารู้ดีว่าอรัญมีคนใหญ่คนโตค่อยช่วยเหลือตลอดและครั้งนี้ลูกชายก็สร้างเรื่องขึ้นมาเอง
“ด้านในซิปมีแค่กระดาษใบนี่เหรอ”
“ไม่ครับ!”
ชายหนุ่มนิ่งไปสักพักก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ด้านในเสื้อสูทออกมาเปิดรูปภาพบางอย่างให้กับภาสกรได้ดู ดวงตาคมจับจ้องมองสีหน้าของชายวัยกลางคนอยากจะรู้ว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นรูปภาพที่แสนจะสยดสยอง
“เชี่ย!! นิ้วใครว่ะ”
“ใจเย็นๆก่อนนะครับนาย...ผมว่าไม่ใช่นิ้วของคุณอาทิตย์หรอกครับ”
เจ้านายตกใจนแทบที่จะโยนโทรศัพท์ทิ้งเมื่อได้เห็นภาพถ่ายที่ชายชุดดำได้ถ่ายเอาไว้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงได้ไม่เอามาให้ดูเพราะมันสยดสยองน่ากลัวเกินกว่าจะรับไหว ภาสกรเรียกสติของตัวเองให้กลับมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสติก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาสบตากับอีกฝ่ายอย่างตั้งคำถาม
“มึงแน่ใจได้ยังไง”
“ผมคิดว่ามันใช่อรัญ!! เพราะถ้าเป็นมัน.....คงลากคุณอาทิตย์มายิงตรงหน้าเจ้านายไปแล้วครับ......มันไม่เสียเวลาส่งนิ้วมาขู่หรอก”
คำพูดของชายหนุ่มทำเอาภาสกรถึงกับนิ่งไปพยายามนึกคิดตามสิ่งที่เขาได้พูดออกมา ชายวัยกลางคนถึงกับกุมขมับไม่รู้เลยว่าใครกันที่ส่งของพวกนี้มาให้กับเขาถึงที่บ้าน “ นายจะไปไหนครับ ”
“ไปตามลูกกู.....ส่วนมึงไปจัดการลากตัวคนที่มันส่งกล่องบ้าๆนี่มา”
ชายชุดดำพยักหน้ารับอย่างเข้าใจพลางยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินไปประตูให้เจ้านายก่อนที่ทั้งสองจะแยกกันไปทำหน้าที่ของตน ชายวัยกลางคนหยุดชงักอยู่ตรงหน้าห้องนอนของลูกสาว มือหนากำลังจะเคาะประตูเรียกแต่ก็ต้องดึงมือกลับเพราะประตูดันเปิดสวนออกมา
“หลับไปแล้วรึไง”
“อ๊ะ! ครับนาย พึ่งหลับไปครับ”
เสียงทุ้มตอบกลับอย่างอึกอักยิ่งเห็นท่าทีจับพิรุธของภาสกรเขายิ่งทำตัวไม่ถูก ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบชายวัยกลางคนเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินเข้าไปดูลูกสาวทศเดินตามเข้าไปในห้องก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“คือ.... ผมให้ทานยาแก้ปวดไปครับ....คุณหนูบอกว่าปวดหัว”
“อือ เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก........แกรีบไปเตรียมรถได้แล้ว”
“ครับนาย”
ทศตอบรับคำสั่งของพูดเป็นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น นัยน์ตาคมหันไปมองหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่อีกครั้งก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องนอนส่วนตัวของเธอ สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของชายหนุ่มทำให้ผู้เป็นพ่ออย่างภาสกรถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างแรง มือหนาลูบศีรษะเล็กของลูกสาวก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากนูนของเธอก่อนที่เขาจะเดินออกไปอย่างเงียบๆ
คืนวันศุกร์สุดท้ายของปีก่อนจะหยุดยาวทำให้บรรยากาศภายในโรงพยาบาลวุ่นวายเป็นอย่างมาก รถรถแอมบูแลนซ์วิ่งเข้าออกกันเป็นว่าเล่นเหล่าพนักงานและเจ้าหน้าที่ก็วุ่นอยู่กับผู้ป่าวยมากมายที่เข้ามารับการรักษามีทั้งเคสด่วนและไม่ด่วน.......
ให้ตายเถอะ! ถ้าไม่ติดว่ามีนัดไปตรวจสุขภาพ......ฉันไม่ขับรถมาเองเด็ดขาดเลย.......แล้วไอ้ทางลัดไปโรงพยาบาลทำไมมันเปลี่ยวได้ขนาดนี้เนี่ย.......
‘อลิสระวัง!’
เอี๊ยดดดดดด!!!!
ขาเรียวเหยียบเบรกกะทันหันทันทีเมื่อสิ้นเสียงของวิญญาณหนุ่ม ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจพยายามสูดลมหายใจเข้าอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบตั้งสติของตัวเองแต่แล้ว......
"บ้าเอ้ย! ยางแตกแน่ๆเลย
" อลิสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดรถมอไซค์คันนั้นตั้งใจตัดหน้าให้เธอหันพวงมาลัยหลบแบบกะทันหันทำให้ยางรถเกิดไปเหยียบอะไรเข้าก็ไม่รู้
‘อย่าลงไปดูดีกว่า.....ผมว่ามันอันตราย’
“เดี๋ยวลิสโทรหาตินดีกว่า.....เขาน่าจะอยู่ไม่ห่างจากเรา”
หลังที่วางสายจากติน อลิสก็หันไปมองภาพตรงหน้าอีกครั้งก่อนที่ความสงสัยและไม่เข้าใจจะผุดขึ้นมาจากความคิด ดวงตาคู่สวยมองไปรอบๆรถก่อนจะเห็นถึงความผิดปกติของสถานที่ มือเรียวกดปิดล็อคประตูทุกบานของรถทันทีพลางเปิดไฟฉุกเฉินและปรับให้ไปด้านหน้าสูงขึ้นเพื่อที่จะให้เห็นสิ่งต่างที่อยู่ไกลออกไป
ภายในรถเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงคอมแอร์ที่ดังขึ้นเป็นระยะ เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นกรอบใบหน้าสวยมือเรียวสั่นเทาเหมือนบรรยากาศภายนอกมันชั่งน่ากลัว
‘ไม่ต้องกลัวนะ....ผมอยู่กับลิส.....จะไม่ปล่อยให้ลิสเป็นอันตรายเด็ดขาด’
ผมจะปกป้องคุณ.....แม้ว่าจะทำอะไรไม่ได้มากก็ตาม......
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้
ณ.โรงพยาบาลพิริยะช่วงบ่ายของวัน ภายในห้องทำงานสีขาวกว้างขวางรายล้อมไปด้วยกระจกบานใหญ่ที่ถูกปกปิดด้วยผ้าม่านใหญ่สีขาวเพราะแสงแดดจากด้านนอก เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของห้องนี้หรูหราคุมโทนเข้ากันไปหมดก่อนที่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศจะดังขึ้น“ฉันตรวจเช็คกับโรง
ณ.บ้านโชติญกุลแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องที่ถูกติดตั้งไปทั่วบริเวณรอบบ้านมันส่องสว่างจนสนามหญ้าและลานจอดรถบนเนื้อที่กว่าหลายไร่สว่างจ้าซะจนผู้บุกรุกไม่กล้าแม้แต่จะย่างกายเข้ามาแถมทางยาวของรั้วขนาดใหญ่ยังมีชายชุดดำที่ผลัดกันเดินตรวจตราตลอดกันทั้งคืนไม่แม้แต่บริเวณบ้านหลังใหญ่และเร
“พลังเหลือขนาดนั้นเลย”‘แน่นอน! ต้องขอบคุณลิสด้วยนะที่ทำบุญให้ผมทุกเช้า’วิญญาณหนุ่มละสายตาจากโน้ตบุ๊คพลางทิ้งตัวลงหนุนตักของหญิงสาวเมื่อเธอก้าวขึ้นเตียงมานั่งๆข้างกับเขา น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับยื่นตัวขโมยจูบที่แสนหวานจากเธอก่อนที่อลิสจะผลักตัวของจากภูรินทร์เมื่อเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นจากหัว
ภายในงานเลี้ยงฉลองครบรอบสี่สิบปีของบริษัทเฟลิกซ์ เหล่าบรรดาแขกที่อยู่ในวงการเดียวกันต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างหนาแน่นแต่ที่พิเศษไปมากกว่านั้น ยังมีนักธุรกิจระดับแถวหน้าของเมืองจีนก็มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ทำให้งานในค่ำคืนนี้คึกครื้นเป็นอย่างมากทุกคนต่างเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมทั้งย







