เข้าสู่ระบบเสียบกันคาตาขนาดนั้นเรียกว่าไม่มีอะไร พ่องมึงสิ!
“ไม่ต้องอธิบาย เราไม่อยากได้ยิน เราเลิกกันแล้ว ขอโทษนะ ขอเวลาส่วนตัว” อัญชญาบอกพร้อมทั้งผายมือเชิญให้อีกฝ่ายไปจากโต๊ะพวกเธอ
“ไอ้ลุงนี่เป็นใคร” ไอ้ลุงที่เด็กหนุ่มพูดถึงสะดุ้งเล็กน้อย
“ผัว” คนเป็นผัวสะดุ้งอีกครั้ง รู้สึกว่าวันนี้จะขวัญอ่อนตั้งแต่ตื่นมากันเลยทีเดียว อะไรนิดอะไรหน่อยก็ทำเขาใจบาง
“เหอะ เลิกกับผัวเก่าไม่ทันยี่สิบสี่ชั่วโมงก็มีผัวใหม่แล้ว ไม่เร็วไปหน่อยเหรอ” มาร์คพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ก็ดีกว่าไอ้คนที่มันลักกินขโมยกินแหละ อ้อ อีกอย่าง เป็นแค่อดีตแฟน อย่าสะเออะใช้คำว่า ‘ผัวเก่า’ ” คำพูดของอัญชญาทำเอาคนที่เป็นแค่อดีตแฟนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่เพราะคนเริ่มมองมา เขาถึงได้แต่กำมือแน่น
“ผัวขา เมียหิวแล้ว สั่งอาหารเถอะค่ะ”
“ครับ ได้ครับเมียจ๋า” กันต์กระชับเอวบางเข้าหาตัว พร้อมทั้งหอมแก้มนุ่ม ๆ ฟอดใหญ่ไปหลายครั้ง เสียงหัวเราะคิกคักของเมียรักทำให้หัวใจของเขากระชุ่มกระชวย
อัญชญาเบะปากให้คนที่เดินกลับไปหาอดีตเพื่อนรักของเธอ ‘มะนาว’ ต่อไปเธอจะเรียกมันว่านัง ‘หมาเน่า’
อีเพื่อนชั่วกับไอ้แฟนเก่าเฮงซวย ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น เธอรึอุตส่าห์ดีใจที่เพื่อนกับแฟนเข้ากันได้ดี ใครจะคิดว่า ‘กี’ ของหล่อนสินะที่เข้ากันได้กับแฟนเก่าของเธอ
ไอ้เลวมาร์ค...
“คือยังไง เล่ามาเลยยายแสบ” กันต์นั่งมองคนหน้างอเมื่อกลับมาถึงห้อง อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอกับไอ้แฟนเก่านั่น แล้วถ้าคาดไม่ผิด คือเขากำลังกลายเป็นหมากตัวหนึ่งในเกมรักของเธอ
เหอะ! คนอย่างไอ้กันต์ไม่มีเวลามาเล่นขายของกับเด็กพวกนี้หรอกนะ...แต่เด็กตรงหน้าคือเมียมึง แถมเป็นน้องสาวไอ้อาร์ต
“ก็ไม่มีอะไร” อัญชญาตอบอ้อมแอ้ม เรื่องมันน่าอายขนาดนั้น ใครจะกล้าเล่า
“จะเล่าไม่เล่า” กันต์เท้าสะเอวมองคนเก่ง แต่ตอนนี้กลับหลบตาเขา
“เขานอกใจอัญไปเอากับเพื่อนอัญ พอใจรึยัง”
“แล้วเราก็เลยมานอนกับพี่ เพื่อเอาพี่ไปประชดแฟนเก่าเรา” กันต์หัวเสียหนักกว่าเดิม ซึ่งเขายังไม่แน่ใจว่าที่หัวเสียนี่เพราะเรื่องไหนกันแน่ ระหว่างเธอใช้เขาประชดแฟนเก่า หรือเรื่องที่ได้บ๊วบ ๆ กัน
“ไม่ได้ตั้งใจ ก็ตอนนั้นอัญห้ามผัวขาแล้ว แต่คุณผัวไม่ฟัง แรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย อัญก็เลยต้องสมยอม” ว่าแล้วเธอก็เมินหน้าไปอีกทาง ปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงไปสองสามที
“เดี๋ยวนะ เราจะบอกว่าพี่รังแกเรา”
“ถ้าไม่เรียกรังแกแล้วให้เรียกว่าอะไรคะ เนี่ย รอยยังเต็มอก” คนบอกรอยเต็มอกทำท่าจะแกะกระดุมให้เขาดู
“ไม่ต้อง!” กันต์ร้องห้าม เหนื่อยใจกับยายเด็กแสบตรงหน้า นี่มันวันบ้าอะไรของเขา
“ทีเมื่อคืนดูดไม่ปล่อย พอตอนนี้ทำเป็นไม่อยากดู” เธอบ่นอุบอิบ แต่เขายังได้ยิน
กันต์นั่งลงอย่างใช้ความคิด เขาจะเอายังไงกับน้องสาวเพื่อนดี ปล่อยเบลอ แล้วโบ๊ะบ๊ะ อะฮึ่ม บ๊วบ ๆ กันต่อ หรือว่าครั้งเดียวก็เกินพอ แล้วถ้ายายเด็กนี่ไปบอกไอ้อาร์ต เขาไม่ตายห่าเหรอวะ ยิ่งคิดกันต์ก็ยิ่งปวดหัว เพราะไอ้โซจูบอมบ์แก้วเมื่อคืนนั่นแหละ
“แล้วเราจะเอายังไงต่อ” กันต์ถามคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเขา เธอละสายตาจากวิวข้างนอกหน้าต่างหันมา พอได้ประสานสายตากัน อยู่ดี ๆ หัวใจเขาก็เกิดเต้นระรัว
แม่ง! มึงตื่นกับเด็กรุ่นลูกเนี่ยนะ พยายามปรับสีหน้าให้เรียบก่อนที่ยายเด็กนี่จะรู้ความคิดของเขา
“ไม่เอายังไงค่ะ ก็กลับไปเรียน มองเพื่อนรักกับแฟนเก่าคบกันมั้งคะ” ถึงจะเป็นคำพูดเรียบง่าย แต่ในน้ำเสียงเจือความขมขื่น
“รักมันมานานแล้วเหรอ” มันที่กันหมายถึงคือไอ้แฟนเก่าเฮงซวยนั่นแหละ
“ตั้งแต่เรียนมอห้า”
“แฟนคนแรก?”
“อือ” อัญชญาตอบ จากนั้นเธอก็ลุกไปนั่งลงบนตักเขา
“จะทำอะไร!” กันต์ทำหน้าตาตื่น อยู่ดี ๆ ยายเด็กนี่ก็มานั่งลงบนตักเขาหน้าตาเฉย
“กอดเฉย ๆ ต้องการพลัง” พอมีปัญหาไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ การได้กลับบ้าน ได้กอดคนที่เธอรักและรักเธอคือการเติมพลัง แต่ตอนนี้ทุกคนอยู่ที่เมืองไทยกันหมด ไม่มีใครให้กอดเลย ทำไมต้องมาอกหักอยู่ต่างบ้านต่างเมืองด้วยนะ
“กอดเฉย ๆ ไม่ต้องลูบ” กันต์ทำเสียงดุเมื่อเธอลูบหน้าอกล่ำของเขา
“ขอโทษค่ะ ทีเมื่อคืนบอกให้ทั้งบีบทั้งกัด” อัญชญาบ่นให้เขาได้ยิน พลางซบหน้าลงบนอกกว้าง กันต์เอนหลังพิงพนักโซฟาให้เธอได้ซบบนอกเขาอย่างสบาย
“อยากเล่าไหม เผื่อจะสบายใจขึ้น”
“ไม่ มันน่าอายจะตาย”
“อยากร้องไห้ไหม พี่ยินดีปลอบ”
“ไม่ดีกว่า เมื่อคืนร้องไปแล้ว จะเสียน้ำตาให้พวกมันทำไม สู้เอาเลือดหัวมันออกมาไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“เจ้าคิดเจ้าแค้น”
“เปล่าสักหน่อย ไม่ได้โกรธ แต่แค่นับไว้ในใจ อย่าให้ถึงทีอัญ” คนเจ้าคิดเจ้าแค้นพูดอย่างเจ็บใจ ใครไม่เคยโดนไม่มีทางรู้หรอกว่า มันเจ็บและเสียความรู้สึกแค่ไหนที่โดนคนรักหักหลัง
“ผู้ชายจะเลี้ยงเด็กเป็นหรือเปล่า” ฟังจากคำพูดของเธอ ป้าแจ๊ดดูจะไม่ชอบหน้าพ่อกานต์สักเท่าไร “เคยเลี้ยงลูกอยู่ครับ ไม่ทราบว่าครูเคยมีลูกหรือเปล่าครับ” คำพูดฟังเหมือนคำถามทั่วไป แต่บาดลึกลงหัวใจของคนอย่างอาจารย์แจ๊ดหรือป้าแจ๊ดของอัญชญา เพราะเธอโสดสนิท ลูกสักคนไม่เคยมี จะมีได้อย่างไร ในเมื่อผัวสักคนยังไม่เคยมี “ป้ากลับก่อนนะอัญ ไว้จะแวะมาใหม่” คนไม่เคยมีลูกค้อนให้คนแก่หัวโล้น เคยมีลูกใช่ว่าจะเลี้ยงหลานเก่งกว่าเธอ คอยดูเถอะว่าใครจะเลี้ยงหลานได้ดีกว่ากัน “พ่อไปแกล้งป้าแจ๊ดทำไม” กันต์บ่นพ่อเบา ๆ ตอนที่ป้าแจ๊ดปั่นจักรยานออกจากเขตรั้วบ้านไปแล้ว “ไม่ได้แกล้ง ก็แค่ถามว่าเคยมีลูกไหม ทำไมต้องโมโหด้วย” “ลุงหนานกานต์มาแล้วก๋า กินข้าวเจ้า” เสียงสายใจแม่บ้านมาเรียกกานต์ไปรับประทานอาหารพร้อมกับตากับยาย ทางเหนือจะเรียกพระที่สึกแล้วว่าหนาน ถ้าอายุมากหน่อยก็เรียกลุงหนาน “เดี๋ยวนี้มีตำหน่งตำแหน่ง จากหลวงตากลายมาเป็นหนาน” กันต์แซวพ่อของตัวเอง ดูกานต์จะไม่ได้ใส่ใจ เดินเข้าใต้ถุนบ้านตรงไปยังห้องอาหารที่ติดห้องครัว “หนูขอจิ้นพ่อกานต์กับป้าแจ
“มากั๋นแล้ว” “อัญลูกรักของป้า” “ป้าแจ๊ด! คิดถึงจังเลย งือ” อัญชญาโผเข้ากอดแจ๊ดซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแม่เธอ “ไม่ต้องคิดถึงเยอะตอนนี้ ป้ากลับมาอยู่บ้านเราแล้ว” “อ้าว! ป้าไม่เป็นอาจารย์แล้วเหรอคะ” ป้าแจ๊ดเป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐในจังหวัดเชียงใหม่ อัญชญาเจอป้าแจ๊ดตอนเด็กที่เธอปิดเทอมและมาอยู่กับตายาย “แก่แล้ว เลิกทำดีกว่า เหนื่อยแล้ว” “อัญต้องบอกแม่แล้วว่าป้าแจ๊ดกลับมาอยู่บ้าน ดีเลย จะได้ช่วยเลี้ยงหลาน เนี่ย ๆ อัญจะท้องแล้วนะคะ” อัญชญามั่นใจว่าครั้งนี้อย่างไรก็ท้องแน่นอน “ท้องแล้วเหรอพ่อกันต์” ป้าแจ๊ดที่สนิทกับกันต์ด้วยเช่นกัน เพราะเขาเคยพาอัญชญาไปเยี่ยมภรัณที่เชียงใหม่ จึงได้มีโอกาศแวะไปหาป้าแจ๊ดด้วยเช่นกัน “ยังไม่รู้ครับป้า วันนี้แหละครับ” “อ้าว รออะไร รีบไปตรวจเลย ปวดฉี่หรือยัง ป้าอยากเลี้ยงหลานแล้ว” ป้าแจ๊ดรุนหลังอัญชญาไปทางห้องน้ำให้รีบไปตรวจ “เฮีย ตื่นเต้น” “เข้าไปตรวจทั้งสองคนเลย” ป้าแจ๊ดบอกเพราะห้องน้ำในบ้านมีขนาดใหญ่ เข้าไปพร้อมกันทั้งสองคนไม่ใช่ปัญหา
หลังจากที่ทั้งสองแต่งงานกันแล้ว ย้ายตัวเองมาอยู่ที่จังหวัดแพร่ ดูแล้วงานหลักของทั้งคู่คือการหาร้านกาแฟใหม่ ๆ ทดลองรสชาติ “หนูว่าตั้งแต่เรียนจบ หนูว่างมากเลย เครียดมากที่สุดน่าจะเป็นการหากาแฟกินนี่แหละคะ” อัญชญาบ่นกับสามีที่วันนี้แต่งตัวดีกว่าทุกวัน เพราะต้องเข้าโรงงานเฟอร์นิเจอร์ไปตรวจโรงงานประจำเดือนแทนผู้เป็นตา “ดีแล้ว พี่อยากให้เราท้องเร็ว ๆ ไม่อยากให้เครียด” กันต์ว่าพลางลูบแก้วกาแฟ นึกถึงลูกสาวลูกชายในวันข้างหน้า “ยิ้มอะไรคะ” “คิดถึงลูกของเรา เฮียว่าต้องแสบเหมือนคนเป็นแม่แน่เลย” อัญชญาเบะปาก ใครกันแน่ที่แสบตอนเด็ก ๆ เขาก็ใช่ย่อยเถอะ “วันนี้จะกลับไปตรวจ หนูว่ารอบนี้น่าจะติดนะคะ เมนส์หนูไม่มาสองอาทิตย์แล้ว” หลังจากพยายามกันมาหลายเดือน อัญชญายังไม่ท้องสักที อาชวินก็เกทับกันต์หลายครั้งแล้ว นี่ใกล้จะปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวเขากับอัญชญาต้องไปจับเด็กทั้งสามมาขังไว้ที่แพร่ ให้คนเป็นพ่อแม่ได้ทุกข์ใจเล่น “หรือเพราะพี่แก่แล้ว เลยติดยาก” กันต์อดโทษตัวเองไม่ได้ เพราะเขาอายุสามสิบกว่าแล้ว น้ำยาของเขาไม่ค่อยดีเหมือนไอ้พวกเพื่อนชั่วม
อยู่กับธรรมชาติ ป่าเขาและคนรัก ไม่ต้องมีรถติด ไม่ต้องมีประชุม “เฮียว่าเราจะคิดถึงแสงสีไหมคะ” อัญชญาถามเขาในขณะที่ทั้งสองกลับมาจากสัมภาษณ์ซีอีโอ ตอนนี้ทั้งสองแช่อยู่ในสระว่ายน้ำของคอนโด อย่างที่เคยบอกว่าชั้นนี้มีทั้งหมดสี่ห้องและมีสระว่ายน้ำที่ใช้ร่วมกัน แต่เพราะอีกสองห้องเป็นของภรัณและธรรนธ์ซึ่งทั้งสองแทบจะไม่ได้แวะมากรุงเทพฯ เลย ทำให้สระว่ายน้ำแห่งนี้ถูกครอบครองโดยสองหนุ่มสาวที่อยู่ประจำ “คิดถึงก็แค่บินมา เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวก” กันต์ว่า กดจมูกหอมแก้มว่าที่เจ้าสาวสองสามที “เนอะ คิดถึงก็แค่บินมา ปิดเทอมก็พาพวกเด็ก ๆ ไปขังไว้ที่โน่น” พวกเด็ก ๆ ที่ว่าไม่พ้นลูกของอาชวิน กันต์และอัญชญาวางแผนไว้แล้วช่วงปิดเทอมว่าจะขโมยลูกของอาชวินไปขังไว้ที่แพร่ จะว่าขังคงไม่ได้หรอก เพราะเด็ก ๆ ชอบมาก ไม่ว่าจะเป็นการเก็บปู ปลูกผัก ตกปลา หรือแม้แต่การไปขุดจิกุ๋ง “เฮียเคยคิดนะว่าอยากไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์แถวต่างจังหวัด แต่ตอนนั้นนึกภาพไม่ออกว่าจะต้องไปอยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร” “แต่อัญคิดตลอดเลยนะว่าอยากไปอยู่กับตายายถ้าเรียนจบแล้ว และอยากอยู
“ตอนแม่คลอดพี่อาร์ต อายุแม่เพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ พ่อแม่กับพี่อาร์ตอยู่ด้วยกันมาสามสิบกว่าปีแล้ว ส่วนฉันได้อยู่กับแม่กับพ่อแค่ยี่สิบปี หลายครั้งนะที่ฉันนึกน้อยใจ ทำไมฉันไม่ได้เห็นตอนพ่อกับแม่ยังเป็นหนุ่มสาว ฉันอยากใช้ชีวิตอยู่กับลูกนาน ๆ อยากเห็นเขามีลูกมีหลานโดยที่ฉันยังไม่รีบตาย” นี่คงเป็นความในใจที่อัญชญาไม่เคยได้บอกใคร สำหรับเธอเวลาต่างหากที่สำคัญกว่าทุกอย่าง และถ้าเสียไปแล้วไม่มีทางได้คืน “ความตายมันห้ามกันได้ที่ไหน” “นั่นสิ ไม่รู้หรอกว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ถ้ามีโอกาสก็รีบใช้อย่างที่ใจฝัน อย่ามัวแต่กลัว” อัญชญาส่งสายตาและคำพูดให้เพื่อนเข้าใจชีวิต “กลัวอะไรไม่ได้กลัว” คนร้อนตัวรีบออกตัวก่อนที่จะโดนเพื่อนว่า “จ้าไม่ได้กลัวเลย แทมมี่คนเก่ง” อัญชญาเย้าเพื่อน ไม่กลัว แต่กลับไม่เคยมีแฟน เล่นกับใครเขาไปทั่ว พอเขาจะเอาจริงวิ่งหนีไม่คิดชีวิต มีคนเคยพูดว่าแทมมี่เพื่อนเธอเป็นคนทอดสะพานให้อีกฝั่งแท้ ๆ แต่พอฝ่ายชายกำลังจะเดินข้ามสะพานกลับรีบยกสะพานขึ้น ทำให้อัญชญานึกถึงภาพสะพานที่จะมีระบบยกให้เรือวิ่งผ่าน นึกถึงผู้ชายพวกนั้นที่เพื่อนเธอทอด
แทมมี่มองบนหลายต่อหลายรอบเพราะความหมั่นไส้เพื่อนของตัวเอง กับแสงของแหวนที่แยงตาเธอไม่หยุด “นี่ ไฮโซอัญคะ หล่อนจะอวดไปถึงไหนคะ” “เพื่อนไม่ได้อวดค่ะแทมมี่ เพื่อนแค่กลัวไม่เห็น” “คุณไฮโซคะ ถ้าไม่เห็นก็ตาบอดแล้วค่ะ เพชรเม็ดเท่าไข่ห่าน แล้วนี่หล่อนยังวางทาบหน้าให้ส่องแดดอีก” แทมมี่บ่นความอวดแหวนที่มีผู้มาขอแต่งงานแล้ว วงเดียวไม่พอ ทั้งแหวนหมั้น ทั้งแหวนขอแต่งงาน ไม่รู้ว่าวันแต่งงานจะมีแหวนวันงานอีกหรือเปล่า “อิจฉาแหละดูออก” อัญชญาเบะปากให้เพื่อน “นี่ถ้าตบคนแล้วไม่โดนปรับ ฉันตบแกแล้ว เห็นแล้วหมั่นไส้” แทมมี่ยังบ่นไม่หยุด ถามว่าอิจฉาไหม ก็อิจฉาแหละ “อย่าเป็นนางร้ายสิ ฉันรู้ว่าแกรักฉัน ว่าแต่อยู่มาจนปีสี่แล้ว แทมมี่ของฉันทำไมยังไม่มีแฟน” อัญชญาแซวเพื่อน แทมมี่ทั้งสูงยาวเข่าดีตามสไตล์ลูกเสี้ยวที่มีเชื้อสายต่างชาติผสม “เอามาทำไมก่อน มีแฟนไปไหนก็ต้องขออนุญาต แถมไม่พอต้องคอยหึงหวง ถามก่อน จะมีไปเพื่อ? สู้อยู่สวย ๆ ให้ผู้ชายเสียดายเล่นไม่ดีกว่า อีกอย่างฉันอยากเป็นผู้เลือก ไม่ใช่เป็นคนถูกเลือก” แทมมี่พูดอย่างผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่ต







