เข้าสู่ระบบ
@มหาวิทยาลัย
เหงื่อไหลเปียกชุ่มแผ่นหลังในชุดวอร์มมหาลัยที่ตอนนี้แทบจะแนบติดกับผิวหนัง ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำบนลู่วิ่งเหมือนจะกลืนเอาแรงกายแรงใจไปหมดจนแทบขยับไม่ได้ กลิ่นแดดยามสายผสมกลิ่นหญ้าเปียกจางๆ ลอยมาตามลมอ่อนๆ แต่กลับไม่ได้ช่วยให้สดชื่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"แฮ่ๆ !!! โคตรเหนื่อยอ่ะ....อีมิวนี่มึงไปทำอะไรให้พี่รหัสโกรธป่ะวะ"
เสียงหอบหนักๆ สลับกับเสียงบ่นของเพื่อนสาวดังขึ้น พร้อมกับท่าทางที่ใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ไหลลงขมับอย่างรำคาญ ก่อนจะหันขวับมามองด้วยแววตาหงุดหงิดปนเหนื่อยล้า
"อย่างกู..ไม่ต้องทำอะไร แค่พี่เขาเห็นหน้า..ก็พร้อมจะบวกกับกูแล้วป่ะ"
"แม่ง ! กูจะตุยแล้วนะโว้ย สนามไม่ใช่น้อยๆ กูถามจริงเหอะมึงชอบพี่เขาไปได้ยังไง...จ้องแต่จะเล่นงานมึงตลอด"
"เลิกพูดได้แล้ว วิ่งไปเห่อะน่า....บ่นไปก็ไม่ช่วยอะไร"
เสียงพูดนิ่งๆ แต่แฝงความเหนื่อยหน่ายของอีกคนดังขึ้น ท่าทางไม่สนใจต่อคำบ่นนั้นแม้แต่น้อย สายตาเหม่อมองไปยังปลายทางของลู่วิ่ง ริมฝีปากเม้มแน่นขณะสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วออกตัววิ่งต่อโดยไม่เหลียวกลับมามอง
มิวนิค นักศึกษาปี 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เด็กสาวตากลมโต ผิวขาว ผมยาวปะบ่าสีน้ำตาลหม่น อุปนิสัย : เฟรนลี่ เป็นมิตรกับทุกคน เข้ากับคนได้ง่าย มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละที่รู้สึกว่าจะแอนตี้เธอเอามากๆ มาสายแค่สองนาที สั่งทำโทษเธอกับเพื่อนร่วมรุ่น โดยการให้วิ่งรอบสนามฟุตบอล คนอื่นๆวิ่งกันแค่สองรอบ แต่เธอกับเอวาเพื่อนสนิท กลับต้องวิ่งมากกว่าคนอื่นถึงสองเท่า กะจะแกล้งกันชัดๆ
แดดแรงจัดสะท้อนบนผิวหญ้าที่เขียวจนแทบกลายเป็นสีเหลืองอ่อน เสียงนกที่เคยเจื้อยแจ้วในยามเช้าเงียบหาย เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเหล่านักศึกษาปีหนึ่งที่วิ่งวนอยู่ในสนามกว้าง ร่างบางของมิวนิคและเอวาดูอ่อนแรงลงทุกวินาที เหงื่อไหลลงตามแนวกรามจนชุ่มรอบคอเสื้อ รอยแดงจากแดดขึ้นชัดบนแก้มใส เสียงโทรโข่งดังขึ้นอย่างกระทันหัน
"เอ้า! อย่าอู้ดิครับน้อง เพื่อนเขาวิ่งกันอยู่ไม่เห็นรึไง!!!!"
เสียงทุ้มๆ แต่ทรงพลังของ สายฟ้า ดังลั่นออกมาจากใต้ร่มไม้ที่เขานั่งอยู่ เสียงนั้นพุ่งตรงมาหาพวกเธอราวกับลูกธนู หญิงสาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันมามองพลางถลึงตา
"เห็นคร้า....ก็วิ่งอยู่นี่ไง พี่ตาบอดเหรอ"
น้ำเสียงของมิวนิคเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยหน่ายปนประชดประชัน ลมหายใจหอบกระชั้นแต่สายตายังไม่ละจากรุ่นพี่ปากหมาของเธอที่เอาแต่นั่งสั่งอยู่ข้างสนาม
"ปากดี..งั้นวิ่งอีกสักสิบรอบเป็นไง.."
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ริมฝีปากขยับน้อยแต่คำพูดแทงใจจนแทบสะดุ้ง มิวนิคเบิกตากว้าง หันไปมองเอวาทันที
"เชี้ย!! มึงสั่งอย่างกับก๋วยเตี๋ยว เดี๋ยวน้องก็เป็นลมหรอก"
"ม้าดีดกะโหลกอย่างยัยนั่น ไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอก"
คำพูดสุดปากร้ายถูกปล่อยออกมาจากสายฟ้าพร้อมสีหน้าราบเรียบ เหมือนไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ท่าทางไม่สะทกสะท้าน เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พับใต้ต้นไม้ ตาคมกริบยังจับจ้องอยู่ที่สนามอย่างไม่วางตา
สายฟ้า หนุ่มหล่อเบ้าหน้าฟ้าประทาน วิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 พี่รหัสสุดหล่อของมิวนิค พ้วงด้วยตำแหน่ง เฮดว๊ากประจำสาขา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหด ความเย็นชา อุปนิสัย : พูดน้อย หน้านิ่ง จริงจังกับทุกเรื่อง เย็นชา แต่ปากหมากับน้องรหัสตัวร้ายแค่คนเดียว
"มึงแกล้งน้องใช่ไหมไอ้สายฟ้า" : อาทิตย์ เพื่อนสนิทของสายฟ้า
"กูจะแกล้งแล้วใครจะทำไม !"
"ไอ้เชี้ย ! สุภาพบุรุษมากเลยนะมึง" : แผ่นดิน เพื่อนสนิทอีกคนของสายฟ้า
ทั้งสามหนุ่มนั่งเรียงอยู่ใต้ร่มไม้เย็นๆ ดูผ่อนคลายราวกับไม่ใช่คนสั่งให้รุ่นน้องวิ่งลุยแดดจนแทบล้มตาย แผ่นดินโยนขวดน้ำขึ้นลงอย่างเบื่อหน่าย ส่วนอาทิตย์กระดิกเท้าอยู่กับพื้น ดวงตาหรี่ลงขณะมองน้องผู้หญิงสองคนที่ดูเหมือนจะหมดแรงแล้ว
"เร็วหน่อยดิคับ....เพื่อนรอกินข้าว ... ชักช้าเสียเวลาคนอื่น !!!!"
เสียงโทรโข่งยังคงทำหน้าที่สร้างแรงกดดันอย่างแข็งขัน มิวนิคได้ยินแล้วถึงกับกรอกตาแรงๆ
"..........เห้อ ! สั่งเก่งอะไรเก่ง ไม่ลงมาวิ่งเองเลยล่ะ"
เธอบ่นงุบงิบกับตัวเอง เสียงไม่ดังแต่แฝงไปด้วยความเซ็งจัด ขณะที่สองขาเริ่มเร่งฝีเท้า มือเล็กปาดเหงื่อจากหน้าผากแทบไม่ทัน รู้สึกเหมือนทั้งร่างกำลังจะแตกสลายไปกับแดดร้อนระอุ
"กูไม่ไหวแล้วนะอีมิว....ขากูก้าวไม่ออกแล้ว" : เอวาหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ก่อนจะหันมามองมิวนิคที่ตอนนี้เธอเองก็แทบจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน สีหน้าเอวาแทบซีด ร่างกายเอนมาเล็กน้อยเหมือนจะทรุดลง แต่ยังฝืนยืนขาไว้ไม่ให้ล้ม
"ไม่ไหวก็พอดิวะ....อยากแกล้งกูนักใช่ไหม...หึ..!!"
มิวนิคพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์วาบหนึ่ง เหงื่อที่ไหลลงมาตามขมับไม่ได้ช่วยลดความร้อนในใจเธอเลย กลับเพิ่มความดื้อดึงขึ้นแทน
"มึงหมายความว่าไง ??"
"เอวา ถ้ากูล้ม มึงตะโกนดังๆเลยนะ"
"ฮ่ะ ???"
"ฟุบ !!!!!!! ตุบ !!!"
เสียงร่างบางล้มลงกระแทกพื้นดังกึก พร้อมกับฝุ่นเบาๆ ที่กระจายขึ้นรอบข้าง เส้นผมสีน้ำตาลหม่นเปียกเหงื่อแนบแก้มขาวที่ตอนนี้ดูซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
"มิวววว !!! ช่วยด้วยค่ะ เพื่อนหนูเป็นลม"
"เชี้ย !!!!!! กูว่าแล้วไง ไอ้สายฟ้าน้องเป็นลม"
เสียงของแผ่นดินเต็มไปด้วยความตกใจลนลาน อาทิตย์เบิกตากว้างหันขวับไปทางเพื่อนของตัวเองด้วยความตกใจสุดขีด
"............"
อาทิตย์ตะโกนขึ้นสุดเสียงด้วยความตกใจ แต่ทันทีที่หันไปมอง สายฟ้า ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว...พอหันมามองอีกทีไอ้เพื่อนตัวดีมันวิ่งลงสนามไปโน่นแล้ว แม้จะดูเย็นชา พูดน้อย และปากร้ายยังไง แต่พอได้ยินว่า "น้องเป็นลม" คนอย่างสายฟ้ากลับไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที เขากระโจนออกจากที่นั่งพุ่งลงสนามอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง
สองชั่วโมงแล้วที่คนเป็นน้องนั่งหัวเราะให้กับจอทีวี ตั้งแต่มาถึงคนตัวเล็กเอาแต่นั่งดูซีรีส์ที่เธอชอบ...ดูไป ยิ้มไป หัวเราะไป สายฟ้าได้แต่นั่งดูอยู่ข้างๆ ถามว่าเขาเคยดูอะไรพวกนี้ไหม ผู้ชายนิ่งเงียบ จอมเย็นชาอย่างเขานะเหรอ จะดูอะไรพวกนี้ ถ้าไม่ติดที่ต้องดูเป็นเพื่อนเมีย ได้นั่งกอดเมีย เขาไม่มีทางมาดูอะไรพวกนี้เด็ดขาด...ขัดหูขัดตาก็ไอ้พระเอกหน้าหล่อในซีรีส์นั่นแหละ ไม่รู้จะชอบอะไรนักหนา ดูไปเขินไปอยู่แบบนั้น"ไม่เกรงใจผัวเลยนะครับ" เสียงเข้ม ๆ พูดขึ้นพร้อมกับสายตาคมที่จับจ้องไปยังคนตัวเล็กอย่างเต็มไปด้วยความหวงแหน ปลายคิ้วขมวดเล็กน้อย เหมือนจะเตือนแต่ก็แฝงด้วยความเอ็นดูในที"อะไรคะ..." เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไร้เดียงสา เธอหันหน้ามามองอย่างไม่เข้าใจแต่แววตากลับซุกซนยิ้มเล็ก ๆ แฝงอยู่"ไม่เห็นจะหล่อตรงไหนเลย เธอชอบเข้าไปได้ไง" สายฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงติหน่อย ๆ แต่ก็แอบแสดงความหึงหวงชัดเจน มือหนาขยับเข้ามาจับแขนเล็กอย่างอ่อนโยน สายตายังคงจับจ้องไปที่ทีวีด้วยความไม่ค่อยพอใจนัก"ชาอึนอูน่ะหรอคะ..."คือ ????"ก็พระเอกในเรื่องไงคะ ที่พูดเมื่อกี้พี่หมายถึงเขารึเปล่า"อืม...หน้าตาก็งั้นๆ ไ
บัตรเครดิตสีดำถูกรูดจนแทบจะทุกร้าน แสงไฟตามร้านค้าแต่ละแห่งสะท้อนบนหน้าจอบัตรที่ถูกรูดซ้ำๆ ไม่ใช่เธอหรอกนะที่ผลาญเงินเขา แต่เป็นตัวเขาเองซะมากกว่าที่ฟุ่มเฟือย ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏความร้อนรนแบบคนคลั่งรัก บอกไม่เอาแต่ก็ยังจะซื้อให้ ซื้อมันทุกอย่างที่ขว้างหน้า สายตาเฝ้ามองเธออย่างเต็มไปด้วยความหวัง แค่เธอมอง แค่เธอถามพนักงาน เขาก็จะกวาดซื้อมันจนเรียบ จนทำให้เธอไม่กล้ามอง ไม่กล้าแม้แต่จะเดินผ่านหน้าร้าน ความรู้สึกหนักใจผสมความรักปนเป็นหนึ่ง ปวดหัวกับคนคลั่งรักจนต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จ เธอออกมาเห็นเขากำลังคุยกับสาวสวยหน้าตาดีคนหนึ่ง แต่ถ้าสังเกตดีๆ ใบหน้าหล่อเหลาของเขากลับเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด เหมือนถูกไฟแห่งความไม่พอใจเผาผลาญ"ชื่อมินนี่นะคะ ขอแลกไลน์หน่อยได้ไหม :)"สาวสวยยิ้มหวานสายตาจ้องมองหนุ่มหล่อที่อยู่ตรงหน้า สำหรับเธอแล้ว การเข้าหาใครสักคนไม่มีอะไรมาก ถูกชะตาแลกเบอร์ คุยถูกคอ ชวนขึ้นเตียง แค่นั้นจบ แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจและเลศนัย"ไม่ให้ ! ฉันมีแฟนแล้ว ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า"สายฟ้าตอบเสียงแข็ง ไม่เพียงจะไม่สนใจสาวคนนั้น สองสายตาของเขาไม่มองเธอเลยสักนิด
หลังกลับจากค่ายอาสา บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ลึกซึ้งมากขึ้น ทั้งสายฟ้าและมิวนิคเริ่มเปิดใจให้กันและกันอย่างจริงจัง คนเป็นพี่ทุ่มเททุกอย่างด้วยหัวใจที่รู้แน่ว่ารักเธอเข้าเต็มเปา ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชอบแบบผ่านๆ เหมือนครั้งก่อน ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งได้สัมผัส ทำให้ความรักนั้นยิ่งชัดเจนและลึกซึ้งจนเขาหลงเธอหัวปักหัวปำสายตาของเขามักจดจ้องเธอไม่วางตา บางครั้งเผลอแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนเกินงาม ใครเข้ามายุ่งหรือเตาะคนรักของเขา เขาพร้อมจะจัดการหมด ไม่สนว่าคนนั้นจะเป็นลูกใคร ใบหน้าหล่อขึงขังและแววตาที่เต็มไปด้วยความดุเดือดในความหวงแหนหลายครั้งที่คนเป็นน้องพยายามห้ามปรามด้วยท่าทีขำๆ หรือแอบยิ้มเมื่อเห็นความขี้หวงของเขา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะเขาคือผัวเธอ ผัวคนแรก และผัวคนเดียว แม้สถานะนี้เธอยังไม่กล้าบอกใครก็ตาม"เมื่อวานพี่เห็นเธอยืนคุยอยู่กับผู้ชายที่หน้าคณะ มันเป็นใคร ?"น้ำเสียงโมโหแฝงไว้ด้วยความหวงแหนอย่างลึกซึ้ง แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ ใบหน้าเข้มขรึม ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังคนเป็นน้องอย่างตั้งใจ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาได้เก็บชายหน้าหล่อคนนั้นไว้ในใจอย่
เสียงกรี๊ดดังทะลุออกมาจากในเต็นท์ แรงสั่นสะเทือนของเสียงสะท้อนในอากาศทำให้บรรยากาศรอบๆ ตึงเครียดและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวทันที ตามมาด้วยเสียงของเอวาที่ร้องตะโกนขอให้คนช่วย น้ำเสียงสั่นเครือปนความตื่นตกใจจนแทบจะขาดใจ"ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย !!!"เสียงนั้นดังและแผดกล้ำดึงความสนใจจากทุกคนที่อยู่ใกล้เคียง เหมือนคลื่นความกังวลที่แผ่ซ่านในอากาศ ส่งผ่านไปถึงใจของผู้ฟังอย่างรวดเร็ว"เกิดอะไรขึ้น ! มิว ??"สายฟ้ารีบวิ่งด้วยความเร่งด่วน ก้าวเท้าแรงๆ ลงบนพื้นเสียงดัง กำลังใจแข็งแกร่งท่ามกลางความเร่งรีบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลเมื่อเห็นมิวนิคล้มหมดสติไปกับพื้น โดยมีเอวานั่งประคองลำตัวเธออย่างไม่ละสายตา มือของเอวาสั่นเล็กน้อย แต่ก็แน่นแฟ้นกับการดูแลอย่างสุดความสามารถ"งูค่ะ..เมื่อกี้งูเกือบฉกมิวนิค..."น้ำเสียงเอวาผสมความตกใจและกลัวอย่างชัดเจน ดวงตาเบิกกว้าง ยิ่งพูดเหมือนกับภาพเหตุการณ์ยังติดตา มือของเธอสั่นคล้ายยังไม่หมดหวาดกลัว"โดนฉกไหมวะ หมดสติไปขนาดนั้น มึงดูดิไอ้สายฟ้า"สเนคพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากเชื่อสายตา มือหยิบจับอะไรบางอย่างเพื่อช่วยตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ใบหน้า
@วันที่สองของการออกค่ายวันที่สองของการออกค่ายอาสา บรรยากาศยามเช้าของโรงเรียนชนบทเล็กๆ ริมทุ่งกว้างเต็มไปด้วยความคึกคัก แม้จะดูเรียบง่ายและเก่าแก่ แต่กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากเสียงหัวเราะและกิจกรรมของเด็กๆ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาจิตอาสา อาคารเรียนเก่าๆ ที่ทาสีหลุดลอกและแตกร้าวสะท้อนถึงเวลาที่ผ่านเลยมากว่า 10 ปี ฝุ่นและความทรุดโทรมปรากฏชัดเจนตามบันไดและผนัง แต่ทุกคนกำลังขยันขันแข็งทาสีใหม่เพื่อคืนความสดใสให้สถานที่นี้สเนคยืนอยู่บนบันไดชั้นสอง ขมวดคิ้วมองไปรอบๆ หาคนช่วยขนถังสีใหญ่แต่กลับไม่มีใครว่าง งานหนักทำให้กล้ามเนื้อของเขาเกร็งเล็กน้อย เสียงเขาแหบห้าวสั่งงานอย่างชัดเจนเพื่อจัดการสิ่งที่ต้องทำ"เห้ย! ใครว่างไปเอาสีที่เต็นท์อำนวยการมาเพิ่มดิ.."ทุกคนดูยุ่งอยู่กับงาน แต่สายตาของมิวนิคเปล่งประกายความตั้งใจ เธอก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงพูดสุภาพและมุ่งมั่น"เดี๋ยวมิวไปเอาให้ค่ะ อยู่เต็นท์อำนวยการใช่ไหมคะ"แม้จะรู้ว่าถังสีนั้นหนักเกินกว่าที่เธอจะยกได้ แต่ความเต็มใจในดวงตาและใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อของมิวนิคกลับสะกดใจคนรอบข้าง"มันถังใหญ่นะครับ น้องมิวเอามาเองไม่ได้หรอก...ให้ผู้ชายไปยกมา
@วันออกค่าย"เอาล่ะครับ น้องๆคนไหนที่เช็คชื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ให้นำสัมภาระไปไว้ในรถ หมายเลขรถที่น้องจะขึ้นพี่ติดไว้ให้ในป้ายชื่อของน้องๆแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว น้องคนไหนที่เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วขึ้นรถหาที่นั่งได้เลยนะครับเสียงประกาศของสเนครุ่นพี่ปีสี่ดังผ่านทางโทรโขง เสียงเขาค่อนข้างหนักแน่นและชัดเจน ท่ามกลางบรรยากาศของความวุ่นวายที่รุมเร้าจากเสียงพูดคุยและการเคลื่อนไหวของน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวออกค่ายอาสาพัฒนาไปจังหวัดเชียงราย รุ่นพี่หลายคนต่างเร่งมือจัดระเบียบและประสานงานอย่างทุ่มเท"สเนค... : เสียงเรียกจากรุ่นน้องคนสนิท กระดิกนิ้วชี้ส่งสัญญาณให้เขาเดินมาหา เสนคหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความใส่ใจ ก่อนจะยื่นโทรโขงให้เพื่อนอีกคนปฏิบัติหน้าที่แทน แล้วเดินมาหาเจ้าของเสียงนั้นด้วยก้าวเดินมั่นคง"ว่าไงสายฟ้าสายฟ้าพูดเสียงเรียบแต่แฝงความเด็ดขาดในน้ำเสียง สายตาของเขาแข็งกร้าวจ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างมั่นใจและจริงจัง"กูเปลี่ยนใจอยากไปพร้อมรถบัสของคณะ.."อ้าว..ไหนมึงบอกจะบินไป..เปลี่ยนใจแล้วว่างั้น ?"น้ำเสียงของสเนคแฝงความสงสัยและแปลกใจ ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างยืดหยุ่น รอยยิ้มเล็กๆ แฝงความติดตลก







