บทที่ 4
ผีอำ!
หลังจากที่วางสายเขาก็แอบไม่มีอารมณ์ทำงานนิดหน่อย งั้นวันนี้ลงแค่บทแล้วกัน
“วันนี้แค่นี้แล้วกันค่ะ เดี๋ยวพี่ถ่ายคลิปพรุ่งนี้แล้วกันนะคะ”
“โอเค ตามใจพี่เลย เรายังไงก็ได้อยู่แล้ว”
“หึหึ ค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อนน้องจะนอนในห้องกับพี่ไหมคะ”
“นอนได้เหรอ ปกติเราไม่เคยนอนนะ เราไม่เคยง่วงเลย”
“งั้นเดี๋ยวพี่อาบน้ำก่อนนะคะเรารอพี่ที่เตียงแล้วกันนะ เดี๋ยวพี่มากล่อมนอนค่ะ”
เมื่อพูดจบปรัตถกรก็เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำไป เขาเลยไปนอนกลิ้งบนเตียง แต่ครั้งนี้แปลกไป ปกติเวลาที่เขานอนกลิ้งที่เตียงโซฟาหรือพื้น เขาใช้การลอยไปใกล้ที่สุด แต่ละครั้งไม่เคยรู้สึกถึงสัมผัสเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนว่าหลังเขาจะสัมผัสกับเตียงเลย เขาเลยลองนอนลงไปอีกครั้ง เพราะครั้งแรกนั้นเขาเด้งตัวขึ้นมาด้วยความตกใจ
ว่าแต่มันแปลกตั้งแต่เขาได้กลิ่นอาหารแล้วหรือเปล่า เขาไม่เคยได้กลิ่นอาหารมาก่อน ที่สำคัญยังกินได้อีกด้วย จากนั้นเขาก็ยังสามารถสัมผัสเตียงได้งั้นเหรอ แปลก แปลกมาก มันเกิดขึ้นจากอะไรกัน หรือว่า เพราะเขาสวมบทเป็นจัสมินเหรอ หรือว่า หรือว่า ไม่รู้แล้วนึกไม่ออก แต่สัมผัสนุ่มนิ่มของเตียงนี่ดีจังน้า ร่างโปร่งแสงนอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนสติรับรู้ค่อย ๆ น้อยลง จนหลับลงไปในที่สุด
ปรัตถกรที่อาบน้ำเสร็จแล้ว เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเจ้ากระต่ายจัสมินที่อยู่บนเตียงนอนหลับไปแล้ว เขาเดินไปแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วขึ้นไปนอนบนเตียง แล้วช้อนตัวกระต่ายตัวน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
ตอนที่ปรัตถกรเข้ามาในห้องนี้เขารู้สึกถึงความวูบโหวงในอกตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบ หลังจากนั้นกลิ่นหอมของมะลิก็ลอยเข้ามาในจมูกของเขา เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกคิดถึง ความโหยหาก็ตีตื้นขึ้นมาในความรู้สึกของเขา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่พ่อและป๊าบอกว่าเขาต้องตามหา เขาเจอแล้ว
“เจอกันซักทีนะคะมะลิ ไม่รอให้พี่มากล่อมเลยนะคะ”
และค่ำคืนนี้ทั้งคู่ก็หลับไปในอ้อมกอดของกันและกันตลอดทั้งคืน
.
.
.
“อื้ออ”
ร่างโปร่งแสงค่อย ๆ ตื่นจากนิทรา อยากจะขยับตัวบิดขี้เกียจแต่เขาไม่สามารถขยับตัวได้ อย่าบอกนะ! หรือว่าเขาจะโดนผีอำเหมือนที่เจ้าของห้องคนเก่าเคยโดน ตายแล้วแบบนี้ทำยังไงดี เราสวดมนต์ไม่เป็นด้วย ทำไงดี เขาลองดิ้นแรง ๆ ก็ยังไม่หลุด ตายแล้วเขาพึ่งเคยโดนผีอำครั้งแรก เห็นคนอื่นสวนมนต์แต่เขาจำไม่ได้
“อะ อะระ อะไรนะ นะโม นะมัง ฮืออ ทำไงดีเนี่ยยยย”
“หนูคะ ดิ้นทำไมคะ หื้มมมม”
ปัถลืมตาขึ้นมาก็เห็นร่างโปร่งแสงที่หลับตาปี๋ดิ้นดุ๊กดิ๊กในอ้อมแขน ที่สำคัญเจ้าตัวเล็กในแขนเขากำลังพึมพำอะไรซักอย่าง
“สาธุ ๆ ผีอำหายไป นะโม ๆๆ”
เมื่อได้ยินดังนั้นปรัตถกรก็เลยคลายอ้อมกอดออก ร่างโปร่งแสงที่รวมกำลังเพื่อลอยขึ้นไปอย่างสุดแรงก็สามารถลอยออกจากอ้อมแขนนั้นได้ กระต่ายน้อยลืมตาโพลงขึ้นมาอย่างตื่นเต้นที่ตัวเองสามารถหลุดจากผีอำได้
จากที่ลอยเกือบติดเพดานก็ร่อนลงมานอนข้างปรัตถกรที่ตอนนี้ตื่นเต็มตาแล้ว
“พี่ปัถ ๆ เมื่อกี้นี้เราโดนพี่อำด้วย แต่เราสวดมนต์แบบที่เจ้าของห้องเก่าทำ พอเราสาธุเราก็หลุดเลย”
“...”
“จริง ๆ นะ เราน่ะ โดนผีอำจริง ๆ!”
“หึหึ จัสมิน พี่ไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วพี่จะทำอาหารให้ทานเดี๋ยวพี่เอาไอแพดวางไว้ตรงนี้ เลื่อนดูว่าอยากกินรูปไหน จิ้มไว้ พี่จะมาทำให้ทานค่ะ” ปัถเปิดภาพอาหารมากมายแล้วนำมาวางไว้บนเตียง
“พี่ปัถนี่คุยกับตุ๊กตาเป็นตุเป็นตะเลยนะครับ แต่เดี๋ยวเราจะเลือกให้แล้วกันนะ พี่จะได้ไม่เหงา” ตาของร่างโปร่งแสงเป็นประกาย เขาสนใจสิ่งที่พี่ปัถเรียกว่าไอแพดเพราะมีอาหารเต็มไปหมด
เขานั่งเลื่อนดูเมนูต่าง ๆ ที่พี่ปัถเปิดรูปภาพไว้ มีแต่เมนูที่น่าสนใจทั้งนั้น บางเมนูเขายังไม่เคยเห็น แล้วอย่างนี้เขาจะบอกพี่ปัถยังไง มันน่ากินไปหมดเลยนะ เจ้ากระต่ายน้อย นอนคว่ำเลื่อนจอดูอาหารจนปรัตถกรอาบน้ำเสร็จแล้วออกมาจากห้องน้ำเพื่อแต่งตัว
เขาจะแต่งตัวในห้องน้ำก็ได้ แต่เขาอยากที่จะออกมาแต่งข้างนอกมากกว่า ปากหยักกระตุกยิ้มชอบใจ
เสียงก๊อกแก็กเรียกความสนใจจากคนที่เลื่อนไอแพดอยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับร่างสูงที่ใช้ผ้าขนหนูสีขาวพันอยู่ที่เอว กล้ามเนื้อหกก้อนสีขาวมันดึงดูดตาเขาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าอยากมองนะ แต่เขาเอาตาออกมาไม่ได้เลย ไม่ได้ ๆๆๆๆ เขาจะมามองพี่ปัถไม่ได้มันเสียมารยาทนะ ห้ามมอง ๆ ร่างโปร่งแสงเอามือมาปิดตา แต่นิ้วมือนั้นแอบถ่างเล็กน้อย ก็เขาไม่เคยเห็นนี่นา พี่ปัถไม่เปลี่ยนในห้องน้ำเองเล่า จะมาโทษเขาไม่ได้นะ
เมื่อเห็นว่าร่างสูงนั้นกำลังจะถอดผ้าเช็ดตัวออกวิญญาณน้อยก็รีบปิดตาให้สนิททันที เพราะเกรงว่าจะเห็นของสงวนของอีกฝ่ายเข้า
“เสร็จแล้วครับ จัสมินเลือกได้หรือยังครับว่าอยากกินอะไร” ปรัตถกรเดินไปนั่งที่เตียง
“ยังเลย มันน่ากินไปหมดเลย เราหลับตาชี้แล้วกันนะ” ว่าแล้วก็ทำตามที่พูดทันที เขาก็ไม่รู้ว่าเขานั้นชี้ไปที่อะไร แล้วพี่ปัถจะสื่อถึงเขาได้ยังไง ทำแค่เพื่อความสนุกของตัวเองเท่านั้นแหละ
“งั้นพี่ทำต้มจืด กับไก่ทอดแล้วกันนะคะ”
“ได้เลย!” เจ้าตัวน้อยตอบรับอย่างกระตือรือร้น
หลังจากนั้นปรัตถกรก็จัดการเตรียมอาหาร โดยมีวิญญาณโปร่งใสลอยไปมาคอยถามนู่นนี่ด้วยสีหน้าเป็นประกายตื่นเต้น
เมื่อเสร็จจากการเตรียมอาหารทั้งคู่ก็จัดการอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยส่วนใหญ่อาหารจะตกเป็นของเจ้าวิญญาณน้อยนั่นเอง
สิ่งที่แปลกคือวันนี้เจ้าวิญญาณน้อยนั้นรู้สึกถึงความอิ่มท้องทั้งที่เมื่อวานไม่ได้รู้สึกแท้ ๆ
“พี่ปัถวันนี้เราอิ่มด้วยล่ะ แปลกมาก เหมือนเราเริ่มจะมีความรู้สึกแล้วก็สัมผัสสิ่งต่าง ๆ ได้เลย”
“หึหึ”
“แล้ววันนี้ดูหนังเรื่องอะไรเหรอ อยากดูเจ้าหญิงล่ะ เราเห็นตอนก่อนเริ่มเรื่องเมื่อวาน”
“ดูอันนี้แล้วกันครับ เดี๋ยววันนี้พี่มีถ่ายงานจะให้หนูเข้าไปดูด้วย”
หนังที่ปัถเปิดเป็นหนังที่ให้ฟิลรู้สึกน่ารักเซ็กซี่นิด ๆ บวกกับที่เขาปิดหน้าต่างผ้าม่านและเปิดไฟสลัวด้วยแล้ว บรรยากาศมันเลยให้ความรู้สึกมวนท้องเล็ก ๆ เกิดขึ้นกับเจ้าวิญญาณน้อยที่ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนหรืออาจจะเคยเจอแต่ลืมไปแล้ว
บ้าที่สุด พี่ปัถเปิดหนังอะไรไม่รู้ เขารู้สึกร้อนที่แก้ม แล้วก็วูบวาบที่ตรงนี้มากเลย มันเหมือนว่า มันจะตั้งขึ้นมา ตายแล้วทำไมเป็นอย่างนี้เนี่ย
“พี่ปัถ ฮื้อออ ร่างกายเราเป็นอะไรก็ไม่รู้ ดูนี่ มันตั้งขึ้นมา ทำไงดี ฮือออ” ร่างโปร่งแสงที่ไม่เคยเป็นแบบนี้ส่งเสียงร้องออกมา
“มาค่ะ พี่พาไปดูพี่ถ่ายงานต่อดีกว่า”
ว่าจบก็อุ้มน้องจัสมินเข้าห้องนอนไป วิญญาณน้อยรีบตามไป ลืมเรื่องที่ร่างกายตัวเองผิดปกติไปเสียอย่างนั้นเพราะตื่นเต้นกับงานของร่างสูงมากกว่า
ใช้เวลาไม่นานร่างสูงก็เตรียมอุปกรณ์เสร็จพอดี
“ไงคะ หนูจะยืนมองอยู่อย่างนั้นเหรอคะ”
tbc.