My Husband (อุ๊ปส์) เจ้าบ่าวของฉันเป็นประธานบริษัท

My Husband (อุ๊ปส์) เจ้าบ่าวของฉันเป็นประธานบริษัท

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-04-25
Oleh:  SiestaTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
60Bab
2.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ใครจะไปคิดล่ะว่าเจ้าบ่าวที่เพิ่งจะแต่งงานด้วยจะกลายเป็นประธานบริษัท แถมยังเอาแต่ใจมากเสียด้วย

Lihat lebih banyak

Bab 1

My Husband - 1 การนัดบอดที่ไม่ได้เต็มใจ

ร้านเสริมสวยริมถนนย่านกลางเมืองที่เต็มไปด้วยรถสัญจรไปมา อาจจะเพราะย่านนี้เป็นย่านที่มีร้านอาหารและร้านชื่อดังติดกันอยู่หลายร้านทำให้รถค่อนข้างจะหนาแน่นเป็นพิเศษ ฉันได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า พลางทอดสายตามองออกไปนอกกระจก ด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเย็นนี้

ใช่...เย็นนี้แล้วสินะ ที่ฉันจะได้พบกับชายคนหนึ่งที่ทางบ้านจัดหามาให้เป็นคู่นัดบอด

ในขณะที่ใกล้จะถึงเวลานัดหมายแต่ฉันกลับไม่ได้รู้สึกรีบร้อนอะไรเลย ได้แต่ปล่อยเวลาให้ช่างทำเล็บทำผมอะไรกับของฉันได้เต็มที่อาจจะเพราะส่วนหนึ่งฉันไม่ได้คาดหวังให้ผู้ชายคนนั้นประทับใจในการนัดบอดครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ

ฉันคิดไปไกลถึงกับว่า หากเย็นนี้ได้เจอเขาแล้ว เราอาจจะไม่ประทับใจกันและกัน จนบางทีเขาก็อาจจะเป็นฝ่ายที่ปฏิเสธฉันแทนก็ได้มั้ง แต่ก็นั่นละต่อให้ฉันไม่ตกลงใจกับผู้ชายที่จะมานัดบอดในวันนี้ สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องถูกทางบ้านจับให้ไปดูตัวกับคนอื่นอยู่ดี ซึ่งฉันเองก็ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงอยากจะให้ฉันแต่งงานไวนัก ทั้งที่ฉันเพิ่งจะเรียบจบมาไม่นานนี่เอง

เฮ้อ...ชีวิตลูกผู้หญิงมีแค่นี้เองเหรอ

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน

-------

“อะไรนะคะ คุณพ่อจะให้เฟิร์นดูตัว”

ฉันอดไม่ได้ที่จะโวยวายเสียงดัง ในขณะที่คุณพ่อแทบจะคล้ายขอร้องให้ฉันรับนัดการดูตัวครั้งนี้

“ไม่เอาค่ะ เฟิร์นเพิ่งจะเรียนจบ ขอเฟิร์นทำงานก่อนไม่ได้หรือคะ นะคะคุณแม่ช่วยคุยกับคุณพ่อให้เฟิร์นหน่อยได้ไหมคะ”

ฉันรีบถลาเข้าไปโอบกอดคุณแม่ที่เอว และคาดหวังเล็ก ๆ ว่าคุณแม่อาจจะเป็นคนเดียวที่ช่วยฉันได้ในเรื่องนี้

“โธ่ใบเฟิร์นลูกแม่ คือคุณพ่อเขาสัญญากับเพื่อนเขาตั้งนานแล้ว ว่าถ้าหนูเรียนจบเมื่อไหร่จะให้ลูกชายเขากับหนูแต่งงานกันทันที”

“แต่...แต่งงานกันทั้งที่ไม่ได้รักเนี่ยนะคะ มันจะรักกันได้ยังไงคะ เฟิร์นไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ไม่เอาค่ะ เฟิร์นไม่ยอม เฟิร์นยังอยากอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เหมือนเดิมนี่คะ นะคะคุณแม่ นะคะคุณพ่อ” ฉันอ้อนสุดฤทธิ์เพราะคาดหวังที่จะโน้มน้าวใจท่านทั้งสองให้สำเร็จ

แต่...ก็นั่นแหละ สุดท้ายฉันที่เป็นลูกสาวคนเดี๋ยวจะขัดคุณพ่อคุณแม่ที่รักได้อย่างไร เมื่อท่านทั้งสองยืนกรานว่าไม่สามารถผิดคำพูดกับเพื่อนของท่านได้ และอย่างไรเสียเย็นพรุ่งนี้ฉันก็ต้องไปพบกับผู้ชายคนนั้น

“ถ้าเฟิร์นเจอเขาแล้วเฟิร์นไม่ถูกชะตา เฟิร์นปฏิเสธเขาก็ได้ใช่ไหมคะ”

ถึงกระนั้นฉันก็ยังยื่นข้อเสนอที่ฟังดูดื้อ ๆ ต่อท่านทั้งสองอยู่ดี

“พ่อไม่อยากให้เราปฏิเสธเขา”

ดูคุณพ่อพูดเขาสิ ฉันทำหน้างอเล็กน้อยก่อนหันไปทำสายตาวิงวอนอ้อนคุณแม่ต่อ

“คุณแม่ขา...”

“แม่ก็ไม่อยากให้ใบเฟิร์นปฏิเสธเขาเหมือนกันลูกเห็นใจพ่อเขาเถอะ พ่อเกรงใจเพื่อนคนนี้มากแล้วสัญญานี้ก็คุยกันมาตั้งแต่ก่อนหนูเกิดอีก”

ฉันรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก เพราะคุณพ่อกับคุณแม่พูดเหมือนกับว่า...เลือกที่จะแคร์ความรู้สึกของเพื่อนเขามากกว่าลูกสาวคนเดียวอย่างฉัน

งื้อ....แล้วฉันเลือกอะไรได้บ้างเนี่ย ความรู้สึกเหมือนตัวเองจะร้องไห้ออกมาให้ได้ ก็นะ...คิดแล้วก็น่าน้อยใจชะมัดที่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย

เดิมที่ครอบครัวของเราอยู่ที่เชียงใหม่ แต่อยู่ ๆ คุณพ่อก็บอกฉันกับคุณแม่ว่า พวกเราต้องย้ายมาทำธุรกิจที่กรุงเทพกะทันหัน ด้วยเหตุนี้เลยทำให้ทันทีที่ฉันเรียบจบครอบครัวของเราจึงย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่กัน และแค่เพียงไม่ถึงสามเดือนท่านก็มาบอกจะให้ฉันดูตัวทั้ง ๆ ที่ฉันเพิ่งไปสมัครงานมาไม่นานนี้เองไม่ถึงสัปดาห์

“ค่ะ หนูคงทำอะไรไม่ได้งั้นก็ตามใจคุณพ่อคุณแม่เห็นสมควรแล้วกันค่ะ” ฉันทำได้เพียงแค่นี้ เพียงแค่นี้จริง ๆ ฉันเห็นทั้งสองมองหน้ากันอย่างโล่งอกปนดีใจ แต่ฉันสิกลับรู้สึกเหมือนตอนนี้ก้อนหินทั้งภูเขากำลังทับอยู่ในอก

“พี่เขาชื่อคุณภีมม์ อายุยี่สิบเจ็ดเป็น....” พ่อพยายามจะบอกประวัติของเขานี้อย่างคร่าว ๆ ให้กับฉันตอนที่ฉันยอมรับปากแบบไม่เต็มใจแต่ก็ยอมทำตามที่คุณพ่อคุณแม่ขอร้อง

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูค่อยทำความรู้จักเขาเอง”

ฉันยอมรับว่าเสียมารยาทมากที่พูดแทรกท่านขึ้นมา แต่ก็นะ...ก็คนไม่ได้อยากไปนัดบงนัดบอดอะไรนั่นเลยสักนิด นี่มันพ.ศ.ไหนแล้วเหอะ ฉันเองยังแทบไม่อยากจะเชื่อว่าจะถูกคลุมถุงชนในตอนอายุยี่สิบพอดิบพอดีแถมเพิ่งจะเรียนจบ นี่พวกท่านทั้งสองกะจะไม่ให้ฉันมีชีวิตอิสระกันเลยใช่ไหมเนี่ย

ฉันกลับมาที่ห้องนอนของตัวเองอย่างเซ็ง ๆ ก่อนทิ้งตัวลงบนที่นอนแล้วถอนหายใจออกมาเพื่อระบายอารมณ์ วันพรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันต้องเตรียมตัวไปนัดดูตัวกับเขาในตอนอาหารมื้อเย็น และถึงแม้ต่อให้ฉันอยากปฏิเสธแทบขาดใจแน่นอนว่าก็คงทำไม่ได้อยู่ดี

ฉันเชื่อว่า เขาคนนั้นก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน พอเขารู้ว่าจะโดนบังคับให้ดูตัวเพื่อแต่งงานกับฉัน เขาเองก็คงไม่ยอมและคงจะโวยวายเหมือนอย่างที่ฉันเป็นในตอนนี้

ประวัติส่วนตัวของเขาถูกส่งมาทางอีเมล์ แต่เชื่อไหมว่าฉันไม่แม้แต่คิดจะเปิดเข้าไปอ่าน เพราะถึงต่อให้อ่านแล้วไม่ประทับใจในโปรไฟล์ของเขา แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมล่ะ ก็คงไม่ได้

ทันทีเมื่อเห็นมีเมล์เด้งเข้ามา ความนอยด์ทำให้ฉันกดลบอีเมล์ประวัติของเขาลงไฟล์ถังขยะในทันที

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Maria L Navarro
Maria L Navarro
I need it in Spanish or English please
2026-08-25 07:26:43
0
0
60 Bab
My Husband - 1 การนัดบอดที่ไม่ได้เต็มใจ
ร้านเสริมสวยริมถนนย่านกลางเมืองที่เต็มไปด้วยรถสัญจรไปมา อาจจะเพราะย่านนี้เป็นย่านที่มีร้านอาหารและร้านชื่อดังติดกันอยู่หลายร้านทำให้รถค่อนข้างจะหนาแน่นเป็นพิเศษ ฉันได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า พลางทอดสายตามองออกไปนอกกระจก ด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเย็นนี้ใช่...เย็นนี้แล้วสินะ ที่ฉันจะได้พบกับชายคนหนึ่งที่ทางบ้านจัดหามาให้เป็นคู่นัดบอดในขณะที่ใกล้จะถึงเวลานัดหมายแต่ฉันกลับไม่ได้รู้สึกรีบร้อนอะไรเลย ได้แต่ปล่อยเวลาให้ช่างทำเล็บทำผมอะไรกับของฉันได้เต็มที่อาจจะเพราะส่วนหนึ่งฉันไม่ได้คาดหวังให้ผู้ชายคนนั้นประทับใจในการนัดบอดครั้งนี้เลยด้วยซ้ำฉันคิดไปไกลถึงกับว่า หากเย็นนี้ได้เจอเขาแล้ว เราอาจจะไม่ประทับใจกันและกัน จนบางทีเขาก็อาจจะเป็นฝ่ายที่ปฏิเสธฉันแทนก็ได้มั้ง แต่ก็นั่นละต่อให้ฉันไม่ตกลงใจกับผู้ชายที่จะมานัดบอดในวันนี้ สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องถูกทางบ้านจับให้ไปดูตัวกับคนอื่นอยู่ดี ซึ่งฉันเองก็ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ใหญ่ถึงอยากจะให้ฉันแต่งงานไวนัก ทั้งที่ฉันเพิ่งจะเรียบจบมาไม่นานนี่เองเฮ้อ...ชีวิตลูกผู้หญิงมีแค่นี้เองเหรอฉันถอนหายใจออกมาอย่างเซ็ง ๆ เมื่อนึ
Baca selengkapnya
My Husband 2 - พลาสเตอร์สีหวาน
และ....เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเป็นที่มาของเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้ตอนนี้ฉันมานั่งทำผมทำเล็บอยู่ตรงนี้ เหลือเวลาอีกตั้งเป็นชั่วโมงก่อนที่จะถึงเวลานัด ความรู้สึกเบื่อ ๆ ทำให้ฉันหาข้ออ้างออกจากบ้านก่อนเวลานัด อย่างน้อยก็เอิ่ม...ควรไปทำผมทำเล็บฆ่าเวลาเล่น ๆ ถึงจะเป็นการนัดบอดที่ไม่ได้เต็มใจแต่อย่างไรแล้วคนเราก็ต้องทำตัวให้ดูดีนิดหนึ่งไหมฉันเลือกร้านทำผมที่ไม่ไกลจากร้านที่ได้นัดบอดกับผู้ชายคนนั้น เพราะรู้ดีว่าการทำผมทำเล็บแต่ละครั้งกินเวลาเป็นชั่วโมง การได้ทำอะไรแบบนี้เป็นการระบายความเครียดได้เป็นอย่างดีเลยละในขณะที่สายตาฉันมองทอดออกไปนอกกระจกแบบเรื่อยเปื่อย พลันสายตาของฉันบังเอิญไปที่เด็กน้อยคนหนึ่งในวัยไม่ถึงเจ็ดขวบที่กำลังวิ่งอยู่ที่ริมถนนและตอนนี้เด็กน้อยคนนั้น กำลังวิ่งตามลูกบอลกลิ้งออกไปทางม้าลาย“ตายแล้ว! เด็กนั่น” ฉันเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อม ๆ กับเสียงหวีดร้องของคนที่เห็นเหตุการณ์อีกหลายต่อหลายคนที่กำลังตกตะลึงกับเหตุการณ์นั้นด้วยเช่นกัน“ไม่น่ะ!!”เอี๊ยดดดดดเสี้ยววินาทีที่ฉันกลั้นหายใจ ฉันได้ยินเหมือนเสียงเบรกรถดังสนั่นท้องถนนพร้อมกับเสียงหวีดร้องของผู้คน และ
Baca selengkapnya
My Husband 3 - ว่าที่เจ้าบ่าว
“อ่อค่ะ แต่คุณมาสายไปสิบนาที ไม่สิสิบห้านาทีจากเวลานัด” ฉันรีบยกข้อมือที่สวมนาฬิกาให้เขาดู เพราะถึงต่อให้เขาดูหล่อและดูดีมากก็ตามเถอะ แต่การนัดบอดแบบนี้เขาควรต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่ให้ฝ่ายหญิงแบบฉันต้องมารอ“ขอโทษที่มาช้านะครับพอดีผมเกิดเอ็กซิเดนท์นิดหน่อย”เขาโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงขออภัยดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เขาดูค่อนข้างเป็นคนสุภาพและจัดว่าดูดีมากคนหนึ่ง จะผิดก็แต่การแต่งตัวที่ดูเหมือนไม่ค่อยเรียบร้อยสำหรับการนัดบอดแบบนี้ ปกติการนัดบอดทั่วไปผู้ชายควรจะใส่เสื้อสูทและแต่งตัวกันมาค่อนข้างเนี๊ยบ แต่กลับผู้ชายคนนี้เขากลับเลือกใส่แค่เสื้อเชิ้ตสีขาวธรรมดา อืมแต่ก็นะ...ไหน ๆ เขาก็มาแล้วลองให้โอกาสคุย ๆ ดูก่อนคงไม่เสียหายอะไรงั้นก็…“โอเคค่ะ งั้นเชิญนั่งก่อนสิคะ”“ขอบคุณครับ”“คุณจะสั่งเครื่องดื่มอะไรดีคะ” ฉันส่งเมนูอาหารให้กับเขา ก่อนจะสังเกตเห็นแผลถลอกที่หลังมือของเขาที่มีเลือดออกซิบ ๆ นี่นะเหรอที่เขาบอกว่าเพิ่งเกิดเอ็กซิเดนท์มา“หลังมือของคุณมีเลือดออก ฉันมีพลาสเตอร์ยาค่ะ”แผลของเขาที่เหมือนคนที่เพิ่งไปล้างมือมาใหม่ ๆ เพราะแทบไม่มีรอยฝุ่นติดหลงเหลืออยู่ แสดงว่าเขาอาจจะไปล้างแผลที่ห้องน
Baca selengkapnya
My Husband 4 - แทนตัวเองแบบนี้น่ารักดี
“โห บริษัทนำเข้ารถยนต์ชื่อดังด้วย คุณทำงานเป็นเซลล์หรือคะ งั้นเอาไว้ถ้าฉันมีเพื่อนคนไหนสนใจจะออกรถ ฉันจะแนะนำไปให้” ก็ถ้าดูจากการแต่งตัวฉันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย เขาใส่แค่เสื้อเชิ้ตสีขาวธรรมดาไม่ได้ใส่สูทอย่างผู้บริหารระดับสูงหรือระดับเมเนเจอร์ เพราะงั้นเขาก็คงเป็นเซลล์นะแหละคงไม่ใช่ช่างซ่อมในอู่รถหรอกมั๊ง หุ่นสูง ๆ ผิวขาว ๆ ดูเจ้าสำอางมันทำให้ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเดาไม่ผิด“อืม ครับ งั้นถ้าคุณมีเพื่อนสนใจจะออกรถจริงก็ติดต่อมาได้เลยครับ ผมยินดี”“ได้เลยค่ะ ว่าแต่คุณมีนามบัตรไหมล่ะ เผื่อมีเพื่อนสนใจออกรถ ฉันจะได้ให้ติดต่อคุณไป”“เออ...พอดีนามบัตรของผมน่าจะติดไปกับเสื้ออีกตัว”“ไม่ได้นะคะ ทีหลังต้องพกไว้ตลอด คุณเป็นเซลล์และนามบัตรเป็นสิ่งสำคัญ” ฉันเผลอตำหนิเล็กน้อยเพราะแทนที่มานัดบอดแบบนี้เขาควรจะเตรียมความพร้อมให้มากกว่านี้ แต่พอรู้ตัวว่าหลุดพูดอะไรออกไปก็ถึงกับเม้มปากสำนึกผิด“ขอโทษด้วยนะครับ”“มะ ไม่เป็นไรค่ะ คนเราลืมกันได้แหละ” ฉันหัวเราะแหะ แหะ แก้เก้อก่อนจะพยายามชวนคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปTalk ภีมม์ผมรู้ว่าเธอคู่นัดบอดของผม ไม่ได้เปิดอ่านประวัติของผมจากเมล์ที่ส่งไปให้เลย ไม่เหมือน
Baca selengkapnya
My Husband 5 - ผู้ชายคนนั้น
Talk เฟิร์นเมื่อกี้ฉันรู้สึกเหมือนหูฝาดที่เขาตกลงทุกข้อที่ฉันขอ ใช่มันง่ายกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก และเมื่อฉันขออะไรเขาก็โอเคหมดไม่มีค้าน อย่างว่าอะเนอะเพราะเขาก็ไม่ได้เต็มใจกับการแต่งงานนี้เลยยอมตกลงกับข้อเสนอของฉันอย่างง่าย ๆ อย่าลืมสิว่าเราสองคนแค่ตกลงยอมแต่งงานเพราะหลีกเลี่ยงสัญญาของพวกผู้ใหญ่ไม่ได้จากตอนแรกที่ฉันลำบากใจเรื่องแต่งงาน แต่เพราะพี่ภีมม์ดูเป็นคนสุภาพและพูดง่ายกว่าที่คิดไว้ เลยทำให้ฉันรู้สึกโล่งอก โล่งอกที่เขาไม่ได้เป็นคนน่ากลัวอย่างที่ฉันกลัวในตอนแรก ที่สำคัญคือเอ่อ...นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขาที่มองมา มันทำให้หัวใจของฉันสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นี่...ฉันคงไม่ได้ตกหลุมรักเขาในครั้งแรกหรอกใช่ไหม หรือบางทีที่ฉันใจสั่นอย่างตอนนี้อาจจะเป็นเพราะว่าเขาดูหล่อมาก ๆ เท่านั้นเองเมื่อเราสองคนตกลงเรื่องการแต่งงานกันเรียบร้อยก่อนที่จะแยกย้ายไปบอกผู้ใหญ่ของกันและกัน ฉันเลยขอเป็นฝ่ายขอตัวแยกกับเขาก่อน แม้เขาจะอาสามาส่งฉันก็ตามที“เฟิร์นว่าจะแวะไปหาเพื่อนก่อนเข้าบ้านค่ะ”“ให้พี่ไปส่งบ้านเพื่อนไหม”“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อนเฟิร์นอยู่แค่คอนโดตรงนี้เองไม่ไกลเท่าไหร่”เราเอ่ยปากลากัน ก่อนที่เ
Baca selengkapnya
My Husband 6 - คืนเข้าหอ
ไหน ๆ เราสองคนก็แต่งงานกันแล้ว แต่ไม่ได้เกิดจากความรัก เพราะงั้นเรื่องอันตรายอะไรคงไม่มีทางเกิดขึ้น (หรอกมั้งนะ) ฉันพยายามบอกตัวเองไม่ก็กำลังหลอกตัวเองอยู่นั่นแหละเอาแค่ตอนนี้ พี่ภีมม์ถอดเสื้อสูทแล้วแขวนไว้ที่แขน ตามด้วยปลดกระดุมแขนเสื้อออกที่ละเม็ด เท่านี้ฉันก็เริ่มหายใจติดขัดแล้ว คนอะไรไม่รู้ขนาดท่าปลดกระดุมยังเท่ห์“เราอาบน้ำก่อนไหมเดี๋ยวพี่ค่อยอาบทีหลังก็ได้” เขาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างกับรู้ตัวว่าฉันกำลังนั่งแอบมองการกระทำของเขาอยู่“พี่ภีมม์อาบก่อนเลย เฟิร์นรอได้ เฟิร์นอาบน้ำนาน”“พี่ก็อาบน้ำนาน หรือเราจะอาบพร้อมกันเลย”“หา...” ฉันถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินที่พี่ภีมม์พูดออกมา ส่วนเขาก็ยกยิ้มออกมาน้อย ๆ เหมือนพูดแกล้งยั่วให้ฉันกลัว“ว่าไงครับ จะอาบพร้อมกันหรือเราจะอาบก่อนพี่” พอเขายื่นข้อเสนอมาอีก คราวนี้ฉันไม่กล้าลีลาเลยรีบตอบตกลงทันที ขืนไม่รีบฉันกลัวต้องอาบน้ำด้วยกันอย่างที่พี่ภีมม์ว่าแต่...อื้อ ชุดแต่งงานทำไมมันถอดยากแบบนี้นะ ฉันเอื้อมแขนหมายจะรูดซิปที่อยู่ตรงแผ่นหลังออก แต่รูดมาได้ครึ่งเดียวมือก็เอื้อมไม่ถึงแล้ว ก็ตอนแต่งตัวมีช่างแต่งหน้าแต่งตัวมาให้นี่นา ใครจะไปรู้ว่าชุดแต่ง
Baca selengkapnya
My Husband 7 - ฝันหวาน
โชคดีที่ฉันเตรียมชุดนอนแบบกางเกงลายการ์ตูนรูปเป็ดสีเหลืองมาด้วย ชนิดที่ว่าไม่ได้มีความเซ็กซี่ที่พอจะยั่วยวนให้ใครเกิดอารมณ์ได้ แต่กระนั้นพอพี่ภีมม์ไปอาบน้ำ ฉันก็รีบกระโดดขึ้นเตียงนอนก่อนเอาผ้าห่มพันตัวเองจนแทบไม่เหลืออากาศให้หายใจพี่ภีมม์อาบน้ำร่วมครึ่งชั่วโมง เขาอาบน้ำนานจริง ๆ อย่างที่เขาบอกไว้ นี่สินะที่มีคนบอกกันว่าคนที่มีอาชีพเซลล์มักจะพิถีพิถันเสมอ“ทำไมเฟิร์นนอนแบบนั้นล่ะครับ ไม่อึดอัดแย่เหรอ” เสียงพี่ภีมม์ที่เดินออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันรอบเอวแค่ผืนเดียว ในขณะที่ฉันมีสภาพเหมือนดักแด้“ดะ เดี๋ยวทำไมพี่ภีมม์แต่งตัวแบบนี้ค่ะ”“ปกติพี่ใส่แต่บ็อกเซอร์นอนครับ มันสบายดี”“แต่...”“ไม่ต้องคิดมากครับ แค่นอนเตียงเดียวกัน ถึงวันนี้เราจะเพิ่งแต่งงานกันแต่พี่ไม่ชอบทำอะไรใครถ้าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ”หืม...คำพูดของพี่ภีมม์ฟังแล้วดูดี เป็นสุภาพบุรุษเอามาก ๆ แต่ใจฉันสิมันเต้นแรงจนแทบจะเป็นบ้า คิดเอาเถอะฉันผู้เวอร์จิ้นไม่เคยคบกับผู้ชายเลยแม้แต่คนเดียว แต่ตอนนี้ฉันต้องนอนกับผู้ชายที่มีซิกแพคขาว ๆ ลอนเป็นลูก ๆ ราวกับปั้นมาตรงกล้ามท้องแน่นนั่น ทำเอาหัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ ขนาดเวลาไปว่ายน้ำฉันก็เห็นผู้
Baca selengkapnya
My Husband 8 - ผู้หญิงคนนั้นคือใครกัน
คืนเข้าหอที่ไม่ได้มีความโรแมนติกอย่างที่คู่รักทั่วไปควรจะเป็นเพราะเรื่องน่าอายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ฉันเผลอเปลือยอกให้เขาดู และไหนจะเรื่องที่ฉันเผลอนอนก่ายเข้าแบบแนบชิดตอนตื่นนอนตอนเช้าอีก มันทำให้วันนี้ฉันไม่กล้าเริ่มที่จะชวนเขาคุยอะไร เพราะพอจะคุยก็อดคิดไปถึงภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้เช้าแรกของวันแต่งงานเราสองคนเลยอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างกระอักกระอ่วน และเพราะตอนนี้เราสองคนได้อยู่ร่วมกันเรียกว่าน่าจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว เลยทำให้ฉันได้รู้ว่าพี่ภีมม์เจ้าบ่าวของฉันดูเป็นคนพูดน้อยกว่าที่ฉันคิดเอาไว้มาก มากจนฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาเป็นแค่เซลล์ขายรถธรรมดาคือปกติคนเราถ้าเป็นเซลล์ก็ต้องพูดจาขายของเก่ง หรือโน้มน้าวใจเก่งมาก ๆ แต่นี่พี่ภีมม์ดูเป็นคนพูดน้อย น้อยแบบน้อยเว่อร์ แล้วพูดน้อยแบบพี่ภีมม์อะนะจะเป็นเซลล์ หรือว่าเวลาที่เขาขายรถ เขาจะใช้แต่ใบหน้าหล่อ ๆ มองลูกค้าให้ลูกค้าหลง แล้วก็สั่งซื้อรถแบบงง ๆ โดยที่เขาไม่ต้องพูดอะไรออกมางี้เหรอ...ไม่มั๊งอ่อ อีกเรื่องหนึ่งหลังจากที่เราสองคนแต่งงานกัน คือเรามีแพลนที่จะต้องเดินทางไปฮันนีมูนที่มิลานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทำให้ในตอนนี้
Baca selengkapnya
My Husband 9 - เขามีแฟนอยู่ก่อนแล้ว
ก๊อก ก๊อก“ขอโทษค่ะพี่ภีมม์ พอดีพี่ภีมม์ลืมโทรศัพท์ไว้ในห้อง” ฉันเคาะประตูห้องทำงานของพี่ภีมม์ก่อนเดินเข้าไปเอาโทรศัพท์มือถือไปส่งให้เขาที่โต๊ะทำงาน ดูเขามีสีหน้าเอาจริงเอาจังมากเวลาอยู่ต่อหน้าคอมพิวเตอร์ของเขา“อ่อครับ ขอบคุณ” เขายอมละสายตาจากงานของเขาก่อนเงยหน้าขึ้นมามองฉัน แต่กลับไม่ยอมกดรับสายในทันที ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสงสัยมากขึ้น“เพื่อนเหรอคะ สวยจัง” ดูเป็นการเสียมารยาทมากสินะที่ฉันพูดประโยคนี้ออกไปเพราะนอกจากพี่ภีมม์จะไม่ตอบคำถามฉัน แถมยังเลิกคิ้วหนา ๆ มองฉัน คล้ายจะถามว่าทำไมฉันยังไม่ออกไปมากกว่าเออ...ออกไปก็ได้วะ ฉันก็ไม่อยากรู้สักเท่าไหร่หรอก แค่เห็นสายตาก็พาลให้หงุดหงิด ฉันเลยเดินงอน ๆ ออกไปแบบไม่พูดอะไรต่อเหมือนกันสุดท้ายตอนนี้ฉันต้องกลับออกมาดูทีวีที่หน้าโซฟาตามเดิม ได้แต่เอาคางเกยหมอนอิงแล้วกดเปลี่ยนรีโมตทีวีไปมา บอกตรง ๆ เลยว่าฉันดูไม่รู้เรื่องเอาซะเลย เพราะฉันไม่ได้สนใจภาพจากจอในทีวีเลยสักนิดนี่ฉันไม่ได้หึงเขาเลยนะ สาบานได้แต่...แค่รู้สึกไม่พอใจเฉยๆถึงเราจะไม่ได้รักกันแต่อย่างน้อยเราสองคนก็เป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายถึงจะไม่ได้รักกันก็เถอะผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง บังเ
Baca selengkapnya
My Husband 10 - งานใหม่ เพื่อนใหม่ และชีวิตใหม่
รุ่งเช้า“พี่ภีมม์คะ เฟิร์นไปทำงานก่อนนะคะ”ฉันผู้อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว รีบหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาไว้ในมือ ส่วนพี่ภีมม์ที่อาบน้ำที่หลังเพิ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำ“เค รอแป๊บเดี๋ยวพี่ไปส่ง”“โอ๊ยไม่เป็นไรค่ะ เฟิร์นว่าไปเองดีกว่าจะได้ดูทางแล้วกะเวลาด้วย ว่าถ้าต้องไปทำงานเองต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง”“แล้วทำไมไม่ให้พี่ไปส่ง”“แล้วพี่ภีมม์ไม่ไปทำงานเหรอคะ ก็ในเมื่อเราสองคนยกเลิกงานฮันนีมูนแล้ว พี่ภีมม์ก็กลับไปทำงานตามเดิมก็ได้นี่ค่ะ เมื่อคืนเฟิร์นเห็นพี่ภีมม์นั่งทำงานจนดึกดื่นดูท่างานของพี่ภีมม์น่าจะเยอะ”ฉันพูดคนเดียวเป็นฉาก ๆ ในขณะที่พี่ภีมม์ยังทำหน้าเดียวไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ“เอาเถอะค่ะ นี่ขนาดพี่ภีมม์หยุดสองวันงานยังเยอะขนาดนี้ ถ้าพี่ภีมม์หยุดเป็นอาทิตย์พี่จะทำงานทันเหรอ เดี๋ยวเดือนนี้ยอดขายรถก็ตกเป้าหรอก เฟิร์นไปทำงานก่อนนะคะ พี่ไม่ต้องซีเรียส สบาย ๆ ค่ะ เฟิร์นไม่ใช่ผู้หญิงเรื่องมากขนาดที่ต้องให้ใครมารับมาส่งขนาดนั้น บ้าย บายนะคะ เจอกันตอนเย็นนะคะ”ยิ่งพอเขาไม่พูดหรือแสดงความรู้สึกอะไรออกมา ทำให้ฉันต้องยิ่งรีบรวดเดียวให้จบ ก่อนจะรีบชิ่งออกมาเพราะอึดอัด อีกอย่างก็ไม่ใช่อะไรนะเพราะสายตาของพ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status