LOGINข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นสุดๆ ทำให้อลิซถึงกับถอนหายใจออกมาแรงๆ เธอรู้ว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องงานกลุ่มเลยสักนิด แต่เธอก็ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาโต้แย้งคนหน้ามึนแบบเขาได้อีก
"หนูยังวาดรูปไม่เสร็จ พี่จะนั่งเฝ้าแบบนี้จนถึงเมื่อไหร่คะ"
"จนกว่าเธอจะยอมลุกไปกินข้าวกับฉัน" ครอสตอกกลับทันควัน สายตาของเขามองไล่ตั้งแต่ใบหน้าจิ้มลิ้มลงมาถึงช่วงไหล่ที่ดูบอบบางเกินกว่าจะแบกรับเรื่องหนักหนาได้ "เธอผอมเกินไปแล้วอลิซ ลมพัดแรงๆ ก็คงปลิว ไปกินข้าว"
"หนูไม่หิวค่ะ"
ครอสไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวอลิซ มือหนาที่หยาบกร้านเอื้อมไปคว้ากระเป๋าผ้าแคนวาสของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาสะพายไว้บนบ่าตัวเองอย่างหน้าตาเฉย
"ถ้าไม่ไปกินข้าว งั้นก็กลับไปกินที่คอนโดฉัน"
อลิซเบิกตากว้าง อ้าปากค้างกับความเผด็จการที่ไร้ขีดจำกัดของผู้ชายคนนี้ เธอรีบลุกขึ้นยืนเพื่อจะแย่งกระเป๋าคืน แต่ความสูงที่ต่างกันมากทำให้เธอทำได้แค่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ตรงหน้าเขา
"พี่ครอส! พี่จะมาบังคับหนูแบบนี้ไม่ได้นะ"
"ฉันบังคับได้ และฉันก็กำลังทำอยู่" ครอสก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาสีเข้มดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เลือกเอาอลิซ จะไปกินข้าวร้านดีๆ หรือจะให้ฉันอุ้มเธอพาดบ่าเดินออกจากห้องนี้ไปที่รถ"
อลิซรู้สัญชาตญาณทันทีว่าคนอย่างเขาทำตามที่ขู่ได้อย่างแน่นอน เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจำนน หญิงสาวหันไปเก็บอุปกรณ์วาดภาพลงกล่องอย่างกระแทกกระทั้นเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้านำหน้าเขาออกจากสตูดิโอไป
ครอสเดินตามหลังเธอไปเงียบๆ มุมปากหยักกดลึกเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยได้เห็น
ร้านอาหารที่ครอสพาอลิซมาไม่ใช่ร้านหรูหราใหญ่โต แต่เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในซอยเงียบๆ ห่างจากมหาวิทยาลัยพอสมควร ภายในร้านมีแสงไฟสลัวและลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะ บรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัว
ครอสเลือกโต๊ะที่อยู่ในมุมอับสายตาที่สุด เขาเป็นคนจัดการสั่งอาหารทั้งหมดโดยไม่ถามความเห็นของอลิซเลยสักคำ เมื่ออาหารมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ อลิซก็ทำได้แค่นั่งมองจานซูชิและข้าวหน้าเนื้อตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
"กินเข้าไปซะ ฉันสั่งมาให้เธอ ไม่ได้สั่งมาให้เธอนั่งมอง" ครอสพยักพเยิดหน้าไปทางจานอาหาร ขณะที่ตัวเองหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบซาชิมิเข้าปาก
อลิซหยิบตะเกียบขึ้นมาเขี่ยข้าวในจานไปมา ความหิวที่มีอยู่บ้างถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอึดอัดจนกินอะไรไม่ลง
"พี่ทำแบบนี้ทำไมคะ" หญิงสาวเงยหน้าขึ้นถามตรงๆ น้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิม "หนูรู้ว่าเหตุผลเรื่องงานกลุ่มมันเป็นแค่ข้ออ้าง พี่ไม่ได้สนใจงานนั้นด้วยซ้ำ พี่ต้องการอะไรจากหนูกันแน่"
ครอสหยุดชะงักปลายตะเกียบ เขาวางมันลงบนแท่นวางและเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอตรงๆ นัยน์ตาสีเข้มดุดันที่เคยมองคนอื่นด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับมีประกายบางอย่างที่อลิซอ่านไม่ออก
"ฉันไม่ชอบเห็นใครโดนรังแกต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะ..." เขาเว้นจังหวะไปชั่วครู่ สายตาหลุบลงมองริมฝีปากสีพีชของเธอ ก่อนจะตวัดกลับขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง "...โดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยังทำเป็นเก่ง"
คำตอบของเขาทำให้อลิซชะงักไป ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความกลัวเหมือนตอนแรก แต่มันคือความรู้สึกวูบไหวที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ
"หนูไม่ได้ทำเป็นเก่ง" เสียงหวานแผ่วลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ เธอหลบสายตาเขาและก้มมองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตัก
ครอสมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก เขาเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกที่แข็งกร้าวของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่เขาคุ้นเคยดี เพราะตัวเขาเองก็ต้องสร้างเปลือกที่แข็งแกร่งเพื่อปกปิดความอ่อนแอในใจมาตลอดชีวิต
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชู ยื่นมือข้ามโต๊ะไปเช็ดคราบซอสที่เปื้อนอยู่ตรงมุมปากของอลิซอย่างแผ่วเบาด้วยนิ้วหัวแม่มือ
อลิซสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ไม่ทันตั้งตัว ความร้อนจากปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาส่งผ่านผิวแก้มจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
"กินให้มันดีๆ หน่อย ฉันไม่ได้พาเด็กอนุบาลมากินข้าวนะ"
แม้คำพูดจะฟังดูห้วนกระด้าง แต่การกระทำของเขากลับนุ่มนวลจนขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง อลิซมองหน้าเขาด้วยความสับสน ผู้ชายคนนี้คือมาเฟียที่บีบคอคนอื่นได้อย่างเลือดเย็นจริงๆ หรือ
"พี่ครอส..."
"กินข้าวอลิซ" ครอสตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อย่างชิ้นใหญ่ใส่ลงในจานของเธอ "กินให้หมด ถ้าเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว ฉันจะสั่งข้าวไปส่งเธอถึงหน้าประตูห้องทุกวัน"
คำขู่ที่ฟังดูอันตรายแต่กลับแฝงไปด้วยความห่วงใยทำให้อลิซเผลอหลุดยิ้มออกมาบางๆ เป็นครั้งแรก เธอหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อชิ้นนั้นเข้าปาก ความรู้สึกอึดอัดที่เคยก่อตัวขึ้นค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
ตอนพิเศษ 4 บทสรุปอนาคตเกลียวคลื่นสีขาวซัดสาดเข้าหาชายฝั่งทรายเนียนละเอียด สายลมเย็นพัดพากลิ่นอายของทะเลเข้ามาปะทะใบหน้า พื้นที่สวนกว้างขวางหลังบ้านพักตากอากาศส่วนตัวถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสขนาดกะทัดรัด แต่อบอวลไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างหาที่สุดไม่ได้ท้องฟ้าเบื้องหน้าเริ่มถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มทองของดวงอาทิตย์ที่กำลังคล้อยต่ำลงสู่เส้นขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นสะท้อนผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ซุ้มดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ถูกจัดวางอย่างประณีตเรียบง่ายตรงลานหญ้าหันหน้าออกสู่ท้องทะเลกว้างใหญ่ไม่มีแขกเหรื่อนับพัน ไม่มีสื่อมวลชน ไม่มีนักธุรกิจหน้าเลือดมาร่วมแสดงความยินดี งานนี้มีเพียงเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับบัญชาที่จงรักภักดีมาร่วมเป็นสักขีพยานในวันสำคัญที่สุดของนายใหญ่และนายหญิงของพวกเขาครอสยืนตระหง่านอยู่บริเวณซุ้มดอกไม้ ชายหนุ่มละทิ้งเสื้อผ้าโทนสีดำสนิทที่มักจะสวมใส่เป็นประจำ หันมาสวมชุดสูทสีขาวสะอาดตาตัดเย็บประณีตเข้ารูป ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดระเบียบเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความ
"อืม... อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ตรงที่ไหม้มันก็กรอบๆ ดีนะ" เธอส่งยิ้มหวานให้เขา"ไม่ต้องมาฝืนชมเลยพี่รู้ว่ามันขม" ครอสส่ายหน้าไปมา เอื้อมมือไปคว้าส้อมจากมือเธอ "คายออกมาเลยอลิซ เดี๋ยวพี่โทรสั่งอาหารมาให้ใหม่""ไม่เอาค่ะ หนูจะกินจานนี้" อลิซเบี่ยงตัวหลบ ยื้อแย่งส้อมกลับมาถือไว้แน่น "มื้อเช้าที่สามีตั้งใจทำให้ภรรยากิน จะทิ้งลงถังขยะได้ยังไงคะ หนูเสียดายแย่"คำว่า '
แต่ตั้งแต่อลิซก้าวเข้ามาในชีวิตของมัน ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มีแต่ความดื้อรั้นและความจริงใจ เธอค่อยๆ ทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นลงทีละนิด เธอสอนให้มันรู้จักความอบอุ่น สอนให้มันรู้ว่าการรักใครสักคนมันไม่ได้ทำให้ตัวเองอ่อนแอลง แต่มันทำให้มีความหมายในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นไอ้หมาบ้าที่เคยกัดทุกคนที่ขวางหน้า ตอนนี้มันกลายเป็นผู้ชายที่ยอมคุกเข่าอ้อนเมีย ยอมมาเดินเลือกผ้าปูที่นอนสีชมพูเพียงเพื่ออยากให้ผู้หญิงของมันนอนหลับสบาย"มองหน้ากูทำไม" ครอสทักขึ้นเมื่อเห็นผมยืนยิ้มเงียบๆ"เปล่า กูแค่กำลังคิดว่า..." ผมตบไหล่มันเบาๆ สองที แววตาของผมเต็มไปด้วยความจริงใจและยินดีกับมันจากใจจริง "...กูดีใจนะเว้ย ที่มึงมีวันนี้ วันที่มึงยิ้มได้เต็มปากสักที ขอบคุณน้องอลิซจริงๆ ที่เข้ามาปราบปีศาจอย่างมึงให้อยู่หมัด"ครอสชะงักไปเล็กน้อย มันมองผมด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจยาวและตวัดสายตามองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน"พูดมากน่ารำคาญ ไปจ่ายเงินได้แล้ว กูต้องรีบกลับไปรับอลิซที่แกลเลอรี่"มันเดินนำหน้าผมไปที่แคชเชียร์ ทิ้งให้ผมยืนหัวเราะอยู่คนเดียวเออ... ไอ้มาเฟีย
แต่เปล่าเลยครับ... สิ่งที่มันกำลังจ้องจนตาแทบถลน คือชุดผ้าปูที่นอนสีพาสเทลสองชุดมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและชกต่อยของมัน กำลังยกขึ้นมาลูบปลายคางตัวเองอย่างใช้ความคิดหนัก สายตาของมันสลับมองระหว่าง 'ชุดผ้าปูที่นอนสีชมพูพีชลายดอกไม้เล็กๆ' กับ 'ชุดผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนลายตาราง'ภาพความย้อนแย้งระดับสิบกะโหลกนี้ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เปิดโหมดกล้องวิดีโอและกดบันทึกภาพประวัติศาสตร์นี้เอาไว้ทันที
"อยู่ค่ะ" อลิซแพนกล้องโทรศัพท์ไปทางผู้จัดการที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่หน้าโต๊ะ"มึงไปบอกพวกมัน..." ครอสกกดเสียงต่ำ ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่ส่งผ่านหน้าจอมาได้อย่างชัดเจน "...ว่าถ้าพวกมันอยากได้เพิ่มอีกห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ให้พวกมันเอาแผ่นดินของพวกมันคืนไป แล้วเตรียมตัวรับมือกับทนายของกูเรื่องทำผิดข้อตกลงเดิมได้เลย กูไม่ต่อสัญญา และกูจะถอนทุนสร้างกาสิโนใหม่ที่อื่น มึงไปจัดการบอกพวกมันเดี๋ยวนี้!"ผู้จัดการหน้าซีดไร้สีเลือด รีบพยักหน้ารับคำสั่งอย่างลนลาน "ตะ... แต่ว่านายครับ ถ้าเราถอนตัวตอนนี้ เราจะเสียเปรียบเรื่องการหาทำเลใหม่ในย่านนั้นนะครับ ฝั่งนั้นเขาอ้างว่าเขามีผู้เช่ารายใหม่รอเสียบอยู่แล้ว...""มึงกำลังสอนกูทำงานเหรอ" น้ำเสียงของครอสเย็นเยียบจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "กูสั่งให้มึงไปบอกพวกมันตามนี้ ถ้ามึงจัดการเรื่องแค่นี้ไม่ได้ มึงก็เก็บของออกจากบริษัทกูไปซะ!"อลิซหันโทรศัพท์กลับมาหาตัวเอง เธอมองสีหน้าท่าทางของผู้จัดการแล้วรู้สึกสงสาร แต่เธอก็เข้าใจหลักการทำงานของครอสดี เขาไม่เคยยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครข่มขู่"เอ่อ... พี่ครอสคะ ใจเย็นๆ ก่อน สิคะ"
อลิซขมวดคิ้ว เธอลดโทรศัพท์ลงและหันไปมองคนที่กำลังนอนซมอยู่บนเตียง "พี่ครอสคะ ผู้จัดการบอกว่ามีเอกสารด่วนเรื่องสัญญาเช่าที่ต้องเซ็นวันนี้ค่ะ"ครอสดันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงทันที สันกรามคมนูนขึ้นจากการใช้ความคิด ความรับผิดชอบในหน้าที่ทำให้เขาพยายามสลัดความเหนื่อยล้าทิ้ง "เอาโทรศัพท์มาให้พี่ เดี๋ยวพี่สั่งให้มันเอาเอกสารมาให้เซ็นที่นี่""ไม่ได้ค่ะ!" อลิซดึงโทรศัพท์หลบมือเขา "หมอบอกว่าพี่ห้ามลุกขึ้นมาเครียดเรื่องงานเด็ดขาด สภาพพี่ตอนนี้แค่นั่งยังจะล้มเลยนะคะ พี่จะมานั่งอ่านสัญญาตัวหนังสือเล็กๆ ได้ยังไง""แต่มันเป็นเอกสารสำคัญ ถ้าพลาดไปธุรกิจเราจะเสียหายนะอลิซ" ชายหนุ่มพยายามอธิบายด้วยเหตุผลอลิซเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ว่าเรื่องงานสำคัญสำหรับเขามากแค่ไหน หญิงสาวตัดสินใจยกโทรศัพท์ขึ้นมากรอกเสียงลงไปอีกครั้ง "ไม่ต้องเอาเอกสารมาที่นี่ค่ะ เตรียมทุกอย่างไว้ที่ห้องทำงานที่ผับ เดี๋ยวฉันจะเข้าไปเอาเอง"สิ้นคำสั่ง เธอตัดสินใจกดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบรับจากปลายสาย"อลิซ! หนูจะไปที่นั่นได้ยังไง มันวุ่นวาย แล้วพวกนั้นก็หน้าตาไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น" ครอสเบิก







