LOGINสัปดาห์แรกของการทำงานที่ Grand Lunara ผ่านไปอย่างเข้มข้น ชาลิสาใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ใน Bakery Kitchen ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เธอไม่ได้แค่ดูแลการผลิตขนมตามปกติ แต่ยังทุ่มเทให้กับการคิดค้นเมนูใหม่ๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้กับแขกของโรงแรม
บนโต๊ะทำงานของเธอเต็มไปด้วยสมุดบันทึกสูตรขนมที่ถูกขีดฆ่าไปมา ชาลิสาลองผิดลองถูกนับครั้งไม่ถ้วน บางเมนูก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่เธอตั้งไว้ ทั้งเรื่องรสชาติ เนื้อสัมผัส หรือแม้แต่รูปลักษณ์
“เชฟแยมพักบ้างเถอะครับ” เชฟนนท์เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นชาลิสายังคงไม่วางมือจากการแต่งหน้ามินิทาร์ตเบอร์รีอยู่
“อีกนิดเดียวค่ะเชฟนนท์” ชาลิสาตอบพลางยิ้มบางๆ “แยมอยากให้มันออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด”
เชฟนนท์ยิ้มออกมาเล็กน้อย ตั้งแต่ได้ร่วมงานกันไม่มีวันไหนเลยที่เชฟแยมจะไม่ขยัน ในเรื่องการทำงานเธอเป็นแบบอย่างที่ดีมาก ทั้งตั้งใจและทุ่มเท จนเขาอดทึ่งไม่ได้ว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมีแพชชันในการทำสิ่งที่ตัวเองรักได้มากขนาดนี้
…
แม้จะทำงานหนักแค่ไหน ชาลิสาก็ยังคงหาเวลาแวะเวียนไปที่ร้าน The Mellow Story เพื่อดูแลความเรียบร้อยของร้านและให้กำลังใจลูกน้องที่นั่น เธอรู้สึกดีมากที่เลือก Grand Lunara เพราะเธอแบ่งเวลามาดูแลร้านได้ วันไหนที่ไม่ได้เข้าไปที่โรงแรม เชฟนนท์และทีมงานของเธอก็จะดูแลได้เป็นอย่างดีทำให้เธอไม่ต้องห่วงงานที่โรงแรมเลย
วันนี้ชาลิสาเข้ามาที่ร้าน The Mellow Story ตั้งแต่เช้า
“เป็นยังไงบ้างโม” ชาลิสาเดินเข้ามาในห้องอบขนมแล้วถามขึ้นพลางมองสำรวจรอบๆ
“พี่แยม…ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ” มณฑิราตอบยิ้มๆ แต่มือยังคงวุ่นอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบ
“มาเดี๋ยวพี่ช่วย ยังเหลือขนมอีกสองอย่างใช่ไหม”
“ค่ะ” มณฑิราพยักหน้าตอบ
หลังจากทำขนมของรอบเช้าเสร็จแล้ว ชาลิสาก็เดินไปที่ห้องพักพนักงาน เธอนั่งลงที่โซฟาพร้อมกับตรวจดูเอกสารในไอแพดก่อนจะเรียกผู้จัดการร้านเข้ามาหา ชาลิสาพูดคุยถึงความเรียบร้อยของร้าน และพูดถึงปัญหาของวัตถุดิบบางรายการที่ขาดตลาดแล้วหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
...
จนเมื่อถึงช่วงเย็น ชาลิสาถึงได้ออกจากร้านแล้วกลับไปที่คอนโดของเธอ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันทำให้เธอเผลอหลับไปบนโซฟา จนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบจะสามทุ่มแล้วและเธอก็รู้สึกหิวมาก
ชาลิสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะกดสั่งอาหารจากแอปเดลิเวอรี ก็เห็นชื่อของพีรณัฐปรากฏขึ้นเป็นสายที่ไม่ได้รับ เธอเลยโทรกลับไปเผื่อเขาจะมีเรื่องด่วน
รอสายไม่นานพีรณัฐก็รับสาย “สวัสดีครับคุณแยม” เสียงนุ่มๆ ของเขาดังขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณพี โทรหาแยมมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ เห็นวันนี้คุณแยมเข้าไปที่ร้าน ผมผ่านไปแถวนั้นพอดีเลยว่าจะชวนไปทานมื้อเย็น”
“อ่อ พอดีแยมกลับมาถึงคอนโดแล้วเผลอหลับไปเพิ่งตื่นสักพักนี่เองค่ะ” เธอพูดแล้วหัวเราะเบาๆ
“งั้นคงหิวแย่เลย ตอนนี้ผมอยู่ไม่ไกลจากคอนโดคุณแยม เดี๋ยวผมแวะซื้ออะไรเข้าไปให้ดีไหมครับ”
“ขอบคุณนะคะคุณพี แต่แยมเกรงใจจังเลยค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจเลยครับ ผมยินดีมาก งั้นเดี๋ยวไปถึงแล้วผมโทรหานะครับ” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด
พีรณัฐแวะซื้ออาหารที่ร้านใกล้ๆ ก่อนจะรีบขับรถไปที่คอนโดของเธอ
…
ส่วนชาลิสานั้นก็รีบลุกขึ้นจากโซฟาไปล้างหน้าให้สดชื่นและสำรวจตัวเองว่าเรียบร้อยดี
ผ่านไปพักหนึ่งพีรณัฐก็โทรเข้ามา “ผมมาถึงแล้วนะครับ”
“ค่ะ เดี๋ยวแยมลงไปรับที่ล็อบบี้” ชาลิสาวางสายแล้วเปิดประตูออกจากห้องเดินตรงไปยังลิฟต์
เมื่อลิฟต์เปิดออกที่ชั้นล็อบบี้ เธอก็เห็นพีรณัฐนั่งรออยู่ที่โซฟา
เธอเดินเข้าไปหาเขาทันที “คุณพีคะ”
พีรณัฐหันไปมองตามเสียงเรียกก็ยิ้มกว้างออกมาแล้วลุกขึ้นยืน “คุณแยมหิวมากไหมครับ”
ชาลิสาพยักหน้า “แล้วคุณพีกินอะไรมาแล้วหรือยังคะ”
“ผมกินมาแล้วครับ แค่อยากเจอคุณแยมเลยแวะซื้อข้าวมาให้” พีรณัฐพูดพลางสบตาเธอแล้วยื่นถุงที่ใส่กล่องอาหารไปให้
ชาลิสายิ้มเขิน “ขอบคุณนะคะ”
“งั้นกินให้อร่อยนะครับ แล้วพรุ่งนี้เจอกันที่โรงแรม” พีรณัฐพูดพลางเตรียมเดินออกไป
“ได้ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณพี” ชาลิสายิ้มหวานออกมาแล้วโบกมือให้เขา
รอยยิ้มของเธอทำให้พีรณัฐใจกระตุก เขามองเธอนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกไป
เมื่อขึ้นมาบนรถพีรณัฐก็พึมพำออกมายิ้มๆ “น่ารักไม่ไหว”
…
บรรยากาศในการทำงานที่ Grand Lunara เป็นไปอย่างเรียบร้อย
พีรณัฐสังเกตเห็นความทุ่มเทของชาลิสา เขาไม่ได้เข้ามาวุ่นวาย แต่คอยให้การสนับสนุนอยู่ห่างๆ เมื่อชาลิสาต้องการวัตถุดิบดีๆ ที่หายาก หรืออุปกรณ์พิเศษที่จำเป็นสำหรับการทดลองเมนูใหม่ๆ พีรณัฐก็มักจะจัดการให้ได้อย่างรวดเร็ว
วันหนึ่งชาลิสากำลังประสบปัญหาในการหาวานิลลาบีน สำหรับเมนูเค้กตัวใหม่ของเธอ
“คุณพีคะ แยมรบกวนหน่อยได้ไหมคะ” ชาลิสาโทรหาพีรณัฐด้วยน้ำเสียงเกรงใจ “แยมกำลังหาวานิลลาบีนมาดากัสการ์เกรดพรีเมียมค่ะ แต่หายากมากเลย”
“วานิลลาบีนมาดากัสการ์เกรดพรีเมียมเหรอครับ” พีรณัฐเอ่ยทวน “ได้เลยครับคุณแยม เดี๋ยวผมจัดการให้”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา วานิลลาบีนคุณภาพเยี่ยมที่บรรจุในกล่องอย่างดีก็ถูกนำมาส่งถึงครัวขนม พร้อมกับข้อความสั้นๆ จากพีรณัฐว่า ‘หวังว่าจะถูกใจเชฟแยมนะครับ’ ชาลิสายิ้มออกมาเล็กน้อย เธอรู้สึกขอบคุณในความใส่ใจของเขาเสมอ
…
ส่วนทางด้านของ Le Varna ก็ได้ซื้อตัวเชฟพลอยไพลิน เชฟขนมหวานชื่อดังของโรงแรมคู่แข่งอีกแห่งหนึ่งมาด้วยค่าตอบแทนที่สูงลิ่ว พลอยไพลินจบสถาบันเดียวกันกับชาลิสาแต่เธอเป็นรุ่นพี่ของชาลิสาถึงสามปีจึงมีประสบการณ์ในการทำงานมากกว่า
“Le Varna Hotel ยินดีต้อนรับคุณพลอยไพลินนะครับ” ไตรภูมิเดินเข้าไปจับมือทักทาย
พลอยไพลินยิ้มแล้วตอบรับ “ขอบคุณค่ะ…ฉันจะไม่ทำให้คุณไตรภูมิผิดหวังแน่นอนค่ะ”
พลอยไพลินเองก็เป็นเชฟที่เก่งและมีความสามารถมากเช่นกัน เธอเริ่มงานทันทีและลงมือคิดค้นเมนูใหม่ๆ ออกมามากมายหลายรายการ
และ Le Varna Hotel ก็เริ่มโพรเจกต์บุฟเฟต์ขนมหวาน และเซ็ท Afternoon Tea เตรียมชนกับ Grand Lunara Hotel
สิ้นเสียงของนิธิศ พิชญาก็เดินถือถุงพะรุงพะรังเข้ามา ก่อนจะส่งให้แม่บ้านรับไป “พีชมาแล้วค่ะ”พิชญาเดินเข้ามานั่งลงที่โต๊ะทานอาหารข้างๆ หลานสาวแล้วหอมแก้มหลานสาวตัวน้อยอย่างมันเขี้ยว “อาพีชคิดถึงน้องเพิร์ลที่สุด”เด็กหญิงตัวน้อยรีบเอียงตัวไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับพิชญาเบาๆ แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะคิกคักกันออกมา“งั้นก็กินข้าวกันเถอะ วันนี้แม่ทำแต่ของโปรดแยมทั้งนั้น” พรพิมลพูดพลางตักอาหารใส่จานให้ชาลิสาบรรยากาศวันเกิดที่เรียบง่ายทำให้ชาลิสามีความสุขมาก ทั้งครอบครัวอยู่ทานอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้าและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานจนมาถึงช่วงเซอร์ไพร์สเด็กหญิงตัวน้อยชวนคุณพ่อของเธอเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมขนมเค้ก ก่อนที่ไฟในห้องอาหารจะดับลงแล้วตามมาด้วยเสียงเล็กๆ ที่ร้องเพลงและเดินถือขนมเค้กออกมาที่โต๊ะอาหาร ตามมาด้วยพีรณัฐที่เดินมาข้างๆ ลูกสาวชาลิสามองลูกสาวของเธอด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอยื่นมือไปรับขนมเค้กจากมือของลูกสาวมาถือไว้ทุกคนช่วยกันร้องเพลง Happy birthday ให้เธอพร้อมๆ กับปรบมือไปด้วย“คุณแม่อธิษฐานก่อนค่ะ เดี๋ยวน้องเพิร์ลช่วยเป่าเทียน” เด็กหญิงตัวน้อยพูดขึ้นยิ้มๆชาลิสาหลับตาลงอธิษฐ
วันนี้พีรณัฐไปรับลูกสาวที่โรงเรียนเองก่อนจะพาไปที่ร้าน The Mellow Story เพราะมีเรื่องอยากให้มณฑิราช่วยพีรณัฐเดินจูงมือลูกสาวของเขาเข้ามาที่ร้าน น้องเพิร์ลยิ้มแย้มสดใส ยกมือสวัสดีทุกคนอย่างเรียบร้อย ทำให้พนักงานในร้านต่างก็เอ็นดูลูกสาวของเจ้านาย“น้องเพิร์ลคนสวยของน้าโม” มณฑิราที่รออยู่แล้วรีบเดินเข้ามาหาแล้วกอดเด็กหญิงตัวน้อยไว้ในอ้อมกอด “วันนี้ไปโรงเรียนสนุกไหมคะ”“สนุกค่ะ น้องเพิร์ลได้วิ่งเล่นกับเพื่อนด้วย”แววตาเป็นประกายของเด็กหญิงตัวน้อยสดใสจนมณฑิราอยากจะฟัดแก้มยุ้ยๆ นั้นแรงๆ “งั้นวันนี้น้องเพิร์ลพร้อมทำขนมเค้กไหมคะ เดี๋ยวน้าโมจะช่วยสอนเอง”น้องเพิร์ลยิ้มกว้างออกมาอย่างนึกสนุกแล้วพยักหน้าแรงๆ ก่อนจะหันไปจับมือคุณพ่อแล้วเขย่าเบาๆ “คุณพ่อขา ไปทำเค้กให้คุณแม่กันค่ะ”“ไปครับ” พีรณัฐลูบผมลูกสาวของเขาเบาๆ แล้วจูงมือน้องเพิร์ลเดินตามมณฑิราไปที่ห้องอบขนม สองวันก่อนพีรณัฐเข้ามาหามณฑิราที่ร้านและได้ขอให้มณฑิราช่วยเตรียมของไว้ให้เพราะจะทำเค้กวันเกิดไปเซอร์ไพร์สชาลิสา เขากับลูกสาวอยากทำด้วยตัวเอง แต่เขาเองก็ทำไม่เป็นเลยต้องมาขอให้มณฑิราช่วย ซึ่งมณฑิราก็เต็มใจอย่างมากเมื่อสองพ่อลูกใส่ผ้ากัน
หลังจากถ่ายรูปและเดินดูสัตว์ตัวอื่นๆ อีกพักใหญ่พีรณัฐก็พาลูกสาวของเขาไปดูโชว์โลมาเด็กหญิงตัวน้อยนั่งดูโชว์อย่างตื่นตาตื่นใจ ทั้งๆ ที่อากาศร้อนจนแก้มแดงไปหมด ชาลิสาคอยใช้พัดลมมือถือเป่าให้ลูกสาวของเธอเพื่อคลายร้อน ส่วนพีรณัฐเองก็คอยเช็ดเหงื่อให้ชาลิสาแก้มเนียนของเธอก็แดงเรื่อเช่นกัน“คุณแม่ขาพี่ๆ โลมากระโดดสูงมาก ว่ายน้ำเก่งด้วย” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยพูดไม่หยุดแต่สายตาแป๋วๆ นั้นไม่ละไปจากโชว์ตรงหน้าแม้แต่น้อย พร้อมกับปรบมือให้โลมาที่ว่ายน้ำเก่งชาลิสามองลูกสาวอย่างเอ็นดูแล้วลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ ก่อนจะมองสบตากับพีรณัฐ แล้วยิ้มหวานให้เขาพีรณัฐโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดให้ได้ยินกันแค่สองคน “ลูกสาวเราน่ารักจัง น่ารักเหมือนแยมเลย”ชาลิสายิ้มให้พีรณัฐอย่างเขินๆ “แน่นอนสิคะ ลูกสาวแยมก็ต้องเหมือนแยม”พีรณัฐโอบไหล่ชาลิสาไว้แล้วมองเธอด้วยสายตาเป็นประกาย “พี่อยากได้ลูกชายที่หล่อเหมือนพี่บ้างแล้วครับ”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ “งั้นพี่พีลองถามน้องเพิร์ลดูไหมคะ ว่าอยากมีน้องหรือยัง”พีรณัฐยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เขาวางแผนเงียบๆ อยู่ในใจจนเมื่อการแสดงโชว์โลมาจบลง พีรณัฐก็พาลูกสาวและภรรยาของเขากลับบ
“คุณพ่อขา” เสียงสดใสที่ดังมาก่อนเจ้าตัว ทำให้พีรณัฐยิ้มกว้างออกมาเด็กหญิงตัวน้อยใบหน้ากลมแก้มแย้มยุ้ยวัยสี่ขวบกำลังวิ่งเข้ามาหาเขาในห้องทำงาน“ระวังล้มครับ” พีรณัฐกางแขนออกกว้างแล้วโน้มตัวอุ้มเจ้าหญิงตัวน้อยของเขาขึ้นมานั่งบนตักชาลิสาที่เดินตามเข้ามานั่งลงที่โซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน เธอไปรับลูกสาวที่โรงเรียนแต่ลูกสาวของเธอไม่ยอมกลับบ้าน ออดอ้อนให้เธอพามาหาพีรณัฐที่โรงแรม “น้องเพิร์ลไม่กวนคุณพ่อทำงานนะคะ”“น้องเพิร์ลไม่ดื้อค่ะ คุณพ่อขา น้องเพิร์ลคิดถึงคุณพ่อมากๆ เลยค่ะ” น้องเพิร์ลหันมาตอบชาลิสาแล้วหันไปหอมแก้มคุณพ่อของเธอฟอดใหญ่พีรณัฐใจละลายกับความออดอ้อนของลูกสาว “น้องเพิร์ลครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะรีบทำงานให้เสร็จแล้วพาไปกินไอศกรีมดีไหมครับ”“เย่ๆ ไปค่ะ” น้องเพิร์ลรีบดิ้นลงจากตักของพีรณัฐแล้ววิ่งไปนั่งข้างๆ ชาลิสา ก่อนจะหยิบสมุดภาพระบายสีขึ้นมานั่งระบายสีเล่นรออย่างเรียบร้อยชาลิสาเอ็นดูลูกสาวมาก น้องเพิร์ลเป็นเด็กว่าง่ายและขี้อ้อนตามแบบฉบับของลูกสาว และลูกสาวของเธอก็ติดพ่อมากเพราะพีรณัฐตามใจลูกสาวทุกอย่าง ส่วนหน้าที่ดุลูกนั้นตกมาเป็นของเธอพีรณัฐมองชาลิสาและลูกสาวของเขาที่กำลังนั่งระบาย
“อาการของคุณพีรณัฐไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ ทุกอย่างปกติดี อาการของคุณน่าจะเกิดจากการแพ้ท้องแทนภรรยาครับ” หมอเจ้าของไข้พูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าชาลิสาพีรณัฐกับชาลิสาหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง“แพ้ท้องแทนภรรยาเหรอครับ” พีรณัฐทวนคำพูดของคุณหมออีกครั้ง“ใช่ครับ ผลตรวจของคุณชาลิสาออกมาว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณเจ็ดสัปดาห์แล้วครับ” คุณหมอเจ้าของไข้ยิ้มออกมาเล็กน้อย “หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”ชาลิสาน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาทันที พีรณัฐที่ดีใจจนลืมตัวรีบดึงชาลิสาเข้ามากอดไว้แล้วจูบที่หน้าผากของเธอซ้ำๆ “แยมเรากำลังจะมีลูก พี่จะได้เป็นคุณพ่อแล้ว”ชาลิสาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างดีใจแล้วกอดเขาไว้แน่น…หลังออกจากโรงพยาบาล พีรณัฐกับชาลิสาก็ตรงกลับบ้านทันที เขาอยากจะรีบไปบอกข่าวดีนี้ให้ทุกคนในครอบครัวรู้ เขาวางแผนกับชาลิสาว่าจะแกล้งทำเป็นป่วยหนักแล้วเรียกทุกคนให้มาฟังผลตรวจของเขาในห้องรับแขก ทุกคนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อใบหน้าของพรพิมลเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนนิธิศกับพิชญาก็ดูกังวลไม่แพ้กันชาลิสาประคองพีรณัฐที่ใบหน้าซีดเซียวเดินเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปที่ห้องรับแขกทันที เมื่อเห็นชาลิสาประคองพี
บนโต๊ะอาหารมื้อเย็นเต็มไปด้วยของโปรดของชาลิสาและพีรณัฐ เขาพาเธอมาทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารบรรยากาศดีติดริมแม่น้ำ ช่วงนี้ชาลิสากินเก่งขึ้นมากใบหน้าของเธอดูอิ่มเอิบแก้มใสของเธอเป็นสีชมพูระเรื่อ แต่กลับกันพีรณัฐรู้สึกเบื่ออาหารอย่างบอกไม่ถูกทั้งๆ ที่เขาสั่งแต่ของที่เขาชอบมา แต่เขากินได้แค่ไม่กี่คำก็รู้สึกพะอืดพะอม“ไม่อร่อยเหรอคะพี่พี ทำไมกินน้อยจัง” ชาลิสาถามแล้วตักอาหารใส่จานให้เขา“พี่เวียนหัวนิดหน่อยกินไม่ค่อยลง สงสัยจะไม่สบาย” พีรณัฐตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า“งั้นเราไปหาหมอกันดีไหมคะ” ชาลิสาถามอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวกลับไปนอนพักก็น่าจะดีขึ้น” พีรณัฐยิ้มให้เธอก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มของเธอเบาๆ…เมื่อกลับมาถึงบ้านพีรณัฐก็รีบไปอาบน้ำพักผ่อนชาลิสาคอยดูแลเขาอย่างดีเธอเอายามาให้เขา และตลอดทั้งคืนก็คอยตื่นมาดูเขาตลอดเพราะกลัวว่าเขาจะไข้ขึ้นจนเช้าวันถัดมาพีรณัฐก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังรู้สึกเพลียอยู่นิดหน่อย เขาลงไปทานอาหารเช้าก่อนจะออกไปทำงานพร้อมชาลิสาทั้งคู่นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ซึ่งนิธิศกับพรพิมลกำลังนั่งทานข้าวต้มปลาอยู่ก่อนแล้ว“เป็นยังไงบ้างลูกเห็นหนูแยมบอกแม่ว่าพีไม่ค่







