LOGIN“ส่วนนั่นผกามาศเป็นท่านอธิการบดีเป็นเพื่อนรักของยายเช่นกัน และนั่นหลานชายของผกามาศ เป็นรองอธิการบดี” ยายแนะนำย่าไอ้มอส และไอ้มอส ผมยกมือไหว้ย่าไอ้มอสและยิ้มให้ไอ้มอสเป็นการทักทายแบบคนแปลกหน้า มันเป็นข้อตกลงของกลุ่มเราที่จะไม่รู้จักกันเวลาอยู่ข้างนอกครับ
แต่เวลาอยู่ที่คอนโด M เราคือเพื่อนกัน มันอาจจะฟังดูแปลก แต่มันคือสิ่งที่เราตกลงกันไว้
“พ่อเรซอายุเท่าไหร่แล้วนะ” ย่าของไอ้มอสถาม
“27 ครับ”
“เท่าตามอสของฉันเลย รู้จักกันไว้ก็ดีนะจะได้เป็นเพื่อนกัน หรือรู้จักกันอยู่แล้วหรือเปล่า ตามอสถึงได้ยื่นชื่อพ่อเรซให้มาสอนแทน”
“เปล่าครับคุณย่า ผมบังเอิญเห็นใบสมัครจึงให้เลขาทักไปครับ” ไอ้มอสตอบ
กูไปสมัครอะไรตอนไหนวะ
“งั้นหรือ แล้วพ่อเรซอยากจะสอนตลอดไปไหม” ย่าไอ้มอสถามผม
“ไม่เป็นไรครับ คือผมมีงานที่ต้องสะสางอีกเยอะ” ไม่แนวทางของผมเลยไอ้การเข้าไปสอนเด็กที่มีสายตาพร้อมกลืนกินผมอยู่ตลอด เวลาโดนจ้องแบบนั้นให้ความรู้สึกเหมือนผมเป็นลูกแกะที่โดนฝูงหมาป่าจ้องจะงาบตลอดเวลา
“รายนี้ทำหลายอย่างบ้านช่องไม่ค่อยได้กลับ” ยายของผมเล่า
“จริงเหรอ แล้วแบบนี้...” ยายพิมพาทำหน้ากังวล
“ไม่ต้องห่วงน่า” ยายของผมรีบเอ่ย
“...” ทำไมความรู้สึกของผมบอกว่าผมกำลังอยู่ในเขตอันตราย เขตต้องห้ามอย่างไรอย่างนั้น
“แล้วนี่สองสาวไปถึงไหนแล้วนะ ทำไมนานนัก” ย่าไอ้มอสกำลังพูดถึงใครอีกสองคน
ใครวะ ผมเหล่ตามองไอ้มอส แล้วผมก็ได้เจอกับสายตาของไอ้มอสที่บอกผ่านทางสายตาว่าผมน่ะกำลังจะซวย
‘อย่าขัดใจยายนะเรซ ยายแก่แล้ว’ คำที่แม่ของผมย้ำมาตลอดทางเริ่มดังก้องในสมองของผม
ครอบครัวผมเล่นผมแล้วไง หาทางเผ่นสิครับ
“เอ่อ ยายครับเรซนึกขึ้นได้ว่า...”
“นั่นไง มากันแล้ว” ไม่ทันครับ ดูเหมือนว่าผมจะหลบไม่ทันซะแล้ว และที่แย่ไปกว่านั้นก็
“หนูมะพร้าวได้อะไรมานักลูก หอบเยอะแยะเชียว”
ผมหันไปมองเมื่อยายพิมพาเอ่ยถึงชื่อกาฝากของบ้านผม ยัยกาฝากเดินหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือสองไม้ ใบหน้าหวานเคลือบด้วยรอยยิ้มที่อาบยาพิษมักเชิญชวนให้คนหลงใหล
“พร้าวได้ของมาทำขนมหวานค่ะคุณยาย แล้วก็ของคาวมาทำกับข้าวคืนนี้ค่ะ” น้ำเสียงของเธอหวาน ใครได้ฟังมักหลงใหล หลงในรูป เมารสจูบ
“แล้วนั่นหนูนิเนลได้อะไรมาลูก” ยายของผมถามถึงผู้หญิงอีกคน ผมจึงมองตาม
อ้อ จะเรียกว่าผู้หญิงก็เหมือนจะไม่ได้ เพราะยัยนี่ตัวเล็กมาก พกพาน่าจะสะดวก ใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนโลกนี้สดใสมากมายสำหรับเธอ
ยัยโลกสวย โลกใบนี้โหดร้ายจะตายไป ทำไมถึงยิ้มอยู่ได้ เห็นแล้วชักรำคาญ
“รู้แบบนี้แล้วจะโกรธได้ไงคะ อายจังเนลเล่นใหญ่อะ” นึกขึ้นมาได้ฉันรีบหันไปมองพี่บิว “พี่บิวอะ พี่รู้อยู่แล้วว่าพี่เรซทำอะไร ทำไมไม่บอกเนลหน่อย หรืออย่างน้อยก็ไม่ต้องให้เนลหิ้วกระเป๋ามาด้วย ห้ามไว้ก่อนรอพรุ่งนี้ก็ได้นี่”“พี่บอกแล้วให้ใจเย็น เนลไม่ฟังพี่เอง พี่ก็ตามใจเนลไง” ทำพูดเข้า พี่บิวนะพี่บิว ก่อนหน้านี้ยังพูดเหมือนพี่เรซทำเรื่องร้าย ๆ อยู่เลย“นี่น้องเก็บกระเป๋า กะจะอุ้มท้องพาลูกหนีพี่จริงเหรอนิเนล”“ก็เนลนึกว่าพี่เรซไม่รักเนลแล้ว เนลก็จะไปสิ” พึมพำเบา ๆ น่ะสิ เสียงดังแบบตอนแรกได้ที่ไหน“มึง ในเมื่อมึงรู้ ทำไมไม่ห้ามนิเนล” พี่เรซหันไปพูดกับพี่บิวพร้อมสายตาหาเรื่อง“ห้ามทำไม อะไรที่น้องสาวกูไม่สบายใจ กูก็ต้องรีบเคลียร์สิ ดีเท่าไหร่แล้วกูไม่พาน้องกูหนีเลย” นั่น ๆ จ้องจะกัดกันอีกแล้ว“งั้นเนลกลับไปนอนที่ห้องดีกว่า ปะค่ะพี่บิว เนลง่วงแล้ว” หนีดีกว่า อยู่ตรงนี้แล้วอาย เมื่อกี้เล่นใหญ่ไปจริง ๆ“ไม่ต้องไปกับมันเลย ไปกับพี่นี่ เอากระเป๋าเมียกูลงมาด้วย แล้วมึงก็ไสหัวไปไกล ๆ ไอ้ตัวทำลายแผนกู” พี่เรซคว้ามือฉันไว้ พี่บิวก็เดินไปเอากระเป๋ามาให้ฉัน“งั้นพี่กลับบ้านนอนนะ” เสร็จแล้วก็เดินกลับไปฝั
“น้อง ทำไมมาอยู่ที่นี่ แล้วนั่งรถแบบนี้ได้ไง อันตรายรู้ไหมครับ” พี่เรซที่ดูตกใจตอนนี้ทำท่าห่วงใยฉันซะมากมาย“ไหนบอกทำงาน”“ก็…” เขาอ้ำอึ้ง ยื่นมือมาจับมือฉัน“โกหกเหรอ โกหกทำไม ทำไรอยู่กันแน่” ท่าทีที่อ้ำอึ้ง ทำฉันคิดดีไม่ได้เลยนะ“คือพี่ขอโทษ” อะ คำเดิม ๆ“ช่างเถอะ เนลขี้เกียจฟังคำขอโทษแล้ว เนลมาที่นี่ แค่จะมาดูให้เห็นกับตา แค่จะมาลา เดี๋ยวจะหาว่าไปไม่บอกไม่กล่าว ถือว่าเนลบอกพี่แล้วนะ เราจบกันพี่เรซ” สะบัดมือพี่เรซออก มันยากนะ ฉันพยายามไม่ร้องไห้ แสร้งทำเป็นเข้มแข็งเป็นอย่างมาก“เดี๋ยวนิเนล จบกันอะไร พี่ไม่เลิกหรอก ลูกจะคลอดอยู่รอมร่อมาบอกเลิกพ่อของลูก น้องคิดอะไรอยู่” ข้อมือฉันถูกคว้าด้วยมือหนา เขากำมันด้วยความแรง“อย่ามาใช้ความรุนแรงกับเนลนะพี่เรซ” ฉันจับจ้องไปที่ข้อมือ พี่เรซจึงคลายแรงบีบออก“พี่ขอโทษ แต่เนลเป็นอะไร ทำไมพูดแบบนั้น”“เป็นควายไง เป็นควายให้พี่หลอกไม่จบไม่สิ้น คราวนี้เนลไม่เอาแล้ว ปล่อยเนลเลย ฮือ…” รอบนี้ฉันร้องไห้จนได้ อุตส่าห์พยายามกลั้นแล้วนะ แต่มันไม่ได้ผลเลย“เนลหยุดร้องไห้ก่อน แล้วฟังพี่ พี่ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะครับ ถึงพี่จะทำอะไรที่มันลับ ๆ ล่อ ๆ แต่พี่รักน้อ
ฉันและพี่บิวมาถึงจุดหมายในเวลาเที่ยงคืนกว่า เราจอดรถกันที่ข้างบ้าน เป็นบ้านหลังใหญ่ มีสนามหน้าบ้าน มีชิงช้า และอีกหลายอย่าง ที่มองเห็นชัดเจนเพราะบ้านยังคงเปิดไฟสว่างไสวทั้งที่ดึกดื่นมากแล้ว“เอาไงดี บีบแตรเรียก หรือนั่งรอแบบนี้” พี่บิวหันมาถาม“แล้วพี่บิวคิดว่าเนลควรทำไงดีคะ” ก็พอเอาเข้าจริง ๆ ตัวฉันก็ไม่กล้าที่จะเดินลงไปกดออดเรียก ไม่กล้ามองภาพที่มันอาจจะบาดตา“นั่งรอก่อนก็ได้ พี่ให้เวลาเนลทำใจก่อน” พูดมาแบบนี้ฉันคิดดีไม่ได้เลย“เนลเลยรบกวนพี่บิวเลยอะ ความจริงพี่ควรนอนกอดเจ้าสาวแล้ว” พอเห็นหน้าพี่บิวก็อดคิดไม่ได้“คิดมากน่า พี่จะไปนอนกอดเด็กนั่นได้ไง อายุยังไม่ครบ 18 ด้วยซ้ำ”“หืม? นี่พี่บิว…”“คนมันอยากไปเริงรักกัน ก็เลยฝากภาระไว้ที่พี่” หมายถึงใคร? ที่ว่าไปเริงรักกัน“พี่บิว เรียกน้องเขาแบบนั้นได้ไงคะ”“ยัยเด็กโลกสวยนั่นวัน ๆ สนแต่ของกินกับผู้ายในซีรีย์ มีของกินกับซีรีย์คือสวรรค์” ทำท่าเบะปากซะด้วย“ระวังนะคะ จะตกหลุมรักไม่รู้ตัว”“เอาเรื่องของตัวเองดีกว่าครับ นั่นน่ะมันโทรเข้ามาแล้ว สงสัยจะรู้ว่าพี่ขโมยเนลมา” พี่บิวหันหน้าจอโทรศัพท์มาให้ฉันดู“เนลปิดเครื่องค่ะ กลัวเขาโทรมาก่อนถึงท
“พยายามอยู่ค่ะ เนลกำลังพยายามเข้าใจสัจธรรมของโลก รักได้ก็เลิกรักได้ เกลียดได้ก็เลิกเกลียดได้”“แล้วมันไปไหน”“เขาบอกว่างานยังไม่เสร็จ แต่ที่นักสืบถ่ายมาก็อย่างที่เห็น สงสัยไม่เสร็จที่ว่าคงเป็นเขาสองคนมั้งคะ”พี่บิวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เข้าไปคุยในห้องกันปะ ยืนนาน ๆ มันไม่ดี ปวดเท้า”“ไม่ค่ะ”“?”“เนลจะจบแล้ว เนลจะไปหาเขาไปคุยให้รู้เรื่อง และก็จะออกจากชีวิตเขาค่ะ”“เอาจริง?”“พี่บิวเห็นเนลเป็นคนตลกหรือไง”“เปล่า พี่แค่ไม่อยากให้เนลร้องไห้ ถ้าแม่ร้องลูกในท้องก็ร้องด้วย แม่รู้สึกยังไงลูกก็รู้สึกอย่างนั้น”“พี่บิวจะให้เนลใจเย็นเหรอคะ เนลไม่เย็นแล้วค่ะ เนลเย็นมามากพอแล้ว” ฉันหันหลังเดินกลับไปลากกระเป๋าเดินทางที่ข้างในมีเสื้อผ้าข้าวของของฉัน“นี่เตรียมของเรียบร้อย?” ถามเมื่อฉันเดินกลับมาที่หน้าประตู“ค่ะ ถ้าพี่บิวไม่ไปกับเนล เนลไปคนเดียวก็ได้ ถ้าคุณย่าติดต่อเนลไม่ได้ พี่บิวก็บอกว่าเนลสบายดีแล้วกัน”พี่บิวถอนลมหายใจอีกรอบก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางของฉันไปถือเอาไว้เอง “ก็รู้ว่าพี่ไม่มีทางปล่อยให้น้องสาวคนเดียวของพี่ต้องไปเจอมรสุมเพียงลำพังอยู่แล้ว ปะ ไปไหนไปกัน พี่ก็อยากเห็นสีหน้ามันตอนที่เนล
หลังจากส่งข้อความไปแล้ว ฉันก็นั่งดูรูปถ่ายที่นักสืบส่งมาให้ ไม่อยากจะเชื่อนะว่าพี่เรซนอกใจฉัน หรือมันจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะผ่านมาสามเดือนพี่เรซก็ยังไม่พูดถึงทะเบียนสมรส เออ ถึงฉันจะบอกว่าช่างหัวทะเบียนสมรส แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันก็ไม่ได้ง่ายเลย ก็เขาเคยจด จู่ ๆ บอกขอเวลา มันหมายความว่าไง ฉันก็หวงเขาไหมอะ“ถ้าพ่อนอกใจแม่จริง ๆ หนูอย่าโกรธแม่นะคะ ถ้าแม่ตัดสินใจทำให้ชีวิตของหนูไม่มีพ่อ ถึงยังไงหนูก็มีแม่นะคะ” ลูบที่หน้าท้องกลมโตพลางพูดไปด้วย คิดแล้วนะ ฉันคิดแบบนี้จริง ๆ ก็แบบต้องเผื่อใจไงก็คนเรา รักได้ หมดรักก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน แม้ว่าจะเสียใจ ยังไงฉันก็ต้องยอมรับมันตริ๊ง! เกือบครึ่งชั่วโมงเสียงแจ้งเตือนของฉันดัง ฉันคว้ามันมาดู จึงได้เห็นรูปที่นักสืบถ่ายมาอีกเป็นรูปพี่เรซที่กำลังอยู่ในท่ากอดผู้หญิงคนนั้นอยู่(×××: รูปล่าสุดครับ)แสดงว่าเขายังอยู่ด้วยกันสินะ(นิเนล: โอเคค่ะ คุณกลับบ้านได้เลย ที่เหลือฉันจัดการเอง เดี๋ยวโอนครึ่งที่เหลือให้นะคะ)ฉันจะถือว่าความคิดฉันชัดเจน ไม่ได้คิดไปเอง และฉันคิดว่าจะไปให้เห็นกับตา เอาให้ชัวร์ไปเลยตริ๊ง รอบนี้เป็นข้อความของพี่บิวที่ส่งเข้ามา(พี่บิว:
ย่างเข้าเดือนที่ 8 ของอายุครรภ์ การฉี่บ่อยเริ่มถี่ขึ้นหนักกว่าเมื่อก่อนมาก ขาเริ่มบวม จะเรียกว่า อ้วน ก็ได้ เพราะฉันอ้วนขึ้นจริง ๆ อ้วนแบบไม่เคยอ้วนมาก่อน อ้วนเพราะกินเก่ง จะเรียกว่ามีความสุขก็เลยกินอิ่มนอนหลับงั้นเหรอ ก็อาจจะใช่นะ แต่หลาย ๆ วันมานี้เหมือนจะไม่ใช่แล้วสิฉันเริ่มคิดหนัก พฤติกรรมของพี่เรซเริ่มทำให้ฉันรู้สึกแย่ เขาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ พอถามก็บอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไรแล้วทำไมไม่ปกติ ทำไมเซนต์ฉันถึงบอกว่าพี่เรซกำลังมีบางอย่างปกปิดฉันและเมื่อสงสัยหนักขึ้นมาก ๆ ฉันก็เริ่มอยากรู้ และทางเดียวที่จะรู้โดยที่พี่เรซไม่สงสัยคือการแอบจ้างนักสืบตามเขาสามวันมาแล้วที่รูปถูกส่งมาทางไลน์เป็นระยะ ๆ สำหรับการติดตามพี่เรซ กระทั่งรูปล่าสุดที่ถูกส่งมา เป็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งกับพี่เรซหายเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ผู้หญิงคนนี้ช่วงนี้อยู่ในชีวิตประจำวันกับพี่เรซแทบทุกวัน ซึ่งพี่เรซออกจากห้องไปโดยให้เหตุผลกับฉันว่าต้องไปทำงานนี่งานอย่างนั้นเหรอ หรือเขากำลังมีใครอีกคน หรือกลับไปทำอาชีพที่เคยทำ ฉันอดคิดไม่ได้เลยจริง ๆครืด ครืด…ระหว่างที่ฉันนั่งมองรูปเขากับผู้หญิงคนหนึ่ง เบอร์โทรของเขาก็เด้งขึ้นมา “ค่ะ”(







