LOGINFei long talk
วันต่อมา เมื่อถึงเวลานัด
ผมขับรถไปจอดรอเธอตามที่เธอนัด เมื่อเธอมาถึง ผมก็ต้องมองเธอตาค้าง เธอใส่ชุดเดรสลายดอก กระโปรงยาวประมาณเข่า เธอดูน่ารักสมวัยมากๆ หน้าตาก็สะสวย ไม่มีตรงไหนที่ชวนให้ติได้เลย
"สวัสดีเอวารีน" ผมเดินลงไปหาเธอและกล่าวทักทาย
"สรุปคุณจะพาฉันไปกินที่ไหนคะ" เอวารีนถามผมกลับมา ดูเธอค่อนข้างรีบ
"เรียกพี่เฟยหลงได้ไหม เราอายุห่างกันตั้ง 4 ปีนะ"
"ก็ได้ค่ะ พี่เฟยหลง จะพาเอวารีนไปกินที่ไหน ก็รีบไปเถอะค่ะ เอวารีนมีเวลาให้พี่ 1 ชั่วโมงครึ่ง"
"น้อยจังครับ"
"แม่ให้เวลาเอวารีนมาแค่นี้ ถ้าพี่มัวแต่ยืนพูด เวลามันก็ค่อยๆหายไปนะคะ" เธอย้ำเตือนผมเรื่องเวลา
"โอเคๆ ขึ้นรถพี่ พี่จะพาไปกินของอร่อย"
"พี่อย่าพาเอวารีนไปทำอะไรไม่ดีเด็ดขาดนะ"
"ไม่มีทางครับ อย่ากังวล พี่เป็นลูกผู้ชายพอ"
ผมพาเธอเดินไปขึ้นรถ และขับพาไปที่ร้านอาหารชื่อดังในห้างหรู
"ว่าละ ทำไมหวังเยี่ยนถึงได้ของขึ้น แบบนี้นี่เอง" ซีห่าวมองทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่สักพัก ซึ่งเขากำลังจอดรถติดไฟแดงอยู่
...
Elvelyn talk
เมื่อพี่เฟยหลงและฉันถึงร้านอาหารนานาชาติ ฉันรู้สึกละลานตากับอาหารไปหมด แม่ไม่เคยพาฉันมากินของดีดีเลย ฉันจึงสั่งของกินไปค่อนข้างเยอะ เพราะชอบกินแทบทุกอย่าง รสชาติอาหารก็ถูกปากไปหมด
"อร่อยไหมครับ" พี่เฟยหลงถามฉัน คงเพราะเห็นฉัน enjoy eating มากๆ
"อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ" ฉันจึงตอบกลับไปพร้อมยิ้มให้เขา
"พี่ดีใจที่เอวารีนชอบนะครับ ถ้าโอกาสหน้า เอวารีนไม่รังเกียจ พี่พามากินอีกได้ไหมครับ"
ฉันชะงักไปชั่วครู่ เอาจริงๆ ฉันไม่ได้รังเกียจเขาเลย ตรงกันข้ามกลับชื่นชอบเขาด้วยซ้ำ เขาดีกับฉันมากๆ แต่ฉันยังเด็ก และชีวิตครอบครัวก็มีปัญหาไปหมด ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะค่อยเป็นค่อยไป เป็นแบบพี่น้องคอยดูแลกันไปก่อนดีกว่า
"ไว้ค่อยว่ากันนะคะ" ฉันตอบเขาไปแบบนั้น ปล่อยให้เป็นเรื่องอนาคตดีกว่า ฉันไม่อยากรับปากตอนนี้ ถ้าเกิดไปไม่ได้ จะเสียความรู้สึกกันเปล่าๆ
"โอเคครับ วันนี้ให้พี่ไปส่งได้ไหม"
"ไม่ต้องค่ะ เอวารีนนัดเพื่อนต่อแถวๆนี้ จะคุยธุระกับเพื่อนนิดหน่อยและค่อยกลับค่ะ"
"ได้ครับ"
และเมื่อทานอาหารกันเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกัน ฉันเดินไปร้านหนังสือ เพราะนัดเจอกับจินเย่ว เพื่อนสนิทของฉันเอง เราทั้งคู่กำลังจะขึ้นชั้น ม.4 เลยอยากมาดูหนังสือตามสายที่เราต่างเลือกเรียนคือ ศิลป์-ภาษา
เมื่อจินเย่วกับฉันได้พบกัน ก็ใช้เวลาเดินเล่น ดูหนังสือกันอีกครึ่งชั่วโมง และทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
...
Wang yan talk
"ความสุขของแกกำลังจะหมดลงแล้วนะเด็กเวร!" ฉันนั่งมองนังเด็กเวรจากบนรถ Benz วันนี้ฉันนั่งอยู่เบาะหลัง มีคนขับรถของพ่อเป็นคนขับมาให้ และตอนนี้ฉันสั่งให้ลูกน้องของพ่อรอดักฉุดนังเด็กคนนั้นอยู่
ลูกน้องป๊าทั้งสามคน ถูกสั่งมาให้ฉุดเด็กนั่นและพามันไปรุมโทรม นั่งอยู่ในรถเก๋งเก่าๆ หนึ่งคน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถ และอีกสองคน ยืนดักรออยู่ด้านนอกตรงมุมตึก ซึ่งเป็นจุดเดิมที่เฟยหลงและมันนัดพบกัน นังเด็กนั่นต้องเดินผ่านทางนั้นเพื่อกลับบ้าน และเมื่อมันเดินใกล้มาถึงลูกน้องของป๊า มันสองคนก็รีบเดินมาประกบและดึงนังเด็กเวรนั่นขึ้นรถทันที
"พวกแกเป็นใครเนี่ย จะทำอะไรฉัน" นังเด็กเอวารีนตกใจกลัวมาก
ลูกน้องป๊าจึงรีบใช้ผ้าที่มียาสลบปิดเข้าที่ปากของมัน อีกคนทำเป็นหิ้วปีกเมื่อมันเริ่มหมดสติ จากนั้นลูกน้องป๊าทั้งสองคนก็พามันขึ้นรถ คนขับรถจึงขับรถพาทั้งหมดมุ่งตรงไปยังตึกร้างที่จะเป็นสถานที่ปู้ยี่ปู้ยำนังเอวารีน เฮ้อ...เป็นภาพที่มองแล้วมีความสุขจริงๆ
ฉันจึงสั่งคนขับรถพาฉันมาที่โรงแรมของตระกูลเฉิน ฉันจะมาหาเขาแต่เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่าคุณเฟยหลงคุยธุระกับซีห่าวอยู่
"แหมดีจริง อยู่กันทั้งคู่เลย รีบพาฉันขึ้นไปเลยค่ะ ฉันก็นัดกับพวกเขาไว้ เพื่อคุยเรื่องธุรกิจกัน" ฉันโกหกเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยอมให้ฉันขึ้นไปพบเขา
"ก๊อกๆ" ฉันเคาะประตูห้องทำงานของคุณเฟยหลง
เมื่อเขาเปิดประตูออกมา ฉันก็เดินตรงเข้าไปทันที
"วันนี้ไม่โทรหาหวังเยี่ยนเลยนะคะ ทั้งที่เป็นวันหยุดแท้ๆ" ฉันใช้เสียงประชดประชันถามเขา
"ผมคุยงานกับซีห่าว" คุณเฟยหลงตอบฉันกลับมาโดยไม่หันมามองหน้าฉันเลย
"จริงหรอคะ แต่เมื่อเช้าดูคุณมีความสุขดีนะ"
"หมายความว่าอะไร" เขาเริ่มสงสัยในสิ่งที่ฉันกำลังพูด
"หวังเยี่ยน เธอทำอะไรชั่วๆ อีกหรือเปล่า" ซีห่าวแทรกถามฉันทันที คงเพราะเพื่อนฉันคนนี้อาจจะรู้นิสัยของฉันล่ะมั้ง
"ป๊าววว ถามอะไรตรงๆ นะ ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมผู้ชายอย่างพวกนายถึงไม่ให้ความสำคัญเลย" ฉันจึงเริ่มแสดงตัวตนออกมา
...
Zi hao talk
ผมรีบเดินออกจากห้อง เพราะเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี ผมกดมือถือโทรไปหาบอดี้การ์ดส่วนตัว และสั่งให้ลูกน้องขับตามหาหญิงสาวที่ผมกำลังจะส่งภาพไปให้ดู ก็คือภาพของเอวารีน ผมถ่ายไว้ขณะเห็นเฟยหลงกับเอวารีนยืนคุยกันอยู่
"พวกมึงดูรูปภาพเด็กผู้หญิงที่กูจะส่งให้และตามหา เริ่มหาจากจุดที่อยู่ในภาพก่อนเลย"
"ได้ครับนาย พวกผมจะลองขับตามดูให้ครับ"
"ขอบใจมาก"
"พวกมึงเอาเบอร์ลูกน้องกูไป และโทรหาพวกมัน ช่วยกันตามหาผู้หญิงในรูปนี้" ผมเดินตรงไปสั่งบอดี้การ์ดของเฟยหลงที่ยืนอยู่ด้านนอกอีกสองคน
"ได้ครับคุณซีห่าว" ทั้งสองรับคำสั่งผม และรีบออกไปตามหาเอวารีน
"เฟยหลง เด็กคนนั้นถึงบ้านหรือยัง" ผมเดินกลับเข้าไปในห้องและถามเฟยหลงทันที
"ไม่แน่ใจ น่าจะถึงแล้วมั้ง" เฟยหลงตอบผมกลับมา และตอนนี้หวังเยี่ยนก็เดินเข้าไปกอดที่เอวเขาแล้ว
"เด็กที่ไหนหรอคะ" หวังเยี่ยนแสร้งถามเฟยหลงทั้งที่เธอนั่นแหละรู้หมดทุกอย่าง
"รุ่นน้องผมน่ะ" เฟยหลงตอบเธอกลับไป
"หวังเยี่ยน เธอกำลังทำอะไรอยู่ พูดมา" ผมจึงถามย้ำเธออีกครั้ง
"ถ้าอยากรู้ งั้นช่วยหวังเยี่ยนอย่างสิคะ แล้วหวังเยี่ยนจะบอกเรื่องสนุกๆให้ฟัง"
"ต้องการอะไร" ผมถามเธอ เพราะมั่นใจว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเอวารีนอย่างแน่นอน
"ต้องการพวกคุณทั้งสองคน" หวังเยี่ยนตอบสิ่งที่อยู่ในใจตลอดมา ซึ่งผมฟังแล้วถึงกับอึ้งไปเลย
"เธอจะบ้าหรอไง" เฟยหลงต่อว่าเธอทันที
"ไม่ได้บ้าค่ะ พวกคุณเพิ่งมาอยู่ฮ่องกง ไม่ใช่คนพื้นที่แต่กำเนิดเหมือนฉัน ฟังความต้องการของฉันไว้บ้างก็ดีค่ะ ฉันอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จะช่วยคุณได้นะ" หวังเยี่ยนกระตุกยิ้มที่มุมปากและใช้สายตาจ้องมองมาที่เราทั้งคู่ เธอคงรู้สึกเหมือนได้กุมชัยชนะแล้ว
_____________________________________
Elvelyn talkหนึ่งเดือนผ่านไปน้ำยาของพี่เฟยหลงก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ประจำเดือนฉันมาเลทและฉันก็รู้สึกเวียนหัวอยู่เป็นประจำ ฉันจึงเข้าตรวจร่างกายและก็พบว่า ฉันท้องอ่อนๆ ได้สองสัปดาห์แล้ว สามีฉันช่างเยี่ยมยอดอย่าบอกใครเชียว เมื่อพี่เฟยหลงทราบถึงข่าวดีนี้ เขาก็ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เขารีบกลับมาบ้านและดูแลประคบประหงมฉันอย่างดี"ที่รักอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" เขาเข้ามากอดฉันทันทีที่กลับมาถึงบ้าน และก็ถามฉันทันทีว่าอยากทานอะไร"เอวารีนมึนหัว กินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไหร่ค่ะ" คำตอบของฉัน ทำให้สามีทำหน้าเริ่มเป็นห่วง"ถ้าไม่กิน จะไม่ดีต่อตัวเองและลูกนะครับ กินสักหน่อยนะ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นนมให้ดื่มนะครับ""ก็ดีเหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะ"พี่เฟยหลงดูแลฉันดีมากๆ ช่วงสามเดือนแรก ฉันแพ้ท้องน่าดู กินอะไรแทบไม่ได้ ไม่ว่าจะกินอะไรเข้าไป ก็จะอาเจียนออกมาตลอด จนถึงขั้นที่พี่เฟยหลงต้องพาฉันไปนอนโรงพยาบาล ฉันถูกเจาะแขนเพื่อให้น้ำเกลือผ่านทางสายยาง ฉันนอนโรงพยาบาลอยู่ประมาณสามวัน และเมื่อเข้าสู่เดือนที่สี่ ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้น ฉันทานอาหารได้มากขึ้นและแทบจะไม่แพ้ท้องแล้วพอเข้าเดือนที่หก เราก็เริ่มรู้เพศของลู
Fei long talkหนึ่งปีผ่านไปหลังจากงานแต่งงานของเรา ตอนนี้ครอบครัวตระกูลเฉินก็มีทายาทฝาแฝดน้อยๆ ลืมตาออกมาดูโลกแล้ว เด็กสองคนนั้นคือหลานชายและหลานสาวของผมเอง ชื่อเพทายกับแพรววนิต เป็นลูกของพลอยและเฮีย ตอนนี้หลานๆ ของผมอายุได้สามเดือนแล้ว น่ารักน่าชังมากๆ ผมเห็นแล้วก็เริ่มอยากมีลูกเป็นของตัวเองสักที ผมจึงคุยกับเมียผมอย่างจริงจัง เราทั้งคู่ไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย ผมอยากให้ร่างกายของเราพร้อมสำหรับการมีลูก เมื่อผลตรวจร่างกายออกมา ไม่พบความปกติใดใด ผมกับเอวารีนแข็งแรงกันทั้งคู่ ผมจึงเริ่มปฏิบัติภารกิจทำลูกกับเมียสุดที่รักของผมทันที“ที่รักครับ เราเริ่มทำลูกกันเลยดีไหมครับ” ผมทำเสียงออดอ้อนใส่เมียผม“ก็ดีนะคะ ตอนนี้เอวารีนก็อยากมีลูกแล้ว เพทายกับแพรววนิตน่ารักมาก และเดือนหน้าจินเย่วก็จะคลอดลูกชายออกมาแล้ว ตื่นเต้นแทนจินเย่วจังเลยค่ะ”“และที่รักอยากมีลูกชายหรือลูกสาวเป็นคนแรก หรืออยากมีลูกแฝดครับ” ผมถามความต้องการของเมีย เผื่อจะได้ใช้วิทยาการทางการแพทย์ช่วยให้เมียสมความปรารถนา“ยังไงก็ได้ค่ะ จะชายหรือหญิง หรือจะแฝด เอวารีนโอเคหมด เพราะเขาคือลูกของเรา” เธอตอบผมกลับมาด้วยรอยยิ้ม งั้นก็จัดไปต
Elvelyn talkพี่เฟยหลงค่อยๆ ถอดชุดเจ้าสาวจีนของฉันออก แม้ว่าชุดและเครื่องประดับจะเยอะไปหมด แต่พี่เฟยหลงก็ใจเย็นกับมันมากๆ โดยเฉพาะเครื่องประดับที่หัวของฉัน ถ้าถอดอย่างไม่ระวัง มันอาจทำให้ฉันเจ็บได้ พี่เฟยหลงมือเบากับฉันและทำเวลาถอดทุกอย่างได้รวดเร็วจริงๆ เครื่องประดับบางอย่าง เริ่มถูกถอดออกทีละชิ้นแล้ว"เจ็บไหมครับ" เจ้าบ่าวสุดหล่อของฉัน ถามขึ้นมาขณะกำลังถอดเครื่องประดับบนหัวของฉัน"ไม่เจ็บเลยค่ะ มือพี่เบามากๆ" ฉันตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มเมื่อเครื่องประดับบนหัวถูกถอดออกจนหมด ก็เหลือชุดเจ้าสาวที่ไม่ได้ถอดออกง่ายๆ เลย ชุดถอดออกยากมากๆ แถมใส่หลายชั้นด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายปล่อยให้คนรักของฉันเหนื่อยกับการถอดชุดอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ ฉันช่วยเขาถอดชุดเจ้าสาวอลังการนี้ออก เมื่อพี่เฟยหลงและฉันร่วมมือร่วมใจกันถอดชุดเจ้าสาวของฉันจนสำเร็จ ซึ่งใช้เวลาในการถอดเครื่องประดับและชุดก็เกือบยี่สิบนาทีแล้ว พี่เฟยหลงจึงไม่รอช้า เขารีบจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองออกจากร่างกายเช่นกัน และตอนนี้เราทั้งสองคนก็ยืนเปลือยเปล่าล่อนจ้อนกันทั้งคู่แล้ว"เอวารีนสวยมากเลยนะครับ" คำชมที่ฉันได้ยินแทบทุกครั้งที่เรามีอะไรกัน"พี่ก็
Elvelyn talkสองเดือนผ่านไปฉันและคนรักของฉันเข้าพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมของคนจีน ช่วงเช้าเราทำพิธีแบบจีน และแน่นอนป๊า เจ้พลอย และไพลิน ก็เดินทางมาร่วมพิธีแต่งงานของฉันด้วย ถึงเจ้พลอยจะท้องได้สามเดือนกว่าๆ แต่เจ้ก็ยังเดินทางมาร่วมงานแต่งของฉัน ซึ่งมันทำให้ฉันมีความสุขมากจริงๆฉันตื่นแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ตีสาม ซึ่งชุดแต่งงานของเจ้าสาวจีน ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีเครื่องประดับเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ชุดก็สวยงดงามมากจริงๆ วันนี้ฉันมีจินเย่วเพื่อนรักคอยช่วยเหลือไม่ห่าง พร้อมทั้งพี่น้องของฉันก็คอยเคียงข้างและช่วยเหลืองานแต่งของฉันเช่นกันเมื่อถึงเวลาของพิธีตอนเช้า พี่เฟยหลงเจ้าบ่าวของฉันก็นั่งรถ Rolls-Royce มายังบ้านของฉัน เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงหน้าบ้าน เขาก็มอบของให้ม๊าที่ยืนรอต้อนรับอยู่ตรงหน้าประตู พิธีนี้คล้ายเป็นการที่เจ้าบ่าวต้องขอบคุณแม่ของฝ่ายหญิงที่ให้กำเนิดและเลี้ยงเจ้าสาวมาจนเติบใหญ่ จากนั้นพี่เฟยหลงก็เดินขึ้นมารับฉันบนห้อง เมื่อพี่เฟยหลงเปิดประตูห้องเข้ามา เขาทำหน้าตะลึงไปสักพัก ไม่รู้ทึ่งในความสวยของฉัน หรือทึ่งในเครื่องประดับที่ฉันสวมใส่อยู่ แต่ดูแล้วน่าจะตะลึงในความงามของฉันนะ ก็ดูสา
สามเดือนผ่านไปอีกไม่กี่วันก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของฉันแล้ว เชื่อไหมว่าฉันคิดว่าฉันแต่งงานไวแล้วนะ เอวารีนชิงแต่งก่อนฉันไปเมื่อเดือนที่แล้ว เอวารีนบอกว่าคุณเฟยหลงรอไม่ไหว เขารอมาหลายปีละ จึงรีบเร่งงานแต่งให้ไวขึ้น และตอนนี้ก็ถึงคิวของฉัน เอวารีนเป็นเพื่อนเจ้าสาวที่ดีมาก เพราะเธอเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานมาหมาดๆ เลยให้คำแนะนำและคอยช่วยเหลืออย่างดีเมื่อถึงวันแต่งงาน เจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันนั่งรถที่มีโบว์สีชมพูผูกอยู่ที่กระโปรงหน้ารถ มายังบ้านเจ้าสาวก็คือฉันเอง เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงบ้านของฉัน ก็มอบของให้แม่ของฉัน เพื่อเป็นการตอบแทนที่ท่านตั้งท้องฉันมา และเมื่อเขาเดินขึ้นมารับฉันที่ห้อง เราสองคนก็เดินออกจากห้องแต่เราไม่ได้เดินออกไปอย่างง่ายๆ นะ เรายังต้องผ่านด่านของคนที่มากั้นประตู ซึ่งเราสองคนต้องแจกอั่งเปาพวกเขาก่อน จึงจะลงมาทำพิธีที่ชั้นล่างได้เมื่อเราทั้งสองลงมาด้านล่าง จากนั้นเราก็ทำพิธีไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ (ที่เรียกว่า "ตี่จูเอี๊ย") ไหว้เทพเจ้าเตาไฟ ซึ่งอยู่ในครัว และไหว้บรรพบุรุษของฉัน เพื่อบอกกล่าวให้พวกท่านทราบว่าฉันกำลังจะจากครอบครัวไปแล้ว จากนั้นจึงทำการคารวะน้ำชาพ่อแม่ของฉันเมื่อเสร็จ
ตอนนี้เราทั้งสามคนเรียนอยู่ปีสี่ ซึ่งพวกเราใกล้จะเรียนจบกันแล้ว เอวารีนไม่รู้เลยว่าฉันและเจียอีคบกัน แต่เอาจริงๆ ฉันกับเจียอีคบกันเป็นแฟนมาแค่ไม่กี่เดือนเอง และตอนนี้เราทั้งหมดเรียนอยู่ปีสี่ ก็ต้องไปฝึกงานตามบริษัท แน่นอนว่า…เอวารีนไปฝึกงานที่บริษัทของคุณเฟยหลง จึงทำให้เธอยังไม่รู้เรื่องของฉันกับเจียอี แต่ยังไงฉันต้องบอกเพื่อนรักของฉันอยู่แล้วเอวารีนเล่าให้ฉันฟังว่าอีกไม่กี่วันเธอต้องเดินทางไปประเทศไทย เพื่อไปร่วมงานแต่งงานของพี่สาวเธอ ซึ่งฉันก็ร่วมดีใจไปกับเจ้พลอยด้วย เพราะฉันเคยไปดูคอนเสิร์ตของเจ้พลอยมาแล้ว เจ้น่ารักมากจริงๆ เจ้พลอยกำลังจะแต่งงานกับคุณเฟยเจินที่เป็นพี่ชายของแฟนเพื่อนรักฉันเองหนึ่งอาทิตย์ต่อมาวันนี้เจียอีพาฉันออกมาดูหนัง ซึ่งเป็นหนังรักโรแมนติก เขาเลือกรอบหนังเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ คงอยากให้ในโรงหนังมีคนน้อยๆ เพื่อจะได้คลอเคลียกับฉันไปด้วยสิท่า เพราะตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกัน พ่อคุณก็ทำรักกับฉันแทบทุกวันเลย คนอะไรเอาเก่งจริงๆ และเมื่อถึงเวลาฉายหนัง เราสองคนก็เข้ามานั่งข้างใน และก็จริงคนในโรงหนังน้อยมากๆ แทบจะไม่มีใครเลย นอกจากเจ้าหน้าที่ของโรงหนังที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าออกของปร







