LOGIN
เสียงหอบถี่ผสานกันของคนสองคนดังระงมภายในรถ เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้สาดความเย็นออกมาเพียงอย่างเดียวแต่สาดกลิ่นอายของความเป็นบุรุษที่ดูน่าค้นหาของเจ้าของรถออกมาด้วย ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย เมื่อความร้อนระอุจากการขยับตัวของร่างกายและการดิ้นพล่านจากอารมณ์กำหนัดถูกระบายออกมาเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ
“ถุงยางล่ะ”
เสียงหวานกังวานแต่แฝงความร้อนแรงกระซิบข้างหูคนใต้ร่างบนเบาะหลังพวงมาลัยที่ถูกปรับหงายลงไปแล้ว
“ในเก๊ะ”
มือหนาละจากสะโพกกลมกลึงที่ก่อนหน้านี้ทั้งบีบทั้งเคล้นไปเปิดเก๊ะคอนโซลหน้าหยิบกล่องถุงยางขนาดใหญ่ชนิดบางเป็นพิเศษออกมายื่นให้เธอ เธอรับไปถือไว้แต่โดยดีเพราะเข้าใจว่าเขาคงอยากให้ช่วยแกะ แต่พอเห็นว่ามันถูกใช้ไปแล้วแถมเหลือซองสุดท้ายใกล้จะหมดจึงปรายตามองเขา
“คุณนี่สำส่อนเหมือนกันนะ”
ร่างกายที่มีแอลกอฮอล์เข้าไปผสมเกินปริมาณที่ควรจะได้รับในตอนนี้ แน่นอนว่าพูดอะไรออกมามักจะเป็นตามความคิด แบบแพ้เสียงในหัวอย่างต้านไม่อยู่ พึมพำประโยคสั้นแต่ได้ใจความมาให้คนเมาอีกคนเลิกคิ้วสูง พลางยกยิ้มภายหลังและใช้มือหนาข้างเดิมเพิ่มแรงบีบสะโพกของคนพูดด้วยความหมั่นไส้
“แล้วไง คุณต่างจากผมตรงไหน?”
ย้อนถามประโยคที่ทำให้ร่างเล็กถึงกับชะงัก หากแต่ไม่ได้ทักท้วงนอกจากทำหน้าบึ้ง เธอดึงซองสุดท้ายออกมา ก่อนจะโยนกล่องเปล่าออกไปไกลตัว ก้มลงมองหน้าเขา เจ้าของตักแกร่งที่เธอกำลังนั่งทับอยู่ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความต้องการของทั้งสองฝ่าย ผลจากการเสียดสีระหว่างแกนกลางลำตัวทั้งเขาและเธอมาเป็นพัก ถึงขนาดรับรู้ถึงความใหญ่โตโอ่อ่าที่ไม่สามารถหยุดอารมณ์กระสันที่กำลังโดนกระตุ้นขึ้นมาเรื่อยๆในตอนนี้ได้
“ไม่ต่าง ฉันรู้ตัวว่าเมา และตอนนี้ฉันก็ต้องการคุณ รีบทำให้เสร็จ จะได้รีบกลับ”
ประโยคนั้นเรียกเจ้าของดวงตาเร่าร้อนให้เหลือบขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะเขาเองก็เมา แต่ยังอุตส่าห์บังคับเปลือกตาที่ปรือให้ลืมขึ้น เนื่องจากอยากเห็นหน้าของเธอให้ชัดๆ ผ่านม่านตาพร่ามัวนั้น ทว่าทันทีที่เห็นกลับปลุกความเป็นชายใต้ก้นเธอให้ผงาดขึ้นมาอีกเท่า
“ซี๊ด..คนสวย ผมรู้ครับว่าคุณต้องการผม ผมเองก็ต้องการคุณไม่ต่างกัน ดังนั้นช่วยยกก้นของคุณขึ้นแล้วจับของผมยัดใส่เข้าไปเร็วๆเลยเถอะ”
ไม่พูดเปล่า มือหนาพัลวันปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย ราวกับเสือกำลังหิวโหยที่เจอเหยื่ออันโอชะ ริมฝีปากตะโบมจูบไปทั่วทรวงอกอีกฝ่ายอย่างมูมมามทั้งที่มีเนื้อผ้าขวางกั้น ส่วนอีกคนก็ใช่ย่อย ความเมาก็มีส่วนทำให้ขาดสติและมีความกล้ามากเช่นกัน ถึงขนาดช่วยปลดกระดุมเสื้อให้เขา มีน้ำใจหวังเปิดทางเอื้ออำนวย เสมอกันเขาก็ถอดเสื้อของเธอ และเพียงแค่เสื้อตัวเล็กเนื้อผ้าบางไม่ได้ปกปิดภายในเท่าไหร่ ถูกถลกหลุดพ้นออกจากศีรษะ ผ่านรักแร้จนถึงปลายนิ้ว หน้าอกอวบอูมขาวเนียนก็ประจักษ์ต่อสายตาของเขา
ทว่า...
จู่ๆ โทรศัพท์เครื่องหรูข้างกายกลับดิ้นพล่าน เขามารู้ทีหลังว่ามันได้ถูกโยนไปอยู่บนเบาะข้างคนขับอย่างไม่ไยดีแถมไม่รู้ว่าตอนไหนนั้น ก็ตอนที่เห็นลำแสงสะท้อนขึ้นมาในความมืดภายในรถซึ่งติดเครื่องยนต์อยู่
“จะรับก่อนไหม”
เสียงหวานแหบพร่าเรียกสติและดวงตาที่กำลังขึงค้างเนื่องจากเห็นความตระการตาและสวยงามอยู่ตรงหน้าจนเหม่อลอยไปพัก ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา
“ฮะ..” เขาชะงักละสายตาจากสองเต้าช้อนขึ้นมองเจ้าของ จากนั้นถึงจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “อ๋อ.. งั้น..แปปนึงนะ”
ร่างเล็กเอนหลังไปหาพวงมาลัยช่วยเปิดทางให้เขาหยิบโทรศัพท์มากดรับสายได้ง่ายขึ้น ทว่าหลังกดรับคนทั้งคู่กลับเงียบกริบ เหมือนเขาเองไม่แน่ใจว่าใครโทรมา จึงรอให้ปลายพูดออกมาก่อน จากนั้นหัวคิ้วก็ถูกเลื่อนเข้ามาชนกัน
เมื่อเห็นท่าทางของเขาขรึมไป คนที่นั่งอยู่บนตักอย่างเธอที่เมาซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่สร่าง เหมือนจะต้องสร่าง หลังจากเขาตอบตกลงกับปลายสายและกดวาง แน่นอนว่าหญิงสาวจะไม่งุนงงเลยถ้าเขาไม่มองหน้า พร้อมกับติดกระดุมเสื้อกลับคืนให้
“โทษทีผมมีธุระด่วน”
เธอพอจะเดาออกตั้งแต่ได้ยินเสียงผู้หญิงแว่วดังออกมานอกสายแล้ว พลางแค่นหัวเราะ
“ทีหลัง..ถ้ามีเมียอยู่แล้ว ก็รักเมียสิ จะนอกใจเธอทำไม รู้ไหมทำแบบนี้ฉันพลอยรู้สึกบาปไปด้วยนะ”
ก่อนจะเปิดประตูและผลักออกไป ไม่รอให้เขาทักท้วง
“เดี๋ยวก่อน”
“ปล่อย”
“คุณชื่ออะไร ไว้คราวหน้าผมจะ..”
“คราวหน้าอะไร? ไม่มีแล้ว..ปล่อย ฉันจะลง”
เมื่อเห็นร่างเล็กกำลังโกรธและคิดว่าคุยยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เขาจึงพยักหน้า ยินดีปล่อยแขนเรียวให้เธอลงไป หลังประตูปิดกลับเขาก็ปลดเบรกมือและออกรถไปเลยทันที โดยไม่คิดที่จะมองกระจกหลังไปยังร่างเล็กที่ยืนไม่สบอารมณ์ และเสยผมระบายความหงุดหงิดออกมาในตอนนี้
“บ้าจริง”
และแล้วงานวิวาห์ก็เกิดขึ้น งานถูกจัดแบบไม่อลังการมาก แต่ก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยสินสอดที่ใครๆต่างต้องตาลุก นี่มันตกถังขาวสารน้ำหนักสามตันชัดๆ วันหนึ่งได้บ้านพักตากอากาศ เงินสด ทองคำ เพชร และเป็นเจ้าของโฉนดที่ดินอีกหลายแห่ง รอบถึงรถอีกสามคัน ไม่พอยังมีห้องเพนท์เฮาส์ที่เธอเคยอยู่ถูกยกให้ด้วย เรียกได้ว่าถอดชุดเจ้าสาวก็สวมเดรสส้นเข้ม เดินนวยนาดสะบัดผมได้เลยบอกตามตรงว่าเธอเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเหนือเมฆรวยกว่าที่คิดก็วันนี้ไหนจะสมบัติจากพินัยกรรมที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้เขาอีกและงานวันนี้คนที่ตกใจคงไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นโจกับตู๋ เพื่อนที่ทำงานเก่าของเธอ เพราะรู้ทีเดียวก็ตอนการ์ดเชิญถึงมือพวกเขาแล้ว แน่นอนว่ากว่าตู๋จะยอมมา และแสดงความเย็นดี เล่นเอาโจพูดจนปากเปียกปากแฉะ เกือบสิ้นพระชนม์“ยินดีด้วยนะพี่”เขายอมรับว่าวันนี้วันหนึ่งสวยที่สุด แต่ความยินดีกลับมีขีดจำกัดให้มากไม่ได้ ตู๋ยังคงมีความเสียใจแฝงอยู่ภายในนั้น แต่เพราะเชื่อว่าการรักใครสักคนต้องให้คนคนนั้นได้ดี ยินดีกับความสุขของกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน นั่นถึงจะเรียกว่ารักที่บริสุทธิ์เขายอมมาเพื่อให้วันหนึ่งสบายใจใช้ชีวิตข้างหน้าอย่างไม่
วันที่ท้องฟ้าแจ่มใส หลังผ่านฤดูฝนมาได้ไม่นาน แม้โบราณจะบอกว่าฟ้าหลังฝนย่อมดีเสมอ แต่กลับไม่ใช่กับเธอคนนี้ธาดา กับหน้าท้องนูนๆของเธอที่ยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของสามีภรรยา ผู้วายชนม์คู่หนึ่งซึ่งเธอมีส่วนรวมต่อการจากไปของพวกเขากว่าจะมายืนตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย เธอจะต้องหลบหลีกผู้คนหายหน้าหายตาไปจากสังคม ตอนคลอดก็ต้องห่างไกลจากเมืองเหนือเมฆคงกำลังพลิกแผ่นดินหา และแน่นอนว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้เธอได้สัญญากับสรวงสมรแม่ของเขาเอาไว้แล้ว จะไม่โผล่หน้าออกมาให้ใครเห็นเลยสักคน โดยเฉพาะเหนือเมฆและใต้น้ำลูกๆของเธอ แลกด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้อีกหลายปี และเลี้ยงลูกในท้องให้สบายไปจนโต หากไม่ฟุ่มเฟือยอยู่โรงเรียนที่เยอะค่าใช้จ่าย แต่เลือกโรงเรียนรัฐทั่วไป คงอยู่ได้จนถึงมหาลัย และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอจะต้องไม่ให้ลูกของเธอใช้นามสกุลเดียวกันกับพวกเขา ป้องกันการหาเจอ หากเป็นไปได้เธอจะต้องไปเปลี่ยนชื่อตัวเองข้อแม้และเงื่อนไขมีเพียงแค่นั้น ซึ่งยอมรับว่าภายในใจลึกๆเลี่ยงไม่ได้ว่าเธอนั้นน้อยใจ เพราะเธอจะไม่ได้เจอแม้กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิท และไม่สามารถกลับมาเยี่ยมเด็กๆกับผู้มีพระคุณที่บ้านเ
“อยากมีลูกเหรอคะ” ร่างเล็กเอ่ยถามหลังจากนอนอยู่ใต้ร่าง คนตัวสูงที่คร่อมลงมาทาบทับกัน เขาผงกศีรษะยันตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มันก็ดีไม่ใช่เหรอครับ จะได้ไม่เหงา” “มันก็ดี แต่หนึ่งยังไม่พร้อมเลยอะ ยังไม่อยากถูกแย่งความรักไป อีกอย่าง คิดว่ายังเป็นแม่ที่ดีไม่ได้” กลีบปากหยักยกยิ้ม คำตอบของเธอช่างน่าเอ็นดู จนเขาต้องบีบปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเบาๆ แล้วโน้มตัวลงมาใหม่ “รอให้หนูพร้อม เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นครับ พี่ไม่ได้รีบ” สิ่งที่เขารีบตอนนี้ คือการสอดใส่เข้าไปในตัวเธอต่างหาก ท่อนลำร้อนทั้งดุ้นของเขาตึงเครียด ตอนนี้ผงาดพองเต็มเป้ากางเกงจนอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว “คนดี.. คืนนี้ขอทำถึงเช้าได้ไหมครับ แบบหลายๆรอบ” มือบางถูกมือหนาดึงเข้าไปภายใน เพียงแค่นิ้วเธอสัมผัส ความเสียวซ่านก็แทรกแซงจนต้องแหงนหน้าสูดปาก เขากำลังบอกให้เธอรู้ว่าไอ้เจ้านี่ตอนนี้มันทนไม่ไหวแล้ว ขืนเธอยังชักช้าไม่สานต่อสักที เขาอาจขาดใจตายเป็นแน่ “ทำไมน้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิมคะ” “น้อง?” “ใช่ค่ะน้อ
มื้อค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยความสุขและเป็นกันเองเป็นอย่างมาก อาคีรารวยล้นฟ้านับแสนล้านแต่ทำตัวกึ่งติดดิน เหนือเมฆเคยเล่าว่าเขาเปลี่ยนไปมากทุกวันนี้เพราะภรรยา เนื่องจากเธอมาจากที่ธรรมดา และแน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นผลพลอยได้ของวันหนึ่งในค่ำคืนนี้ด้วย ก็ลองคิดดูว่าหากเขาถือตัว ดูเข้าถึงยากสิ เธอที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้คนมาแต่ไหนแต่ไร จะเป็นอย่างไร ไม่ประหม่าตายเลยรึ “อันนี้อร่อย” เหนือเมฆตักเนื้อกุ้งให้ ซึ่งอยู่ในห่อหมกทะเล เธอขยับปากขอบคุณเขาเบาๆ และทานอย่างเงียบๆ สลับกับตักให้เขาบ้าง ต่างฝ่ายต่างถามไถ่ใส่ใจซึ่งกันและกัน “ขอบคุณค่ะ”สลับกับการชำเลืองมองอีกคู่ ที่พูดคุยกันอย่างน่ารัก หวานน้ำตาลแว่น ด้วยบทสนทนาสนิทสนม เป็นกันเอง แต่ใครฟังแล้วเป็นอันต้องยิ้มตามทว่าพอหันมาทางคนของตัวเองเหมือนว่าไม่แตกต่าง คนคนนี้ก็เอาใจเก่ง ประหนึ่งเธอนั้นคือเจ้าหญิงที่พลัดพรากจากพระราชวังให้ตาย “ทานเยอะๆครับ” “พี่ก็ด้วยนะ”หลังจากนั้น ทั้งสี่ก็นั่งคุยกันตามปกติ ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล พูดคุยกันถึงแผนการของวันพรุ่งนี้ และเล่าเรื
และแล้วก็ถึงวันไปเที่ยว หลังส่งใต้น้ำขึ้นเครื่องไปฝรั่งเศสได้สองวัน เหนือเมฆ วันหนึ่ง อาคีรา และพะแพง ก็มุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัว “เสียดายจังที่พี่สาติดงาน” พะแพงบ่นอุบ เมื่อรายนั้นที่จัดว่าเปรี้ยวจี๊ดเสียวฟันไม่มีโอกาสได้มาทริปนี้ด้วย ทั้งที่ยากแสนยากกว่าจะได้รวมตัวกัน “อือ น่าจะหลายเดือนกว่าสัญญาจะหมด” “คราวนี้ไปถ่ายละครใช่ไหม” “เห็นว่าอย่างนั้น” วันหนึ่งนั่งอมยิ้ม ขณะฟังสองสามีภรรยาหันหน้าพูดคุยกัน ขนาดแค่ผิวเผิน เรื่องที่คุยดูปกติแต่ทำไมช่างน่ารัก อาจเป็นเพราะน้ำเสียงอาคีราอ่อนโยนมาก ดูทะนุถนอมภรรยา แถมพะแพงเองเองก็เป็นผู้หญิงที่ร่าเริง คำพูดคำจาสมวัย รอยยิ้มจึงดูสดใสไปหมด “พี่หนึ่งพาบิกีนีมาไหมคะ” “คะ?” แต่เหตุไฉนจู่ๆถึงหันมาทางเธอล่ะ ร่างเล็กที่กำลังเหม่อลอยมองพวกเขาเพลินๆถึงกับสะดุ้ง หันขวับมองอีกคนอย่างลืมตัว และแน่นอนเขาเองก็มองอยู่เหมือนกัน ราวกับกำลังรอคำตอบไม่ต่างจากคนถาม “บิกีนี? คือพี่..ไม่เคยใส่” “โหพี่หนึ่ง รูปร่างดีขนาดนี้ถ้าใส่คง
กว่าจะได้นำศพของพ่อและแม่มาทำตามพิธีทางศาสนาได้ เหนือเมฆต้องฝ่าด่านอุปสรรคมากมายหลายอย่างเลย เนื่องจากศพนั้นถูกอายัด เพื่อหาเหตุผลทางคดี ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว คดีต่างๆถูกรื้อฟื้น ทรัพย์สินหลายอย่างถูกรื้อถอน สมบัติบางอย่างที่ได้มาด้วยความมิชอบธรรมก็ถูกยึดไป รวมถึงลูกน้องคนสนิทของพวกเขาด้วยที่ถูกจับเข้าตะราง เว้นก็แต่ธาดาเท่านั้นที่หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าหล่อนเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหน แน่นอนว่าในเมื่อพยายามหาแล้วยังไม่เจอ คนที่เรื่องตัวเองก็ยังยุ่งเหยิงมากพอกว่าจะเข้าที่เข้าทาง ความใส่ใจย่อมไม่ละเอียดสักเท่าไหร่นัก คงได้แต่รอและภาวนาให้หล่อนนั้นปลอดภัย และติดต่อกลับมาเองหนึ่งอาทิตย์ให้หลัง วันนี้เป็นวันที่เขากลับมายังคฤหาสน์ เป็นบ้านหลังที่เขาเกิดมาและเติบโตอยู่ที่นี่แค่วัยเด็ก หลังจากนั้นก็ไปโตที่เมืองนอกกับคุณปู่ของเขา “จะขายจริงเหรอวะ” อาคีราถาม หลังจากเงียบกันไปพักใหญ่ เขารู้มาบ้างว่าเหนือเมฆได้ทำการจ่ายเงินก้อนโตให้กับเหล่าบริวารพ่อบ้านแม่บ้าน เพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ข้างนอก แต่เรื่องจะขายคฤหาสน์ให้ทางภาครัฐเพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์







