Masuk๒๕ตามมาก็เพราะแบบนี้เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ น่านฟ้าก็เดินตามปนัสยาออกไปยังบริเวณด้านหน้ารีสอร์ต หญิงสาวคร่อมรถจักรยานเตรียมกลับบ้าน ทำทีเป็นไม่สนใจคนตัวโตที่ตามมาเรื่อยๆ แต่เมื่อหล่อนกำลังจะปั่นจักรยานออกไป อาการหนักอึ้งที่ด้านท้ายก็ประท้วง ทำให้หญิงสาวต้องหันไปแล้วขมวดคิ้วนิ่วหน้า น่านฟ้ายิ้มกริ่มขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานของหญิงสาวหน้าตาเฉย มือใหญ่คว้าหมับที่เอวกลม ทำให้คนตัวเล็กถลึงตาใส่พร้อมกับปัดมือของเขาออกจากเอวของหล่อน “คุณจะทำอะไร” “จะไปกับคุณ” เขาบอกหน้าตาเฉย ทำให้หญิงสาวถอนหายใจพรืด “ฉันจะกลับบ้าน” เขาพยักหน้า “ดีเลย ผมจะได้ถือโอกาสไปกราบสวัสดีคุณพ่อกับคุณแม่ของปริม” พูดจบก็ทำหน้าตาน่ารัก ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วกับท่าทางของเขา หัวใจแกว่งไปเล็กน้อย อ่อนลงอีกหน่อย แต่มีความสุขมากขึ้น “นี่คุณ” พยายามกดความสุขที่ฟุ้งออกมาอย่างยากเย็น “หืม…” คนตัวโตซบหน้ากับแผ่นหลังนุ่ม แล้วถูเบาๆ ไปมาจนหญิงสาวใจสั่นไหว มองซ้ายมองขวา กลัวคนมอง “อย่าทำแบบนี้สิคะ” คนที่
วันนี้เป็นวันหยุด เกนใจจึงอยู่บ้านกับคนรัก หญิงสาวนอนหนุนแขนล่ำสันของคนที่เพิ่งหลับไปหยกๆ “เปล่า แค่อยากโทร.มาคุยด้วย เป็นไงบ้างล่ะ ตอนนี้ดีขึ้นไหม โอเคขึ้นหรือยัง” คนถูกถามมองตรงไปข้างหน้า ผ่านสวนหย่อมเล็กๆ ที่บิดาลงทุนจัดไว้อย่างสวยงาม พลางผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ก็ดีขึ้น อยากให้แกมาด้วยกันจัง ตอนนี้พ่อปรับปรุงรีสอร์ตใหม่ด้วยนะ เดี๋ยวถ่ายรูปส่งไปให้ดู” เกนใจยิ้มจางๆ แล้วคิดถึงน่านฟ้า ไม่รู้ว่าตอนนี้ฝ่ายนั้นจะอยู่ที่ไหน เดินทางไปถึงรีสอร์ตนอนสบายที่ชายน้ำหรือยัง แต่ถ้าปนัสยายังไม่พูดถึงหรือโวยวายออกมาก็แปลว่าชายหนุ่มยังไปไม่ถึง หรือยังไม่ได้ไป หรือไม่ ก็ยังไม่ได้เจอกัน “เอาไว้คราวหน้าแล้วกันแก” “ขอบใจนะ” เกนใจยิ้มให้กับเจ้าของเสียงหวานๆ “แล้วเจอกัน” “อืม” เมื่อปนัสยาวางสายจากเพื่อนรักเรียบร้อยก็ผุดลุก ทว่าปลายเท้าเรียวเล็กชะงักกึกอยู่กับที่ เช่นเดียวกับหัวใจที่กระตุกและเต้นโครมครามทันทีที่พบหน้าใครบางคน ร่างสูงในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกับกางเกงผ้าเนื้อหนาสีครีมยาวพอดี
๒๔หนีรักมาพักใจทันทีที่กระเป๋าเดินทางถูกวางลงบนพื้นห้องรับแขก นางปาริดาที่ก้าวออกมาจากครัวก็ถึงกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ปริม จะมาบ้านทำไมไม่บอกแม่ก่อนล่ะลูก” ท่านเดินปรี่เข้ามาหาลูก มือหนึ่งถือถาดผลไม้ อีกมือยกขึ้นโอบกอดลูกสาวที่ยกมือขึ้นไหว้มารดา “ก็ปริมอยากเซอร์ไพรส์ พ่อล่ะคะอยู่ไหน” หญิงสาวกอดมารดาแน่น ดวงหน้างามแต้มยิ้มอ่อนหวานเช่นเดิม “พ่อออกไปที่รีสอร์ต เย็นๆ ถึงกลับมานั่นแหละ หิวข้าวไหม อยากกินอะไร แม่จะทำให้กิน” หญิงสาวยิ้มอ่อนด้วยความตื้นตันใจ คงไม่มีใครรักและเป็นห่วงหล่อนเหมือนพ่อกับแม่อีกแล้ว “หนูกินมาแล้วค่ะ” นางปาริดายิ้มหวานพลางบอก พร้อมสังเกตเห็นความอ่อนเพลียบนสีหน้าและแววตา “หนูมาถึงเหนื่อยๆ ขึ้นไปนอนพักก่อนไป เดี๋ยวแม่จะทำของอร่อยๆ เอาไว้ ตื่นมาก็กินได้เลยนะลูก” ทั้งสีหน้าแววตาและท่าทีกระตือรือร้นของมารดาทำให้หญิงสาวน้ำตาคลอ ขยับเข้าไปกอดท่านเอาไว้แนบแน่น ซบหน้ากับอกอุ่นนิ่งนานจนคนเป็นแม่ถึงกับแปลกใจพลางลูบหลังไหล่ลูกสาวเบาๆ รับรู้ว่าคนในอ้อมแขนกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ เพร
“รู้ค่ะ แต่บอกไม่ได้หรอกนะคะ เพราะปริมขอเอาไว้” ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เพราะคิดอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายคงไม่บอกกับเขาแน่แต่ก็ยังมีหวัง “คุณพอจะรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ปริมถึงดูไม่สบายใจ” เกนใจถอนหายใจยาวเหยียด คันปากยุบยิบอยากบอกมาก เพียงแต่ถูกเพื่อนขอร้องเอาไว้ “ปริมบอกแค่ว่าต้องการพักผ่อน แล้วก็อยากลืมคุณ” คนฟังใจหายวาบ ลืม...เขาอย่างนั้นเหรอ ทำไมล่ะ เรื่องมันร้ายแรงจนถึงกับต้องลืมกันเลยหรือ ท่าทางเหมือนคนถูกทุบหัวของน่านฟ้าทำให้คนมองรู้สึกเห็นใจ ใครจะคิดว่าผู้ชายคนหนึ่งที่เกิดมาเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง ใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี และไม่เคยแยแสกับอะไรหรือใครคนไหนจะมานั่งทำหน้าช็อกอยู่ตรงนี้ อย่าบอกนะว่าน่านฟ้าก็รู้สึกดีๆ กับเพื่อนของหล่อนเข้าให้แล้ว เกนใจขบเม้มเรียวปาก ครุ่นคิดอย่างหนักหน่วงว่าจะบอกอย่างไรดี จึงจะไม่เป็นการผิดคำพูดกับเพื่อนรัก “เอ่อ แล้วคุณไม่อยากพักผ่อนบ้างเหรอ ฉันมีที่หนึ่งอยากแนะนำ บรรยากาศดี รีสอร์ตชื่อนอนสบายที่ชายน้ำ” ชายหนุ่มสบตาคนตรงหน้านิ่ง อีกฝ่ายทำตาป
๒๓ที่มาที่ไปไม่เพียงเช็คที่ปนัสยาปฏิเสธ แต่เงินเต็มจำนวนที่น่านฟ้าเคยโอนให้มาคราวก่อนนั้น หญิงสาวจัดการโอนทั้งหมดคืนกลับไป คนที่กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหยิบโทรศัพท์ขึ้นอ่านข้อความ เมื่อเห็นจำนวนเงิน เขาก็นิ่วหน้า พร้อมข้อความถูกส่งตามมาติดๆ ‘ช่วงเวลาที่ฉันอยู่กับคุณ มันคือความเต็มใจของฉันเอง เงินจึงไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการจากคุณ เพราะว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว’ น่านฟ้ากัดฟันกรอด แล้วแฟ้มเอกสารก็ถูกปัดกระจายหล่นพื้นพร้อมเสียงสบถ จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นลูบใบหน้าอย่างคับแค้นใจปนสับสน “คิดบ้าอะไรอยู่ปริม” เขาไม่อดรนทนต่อไป ผุดลุกจากเก้าอี้แล้วเปิดประตูผ่างออกไปบอกกับเลขาฯ หน้าห้องว่า “ผมมีธุระด่วนต้องออกไปทำ หากมีอะไรเร่งเข้ามาโทร.เข้าเครื่องผมได้ตลอดนะ” พูดจบเขาก็ก้าวอาดๆ ออกไป โดยไม่รอให้เลขาฯ รับคำ อีกฝ่ายมองตามเจ้านายหนุ่มหล่อด้วยสายตางุนงงปนสงสัย แต่ก็ทำได้แค่ถอนหายใจยาวเหยียดเท่านั้น รถหรูเคลื่อนเข้าไปจอดในที่จอดรถของผู้มาเยือน จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในตัวอาคารโดยไม่สนสายตาของใครหลายคนที่มองมาอย่างนึกชื่นชมปนสงสัย “
“คุณเป็นอะไร บอกผมได้ไหม” หลังจากที่ยอมรับว่าหล่อนคือส่วนหนึ่งในใจ เขาไม่อาจทนมองเห็นน้ำตาของหล่อนได้อีก หญิงสาวมองสีหน้าเคร่งเครียดของน่านฟ้าแล้วเม้มปากเอาไว้ พยายามข่มใจไม่ร้องไห้โฮออกมา “ฉัน ฉันแค่คิดถึงแม่ หลายวันมานี้ฉันฝันถึงท่าน” คำตอบที่ได้รับทำให้คนฟังขมวดคิ้ว เขาจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาคู่สวยอย่างค้นคว้า ทำให้หญิงสาวซ่อนแววตากับอกของเขา น่านฟ้าผ่อนลมหายใจยาว ไม่คิดว่าหล่อนพูดความจริงกับเขาทั้งหมด มันต้องมีอะไรที่ทำให้สะเทือนใจจนเสียน้ำตาแบบนี้ “ถ้าคิดถึงแม่ก็กลับไปหาท่านสิ ว่าแต่คุณอยู่จังหวัดไหนทางภาคเหนือนะ” เป็นครั้งแรกที่เขาอยากรู้เรื่องของหล่อน นับแต่คบหากันมาเขาไม่เคยอยากรู้เรื่องอื่นอีกนอกจากหล่อน แต่วันนี้เวลานี้นับตั้งแต่รู้ตัวว่ารู้สึกอย่างไรกับหญิงสาว ก็ทำให้เขาเริ่มใส่ใจหล่อนมากขึ้น และอยากรู้ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับหล่อน ปนัสยาสูดจมูกเบาๆ แล้วบอกชื่อจังหวัดกับชายหนุ่ม น่านฟ้าเลิกคิ้วสูง พลางบอกยิ้มๆ “ผมเคยไปหลายครั้งแล้ว ว่าแต่จะกลับวันไหน วันนี้เลยไหม ผมจะได้จองตั๋วเครื่องบ







