LOGINสิบปีก่อนหนึ่งนางค้นพบว่าทันตแพทย์ชื่อว่าปราชญามือเบามาก มากจนกระทั่งเธอเผลอหลับเวลาทำฟันบ่อย ๆ พอเป็นอย่างนั้นหมอปราชก็มักจะเกี่ยวนิ้วสองข้างดีดหน้าผากเล็กเบา ๆ เพื่อปลุกให้เธอตื่นขึ้น
"หลับตอนทำฟันไม่ได้นะคราวหลัง" เขาพูดประโยคเดิมซ้ำ ๆ แต่หนึ่งนางไม่เคยจำ ครั้งหน้าเธอก็จะหลับอีก
"ก็ง่วง" เธอเถียงปากแจ๋วเหมือนเดิม สามทุ่มแล้วจะไม่ง่วงยังไงไหว
"กัดผ้าก๊อซไว้จนกว่าเลือดจะหยุดไหลนะ"
หนึ่งนางยกมือกุมแก้ม รู้สึกมันบวมตุ่ย ๆ เพราะฤทธิ์ยาชา แต่เธอไม่เจ็บเลย ตอนเขาฉีดยาชาก็ไม่เจ็บสักนิดเดียว เขาเป็นคนแรกที่ทำได้ตามที่พูด
"กลับบ้านยังไง" เขาหันมาถามหลังถอดเสื้อกาวน์ส่งให้ผู้ช่วยทันตแพทย์ไป
"นั่งรถเมล์"
"ไปรอข้างนอกไป เดี๋ยวกลับด้วยกัน"
ดังนั้นเด็กหญิงหนึ่งนางจึงออกมานั่งรอข้างนอกที่โซฟาตัวเดิม แตกต่างกันที่ตอนนี้ไม่มีคนไข้เหลืออยู่ในคลีนิกแล้ว มีแค่พนักงานสองคนยืนง่วนกับเอกสารอยู่
"เหนื่อยเนอะแก" พนักงานคนนึงบ่นขณะที่มือก็กดเมาท์ยิก ๆ ชัทดาวน์คอมพิวเตอร์ "คนไข้เยอะมาก"
"ก็หมอเบียดคิวจนแทบจะขี่คอกันถอนฟันอยู่แล้ว คนอะไรทำงานเหมือนหนี้ท่วมหัว" คราวนี้เป็นอีกคนที่ตอบกลับ
"หมอหนี้เยอะนะแก" คนแรกพูดเหมือนกระซิบ แต่กระซิบแบบอีกคนต้องได้ยินด้วย
"ดูรวยออก เปิดคลินิกใหญ่โตขนาดนี้ หมอเป็นลูกหมอปรีติไม่ใช่เหรอน่าจะรวยสิ" คนรู้เรื่องดีอ้างถึงบิดาของปราชญาเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังของประเทศไทย
คนฟังยันศอกใส่เบา ๆ
"พ่อแม่หมอเลิกกันไปนานแล้ว เขาบอกพ่อหมอน่ะไปได้เลขาหน้าห้องเป็นเมียน้อย แล้วก็เลิกกับแม่หมอไปเลย ไอ้คลินิกเนี่ยหมอเขาลงทุนเอง เห็นว่าเอาบ้านไปจำนอง ขายรถด้วย แกไม่เห็นเหรอหมอกลับรถเมล์ตลอด"
"เออว่ะ" ฝ่ายคนฟังครางในลำคอเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าเคยเห็นปราชญาขึ้นรถเมล์ ไม่ก็แท็กซี่อยู่บ่อยครั้ง "แต่อีกเดี๋ยวก็คงจะรวย คลินิคก็สองสาขาเข้าไปแล้ว ฉันอยากจองหมอ กำลังดีกำลังแซ่บ ๆ" พูดแล้วก็หัวเราะคิก "จองไว้ก่อนได้มั้ย"
หนึ่งนางขมวดคิ้วมอง ไม่เข้าใจกิริยาระริกระรี้ในตอนนั้น
"อยากมีผัวรวย จะได้สบาย"
คำพูดพนักงานคลินิกสะดุดหู แม่เธอก็เคยบอกอย่างนั้น
'มีผัวรวยจะได้สบาย'
พ่อเธอจนแถมยังญาติเยอะ มีเงินเท่าไหร่ก็เอาไปจุนเจือญาติหมด ขนาดบ้านยังจำนองเอาเงินไปให้ญาติลงทุนพอตัวเองตายจากไปก็ทิ้งหนี้สินไว้ให้เธอกับแม่ต้องลำบาก ดีที่แม่แอบทำประกันชีวิตไว้ให้พ่อเลยยังมีเงินจุนเจือส่งเธอเรียนหนังสือ ไม่อย่างนั้นคงได้ไปนอนข้างถนนกันแน่
พอเก็บของเรียบร้อยแล้วหมอปราชก็เดินออกมาจากด้านใน เสียงกล่าวถึงเขาจึงหายไป พนักงานสองคนยกมือไหว้แล้วสลับเดินเข้าไปข้างในแทน
"กลับได้แล้วไป"
ภายนอกมืดสนิท เมื่อสิบปีก่อนสามทุ่มก็เริ่มเงียบ วันนี้ปราชญาเรียกแท็กซี่เพราะมีเด็กหญิงหนึ่งนางไปด้วย เด็กสาวชำเลืองมองเขาหลายครั้ง ยังติดใจสงสัยเรื่องที่พนักงานหญิงทั้งสองคนพูด แล้วความเป็นคนอยากรู้อยากเห็นก็อดไม่ได้จะถาม
"คุณหมอ"
"ว่า"
"คุณหมอจะรวยเหรอ" ปากถามกล้า ๆ กลัว ๆ แววตาซื่อ
"ก็น่าจะ" ปราชญาหัวเราะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเด็กหญิงถึงถาม
"แล้วถ้ารวยคุณหมอจะแต่งงานมั้ย"
"ก็แต่งสิ"
"คุณหมอแต่งกับหนึ่งมั้ย"
"ทำไมต้องแต่งกับเราล่ะ" หมอปราชย้อนถาม
"หนึ่งอยากมีผัวรวย" คำบอกของมารดาเหมือนโปรแกรมฝังลงในสมอง
ปราชญาขมวดคิ้ว คำนี้ไม่รื่นหูเลย
พ่อแม่หนึ่งนางพื้นเพมาจากสลัม บังเอิญโชคดีคนเป็นแม่ทำงานเก่งเลยมีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่ แต่คำพูดคำจายังแปร่งปร่า สุภาพสลับดิบ ๆ ปะปนกันไป
"ชอบผู้ชายรวยเหรอ" น้ำเสียงเขาชักสะบัด
หนึ่งนางชะงัก คำพูดที่แม่มักจะบ่นให้ฟังบ่อย ๆ ลอยแว่วเข้ามาในโสตประสาท
"จำไว้เลยนะไอ้หนึ่ง เกิดชาตินี้ชาติไหนอย่าไปเอาเลยนะไอ้จนแล้วยังญาติเยอะ ตายไปมันยังทิ้งหนี้ไว้ให้ ถ้าจะหาผัวน่ะอย่าโง่เหมือนแม่ หาที่มันรวย ๆ จะดีจะชั่วมันยังมีเงินให้ใช้ กินอิ่มอยู่สบาย"
แม่สั่งสอนเอาไว้อย่างนั้น ตัวหนึ่งนางก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบผู้ชายแบบไหน รู้แค่ว่าหมอปราชไม่โกหกเพราะเขาบอกว่าทำฟันไม่เจ็บแล้วไม่เจ็บจริง ๆ ในบรรดาผู้ชายที่เธอเคยพบเจอมาเขาดีที่สุด หนึ่งนางจึงบอกเขาไปว่า
"อือ ถ้าหมอรวยแล้วมาแต่งงานกับหนึ่งนะ"
ปราชญาหันควับ วินาทีนั้นดวงตาคมก็เบิกกว้างตกตะลึงด้วยไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นภรรยายืนตัวเปียกปอนอยู่ด้านหลัง เธอรวบผมยาวเป็นมวยลวก ๆ แบบคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เนื้อตัวยังเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะพราวเป็นหย่อม ยกเว้นใบหน้าสวยที่เช็ดจนแห้งใสสะอาด“หนึ่ง” ปราชญากะพริบตาปริบ แทบไม่เชื่อสายตาว่าเธอจะยืนอยู่ตรงนี้ เขาทำอะไรไม่ถูก เดินไปกดปลายบุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่แล้วก้าวเข้ามาหาเธอ“ไปไหนมาคะ” เธอถามราวกับเป็นเรื่องธรรมดา โผเข้ามาโอบเอวออเซาะแบบที่ชอบทำเวลาจะง้อ ใบหน้านุ่มละมุนแนบชิดอกเขากระทั่งปราชญารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น “หนึ่งรอตั้งแต่บ่าย” ก็เห็นออกจากบ้านมาตั้งแต่สิบโมง นึกว่าไม่เกินบ่ายเขาคงจะถึง ที่ไหนได้นี่ปาไปเกือบทุ่มกว่าเขาจะมาดวงตาหวานจิ้มลิ้มออดอ้อน ปราชญาทำตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าแม่เจ้าประคุณจะจู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว“ทำไมอยู่ที่นี่”“ก็มารอพี่ปราช” ไม่พูดเปล่ายังแก
คนกำลังถูกสงสัยในความรักนั่งทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่ในห้องประชุม หลังมีคำสั่งอกมากะทันหันให้ไปประจำบูธเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารเสริมในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่จะถึงนี้ เรื่องงานน่ะหนึ่งนางสู้ไม่ถอยอยู่แล้วถ้าหากว่ามันจะไม่ตรงกับวันไปฮันนีมูน“พอดีวันนั้นหนึ่งจะไปต่างจังหวัดกับสามีน่ะค่ะ” เธอบอกอ้อมแอ้ม เพิ่งเข้ามาทำงานด้วย อุตส่าห์เลือกที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์เอาไว้แล้วเชียว“คุณเลือกเอาจะเอางานหรือเอาเที่ยว”ถ้าเที่ยวอื่นหนึ่งนางก็ไม่ขัด ยินดีจะเลื่อนออกไปเพื่อเปิดทางให้กับหน้าที่การงาน แต่นี่เป็นฮันนีมูนเล็ก ๆ ระหว่างเธอกับสามี ซึ่งตั้งแต่แต่งงานมาเธอกับเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้สวีทกันสองคนเลย หนำซ้ำช่วงนี้เธอยังผิดนัดเขาบ่อย ๆ ด้วยนี่ต้องผิดนัดกับเขาอีกแล้วเหรอ … ปราชญาโกรธเธอแน่ปราชญาไม่ได้โกรธ ตอนที่หนึ่งนางเอ่ยปากเรื่องที่บริษัทให้ไปออกบูธตรงกับวันที่นัดกันไว้ว่าจ
ลูกคนแรกเป็นผู้หญิง หนึ่งนางจึงได้สิทธิ์ในการตั้งชื่อลูกหนึ่งรัก ปราชญาโอดครวญไม่จบว่าไม่มีชื่อตัวเองอยู่ในชื่อลูกเลย เขาบ่นหงุงหงิงทุกวันจนหนึ่งนางต้องยอมให้ลูกชื่อเล่นว่าญาญ่า นับจากวันนั้นเสียงบ่นเขาจึงค่อยเงียบไปหนึ่งนางเลี้ยงลูกเองจนกระทั่งญาญ่าได้หนึ่งขวบ เธอก็ชักอยากจะมองหางานทำ ทั้งนางรวิวรรณและนางนวลสอางค์ก็เห็นด้วย หนึ่งนางยังสาวยังแส้จะมาอุดอู้อยู่ในบ้านไม่ได้แต่งตัวสวย ๆ นานวันไปชีวิตจะเฉาหลังญาญ่าได้ขวบปี สองแม่คือนางนวลสอางค์กับนางรวิวรรณก็ควบรวมมาอยู่บ้านหลังเดียวกันภายในชายคาบ้านของปราชญาเพื่อสะดวกในการช่วยเลี้ยงหลาน มีบ้างจะสลับไปบ้านของหนึ่งนางเวลานางนวลสอางค์ทำขนม ทั้งสองแม่อาสาเลี้ยงหลานสาวตัวเล็กให้ หนึ่งนางจึงขอไปทำงานออฟฟิศอย่างที่เคยฝัน"ก็ไปทำที่สถาบัน" ปราชญาออกคำสั่งเขาไม่เห็นด้วยที่หนึ่งนางจะไปสมัครงานที่อื่น พอร่างกายกลับเข้าที่เธอยิ่งสวยสะพรั่งเหมือนแตกเนื้อสาวยังไงชอบกล"หนึ่งอยากไปหาประสบการณ์ที่อื่นบ้า
หนึ่งนางสวมชุดแต่งงานสีขาว เดรสผ้าพลีทละมุนปล่อยชายทิ้งลงกับพื้นลากยาวราวกับหางปลา ช่วงไหล่เป็นซีทรูแขนกุดเผยผิวเนียนบางเบา ผมสีน้ำตาลรวยเป็นช่อด้านหลังสวยงาม วันนี้เธอแต่งหน้าหวานจัดโทนสีชมพูเข้ากับชุดที่พาให้หวานไปทั้งตัว ปราชญามองแล้วใจหาย จู่ ๆ ก็เกิดแวบขึ้นมาว่าไม่น่าท้องเลย ..ไม่งั้นคืนเข้าหอคงจะ ..แค่คิดเขาก็ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว ลูกคงน้อยใจแย่ว่าพ่อเห็นแก่ได้ แต่ใจมันก็คิดถึงเรื่องอย่างว่าจริง ๆ ขนาดชุดแต่งงานตัวค่อนข้างใหญ่ยังเอาหน้าอกหน้าใจเธอไม่ลงเลย เห็นร่องอกอวบอิ่มนิดนึงใจเขาก็สั่น อดไม่ได้ต้องประทับจูบแนบริมฝีปากเป็นดอกเบี้ยเอาไว้ก่อน“โรคจิต” ปากว่าแต่แววตาเอ็นดูหนึ่งนางจัดหูกระต่ายให้เจ้าบ่าวสุดหล่อแล้วมองเขาทั้งตัว ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าไม่เหมือนคนอายุเลขสี่เลย ยังดูดีดูหล่อจนเธอไม่อยากให้ใครเห็น พวกเพื่อน ๆ สาว ๆ ของเธอต้องมองเขาตาวาวแน่หวงจัง“หล่อจังเ
เก็บของเสร็จก็มานั่งเลือกชุดแต่งงาน ลูกลิงตัวโตหนึ่งกับลูกลิงในท้องอีกหนึ่งมองชุดที่เขาเปิดให้ดูด้วยท่าทางตื่นเต้น เนื้อตัวนุ่มนิ่มขยับไปมาทำสมองเขาปั่นป่วนอดไว้ก่อน อดไว้! เขาบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าพยายามไม่มองอกอิ่มบนเนื้อตัวนุ่มนี่ ต้องสนใจเรื่องงานแต่งที่กำลังเอาให้เธอดูต่างหาก“เอาแบบไม่รัดท้องหนึ่งจะได้ไม่อึดอัด เผื่อกินขนมในงานด้วยดีมั๊ย แต่อยากให้มีแขนหน่อย” หน้าอกเธอใหญ่ ยิ่งพอท้องจะยิ่งเปล่งขึ้นอีกเท่าตัว ปราชญาไม่ชอบให้คนอื่นมองส่วนที่ควรจะเป็นของเขาเพียงคนเดียว“หนึ่งอยากได้แบบเกาะอกนี่คะ”“ไม่!” เขาสั่งเด็ดขาด“พี่ปราชทำไมไม่ตามใจหนึ่ง” เธออ้อนเสียงอ่อย สรรพนามที่เรียกก็แปรเปลี่ยน ปราชญาเหมือนจะตายสิ้นลงไปตรงนี้ ยัยเด็กนี่น่าโมโหสุด ๆ ฟาดสักทีได้มั้ยนะไม่ได้อีกล่ะ เดี๋ยวนั่งร้องไห้ ใจเขาก็เสียอีก
‘ก็ก่อนจะเป็นสามีภรรยาก็ต้องแต่งงานกันก่อน’ เขาบอกยิ้ม ๆ ลูบศีรษะเล็กตรงหน้าพร้อมแววตารักใคร่ ลองถ้าไม่แต่งมันต้องมีตาอยู่มาคว้าพุงปลาไปแน่ เดี๋ยวนี้คนเราแคร์เรื่องผู้หญิงที่มีลูกแล้วเสียเมื่อไหร่ แล้วหนึ่งนางยังดีทุกอย่าง หน้าตาจิ้มลิ้มเวลาออเซาะก็ใช่ย่อย ยิ่งยามอารมณ์ดีเจ้าตัวจะพูดแจ้ว ๆ น่าเอ็นดูจะตายไปแล้วคนร้าย ๆ แบบนี้ถ้าเขาไม่ผูกไว้กับตัวได้ยกลูกให้เขาไปเหล่หนุ่มหล่อ ๆ แน่ แต่งแหละ ต้องแต่ง ถ้าไม่แต่งเขานี่แหละจะลำบาก“มันอาจจะเร็วไปหน่อยนะหนึ่ง เธอจะเสียชีวิตที่ควรจะมี แต่ฉันจะพยายามปรับให้มันลงตัว ให้เธอได้ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ บ้าง”คำขอแต่งงานเรียบเรื่อยธรรมดาแต่หนึ่งนางก็ตื้นตันที่เขาทำให้“ฉันไม่ไปไหนหรอก”เขาหัวเราะ ตอนนี้ก็ยังหรอก แต่เดี๋ยวอีกหน่อยคร้านจะเบื่อหน้าเขาขอไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อย ๆ หากไม่เกิดเรื่องเธอก็จะได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นของตัวเองอีกนิด







