[00.15 น.]
@บาร์ลับชั้นใต้ดินของโรงแรม
ปลายฝนเดินนำเข้าไปด้านในโดยมีร่างสูงเดินตามประกบด้านหลัง
บรรยากาศภายในมืดสลัว สปอร์ตไลท์สีแดงและสีน้ำเงินส่องกระพริบตามจังหวะของเสียงเพลง ผู้คนต่างกำลังสนุกสนานกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปาร์ตี้ริมสระ
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสาวสวยเดินโชว์หุ่นเพียวในชุดเซ็กซี่
ปลายฝนยกยิ้มมุมปากเมื่อหันไปสบตาหญิงสาวชุดแดงเจ้าของงานวันเกิด ที่ด้านข้างมีเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มนั่งรายล้อมพร้อมหน้าพร้อมตา คนพวกนั้นหันมองหน้าสะกิดกันไปสะกิดกันมาท่าทางอยากรู้อยากเห็นเต็มที เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนคงมีอีกาคาบข่าวที่โรงจอดรถเข้ามาบอกแล้วมั้งถึงได้มีสีหน้าประหลาดใจกันเรียงคนแบบนั้นน่ะ
สังคมจอมปลอม!
“ปลายฝน~ ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาแล้วเสียอีก” ผู้หญิงหน้าหมวยชุดแดงทักทายด้วยรอยยิ้มหวานตาหยีทันทีที่เดินเข้ามาถึง
“จะไม่มาได้ยังไง วันเกิดเพื่อนรักทั้งที” ปลายฝนยิ้มตอบรับตรงข้ามกับแววตา
หนามย่อต้องเอาหนามบ่ง…การเอาคืนคนตอแหลก็ต้องใช้วิธีเดียวกับที่คนตอแหลใช้สิ มันถึงจะได้สมน้ำสมเนื้อกันไง!
ผู้หญิงคนนี้เธอชื่อ 'นีน่า' เพื่อนซี้ของปลายฝนที่รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล นีน่าเป็นเพื่อนคนเดียวที่ปลายฝนรักและไว้ใจ เล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่มีความลับและคิดมาเสมอว่านีน่าเองก็รักและสนิทใจกับเธอมากเหมือนกัน แต่แล้วใครจะคิดล่ะว่าวันนึงเพื่อนสนิทที่เรารักและไว้ใจจะตอบแทนด้วยการหักหลัง! แถมยังตีหน้าซื่อแกล้งทำเป็นเพื่อนที่หวังดีทั้งที่ความจริงมันไม่เคยเห็นเราเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ!
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์” ปลายฝนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับยื่นของขวัญในมือไปให้เจ้าของงานวันเกิด ดวงตากลมโตจดจ้องมองหน้าเพื่อนสนิทในแบบที่ไม่เคยมองด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน
“ขอบคุณนะ ที่จริงไม่ต้องก็ได้ แค่เธอมาฉันก็ดีใจมากแล้ว” นีน่ารับของขวัญไปถือด้วยรอยยิ้มดีใจ
หึ..ทั้งที่เกลียดกันขนาดนั้น ทำไมถึงยังฝืนยิ้มให้คนที่เกลียดอยู่ได้
ปลายฝนแสหยะยิ้มมุมปากก่อนจะย่นก้นนั่งลงที่ว่างพร้อมกับผู้ชายที่เธอควงมา โดยที่ไม่คิดจะแนะนำเขาให้พวกเพื่อนคนอื่นรู้จักเพราะไม่จำเป็น และอีกอย่างถึงไม่แนะนำก็คงรู้จักผู้ชายคนนี้กันอยู่แล้วแน่ๆ ดูได้จากสายตาที่มองกันมาตาเป็นประกายขนาดนั้นน่ะ ยัยเพื่อนพวกนี้นิ! นี่ขนาดเห็นว่าเขามากับเธอก็ไม่วายส่งสายตามองมาอยู่ได้!
แต่ใครจะมองเขาก็มองมาได้เลย ปลายฝนไม่ได้สนใจ …เรื่องที่เธอสนใจตอนนี้มีอยู่เรื่องเดียว คือการมาเผชิญหน้ายัยเพื่อนหน้าไหว้หลังหลอก! อยากรู้ว่าจะตีหน้าซื่อได้อีกนานแค่ไหน ไม่รู้สึกผิดได้ยังไงทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองทำอะไร ทำไมถึงยังกล้าจะเรียกคนที่ตัวเองหักหลังว่าเพื่อนได้อยู่อีก!
“ของเล็กๆ น้อยๆ น่ะ ทำไมฉันจะให้เพื่อนสนิทไม่ได้…ลองแกะดูสิ”
นีน่าหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยแต่เสี้ยววินาทีก็ระบายยิ้มออกมาพร้อมกับแกะกล่องของขวัญ…ด้านในเป็นลิปสติกแบรนด์หรูราคาแพงสีโปรดที่ปลายฝนใช้ทาอยู่เป็นประจำ “กำลังอยากได้อยู่พอดี เธอนี่รู้ใจฉันตลอดเลยนะ”
“เหรอ นึกว่าอยากได้มานานแล้วเสียอีก” อยากได้ของคนอื่นโดยไม่สนว่าของชิ้นนั้นจะเป็นของเพื่อนตัวเองก็ตาม!
อุ้ป! เพื่อนในวงถึงกับเม้มปากร้อง'อุ้ย'ในใจกันเป็นแถบๆ บรรยากาศบริเวณนี้ดูเหมือนจะมาคุขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนรักสองคนนี้เขาทะเลาะอะไรกันอ่า 0_0
“อ้อ~ ฉันมักจะยืมของเธอมาใช้อยู่บ่อยๆ นี่เนอะ” นีน่าพูดไปก็ยิ้มไป ทั้งที่ภายในใจเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติของปลายฝนที่เปลี่ยนไป
ปลายฝนหัวเราะเหอะในลำคอ “นีน่า..ของบางอย่างอ่ะให้ยืมได้ ใช้ซ้ำกันได้ แต่ของบางอย่างมันก็ไม่ใช่ของที่แชร์ร่วมกันได้…เธอรู้ใช่ป่ะ” เรียวขาสวยยกขึ้นไขว้ห้าง เอียงคอมองจ้องหน้าถามอีกฝ่่ายด้วยสายตาเรียบนิ่ง
“รู้สิ :) ” นีน่ายังคงยิ้มหน้าระลื่นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้หรอกที่คนหัวอ่อนอย่างปลายฝนจะรู้ความจริง.. ยัยนี่น่ะรักเพื่อนจะตายไป ไม่มีทางเชื่อใจใครนอกจากเพื่อนสนิทหรอก
บรรยากาศในวงเหล้าเริ่มกระอักกระอ่วนเพื่อนคนอื่นๆ พากันมองหน้าสื่อสารกันทางสายตา ไม่มีใครกล้าพูดขัดอะไร เพราะแค่นั่งฟังก็สนุกจนอยากจะหยิบป็อปคอร์นขึ้นมากินรอดูเพื่อนรักเขาสาดสตอร์เบอรี่ใส่กันไปมา
“วันนี้เธอดูเครียดๆ นะ หรือว่าเธอยังไม่โอเคกับเรื่องนั้น..…” นีน่าตั้งใจหยิบยกเรื่องที่คิดว่าจะกระตุ้นอารมณ์ของปลายฝนขึ้นมาพูดอย่างรู้จุดอ่อน อีกอย่างก็ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองว่าคนอย่างปลายฝนจะควงผู้ชายคนใหม่ได้เร็วขนาดนี้ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนเจ้าชู้คบใครซ้อน ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาก็เห็นมีผู้ชายอยู่แค่คนเดียวที่ชีเปิดโอกาสให้
“ฉันดูไม่โอเคตรงไหนเหรอ” ปลายฝนเอียงคอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากพลางหันกลับมามองสบตาชายหนุ่มด้านข้างด้วยสายตาหวานละมุนโดยที่เขาเองก็มองเธอด้วยสายตาเฉกเช่นเดียวกัน
พอเหล้าเข้าปากความกล้าก็มีเพิ่มมากขึ้น
“มีอะไรให้ต้องไม่โอเคอ่า ทั้งที่เธอก็เห็นว่าตอนนี้ฉันโคตรจะโอเคเลย” ตบท้ายด้วยการฟาดกลับเพื่อนสารเลวด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“อ้อ~ เห็นแบบนี้แล้วฉันก็สบายใจ” นีน่าเป็นเพื่อนสนิทกับปลายฝนมานานแค่มองตาก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่แต่ตอนนี้แทบจะมองไม่ออกเลยจริงๆ เป็นไปได้ไงที่ปลายฝนจะไปรู้จักกับหนุ่มฮอตตัวท็อปวิศวะที่สาวๆ ครึ่งค่อนมหาลัยอยากจะครอบครอง สองคนนี้ไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน!
……
[ผ่านไปประมาณสิบนาที]
คล้อยหลังรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อที่ลุกไปเข้าน้ำ นีน่าก็เริ่มเปิดประเด็นพูดอีกเรื่องขึ้นมาทันทีเพื่อดูท่าทีของปลายฝน
“พี่เซอร์เวย์เขาดูร้อนรนใจและรู้สึกผิดกับเธอมากเลยนะ ฉันเลยบอกเขาไปว่าเธออยู่ที่นี่ เขาน่าจะกำลังมาอ่า”
ผู้ชายที่ถูกกล่าวถึงในบนสนทนาคือหนุ่มรุ่นพี่คนคุยของปลายฝน แต่ตอนนี้เธอตัดขาดจากเขาแล้วหลังจากที่รู้ความจริงบางอย่างด้วยตาตัวเอง
“ไม่ยักรู้ว่าเธอสนิทกับคนคุยเก่าของเพื่อนตัวเองขนาดนี้” ปลายฝนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นกอดอก บางทีการแกล้งโง่เพื่อดูธาตุแท้คนก็สนุกดีเหมือนกัน
“สนิทอะไรล่ะ เขาติดต่อฉันมาถามเรื่องเธอไง ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ฉันเองก็ลำบากใจเหมือนกัน..ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพี่เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอคุยด้วย ฉันคงไม่ช่วยเขาแน่”
ทั้งที่รู้แบบนั้นก็ยังจะแอบเอากับคนคุยของเพื่อนลับหลังโดยที่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลยแบบนี้น่ะเหรอ!..ปลายฝนเหลืออดเต็มทีแต่ยังข่มอารมณ์ยับยั้งตัวเองเอาไว้เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะเอาคืน คนแบบนีน่าแค่ด่าเฉยๆ ไม่สาแก่ใจหรอก!
“ฉันเป็นเพื่อนกับเธอมานานทำไมจะไม่รู้ว่าเธอเสียใจมาก เธอน่ะไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งกับฉันหรอกนะปลายฝน”
รางวัลตุ๊กตาทองสาขาเพื่อนตอแหลได้โล้แห่งปีต้องเข้าแล้วไหม คนอะไรแสดงได้เก่งขนาดนี้
ทำได้ยังไง!
“นีน่า..เธอน่ะเพื่อนฉันจริงเหรอ” หรือเห็นเป็นเพื่อนแค่ตอนมีผลประโยชน์เท่านั้น
“หืม? นี่เธอโกรธเรื่องที่ฉันบอกพี่เซอร์เวย์ว่าเธออยู่ที่นี่เหรอ”
แล้วแต่จะคิดเลยย่ะยัยคนตอแหล!
ปลายฝนไหวไหล่ตอบกลับด้วยการแสยะยิ้มมุมปากส่งผ่านสายตาคำว่า ‘ตอแหล’ ไปให้
แค่เห็นว่าอีกฝ่ายกัดฟันกรอด มองมาด้วยสายตาที่เริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ก็รู้สึกสะใจเบาๆ
คนอย่างปลายฝนถ้าหากให้ใจกับใครไปแล้วก็ให้เต็มร้อยแต่ถ้าเกลียดแล้วก็เกลียดเต็มร้อยเหมือนกัน ไม่มีโกง!
“พอแล้วมั้ง~” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบพลางแย่งแก้วออกจากมือ ตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็นเธอหยุดดื่มเลย ดูดิหน้าแดงไปหมดแล้ว
เดย์กลับมาจากห้องน้ำก็ล้มตัวลงนั่งที่เดิม เขาไม่ได้สนใจสายตาของใครต่อใครที่มองมาและไม่คิดที่จะพูดทักทายใครด้วย สายตาของเขามองที่ปลายฝนคนเดียวอย่างที่เธอขอเอาไว้ แต่ถึงเธอไม่ขอเอาไว้เขาก็ไม่มีสายตามองใครในค่ำคืนนี้นอกจากเธอได้อยู่แล้ว
ดวงหน้าสวยเบี่ยงตัวเงยหน้าระบายยิ้มหวาน สายตาเธอหวานฉ่ำละมุน มือเล็กยกขึ้นลูบเข้ากับสันกรามคร้ามคม โน้มหน้าไปกระซิบข้างใบหู “ทนไม่ไหวแล้วเหรอคะ” เธอทำราวกับมีแค่เราสองคนทั้งที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาหลายต่อหลายคู่รอบตัว
"หืม.." พอเมาแล้วกลายเป็นคนละคนขนาดนี้ได้ไง แต่ละคำที่พูดออกมา แถมสายตาที่ออดอ้อนนั่นก็อีก...
'โคตรน่าเอากว่าเดิม'
วงแขนหนาจากที่วางพาดบนพนักเก้าอี้ด้านหลังเลื่อนลงมาโอบรอบเอวคอด คนตัวเล็กเอนตัวพิงเข้ากับแผ่นอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นเป่ารดบริเวณซอกคอขาว "พี่อยากกลับเลยไหม~"
เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นคำตอบ ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว
"พูดมาสิ ถ้าไม่พูดฉันก็ไม่รู้หรอกนะ" เรียวนิ้วชี้ทาบลงบนริมฝีปากหยัก ใบหน้าสวยออดอ้อน ดวงตาหวานฉ่ำละมุนไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
"ต้องพูดอะไรอีก" ที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังมองไม่ออกอีกเหรอ
"ต้องพูด…ฉันชอบคนที่พูดตรงๆ พี่คิดอะไรอยู่ก็พูดออกมาได้เลย"
ได้! อยากให้พูดใช่ไหม
มุมปากคนฟังกระตุกยิ้มก่อนจะโน้มไปกระซิบข้างใบหูให้ได้ยินกันแค่สองคน "ตอนนี้แค่ได้กลิ่นหอมจากตัวเธอ พี่ก็แข็งไปหมดแล้ว" เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบายิ่งกระตุ้นอารมณ์ของคนที่ได้ฟังเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว
ปลายฝนระบายยิ้มพึงพอใจ คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงท่อนแขนแกร่งให้ลุกขึ้นตามมา
“อ้าว จะกลับแล้วเหรอ”
“อืม ขอตัวก่อนนะ~” ปลายฝนไม่สนไม่แคร์อะไรใดๆ พูดจบก็ควงหนุ่มรุ่นพี่ออกไปทันที
ทิ้งให้เพื่อนทุกคนในวงเหล้ามองตามไปด้วยสายตาอิจฉา ก็จะอะไรซะอีกอ่ะ..นั่นมันตัวท็อปวิศวะเฮดว้ากปีสี่ที่สาวๆ ครึ่งค่อนมหาลัยหมายตาต้องใจ ไม่มีไม่ใครในที่นี้ไม่รู้จักเขาหรอก ไม่อิจฉาไหวเหรอ!
เสียงซุบซิบนินทาเริ่มต้นขึ้นทันทีแทบจะตามแผ่นหลังคนที่อยู่ในบทสนทนาไปติดๆ
“โอ้ยอิจฉาตาร้อนไม่ไหวแล้ว ปลายฝนไปรู้จักกับพี่เดย์ตอนไหนถึงได้ควงเขามาได้ ตัวแม่ตัวมัมมากเว่อร์~”
“เห็นจากไกลๆ ว่าหล่อแล้ว มองใกล้ๆ โคตรพ่อโคตรแม่ของคำว่าหล่ออ่า~”
“นั่นสิแค่เบ้าหน้าก็หล่อกร้าวใจไม่ไหว แล้วข้างในเสื้อจะกร้าวใจขนาดไหนอ่า โอ้ยไม่อยากจะคิด...ว่าแต่นีน่าเธอรู้เรื่องนี้มาก่อนป่ะ?”
“ก็คงแค่วันไนท์สเเตนด์นั่นแหละ” นีน่าพูดพลางมองตามแผ่นหลังของปลายฝนที่กำลังเดินออกไป
“จะวันไนท์สแตนด์หรืออะไรก็เถอะ ถ้าเป็นพี่เดย์อ่ะได้สักครั้งก็ฟินแล้วไหมอ่า ดูสายตาที่เขามองปลายฝนเมื่อกี้ดิแทบจะกลืนกินอยู่แล้ว>< อ่ย วาสนานางแหละเนอะ..คนอะไรทั้งสวยทั้งรวย แถมผู้ชายแต่ละคนในชีวิตก็งานดีมากเวอร์ ชีวิตดีไม่ไหว”
ปั่ก! แก้วเหล้าถูกกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง “หุบปากสักทีได้ป่ะ พูดมากน่ารำคาญ!” นีน่าเผลอสถบทออกมาเสียงดังเก็บอารมณ์ไม่อยู่
เพื่อนที่ถูกมองเขม่นหลุบตาลงต่ำพลางมองสบตากับเพื่อนอีกคนในวงด้วยสายตารู้กันว่านีน่าน่ะอิจฉาปลายฝน...ต่อหน้าพูดดีด้วยแต่ลับหลังอย่างกับคนละคน อีนี่มันร้ายมากค่ะหัวหน้า!