공유

บทที่ 6

작가: Barbadbie
last update 게시일: 2026-04-16 18:18:42

[00.15 น.]

@บาร์ลับชั้นใต้ดินของโรงแรม

ปลายฝนเดินนำเข้าไปด้านในโดยมีร่างสูงเดินตามประกบด้านหลัง

บรรยากาศภายในมืดสลัว สปอร์ตไลท์สีแดงและสีน้ำเงินส่องกระพริบตามจังหวะของเสียงเพลง ผู้คนต่างกำลังสนุกสนานกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปาร์ตี้ริมสระ

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นสาวสวยเดินโชว์หุ่นเพียวในชุดเซ็กซี่

ปลายฝนยกยิ้มมุมปากเมื่อหันไปสบตาหญิงสาวชุดแดงเจ้าของงานวันเกิด ที่ด้านข้างมีเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มนั่งรายล้อมพร้อมหน้าพร้อมตา คนพวกนั้นหันมองหน้าสะกิดกันไปสะกิดกันมาท่าทางอยากรู้อยากเห็นเต็มที เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนคงมีอีกาคาบข่าวที่โรงจอดรถเข้ามาบอกแล้วมั้งถึงได้มีสีหน้าประหลาดใจกันเรียงคนแบบนั้นน่ะ

สังคมจอมปลอม!

“ปลายฝน~ ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาแล้วเสียอีก” ผู้หญิงหน้าหมวยชุดแดงทักทายด้วยรอยยิ้มหวานตาหยีทันทีที่เดินเข้ามาถึง

“จะไม่มาได้ยังไง วันเกิดเพื่อนรักทั้งที” ปลายฝนยิ้มตอบรับตรงข้ามกับแววตา

หนามย่อต้องเอาหนามบ่ง…การเอาคืนคนตอแหลก็ต้องใช้วิธีเดียวกับที่คนตอแหลใช้สิ มันถึงจะได้สมน้ำสมเนื้อกันไง!

ผู้หญิงคนนี้เธอชื่อ 'นีน่า' เพื่อนซี้ของปลายฝนที่รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล นีน่าเป็นเพื่อนคนเดียวที่ปลายฝนรักและไว้ใจ เล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่มีความลับและคิดมาเสมอว่านีน่าเองก็รักและสนิทใจกับเธอมากเหมือนกัน แต่แล้วใครจะคิดล่ะว่าวันนึงเพื่อนสนิทที่เรารักและไว้ใจจะตอบแทนด้วยการหักหลัง! แถมยังตีหน้าซื่อแกล้งทำเป็นเพื่อนที่หวังดีทั้งที่ความจริงมันไม่เคยเห็นเราเป็นเพื่อนด้วยซ้ำ!

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์” ปลายฝนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับยื่นของขวัญในมือไปให้เจ้าของงานวันเกิด ดวงตากลมโตจดจ้องมองหน้าเพื่อนสนิทในแบบที่ไม่เคยมองด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน

“ขอบคุณนะ ที่จริงไม่ต้องก็ได้ แค่เธอมาฉันก็ดีใจมากแล้ว” นีน่ารับของขวัญไปถือด้วยรอยยิ้มดีใจ

หึ..ทั้งที่เกลียดกันขนาดนั้น ทำไมถึงยังฝืนยิ้มให้คนที่เกลียดอยู่ได้

ปลายฝนแสหยะยิ้มมุมปากก่อนจะย่นก้นนั่งลงที่ว่างพร้อมกับผู้ชายที่เธอควงมา โดยที่ไม่คิดจะแนะนำเขาให้พวกเพื่อนคนอื่นรู้จักเพราะไม่จำเป็น และอีกอย่างถึงไม่แนะนำก็คงรู้จักผู้ชายคนนี้กันอยู่แล้วแน่ๆ ดูได้จากสายตาที่มองกันมาตาเป็นประกายขนาดนั้นน่ะ ยัยเพื่อนพวกนี้นิ! นี่ขนาดเห็นว่าเขามากับเธอก็ไม่วายส่งสายตามองมาอยู่ได้!

แต่ใครจะมองเขาก็มองมาได้เลย ปลายฝนไม่ได้สนใจ …เรื่องที่เธอสนใจตอนนี้มีอยู่เรื่องเดียว คือการมาเผชิญหน้ายัยเพื่อนหน้าไหว้หลังหลอก! อยากรู้ว่าจะตีหน้าซื่อได้อีกนานแค่ไหน ไม่รู้สึกผิดได้ยังไงทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองทำอะไร ทำไมถึงยังกล้าจะเรียกคนที่ตัวเองหักหลังว่าเพื่อนได้อยู่อีก!

“ของเล็กๆ น้อยๆ น่ะ ทำไมฉันจะให้เพื่อนสนิทไม่ได้…ลองแกะดูสิ”

นีน่าหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยแต่เสี้ยววินาทีก็ระบายยิ้มออกมาพร้อมกับแกะกล่องของขวัญ…ด้านในเป็นลิปสติกแบรนด์หรูราคาแพงสีโปรดที่ปลายฝนใช้ทาอยู่เป็นประจำ “กำลังอยากได้อยู่พอดี เธอนี่รู้ใจฉันตลอดเลยนะ”

“เหรอ นึกว่าอยากได้มานานแล้วเสียอีก” อยากได้ของคนอื่นโดยไม่สนว่าของชิ้นนั้นจะเป็นของเพื่อนตัวเองก็ตาม!

อุ้ป! เพื่อนในวงถึงกับเม้มปากร้อง'อุ้ย'ในใจกันเป็นแถบๆ บรรยากาศบริเวณนี้ดูเหมือนจะมาคุขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนรักสองคนนี้เขาทะเลาะอะไรกันอ่า 0_0

“อ้อ~ ฉันมักจะยืมของเธอมาใช้อยู่บ่อยๆ นี่เนอะ” นีน่าพูดไปก็ยิ้มไป ทั้งที่ภายในใจเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติของปลายฝนที่เปลี่ยนไป

ปลายฝนหัวเราะเหอะในลำคอ “นีน่า..ของบางอย่างอ่ะให้ยืมได้ ใช้ซ้ำกันได้ แต่ของบางอย่างมันก็ไม่ใช่ของที่แชร์ร่วมกันได้…เธอรู้ใช่ป่ะ” เรียวขาสวยยกขึ้นไขว้ห้าง เอียงคอมองจ้องหน้าถามอีกฝ่่ายด้วยสายตาเรียบนิ่ง

“รู้สิ :) ” นีน่ายังคงยิ้มหน้าระลื่นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นไปไม่ได้หรอกที่คนหัวอ่อนอย่างปลายฝนจะรู้ความจริง.. ยัยนี่น่ะรักเพื่อนจะตายไป ไม่มีทางเชื่อใจใครนอกจากเพื่อนสนิทหรอก

บรรยากาศในวงเหล้าเริ่มกระอักกระอ่วนเพื่อนคนอื่นๆ พากันมองหน้าสื่อสารกันทางสายตา ไม่มีใครกล้าพูดขัดอะไร เพราะแค่นั่งฟังก็สนุกจนอยากจะหยิบป็อปคอร์นขึ้นมากินรอดูเพื่อนรักเขาสาดสตอร์เบอรี่ใส่กันไปมา

“วันนี้เธอดูเครียดๆ นะ หรือว่าเธอยังไม่โอเคกับเรื่องนั้น..…” นีน่าตั้งใจหยิบยกเรื่องที่คิดว่าจะกระตุ้นอารมณ์ของปลายฝนขึ้นมาพูดอย่างรู้จุดอ่อน อีกอย่างก็ไม่อยากจะเชื่อตาตัวเองว่าคนอย่างปลายฝนจะควงผู้ชายคนใหม่ได้เร็วขนาดนี้ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนเจ้าชู้คบใครซ้อน ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาก็เห็นมีผู้ชายอยู่แค่คนเดียวที่ชีเปิดโอกาสให้

“ฉันดูไม่โอเคตรงไหนเหรอ” ปลายฝนเอียงคอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากพลางหันกลับมามองสบตาชายหนุ่มด้านข้างด้วยสายตาหวานละมุนโดยที่เขาเองก็มองเธอด้วยสายตาเฉกเช่นเดียวกัน

พอเหล้าเข้าปากความกล้าก็มีเพิ่มมากขึ้น

“มีอะไรให้ต้องไม่โอเคอ่า ทั้งที่เธอก็เห็นว่าตอนนี้ฉันโคตรจะโอเคเลย” ตบท้ายด้วยการฟาดกลับเพื่อนสารเลวด้วยรอยยิ้มมุมปาก

“อ้อ~ เห็นแบบนี้แล้วฉันก็สบายใจ” นีน่าเป็นเพื่อนสนิทกับปลายฝนมานานแค่มองตาก็รู้แล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่แต่ตอนนี้แทบจะมองไม่ออกเลยจริงๆ เป็นไปได้ไงที่ปลายฝนจะไปรู้จักกับหนุ่มฮอตตัวท็อปวิศวะที่สาวๆ ครึ่งค่อนมหาลัยอยากจะครอบครอง สองคนนี้ไปรู้จักกันตั้งแต่ตอนไหน!

……

[ผ่านไปประมาณสิบนาที]

คล้อยหลังรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อที่ลุกไปเข้าน้ำ นีน่าก็เริ่มเปิดประเด็นพูดอีกเรื่องขึ้นมาทันทีเพื่อดูท่าทีของปลายฝน

“พี่เซอร์เวย์เขาดูร้อนรนใจและรู้สึกผิดกับเธอมากเลยนะ ฉันเลยบอกเขาไปว่าเธออยู่ที่นี่ เขาน่าจะกำลังมาอ่า”

ผู้ชายที่ถูกกล่าวถึงในบนสนทนาคือหนุ่มรุ่นพี่คนคุยของปลายฝน แต่ตอนนี้เธอตัดขาดจากเขาแล้วหลังจากที่รู้ความจริงบางอย่างด้วยตาตัวเอง

“ไม่ยักรู้ว่าเธอสนิทกับคนคุยเก่าของเพื่อนตัวเองขนาดนี้” ปลายฝนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นกอดอก บางทีการแกล้งโง่เพื่อดูธาตุแท้คนก็สนุกดีเหมือนกัน

“สนิทอะไรล่ะ เขาติดต่อฉันมาถามเรื่องเธอไง ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ฉันเองก็ลำบากใจเหมือนกัน..ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพี่เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอคุยด้วย ฉันคงไม่ช่วยเขาแน่”

ทั้งที่รู้แบบนั้นก็ยังจะแอบเอากับคนคุยของเพื่อนลับหลังโดยที่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลยแบบนี้น่ะเหรอ!..ปลายฝนเหลืออดเต็มทีแต่ยังข่มอารมณ์ยับยั้งตัวเองเอาไว้เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะเอาคืน คนแบบนีน่าแค่ด่าเฉยๆ ไม่สาแก่ใจหรอก!

“ฉันเป็นเพื่อนกับเธอมานานทำไมจะไม่รู้ว่าเธอเสียใจมาก เธอน่ะไม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งกับฉันหรอกนะปลายฝน”

รางวัลตุ๊กตาทองสาขาเพื่อนตอแหลได้โล้แห่งปีต้องเข้าแล้วไหม คนอะไรแสดงได้เก่งขนาดนี้

ทำได้ยังไง!

“นีน่า..เธอน่ะเพื่อนฉันจริงเหรอ” หรือเห็นเป็นเพื่อนแค่ตอนมีผลประโยชน์เท่านั้น

“หืม? นี่เธอโกรธเรื่องที่ฉันบอกพี่เซอร์เวย์ว่าเธออยู่ที่นี่เหรอ”

แล้วแต่จะคิดเลยย่ะยัยคนตอแหล!

ปลายฝนไหวไหล่ตอบกลับด้วยการแสยะยิ้มมุมปากส่งผ่านสายตาคำว่า ‘ตอแหล’ ไปให้

แค่เห็นว่าอีกฝ่ายกัดฟันกรอด มองมาด้วยสายตาที่เริ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ก็รู้สึกสะใจเบาๆ

คนอย่างปลายฝนถ้าหากให้ใจกับใครไปแล้วก็ให้เต็มร้อยแต่ถ้าเกลียดแล้วก็เกลียดเต็มร้อยเหมือนกัน ไม่มีโกง!

“พอแล้วมั้ง~” เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบพลางแย่งแก้วออกจากมือ ตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็นเธอหยุดดื่มเลย ดูดิหน้าแดงไปหมดแล้ว

เดย์กลับมาจากห้องน้ำก็ล้มตัวลงนั่งที่เดิม เขาไม่ได้สนใจสายตาของใครต่อใครที่มองมาและไม่คิดที่จะพูดทักทายใครด้วย สายตาของเขามองที่ปลายฝนคนเดียวอย่างที่เธอขอเอาไว้ แต่ถึงเธอไม่ขอเอาไว้เขาก็ไม่มีสายตามองใครในค่ำคืนนี้นอกจากเธอได้อยู่แล้ว

ดวงหน้าสวยเบี่ยงตัวเงยหน้าระบายยิ้มหวาน สายตาเธอหวานฉ่ำละมุน มือเล็กยกขึ้นลูบเข้ากับสันกรามคร้ามคม โน้มหน้าไปกระซิบข้างใบหู “ทนไม่ไหวแล้วเหรอคะ” เธอทำราวกับมีแค่เราสองคนทั้งที่กำลังตกเป็นเป้าสายตาหลายต่อหลายคู่รอบตัว

"หืม.." พอเมาแล้วกลายเป็นคนละคนขนาดนี้ได้ไง แต่ละคำที่พูดออกมา แถมสายตาที่ออดอ้อนนั่นก็อีก...

'โคตรน่าเอากว่าเดิม'

วงแขนหนาจากที่วางพาดบนพนักเก้าอี้ด้านหลังเลื่อนลงมาโอบรอบเอวคอด คนตัวเล็กเอนตัวพิงเข้ากับแผ่นอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นเป่ารดบริเวณซอกคอขาว "พี่อยากกลับเลยไหม~"

เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นคำตอบ ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว

"พูดมาสิ ถ้าไม่พูดฉันก็ไม่รู้หรอกนะ" เรียวนิ้วชี้ทาบลงบนริมฝีปากหยัก ใบหน้าสวยออดอ้อน ดวงตาหวานฉ่ำละมุนไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์

"ต้องพูดอะไรอีก" ที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังมองไม่ออกอีกเหรอ

"ต้องพูด…ฉันชอบคนที่พูดตรงๆ พี่คิดอะไรอยู่ก็พูดออกมาได้เลย"

ได้! อยากให้พูดใช่ไหม

มุมปากคนฟังกระตุกยิ้มก่อนจะโน้มไปกระซิบข้างใบหูให้ได้ยินกันแค่สองคน "ตอนนี้แค่ได้กลิ่นหอมจากตัวเธอ พี่ก็แข็งไปหมดแล้ว" เสียงที่เปล่งออกมาแผ่วเบายิ่งกระตุ้นอารมณ์ของคนที่ได้ฟังเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว

ปลายฝนระบายยิ้มพึงพอใจ คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนพร้อมกับดึงท่อนแขนแกร่งให้ลุกขึ้นตามมา

“อ้าว จะกลับแล้วเหรอ”

“อืม ขอตัวก่อนนะ~” ปลายฝนไม่สนไม่แคร์อะไรใดๆ พูดจบก็ควงหนุ่มรุ่นพี่ออกไปทันที

ทิ้งให้เพื่อนทุกคนในวงเหล้ามองตามไปด้วยสายตาอิจฉา ก็จะอะไรซะอีกอ่ะ..นั่นมันตัวท็อปวิศวะเฮดว้ากปีสี่ที่สาวๆ ครึ่งค่อนมหาลัยหมายตาต้องใจ ไม่มีไม่ใครในที่นี้ไม่รู้จักเขาหรอก ไม่อิจฉาไหวเหรอ!

เสียงซุบซิบนินทาเริ่มต้นขึ้นทันทีแทบจะตามแผ่นหลังคนที่อยู่ในบทสนทนาไปติดๆ

“โอ้ยอิจฉาตาร้อนไม่ไหวแล้ว ปลายฝนไปรู้จักกับพี่เดย์ตอนไหนถึงได้ควงเขามาได้ ตัวแม่ตัวมัมมากเว่อร์~”

“เห็นจากไกลๆ ว่าหล่อแล้ว มองใกล้ๆ โคตรพ่อโคตรแม่ของคำว่าหล่ออ่า~”

“นั่นสิแค่เบ้าหน้าก็หล่อกร้าวใจไม่ไหว แล้วข้างในเสื้อจะกร้าวใจขนาดไหนอ่า โอ้ยไม่อยากจะคิด...ว่าแต่นีน่าเธอรู้เรื่องนี้มาก่อนป่ะ?”

“ก็คงแค่วันไนท์สเเตนด์นั่นแหละ” นีน่าพูดพลางมองตามแผ่นหลังของปลายฝนที่กำลังเดินออกไป

“จะวันไนท์สแตนด์หรืออะไรก็เถอะ ถ้าเป็นพี่เดย์อ่ะได้สักครั้งก็ฟินแล้วไหมอ่า ดูสายตาที่เขามองปลายฝนเมื่อกี้ดิแทบจะกลืนกินอยู่แล้ว>< อ่ย วาสนานางแหละเนอะ..คนอะไรทั้งสวยทั้งรวย แถมผู้ชายแต่ละคนในชีวิตก็งานดีมากเวอร์ ชีวิตดีไม่ไหว”

ปั่ก! แก้วเหล้าถูกกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง “หุบปากสักทีได้ป่ะ พูดมากน่ารำคาญ!” นีน่าเผลอสถบทออกมาเสียงดังเก็บอารมณ์ไม่อยู่

เพื่อนที่ถูกมองเขม่นหลุบตาลงต่ำพลางมองสบตากับเพื่อนอีกคนในวงด้วยสายตารู้กันว่านีน่าน่ะอิจฉาปลายฝน...ต่อหน้าพูดดีด้วยแต่ลับหลังอย่างกับคนละคน อีนี่มันร้ายมากค่ะหัวหน้า!

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 214

    (ห้าปีผ่านไป) คีย์ Part @คลีนิคทันตกรรม พ่อคร้าบ...ไนท์กลัว “ “ไม่ต้องกลัว ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย เชื่อพ่อนะครับคนเก่ง” “จริงเหรอครับ” มิดไนท์ คือลูกชายชองผมกับน้องฟ้าใส ตอนนี้เจ้าตัวเล็กห้าขวบเเล้ว “ไม่เห็นมีอะไรเจ็บเลย สุดหล่อของน้าเเคร์” ที่นี่เป็นคลีนิคทันตกรรมของเเป้งเเคร์ น้องสา

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 213

    พี่คีย์กำลังจุดเตาพิงไฟให้ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนโซฟาหน้าเตาผิง พอจุดเตาเสร็จ พี่คีย์ก็เข้ามานั่งโอบกอดฉันเอาไว้ ฉันเเทบจะไม่สนใจพี่คีย์ เพราะสนใจเเต่ไอศครีมในมือ "พอเเล้วครับ พี่ไม่ให้กินเเล้ว เดี๋ยวน้องก็เเพ้อีก" พี่คีย์เอาไอศครีมออกจากมือของฉัน เเล้วเขาก็พามันออกไปทิ้งต่อหน้าต่อตาของฉ

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 212

    ฟ้าใส Part -ช่วง Winter ฤดูหนาวในปีนึง- ว้าว~ วิวสวยสุดยอดไปเลย...ตอนนี้เราอยู่ประเทศญี่ปุ่น อากาศตอนนี้ติดลบสององศา เรามากันในช่วง Winter (หน้าหนาว) ตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็น ติดลบไปประมาณสององศา เเต่ยังไม่มีหิมะตกลงมา คนอะไรนับวันยิ่งหล่อ มีเสน่ห์ขึ้นเรื่อยๆ พี่คีย์ดูไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 211

    ตอนนี้ฉันเรียนจบเเล้ว ...ก็เข้ามาทำงานที่บริษัทของครอบครัวนี่เเหละ บริษัทของพ่อเป็นบริษัทที่ผลิตทั้งละคร ผลิตทั้งดารานักแสดงเเถวหน้ามากมาย เเละก็ตรงกับสายที่ฉันเรียน ...ฉันเริ่มทำงานจากการฝึกเเละเรียนรู้งานเเทบจะทุกเเผนก ..เเต่ในส่วนของฉันไม่ได้หนักมาก ...เพราะฉันมีฟ้าครามคอยช่วยในงานด้านบริหาร

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 210

    ฉันเป็นฝ่ายจูบ …จูบชนิดที่ว่าเอาใจพี่คีย์สุดๆ เขาจะใจเเข็งได้สักเเค่ไหนเชียว ฉันช้อนสายตาขึ้นไปมองสบตากับพี่คีย์ ในขณะที่ริมฝีปากก็ยังคงจูบ เเต่ฉันจูบไม่เก่งไง ฉันสอดใส่ลิ้นเข้าไปขนาดนี้เเล้วจะไม่จูบตอบกลับมาจริงๆ เหรอ สายตาฉันก็ยั่วยวน อีกทั้งหน้าอกหน้าใจก็เเนบลงบนอก เเต่พี่คีย์ยังคงนิ่ง… (ห้

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 209

    “ไม่เอา…มันน่าเกียจอ่ะ ฟ้าไม่อยากให้พี่เห็น” คนตัวเล็กส่ายหน้าร้องไห้งอเเงออกมาอย่างหนัก “ฟังพี่นะ ในสายตาของพี่ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงเธอก็เป็นเธอ” “เเต่ตอนนี้มันน่าเกียจอ่ะ…ผื่นขึ้นเต็มไปหมดเเล้ว” “พี่จะทำให้หายเอง …เเค่นี้ไม่ได้ทำให้พี่มองน้องเปลี่ยนไปหรอก” “จะ…จริงนะ” “อืม” “กอดหน่อยได้

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 38

    (หลายวันผ่านไป) “รอของอยู่เหรอ” ปลายฝนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใสเป็นมิตรเมื่อเดินลงมาด้านล่างก็เจอกับหยาหยีที่ยืนอยู่ “ป่าวหรอก เราแค่ออกมาเดินเล่น” ปลายฝนพยักหน้ารับ หยาหยีมองมาแล้วเหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดซ้ำสีหน้ายังดูไม่สดใสเอาเสียเลย “เธอเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรก็พูดกับฉันได้นะ” ปลายฝน

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 31

    “ม-ไม่” ตอนนี้ตอบอะไรได้ก็ตอบไปก่อน เธอกระสันแทบจะอดรนทนไม่ไหวแต่เขาก็เหมือนจะแกล้งกันให้ทรมารอยู่ได้ “เหรอ แล้วที่ยิ้ม ที่ตอบมันว่าโสดคือไรวะ” น้ำเสียงเริ่มเข้มขึ้นตามอารมณ์คุกรุ่น “ก็ตอนนั้น…” ไม่รู้ว่าเป็นอะไรนี่น่า ถ้าเขาไม่มานั่งด้วยมันคงไม่เป็นแบบนี้ “อะไร” เธอไม่ตอบ จะเปลี่ยนเรื่องด้ว

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 30

    “มาถึงก็เรียกสายตาสาวโต๊ะข้างๆ หันมองแทบจะเหลียวหลังเลยนะพี่ ฮอตจริงๆ” เจคแซว ก็แน่ล่ะพี่เดย์ในสายตาเขาคือโคตรจะเท่ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว หน้าตา เสื้อผ้า ทรงผม ดูดีไปหมดทุกอย่างราวกับว่าจะแต่งตัวแบบไหนก็ได้ “มานานยัง” “ไม่นานครับ แล้วนี่พี่มากับใครอะ” “ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยแวะมา” เจคพยักหน้าร

  • Only Day อย่าเล่นกับระบบ   บทที่ 29

    "พี่เอากับเพื่อนสนิทฉันลับหลัง แล้วยังมีหน้ามาขอคืนดีฉันอีกเหรอ" ผู้ชายคนนี้เห็นเธอเป็นควายหรือไงกัน ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าจะหลงไปเปิดโอกาสคุยกับผู้ชายประเภทนี้ นี่มันนิสัยชายแท้ชัดๆ เรื่องอื่นพอให้อภัยได้ แต่เรื่องนอกใจครั้งเดียวเกินพอ นี่ขนาดยังไม่ได้คบกันเป็นแฟนเขายังสารเลวขนาดนี้ ใครจะเ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status