로그인ไอรีนไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเลยสักนิดกับประโยคคำถามที่ว่า 'แค่เพื่อนจริงเหรอ' เหตุเพราะมักจะได้ยินคำถามแบบนี้จากคนรอบตัวอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่มีกลุ่มเพื่อนสนิทเป็นผู้ชาย
ไม่ทันที่ไอรีนจะตอบอะไรใดๆ อีก ก็มีใครบางคนเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ
ทำไมพึ่งเข้ามา ไปสูบบุหรี่อะไรนานเป็นชาติ!
พวกเจ้ทั้งสองคนตาเป็นประกายสะกิดกันไปสะกิดกันมาราวกับเจอดาราไอดอลคนโปรด
แต่คนที่เข้ามาใหม่ไม่ได้สนใจอะไร ร่างสูงโปร่งหย่นตัวนั่งลงที่ว่าง
สายตาเธอสานสบกับสายตาของเขาเข้าพอดี จึงเอ่ยพูดแนะนำพวกรุ่นพี่ที่พามานั่งด้วย… คนยิ้มยากยกยิ้มมุมปากทักทายกลับมาตามมารยาท ทำเอาพวกเจ้ทั้งสองแทบจะนั่งไม่ติดตัวบิดไปบิดมากันเลยทีเดียว
"หล่อจริง หล่อสัสๆ" เจ้นานากระซิบกระซาบข้างหูเบาๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
เจ้พวกนี้นิ! นี่ขนาดมีแฟนเป็นตัวเป็นตน เเต่ก็ยังกล้าเเอ๋วผู้ชายอีก โดยเฉพาะยูโรพวกเจ้มันกรี๊ดเขามาตั้งแต่ปีหนึ่ง เขาฮอตจนเป็นที่พูดถึงของผู้หญิงในมหาลัย ไม่มีใครไม่รู้จักตัวตึงคณะวิศวะคนนี้หรอก
"ถามอีกครั้งเถอะ แกไหวเหรอไอรีน"
ยังไม่หยุดแซวอีก
"นังตัวดีอย่าเล่นตัวเยอะ"
"พวกเจ้ก็พูดไปเรื่อย มาๆ ดื่มกันเถอะ เอาแต่พูดเรื่องหนู มาพูดเรื่องเจ้บ้างดิ"
"เปลี่ยนเรื่องเก่งนะย่ะ"
เราต่างคนต่างนั่งดื่ม ไอรีนนั่งเมาท์กับรุ่นพี่… มีบ้างที่หันไปสบสายตาคมกริบของคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม แล้วภาพก่อนออกจากห้องก็ฉายวนกลับเข้ามาในหัวเธออีกครั้งจนต้องยกมือลูบต้นคอเบาๆ
••••
ผ่านไปสักพักพวกเจ้ทั้งสองนั่งได้ไม่ถึงห้าทุ่มก็กลับ..ให้เดาก็คงเพราะแฟนตาม
ไอรีนลุกมาเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางเดินกลับมีสายตาหลายคู่มองมา…คงเพราะการเเต่งกาย บวกกับผมสีฮันนี่บราวน์กระทบกับแสงไฟสลัวก็คงไม่แปลกที่จะทำให้โดดเด่นสะดุดตาใครหลายๆ คน ซึ่งเธอก็ชอบนะ มันทำให้รู้สึกมีความมั่นใจ แต่บางครั้งความสวยก็กลายเป็นดาบสองคมได้เหมือนกัน
ผู้หญิงบางกลุ่มเบะปาก ผู้ชายบางคนมองมาด้วยสายตาหื่นกาม….
เดินไปถึงโต๊ะก็ได้ยินเสียงวิลกำลังพูด สายตามองมาเตรียมจะแซว
“นินทาอะไรฉันอีกแล้วใช่มั้ยนั่น” ไอรีนกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟาที่ว่างท่ามกลางเพื่อนผู้ชายสี่คน
“ใครมันจะไปกล้านินทาอะไรคุณล่ะครับ”
“นายนั่นแหละตัวดีเลย วิล!”
“อ้าว พูดงี้ก็สวยดิ”
“ใช่เพราะฉันสวยไง”
“เออ แล้วจะเถียงไรได้ว่ะ ยูโรมึงจัดการดิ๊”
นั่งเงียบๆ อยู่ดีๆ ก็โยนมา ไอ้เพื่อนตัวดี! หางานให้ตลอด
อีกทั้งคนรอบตัวมักจะติดภาพที่อยู่ในลุคเฮดว้าก ..บุคลิกภายนอกดูน่าเกรงขาม มีความเป็นผู้นำ เพื่อนในคณะเลือกให้เขาเป็นหัวหน้าเฮดว้ากของรุ่น แถมยังได้ฉายาว่าเป็นพี่ว้ากหน้าหล่อ 'ถึงพี่จะดุหนูก็ไหว' น้องๆ สาวๆ เขาพูดงี้กัน
“มองอะไร” ไอรีนเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามคนข้างๆ ..ดวงตากลมโตนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคาราเมล แพขนตางอนยาวถูกดัดจนงอนสวย ใบหน้าขาวเนียนใส ริมฝีปากเรียวเป็นกระจับเคลือบด้วยลิปกลอสสีพีช จมูกเชิดรั้นที่บ่งบอกได้เลยว่าเป็นคนดื้อสุดๆ
ยูโรลดแก้วที่กำลังส่งเข้าปาก ทิ้งสายตามองเพื่อนผู้หญิงคนเดียวของกลุ่ม แต่ก็ไม่ยักจะพูดตอบโต้อะไร
ไอรีนรับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมาอยู่ตลอด เขาก็เป็นแบบนี้แหละ ชอบมองด้วยสายตานิ่งๆ บางครั้งก็กวนใจยังไงไม่รู้
"อ่ะแฮ่ม! จ้องกันไปจ้องกันมาระวังท้องนะครับ" วิลคนขี้เสือกยื่นหน้ามาจ้องจับผิด
ไอ้บ้า! คนนะไม่ใช่ปลากัด
••••
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน เพื่อนบอกจะออกไปสูบบุหรี่ ไม่รู้ว่าไปสูบหรือไปสร้างโรงงานผลิตบุหรี่กันแน่ หนึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่กลับมาที่โต๊ะ
ดวงหน้าสวยเอนเอียงคอช้อนสายตามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ที่ตอนนี้ทั้งโต๊ะเหลือแค่เขาและเธอ
เสี้ยวหน้าคร้ามคมหันมาสบตา แสงไฟสลัวในร้านตกกระทบโครงหน้าหล่อคมเข้ม รอยสักตัวอักษรโรมันเล็กๆ บริเวณลำคอข้างขวาทำให้เขายิ่งดูมีเสน่ห์ น่าค้นหา
แค่นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ทำอะไรก็โคตรจะ 'ฮอต'
"ไมอ่ะ ช่วงนี้เสือจำศีลเหรอ" เธอกระเซ้าเหย้าแหย่
"คงงั้น"
"เสือมันจะไปสิ้นลายได้ไง”
“ดูเป็นคนเจ้าชู้ขนาดนั้นเลย?”
"ยังจะให้พูดอีกเหรอ" ยูโรไม่ใช่พวกเฟรนลี่เข้าถึงง่าย แต่เขามันเป็นพวกเสือกินเงียบ
"ถ้าบอกว่าเจ้าชู้มันก็ไม่ถูกป่ะ ฉันไม่ได้หน้าหม้อล่อไปทั่ว" เขาเถียงกลับ
ชั่งกล้าพูด "ไม่ได้ล่อไปทั่ว? แต่ล่อดาวทุกคณะอ่ะน่ะ"
"ใครบอก"
“เรื่องจริงสินะ” ถ้าไม่เถียงก็แสดงว่าเรื่องจริง
"ไม่จริง"
ไอรีนกรอกตามองบน เอาเถอะจะยอมรับหรือไม่ยอมรับมันก็เรื่องของเขา ไม่เห็นจะอยากรู้!
"ก็..ยังมีอยู่ดาวคณะนึงที่ยังไม่ล่อ" เสียงเรียบๆ เอ่ยพูด
ไอรีนชะงัก แพขนตางอนกระพริบถี่ๆ ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองก็เป็นดาวคณะวิศวะ
ยูโรกระตุกยิ้มมุมปาก เบนสายตาทิ้งมองคนปากเก่งที่พูดอะไรไม่ออก
"ไม่ได้คุย ไม่ได้สานต่อกับใครจริงๆ" พูดย้ำให้ฟังอีกครั้งว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด ทำไมถึงชอบคิดไปเอง
"แน่จริงเอาโทรศัพท์มาดู" ไอรีนแบมือยื่นไปขอแบบแกล้งๆ ลองใจ ใครมันจะมาให้เช็คโทรศัพท์กันง่ายๆ
แต่สิ่งที่ได้รับเหนือความคาดหมาย ยูโรล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงวางลงบนมือของเธออย่างง่ายดาย
แต่คิดเหรอว่าคนอย่างไอรีนจะมีความเกรงใจ แน่นอนว่าไม่! เธอมันเป็นคนประเภทตาต่อตาฟันต่อฟันอยู่แล้ว "รหัส"
ยูโรโน้มใบหน้ามากระซิบพูดข้างใบหู "หนึ่งสองศูนย์หกเก้าเจ็ด” ลมหายใจอุ่นๆ เป่าเฉียดบริเวณผิวแก้ม ความใกล้ชิดที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจ
"กดดิ"
เสียงยูโรดึงสติกลับมา นิ้วเรียวกดรหัสตามที่เขาบอก แพขนตากระพริบถี่ๆ
ปลดล็อคโทรศัพท์ได้ก็เช็คทุกแอปพริเคชั่น ในเมื่อเขาเป็นคนอนุญาตให้ดูเอง เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างยูโรจะไม่มีสาวคุย
"ไม่อยากเชื่อ"
เป็นไปไม่ได้!…. แต่ก็เป็นไปแล้ว เขาไม่ตอบข้อความของใครเลย ตอบแค่ข้อความจากพวกเพื่อนเท่านั้น
คนอย่างยูโรอ่ะน่ะ
"แล้วเธอ?" เขาถามออกมาสั้นๆ ละสายตาหยิบแก้วขึ้นมากระดกดื่ม
"ก็ไม่มี" คนโดนถามกลับก็เริ่มคอแห้งต้องยกแก้วขึ้นมาดื่มเหมือนกัน
"เหรอ" เขาทำหน้าไม่เชื่อ เพราะสนิทกันมากมีเหรอที่จะไม่รู้ว่าคนพูดกำลังโกหก
“อะไร~ จะเอาโทรศัพท์ไปดูเลยมั้ยล่ะ”
ไม่คิดว่ายูโรจะยื่นมือมาจริงๆ ..ปกติเขาอยากจะเผือกเรื่องคนอื่นที่ไหน ทำไมวันนี้มาแปลก เธอก็แค่พูดเล่นๆ เอง
“เพื่อนที่ไหนเขาเช็คโทรศัพท์กัน”
“เมื่อกี้เธอทำอะไร”
ยอกย้อนเก่ง!
“กะ ก็…” ไอรีนเถียงไม่ออก คิดคำตอบไม่ทัน
“เหอะ” เสียงเค้นหัวเราะลอยมาอย่างเย้ยหยัน นัยน์ตาดำขลับจดจ้องมอง "เป็นเพื่อนแล้วไม่มีสิทธ์…" ประโยคหลังโน้มตัวมากระซิบ
"งั้นเป็นผัวเลยดีมั้ย"
(หลายปีผ่านไป…)“พ่อพ่อจ๋าาาา ทำแบบนี้แย้วจาแข็งแรงใช่ไหมก๊ะ พี่บยาวน์ทำด้วยจิ มาเเย้วๆ ฮึบ ฮึบ”เสียงหวานเจื้อยแจ้วทำไอรีนหลุดอมยิ้ม เมื่อเดินเข้าไปถึงก็เห็น 'อลิเซีย' ลูกสาวตัวเล็กของเธอกำลังยกขวดนมลอกเลียนแบบคนเป็นพ่อที่กำลังออกกำลังกายอยู่ และมีเจ้าแบร์บราวน์ที่ทำหน้าง่วงนอนแต่ตามเฝ้าอลิเซียไม่ห่างเป็นภาพที่เห็นได้ในทุกเช้าในบ้านหลังนี้…แล้วดูดิผูกผมอะไรให้ลูกสาว แม่หัวจะปวดในวันหยุดสุดสัปดาห์ยูโรมักจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านกับลูก อลิเซียติดยูโรมาก ส่วนคนเป็นพ่อก็ทั้งรักทั้งหลงลูกสาว รวมไปถึงพวกลุงป้าน้าอาทั้งหลายก็ด้วย“แม่จ๋าาาา” :)“หิวข้าวยังคะ”“หิวแย้วก้ะ หม่ำๆ ข้าว” เจ้าตัวเล็กตีพุงกลมๆ ทำท่าหิว"ถ้าอย่างนั้นทั้งสองคนพ่อลูกลุกไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ แม่จะออกไปตั้งโต๊ะอาหารรอ"……(โต๊ะทานข้าว)….“อลิเชียยยยยยยยยยยยยยยย~” เสียงหนึ่งดังตะโกนมาจากทางรั้วหน้าบ้านเสียงแบบนี้มีอยู่คนเดียว!ยูโรลุกไปยังประตูรั้วหน้าบ้านไปหาต้นเสียงที่มันตะโกนเรียกชื่อลูกสาวของเขาแต่เช้าใบหน้าเล็กแป้นแล้นถอดแบบจากพ่อมันมาไม่มีผิดกำลังแนบหน้ายืนกอดรั้วหน้าบ้านไม่ใช่ลูกใครที่ไหนแต่เป็นลูกชายไอ้โฬม เพื่อน
พ่อค้าร้านขายดออกไม้ชาวฝรั่งเศสพูดอะไรบางอย่าง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สายตาเหมือนเอ่ยแซว โดยที่มีไอรีนยืนงุนงงไม่เข้าใจอยู่คนเดียวแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้แหละว่าเขิน....ก็ผู้ชายซื้อดอกไม้ให้ ใครบ้างไม่เขินอ่าปารีสเป็นเมืองโรแมนติกอยู่แล้ว ตอนนี้บรรยากาศก็ยิ่งทวีคูณความโรแมนติกเท่าตัว“แปลว่าอะไร” ยูโรเขียนภาษาฝรั่งเศสไว้บนการ์ด“Je t’ aime à la folie (เฌอแตมอะลาโฟลิ) ”“….” เธอเลิกคิ้วรอฟังความหมาย แต่เขาไม่ตอบ วาดวงแขนพาดบนไหล่ดึงเธอเข้าหาตัวรั้งให้เดินต่อ…..จนกระทั่งมาถึงร้านอาหารที่นัดกับครอบครัวแฟนพี่ชายของเขาเอาไว้ ที่นี่เป็นบ้านเกิดของเซเลน่า และไอรีนเองก็ชื่นชอบเซเลน่ามาก ทั้งสองสนิทสนมกันผ่านการพูดคุยและความชอบที่มีเหมือนกัน“ไอร์ถามอะไรหน่อยได้ไหม ประโยคนี้แปลว่าอะไรเหรอคะ”ด้วยความอยากรู้ไอรีนหยิบการ์ดในช่อดอกไม้ยื่นให้เซเลน่าช่วยแปลให้ฟังเป็นภาษาอังกฤษว่าแต่ทำไมเซเลน่าอ่านแล้วยิ้มเขินแบบนั้นกันล่ะ ยูโรคงไม่เขียนประโยคแปลกๆ หรอกน่ะอย่างเช่นหลอกด่าเธอทางอ้อมไรงี้เซเลน่าหันไปยิ้มกับสามีตัวเอง ก่อนจะหันมาตอบคำถามว่าที่น้องสะใภ้ “I’m crazy about you (ฉันรักคุณอย่างบ้าคลั่ง) ”ไอรีนกระพ
ณ กรุงปารีส, ฝรั่งเศสหลังจากเรียนจบไอรีนได้ลองทำหลายสิ่งหลายอย่าง และเธอโชคดีที่ไม่ว่าคิดจะทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุนทุกความคิด ทุกความฝัน และคนคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย ...เขาคนที่เป็นทั้งเพื่อนสนิท และแฟนซึ่งสิ่งนี้ล่ะมั้งเลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาราบรื่นไม่มีอุปสรรคต่างคนต่างเข้าใจกันและกัน ต่างคนต่างให้อิสระกันและกัน“อยากกินอะไร”“อืม ขอคิดดูก่อนนะ... โอ๊ะ ภาพนั้นสวยจัง” เจ้าของคำพูดสาวเท้าตรงปี่ไปยังเป้าหมายโดยที่ไม่ได้สนใจคำถามของคนที่เดินตามหลังเลยสักนิด ทั้งที่เขาอุตสาห์รีบเคลียร์งานจะได้มีเวลาพาเธอเที่ยวแต่ดูเธอดิ….ไอ้เราก็คิดว่าแฟนไม่อยากห่างกับเราเลยอยากมาด้วย แต่ที่ไหนได้เข้าใจผิดคิดไปเองทั้งนั้นเธอแม่งไม่สนใจกันเลยสักนิด....ไอรีนพึ่งค้นพบว่าเธอสนใจเกี่ยวกับงานด้านศิลปะ เธอชอบสะสมภาพวาดและงานศิลปะต่างๆ ครั้งนี้เลยได้มีโอกาสบินมาดูงานศิลปะของนักวาดชื่อดังระดับโลกที่ฝรั่งเศสตามคำชวนของเซเลน่าภรรยาพี่ชายยูโรไอรีนมัวแต่สนใจภาพวาด หันกลับไปอีกทีก็ไม่พบยูโรแล้ว....หายไปไหน?จนกระทั่งไอรีนเดินออกมาด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ถึงได้เห็นร่างสูงโปร่งหุ่นดีในชุดเสื้อโค้ดสีดำยื
“พูดก็พูดเถอะ ฉันล่ะอิจฉา หล่อวัวตายควายล้มขนาดนั้นอ่า”คำพูดยินยออวยความหล่อของยูโร ไอรีนได้ยินผ่านหูแทบจะนับครั้งไม่ถ้วน ...อีกอย่างเขาก็หล่อวัวตายควายล้มจริงๆ นั่นแหละ“ดูมัน ยิ้มแบบผู้ชนะมาก”ไอรีนยิ้มกรุ้มกริ่ม ก็แฟนเธอหล่อจริงๆ นี่น่า แล้วจะให้พูดโต้แย้งอะไร“ถามจริงๆ เลยนะ...อันนี้เจ้อยากเผือกเป็นการส่วนตัว”สายตาไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่คนเดียวพุ่งตรงล็อคเป้าหมาย ยัยพวกเจ้สามคนนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว“เรื่องนั้นเป็นไง....”ไอรีนยกยิ้มมุมปากโดยที่ไม่ต้องรอให้คนถามขยายความก็รู้ว่าพวกเจ้มันอยากรู้อะไร “ถึงใจ ไม่เคยทำให้ผิดหวัง”“กรี้ดดดด แกนี่มันแน่จริงๆ ยัยไอรีน”“หมั่นไส้ความขิง”“ไม่เคยทำให้พวกเจ้ผิดหวัง”เจ้ทั้งสามพากันบิดตัวเป็นเกลียว อีกทางก็หมั่นไส้ความขิงของยัยไอรีน มันจะขิงอะไรขนาดนั้น ดูหน้ามันตอนนี้ดิ จ้า! รู้แล้วว่าผัวทั้งหน้าตาดี ทั้งแซ่บ คนฟังอิจฉาจนไม่รู้จะอิจฉายังไงดีแล้ว(อีกด้าน…)“มองขนาดนั้น ไมมึงไม่เก็บไว้ที่ห้องวะ “ไอ้ห่าวิล พูดอะไรให้มันเป็นไปได้บ้างดิวะ…มันทำได้ที่ไหนยูโรเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ส่งเหล้าเข้าปากทว่ายังคงไม่ละสายตาจากแฟนคนสวยของตัวเอง“เนี่ยเพราะม
“ชิ ขี้เหนียวอ่า”“เมียใคร ใครก็หวง”“เฮ้อ...” เอาตามที่ว่าเลยยูไอรีนกลั้นยิ้ม เขินแหละแต่เก็บทรงอยู่ เธอส่งมือลูบข้างแก้ม สายตาสื่อความหมายมองสบตากันและกันเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน เขาเห็นเธอมาครบหมดแล้วทุกเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะตอนที่สวยสุดๆ หรือหน้าสดตอนลุกขึ้นมาจากเตียง เธอไม่ต้องพยายามเพื่อสร้างความประทับใจเวลาเจอกันเพราะยังไงเขาก็ชอบเธออยู่ดี“นายว่าถ้าเราไม่ได้มาเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้เราจะได้รู้จักกันไหม”“ฉันคงสอยเธอตั้งแต่ปีหนึ่ง”ไอ้บ้าคนนะไม่ใช่ลูกมะม่วง “จริงเหรอ แล้วทำไมถึงอดทนมาได้ถึงสี่ปี”“ใครบอกว่าอดทน ลับหลังเธอฉันจัดการผู้ชายทุกคนที่มันเข้ามายุ่งกับเธอหมดนั่นแหละ”หึ ถึงว่าไม่ค่อยมีผู้ชายกล้าเข้ามาจีบเลย เพราะหมาตัวนี้นี่เอง “แล้วทำไมถึงคิดจะข้ามเฟรนด์โซนเอาตอนนี้”“ทนไม่ไหวแล้วไง เธอยั่วเก่งนี่ อีกอย่างไม่ว่ายังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก”ชิ มั่นมากกกกก“เอาจริง ฉันไม่คิดว่านายจะชอบฉัน” ไอรีนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เอาจริงเธอไม่คิดจริงๆ ว่าเธอกับยูโรจะมาลงเอยเเบบนี้“ก็ดูไม่ยาก คนอื่นเขาดูออกกันหมด แม้แต่แม่ฉันที่เจอเธอครั้งเดียวยังดูออกเลย”“ก็นายชอบแกล้ง ชอบพูดเล่น ใค
หมับ คนตัวเล็กถูกกระชากแขนจนล้มไปนอนเกยอยู่ด้านบนคนตัวโตไอ้คนเจ้าเล่ห์ ขนาดเมาก็ยังเจ้าเล่ห์ ไอรีนกระแทกกำปั้นบนหัวไหล่คนบ้า "//""ไอรีน~""จำได้แล้วเหรอ"ยูโรจับรวบคนตัวเล็กให้นอนลงข้างๆ เขากอดเธอเอาไว้ ก้มหอมหัว“ไอรีน ฉันชอบเธอมาก”“….”“ชอบมากๆ จริงๆ …ชอบมาก มาก มาก~” ปลายจมูกของเขาซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอ พร้อมกับลมหายใจถี่กระชั้น“คนบ้า…พอแล้ว” เธอไม่คิดว่ายูโรเมาแล้วจะกลายเป็นคนแบบนี้….เขินจะตายแล้วเนี่ย ไอ้คนบ้า!มือซุกซนของคนเมาล้วงเข้ามาบีบขย้ำใต้ชุดนอน ความหวาบหวามแล่นริ้วขึ้นมาทันทีที่โดนเขาสัมผัสผิวกาย ริมฝีปากร้ายกาจพรมจูบงับผะแผ่วตามลำคอลมหายใจของเขาร้อนผ่าว ทุกจุดที่เขาสัมผัสราวกับมีไฟร้อน“ไอรีน~” ริมฝีปากเปียกชื้นของเขาแนบลงกับลำคอเพรียวระหง ไล้นิ้วไปตามกระดูกไหปลาร้า สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกันไม่ว่าจะปลายนิ้วหรือลิ้นที่ลากผ่านเรือนร่าง ตรงจุดนั้นก็ร้อนผ่าวคล้ายจะมีไฟลุกขึ้นมาทันทีไอรีนเผลอจิกนิ้วลงบนแผ่นหลังกำยำ ตอนนี้สติรับรู้เพียงอย่างเดียวก็คือต้องหาทางออกระบายความอึดอัดที่รุ่มร้อนนี้ออกไปให้ได้“ไอร์ไม่ไหวแล้วยู~” เสียงเธอหวานฉ่ำ อณูแห่งคว
“ยูโร ..อ๊ะ” เขาถาโถมกายเข้าหาจนแทบจะหงายหลัง ต้องค้ำยันมือไว้ด้านหลังพยุงตัว ดวงหน้าสวยแหงนเงยหน้ามองเพดานห้อง มึนๆ เมาๆ ไม่มีเรี่ยวแรง สติเตลิดกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้วไม่มีแล้วคนปากเก่ง มีแต่คนอ่อนระทวยพรึบ คนตัวเล็กร่วงหงายหลังลงไปนอนราบบนโซฟา ดวงตาหวานฉ่ำละมุนคล้ายกับกำลังออดอ้อนยั่วยวนในคราเด
“เอาบ้าอะไร! ถอยไปเลย!!”ยูโรไม่สะทกสะท้านแม้ว่าไอรีนจะตะวาดเสียงดังจนแก้วหูแทบสั่น ไอ้แบร์บราวน์ถอยหนีไปนอนที่อื่น“ตัวหอมวะ ไอร์~..” ใช้นิ้วเกลี่ยเส้นผมไปถัดใบหู ลูบกรอบหน้าจรดมาจนถึงปลายคางไอรีนแน่นิ่ง ดวงตากลมโตกลอกกลิ้งไปมา เผลอกลืนน้ำลายลงคอ กระพริบตาถี่ๆ“หึ” ยูโรหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักยกย
‘ใครอยากเป็นเพื่อนเธอ’“เออ! ฉันก็ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนนายนักหรอก” ปั้ดโถ่วโว้ย! คิดว่าอยากเป็นเพื่อนเขามากนักเหรอไง ถ้าไม่ติดว่าไม่มีใครคบอ่ะน่ะ!มุมปากหยักกดลึก ไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะรู้ว่ายิ่งตอบโต้ไอรีนก็จะยิ่งโมโห“กวนประสาท~” ถ้อยคำด่ามาพร้อมกับกำปั้นเล็กฟาดลงบนกล้ามแขนหนึ่งทีระบายอารมณ์ แต่คน
(บนรถ) ยูโรอาสามาขับรถให้ นอกจากจะรับหน้าที่พ่อครัวแล้วยังรับหน้าที่เป็นคนขับรถประจำให้อีกรางวัลเพื่อนดีเด่นแห่งปีต้องยกให้แล้วป่ะงี้ส่วนเรื่องตุ๊กตา ยูโรรับปากว่าจะจัดการให้…แน่นอนว่าเธอเชื่อใจเขาอยู่แล้ว แทบจะไม่คิดมากไม่กังวลหรือกลัวอะไรตราบใดที่มีเพื่อนอย่างเขาอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกปลอดภัยทุกครั







