Only You! หัวใจดวงนี้เป็นของคุณ

Only You! หัวใจดวงนี้เป็นของคุณ

last updateآخر تحديث : 2025-02-13
بواسطة:  JAOTUNTEEمستمر
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
30فصول
549وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

เรื่องราวในอดีตที่เลวร้าย ทำให้เขาเกือบมีตราบาป เขาวิ่งหนีความจริงมาอยู่ในเมืองใหญ่ แต่แล้วไม่รู้ว่าเวรกรรมหรือพรหมลิขิต ที่ทำให้เขาต้องกลับมาเจอกับเธออีกครั้งในฐานะของ "เจ้านายกับลูกน้อง"

عرض المزيد

الفصل الأول

การพบกันครั้งใหม่ - 1 -

การพบกันครั้งใหม่

- 1 -

“พี่ภูดูสิๆ วันนี้ป๊ากับม๊าซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เบิ้มมาให้หนูด้วย น่ารักมั้ย”

เสียงเล็กๆ แหลมๆ ของเด็กหญิงวัย5ขวบเจื้อยแจ้วพร้อมกับโชว์ตุ๊กตาหมีตัวโตให้ผมดู เธอยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีกับตุ๊กตาตัวโตที่ได้รับ สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวขาว ปากนิดจมูกหน่อย มัดผมแกะยาวสลวยสองข้าง กับชุดกระโปรงสีแดงน่ารักสดใสเหมือนเจ้าหญิงทำให้ผมยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี

“น่ารักมากเลย แล้วนี่ตั้งชื่อหรือยัง จะให้ตุ๊กตาตัวนี้ชื่ออะไรดี”

ผมพูดพลางลูบหัวน้องสลับกับตุ๊กตาอย่างเอ็นดู พร้อมกับยิ้มให้

“พี่ภูตั้งให้หน่อยสิ หนูไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรดี”

เด็กน้อยหันมามองผมด้วยสายตาแป๋วแหว๋วบ้องแบ๊ว ทำให้น่าเอ็นดูเพิ่มขึ้นไปอีก ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางใช้ความคิดช่วยน้องสาวคิดชื่อไปด้วย สองเท้าก้าวเดินออกจากม้านั่งผมเดินไปเรื่อยๆอย่างใช้ความคิด ว่าจะตั้งชื่อตุ๊กตาให้น้องว่าอะไรดี

ปี๊ดดดดดดดดดด!! โคร๊ม!!!

ผมสะดุ้งตื่นในเวลาตี2 กับความฝันเดิม ๆ ของตัวเอง ผมฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ มาตลอด 15 ปี เหตุการณ์เหมือนจริงมากจนผมอดคิดถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ผมรู้สึกผิดมาโดยตลอดเหตุการณ์นั้นฝังอยู่ในหัวใจและสายตาของผม ภาพเด็กผู้หญิงวัยกำลังน่ารัก เปียกโชกได้ด้วยเลือดอาบหน้า สองมือกอดตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลแน่น เธอไม่มีน้ำตาแม้แต่น้อยทั้งที่เธอเป็นเพียงเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่ง กับเสียงสั่น ๆ ที่ลอดผ่านเรียวปากจิ้มลิ้มเบา ๆ 'พี่..ภู'

กริ๊งงงงงงง!

ผมเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกอย่างเคยชิน บิดซ้ายบิดขวาขับไล่ความเมื่อยล้า สองเท้าก้าวลุกขึ้นจากที่นอนอย่างอิดโรย เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับต่อได้ก็ปาไปเกือบตี5

ครืด ครืด

ผมหันไปมองตามเสียงสั่นของโทรศัพท์ ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าคนที่โทรมาเป็นใคร ผมยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียง แล้วก็จริงอย่างที่ผมคิด คนที่โทรมาคือคนที่ผมรักมากที่สุด

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณนายแม่ คิดถึงลูกชายเหรอครับ”

“ก็คิดถึงนะสิ ภูไม่กลับบ้านมาหาแม่2เดือนแล้วนะ เนี่ยพ่อแกก็บ่นกับแม่ทุกวันว่าแกไม่กลับบ้านเลย”

แม่บ่นอุบอิบตามประสาที่ลูกชายคนเดียวอย่างผมไม่ได้กลับบ้านเลยมา2เดือนเต็ม

“ช่วงนี้ที่ร้านกำลังยุ่งๆ ครับแม่ พนักงานกำลังจะลาออก1คน แม่ช่วยภูหาพนักงานมาทำงานที่ร้านสิ ภูจะได้มีเวลาไปหาแม่ด้วยนะครับ”

ผมพูดออดอ้อนคนเป็นแม่ตามความเคยชิน ผมชื่อภูผา ตอนนี้ประกอบอาชีพเปิดร้านอาหารเกาหลี แต่เมื่อ1อาทิตย์ก่อน มีพนักงานที่ร้านมาแจ้งลาออกเพราะต้องกลับไปดูแลแม่ที่เพิ่งจะออกจากห้องผ่าตัด จึงเป็นเหตุให้ผมต้องรีบหาพนักงานมาทดแทน ผมคุยกับแม่ไปสองมือหยิบไอแพดมาประกาศรับสมัครพนักงานไปด้วย ผมเลือกที่จะประกาศรับสมัครพนักงานลงในเว็บหางานน่าจะได้คนไวกว่า ร้านของผมเป็นร้านเล็ก ๆ อยู่ใจกลางเมือง เพราะทำเลนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ มีหลายคนถามผมว่าทำไมถึงเปิดร้านอาหารเกาหลี อย่างแรกเลยคือตัวของผมเองนั้นผมชอบทำอาหาร อย่างที่สอง ผมชอบเวลาเห็นคนมีความสุขกับอาหาร

“ไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วภู แล้วก็หาเวลามาหาแม่บ้าง แม่คิดถึง”

“รับทราบครับผมคุณนาย ภูรักแม่นะครับ จุ๊บ!”

ผมกดวางสายทันทีหลังจากส่งจูบใส่มือถือให้คุณนายแม่อย่างเคยชิน พร้อมกับตรวจดูใบรับสมัครในเว็บอีกเล็กน้อย พอเห็นว่ายังไม่มีคนมาสมัคร ผมก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวสีเทาผืนใหญ่ และเดินเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะจัดการธุระส่วนตัวอย่างเคยชิน

30 นาที ผ่านไป

ครืด ครืด

ผมเดินไปหยิบมือถือที่ถูกวางทิ้งไว้บนเตียงนอนขนาดใหญ่ มากดรับทันทีเมื่อเห็นว่าปลายสายคือปันหยา เธอเป็นหุ้นส่วนของร้านและยังเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง

“ว่าไง จะให้ไปรับเหรอ”

ผมพูดติดตลกกับปลายสาย เพราะผมรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เธอจะต้องให้ผมไปรับอย่างแน่นอน เพราะเมื่อวานในกลุ่มไลน์เธอเพิ่งบอกรถเสีย ให้ช่างมาลากไปตอนเช้านี่เอง

“ใช่สิ แกต้องมารับ ไม่งั้นฉันจะโดดงานนะเว้ย”

เสียงแว๊ด ๆ ของเธอทำให้ผมต้องยกมือถือออกจากหูเล็กน้อย นี่คือปันหยา เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม ที่นิสัยไม่ได้หวานหรือน่ารักเหมือนชื่อเลยสักนิด

“เออครับ รับทราบครับเจ้านายแต่งตัวให้ไวเลยครับ อีกสิบนาทีถึง”

ผมกรอกเสียงลงไปถึงปลายสายก่อนจะกดวางสาย ผมเอื้อมมือไปหยิบไอแพดขึ้นมาเช็กอีกครั้ง หน้าจอเมลที่ผมรับสมัครพนักงานเด้งขึ้นมาว่ามีคนส่งเรซูเม่มา 1 คน เป็นผู้หญิง ที่มีแววตากลมโต หวานหยอดที่เป็นเอกลักษณ์ ผมเพ่งมองรูปของผู้หญิงตรงหน้าอยู่นานพอสมควร ก่อนจะตอบกลับเมลไปให้เธอเข้ามาสัมภาษณ์งานที่ร้าน แล้วก็เดินไปหยิบกุญแจรถ มือถือ ไอแพด และออกจากห้องเพื่อไปรับปันหยา

“หาคนได้ยังวะภู ให้ฉันช่วยไหม”

ปันหยายิงคำถามทันทีที่ขึ้นมาในรถ เราเป็นหุ้นส่วนกันก็จริงแต่จะแยกกันทำคนละส่วน ผมดูแลในส่วนของพนักงาน และความเรียบร้อยของร้านโดยรวม ส่วนปันหยาดูแลเรื่องสวัสดิการ และค่าใช้จ่าย และหุ้นส่วนอีกคนของผมคือมาวิน รายนั้นจะดูแลเรื่องเกี่ยวกับการตลาดและโฆษณา

“มีนัดมาสัมภาษณ์ที่ร้านวันนี้หนึ่งคน ไม่ต้องห่วงหรอก น่าจะได้อยู่”

ผมหันไปตอบแบบยิ้มๆ ให้กลับเธอ ถึงเธอจะดูแข็งแกร่ง เป็นผู้หญิงสายลุย แต่ปันหยาคือคนที่ขี้กังวลมาก ๆ คนหนึ่งเช่นกันถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับร้าน

“อืม พี่นัดจะออกอีก3วันแล้ว ถ้าไม่ได้คนเราจะแย่นะ ไอ้วินทำใบปลิวไปแจก ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน สงสารเด็กๆ ที่ร้าน”

ผมได้แต่ยิ้ม ๆ ให้เธอ เพราะผมรู้มาตลอดว่าปันหยานั้นเธอคือคนที่จิตใจดี เป็นห่วงทุกคนมาตลอด เราถึงได้คบกันมาได้นาน จนบางครั้งผมก็คิดว่าถ้าเราอยู่กันไปแบบนี้นานกว่านี้ ผมอาจจะต้องตกหลุมรักเธอขึ้นมาสักวัน

“สวัสดีค่ะพี่ภู พี่ปันหยา”

น้ำขิง พนักงานที่ร้านกล่าวทักทายทันทีที่ผมกับปันหยาเดินเข้ามาในร้าน ผมยิ้มให้น้องขิงก่อนจะโบกมือ เป็นสัญลักษณ์ให้เธอไปทำงานของเธอต่อ แล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ถึงเราจะเป็นร้านกลาง ๆ ไม่ค่อยใหญ่โตมากเท่าไหร่นัก แต่พวกเราลงมติแล้วว่าจะแยกห้องกันทำงาน เพื่อความไม่วุ่นวาย

ห้องทำงานของพวกเราจะเป็นห้องกระจกใสเรียงกัน 3 ห้องอยู่ชั้นสองของร้าน เป็นห้องที่สามารถมองลงไปในร้านได้รอบด้าน เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยได้ตลอดเวลา

แต่คนด้านนอกจะมองไม่เห็นด้านบน จะเห็นแค่เป็นกระจกที่จะหมุนวนประดับด้วยป้ายไฟ และของตกแต่งอย่างสวยงามตามเทศกาลเท่านั้น เพื่อความเป็นส่วนตัวของเราด้วย อันนี้ก็ได้ความคิดมาจากมาวิน เพราะรายนั้นบอกว่าจะเอาไว้ดูลูกค้าและความปลอดภัย แต่ก็นะมันคือเหตุผลแอบแฝงนั่นและทำไมผมจะไม่รู้นิสัยมัน

ในส่วนของห้องทำงานของเรานั้น เริ่มที่ห้องแรกหลังจากขึ้นบันไดมาจะเป็นของปันหยา ถัดมาจะเป็นของมาวิน และห้องสุดท้ายจะเป็นผม ผมเดินเข้ามาในห้องก่อนจะทิ้งตัวบนโซฟาขนาดใหญ่ โยนมือถือและไอแพด รวมถึงกุญแจรถไว้บนโซฟาอย่างขอไปที วันนี้กว่าจะมาถึงร้านได้ ผมก็ต้องฟังปันหยาบ่นเรื่องรถติดบ้าง งานในร้านบ้างไปเกือบชั่วโมง เพราะรายนั้นบ่นได้ทุกอย่างจริง ๆ บ่นได้อย่างไม่มีข้อแม้

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ภายในของร้านดัง ผมค่อย ๆ เหลือบไปมองยังต้นตอของเสียง ก่อนจะลุกจากโซฟานุ่ม ๆ เพื่อไปรับสาย

“ภูผารับครับ”

ผมกรอกเสียงเข้าไปในโทรศัพท์พร้อมกับมองลงไปด้านล่าง เพื่อดูว่าใครที่เป็นคนโทรขึ้นมา ก็เห็นว่าเป็นพี่นัดที่ต่อสายขึ้นมา ด้านข้างของพี่นัดมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย เดาว่าน่าจะเป็นคนที่นัดมาสัมภาษณ์งานวันนี้

“มีคนมาสัมภาษณ์งานครับคุณภู”

“ให้เขาขึ้นมาห้องผมเลยครับ ขอบคุณมากครับพี่นัด”

ผมพูดจบก่อนจะกดวางสาย และเดินมาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ทำงานเพื่อรอสัมภาษณ์งานพนักงานใหม่

ก๊อก ก๊อก

“เชิญครับ”

ทันทีที่ได้รับอนุญาตจากผม ประตูกระจกบานใหญ่ก็เปิดออกทำให้ผมเห็นคนที่จะมาสัมภาษณ์งานอย่างชัดเจน ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอนั้น ร่างกายของผมเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต เป็นความรู้สึกที่เย็นวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า เพราะใบหน้าของเธอคนนี้เหมือนเด็กผู้หญิงคนนั้น คนที่ผมฆ่าเธอไปเมื่อ15ปีก่อน เธอช่างเหมือนมาก เธอเหมือนมาก ๆ ถึงแม้ว่าใบหน้าที่เห็นตรงหน้าจะดูโตเป็นสาว แต่โครงหน้าของเธอก็ยังคล้ายกับเด็กผู้หญิงที่ติดอยู่ในใจของผมคนนั้น ทั้งที่ผมเห็นรูปเธอในเรซูเม่แล้ว แต่พอเจอตัวจริงเธอกลับเหมือนมากกว่าที่ผมคิด

“สวัสดีค่ะ ชื่อยาหยี มาสัมภาษณ์งานค่ะ”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
30 فصول
การพบกันครั้งใหม่ - 1 -
การพบกันครั้งใหม่- 1 -“พี่ภูดูสิๆ วันนี้ป๊ากับม๊าซื้อตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เบิ้มมาให้หนูด้วย น่ารักมั้ย”เสียงเล็กๆ แหลมๆ ของเด็กหญิงวัย5ขวบเจื้อยแจ้วพร้อมกับโชว์ตุ๊กตาหมีตัวโตให้ผมดู เธอยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีกับตุ๊กตาตัวโตที่ได้รับ สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ผิวขาว ปากนิดจมูกหน่อย มัดผมแกะยาวสลวยสองข้าง กับชุดกระโปรงสีแดงน่ารักสดใสเหมือนเจ้าหญิงทำให้ผมยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี“น่ารักมากเลย แล้วนี่ตั้งชื่อหรือยัง จะให้ตุ๊กตาตัวนี้ชื่ออะไรดี”ผมพูดพลางลูบหัวน้องสลับกับตุ๊กตาอย่างเอ็นดู พร้อมกับยิ้มให้“พี่ภูตั้งให้หน่อยสิ หนูไม่รู้จะตั้งชื่ออะไรดี”เด็กน้อยหันมามองผมด้วยสายตาแป๋วแหว๋วบ้องแบ๊ว ทำให้น่าเอ็นดูเพิ่มขึ้นไปอีก ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางใช้ความคิดช่วยน้องสาวคิดชื่อไปด้วย สองเท้าก้าวเดินออกจากม้านั่งผมเดินไปเรื่อยๆอย่างใช้ความคิด ว่าจะตั้งชื่อตุ๊กตาให้น้องว่าอะไรดีปี๊ดดดดดดดดดด!! โคร๊ม!!!ผมสะดุ้งตื่นในเวลาตี2 กับความฝันเดิม ๆ ของตัวเอง ผมฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ มาตลอด 15 ปี เหตุการณ์เหมือนจริงมากจนผมอดคิดถึงเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ผมรู้สึกผิดมาโดยตลอดเหตุการณ์นั้นฝังอยู่ในหัวใจและสายตาข
اقرأ المزيد
พนักงานคนใหม่ - 2 -
พนักงานคนใหม่- 2 - ผมได้แต่นิ่งงัน ร่างกายรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว ชื่อของเธอทำไมถึงได้เหมือนเด็กคนนั้นขนาดนี้ และยังคงไม่มีใครเอ่ยปากใด ๆ ออกมาสักคำ เธอก็ได้แต่ยืนจ้องหน้าผมและขมวดคิ้วดูประหม่าไม่น้อย ซึ่งผมเองก็ไม่อาจเดาได้เลย ว่าเธอขมวดคิ้วอยู่นั้นเพราะผมที่เอาแต่เงียบ หรือว่าเธอเองก็คุ้นหน้าผมเหมือนกัน“เชิญนั่งครับ”ผมบอกเธอพลางยิ้มให้เล็กน้อย เธอยิ้มตอบก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เธอยื่นเอกสารสมัครงานให้ผมทันทีก่อนจะกลับไปนั่งนิ่ง ๆ จ้องหน้าผมตาแป๋ว ราวกับแมวตัวน้อย ๆ ที่นั่งรอเจ้าของ ผมสลัดความคิดของตัวเองออกทันทีแล้วหันมาจดจ่อกับบุคคลตรงหน้า และด้วยบรรยากาศแปลก ๆ นี้ทำให้ผมต้องเปลี่ยนอารมณ์และชวนเธอคุยก่อนจะเริ่มสัมภาษณ์“พี่ชื่อภูผานะ คุยแบบเป็นกันเองแล้วกัน น้องยาหยีอายุเท่าไหร่แล้วครับ ถ้าไม่ถึง 18 พี่ไม่รับนะ มันผิดกฎหมาย”ผมพูดติดตลกเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดเกินไปมากนัก ผมแอบเห็นเธอยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่ได้เห็นมานาน ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย เพราะก็แปลว่าตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกกดดันเท่าไหร่“หนูอายุ 20 แล้วค่ะ”เธอตอบกลับด้วยใบหน้าที่มั่
اقرأ المزيد
สวัสดิการแห่งรัก - 3 -
สวัสดิการแห่งรัก- 3 -เฮือก!!นี่ฉันฝันเรื่องนี้อีกแล้วเหรอ ทำไมฉันต้องฝันเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นบ่อย ๆ ทำไมเขาถึงชอบเข้ามาในฝันของฉันอยู่เรื่อย ฉันฝันเห็นเด็กผู้ชายตัวโตคนหนึ่งมาตลอดเท่าที่จำความได้ เด็กผู้ชายคนนั้นอายุน่าจะห่างจากฉันประมาณหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่ฉันฝันถึงเด็กคนนี้ ฉันกลับไม่เคยเห็นหน้าเขาชัด ๆหรือบางครั้งที่ฉันเห็นใบหน้านั้นพอฉันลืมตาตื่นขึ้นมา ถึงจะพยายามนึกยังไงไม่ออกเลยสักครั้ง และไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ทุกครั้งที่ฝันถึงฉันกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาและรู้สึกปลอดภัยทุกครั้ง จนบางครั้งฉันก็คิดเล่น ๆ ว่าหรือจะมีผู้ชายคนนี้บนโลกใบนี้จริง ๆ เป็นบุพเพสันนิวาสหรือเนื้อคู่ของฉันหรือเปล่านะPPM Korean.กริ๊ง!“โต๊ะ 17 จ้า”เสียงใส ๆ ของพี่น้ำตาลดังออกมาจากด้านในครัวขนาดใหญ่ของร้าน ฉันที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงรีบเดินไปรับอาหารถาดนั้นมาเพื่อไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนจะปิดร้านช่วงปีใหม่ แต่บรรดาลูกค้าก็ยังคงแน่นร้านเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ทั้งลูกค้าประจำ ลูกค้าขาจรพอคิดแบบนั้นแล้วฉันก็เสียดายอย่างบอกไม่ถูก ถ้าหากร้านเปิดในช่วงสิ้นปีคงได้เงินเยอะแน่ ๆหลังจากเสิร์ฟอาหารเส
اقرأ المزيد
รักที่เป็นไปไม่ได้ - 4 -
รักที่เป็นไปไม่ได้- 4 -พี่วินพูดพลางหัวเราะเล็ก ๆ แต่ไม่ได้สนใจมากนัก ฉันแอบเห็นพี่ปันหยาหันมามองที่ฉันกับพี่ภูแวบหนึ่งก่อนที่เธอจะเดินลากกระเป๋าไปแบบไม่ค่อยสนใจอะไรมากนัก“ไปกันเถอะ เดี๋ยวตกเครื่อง”พี่ภูตัดจบแล้วพาพวกเราไปรอที่Gate เพื่อรอขึ้นเครื่อง อีก6 ชั่วโมงก็จะถึงที่หมาย ฉันตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะออกนอกประเทศ ไม่ใช่ว่าไม่เคยขึ้นเครื่องนะ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่เชียงใหม่-กรุงเทพ กรุงเทพ-เชียงใหม่ ก็แค่นั้นสนามบินนานาชาติอินชอน โซล (Incheon International Airport)“ตม.ที่นี่เข้ายากจริง ๆ กว่าจะผ่านมาครบทุกคน ปันหยานี่คือสุดยอด!”“แกก็อย่าบ่นมากเลยไอ้วิน แค่นี้ปันหยาก็เหนื่อยมากพอแล้ว ใครใช้ให้แกทำตัวน่าสงสัยล่ะ”“มึงมองเบ้าหน้าหล่อ ๆ ของกูดี ๆ นะไอ้ภู มันน่าสงสัยตรงไหนวะ”“พอแล้ว ๆ เดี๋ยวเราจะไปที่พักกันนะทุกคน เราต้องใช้บริการรถไฟด่วนของสนามบินเข้าโซลนะ เป็นเส้นทางที่ไวสุดแต่ก็ประมาณ40นาที ตอนนี้ก็16.45 น.ปรับตัวไม่ทันเลยนะเนี่ย เวลาต่างจากที่ไทย2ชั่วโมงจากที่ดูน่าจะอีก 15นาที รถไฟจะมาแล้ว “ทุกคนไปทำธุระส่วนตัวกันเสร็จมาเจอกันตรงนี้นะ”“หยี ๆ เราไปเข้าห้องน้ำกันไหม
اقرأ المزيد
ทำไมบอกไม่ฟัง - 5 -
ทำไมบอกไม่ฟัง- 5 -ฉันไม่ได้ตอบไปตรงๆ แต่เลือกที่จะถามน้ำขิงกลับไป เพื่อดูว่าน้ำขิงจะพูดอะไรต่อ ดีกว่าปล่อยไก่ตัวโตตอบไปว่ามี อีกใจหนึ่งก็ไม่รู้จะตอบว่าอะไรด้วยแหละถ้าน้ำขิงถามว่าเป็นใคร ก็ไม่กล้าพอที่จะบอกหรอกว่า คนคนนั้นคือพี่ภูผาน่ะนะ“เปล่าหรอก ขิงแค่อยากรู้ว่าถ้าเราหลงรักคนที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ตอนจบจะเป็นยังไง จะสมหวังไหมหรือสุดท้าย..เราก็ต้องเจ็บอยู่ดี”น้ำขิงพูดไปพลางอมยิ้มไป แต่ช่างปล่อยรอยยิ้มที่ดูเศร้ามาก ดูก็รู้ว่าน้ำขิงคงจะแอบชอบใครเข้าแล้วสักคน แล้วการชอบใครสักคนทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้คงจะเศร้าน่าดูจริง ๆ เพราะฉันก็เริ่มรู้สึกแบบนั้นเข้าแล้ว“ฮั่นแน่ น้ำขิงของเรามีคนที่ชอบซะแล้ว…ขิงฟังหยีนะ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้ลอง เรายังไม่แม้แต่ที่จะบอกเขา หรือทำให้เขาเห็นเลยด้วยซ้ำ หยีเชื่อเสมอว่าคำตอบนั้นมีแค่สองทาง มันจะมีก็แค่ได้รักกัน หรือ เรารักเขาข้างเดียวก็เท่านั้น”“เห้อ…ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าไม่คุยเรื่องนี้แล้วดีกว่า นี่เพราะขิงเห็นว่าหยีเป็นเพื่อนนะถึงได้ถาม หยีคงไม่รำคาญขิงใช่มั้ย”“ไม่เลย ๆ หยีดีใจนะที่ขิงไว้ใจหยี แล้วมาปรึกษาหยีอะ โอ๋ ๆ มากอดกัน ๆ”ฉันโอบกอ
اقرأ المزيد
ทำไมบอกไม่ฟัง 2/2 - 5 -
ทำไมบอกไม่ฟัง 2/2- 5 -“เอาแบบนั้นเหรอ แต่วันนี้หิมะตกหนักมากเลยนะ”“ไม่เป็นไรหรอกน่า ไปแป๊บเดียวเอง ฉันก็อยากไปเหมือนกัน นะนะ นะนะ ไปกันนะหยี”“งั้นเราหาเสื้อผ้าหนา ๆ หน่อยละกัน”“งื้อ ยาหยีน่ารักที่สุด ปะ!”ฉันและน้ำขิงตัดสินใจพากันลงมาที่ล็อบบี้เพื่อไปโซลทาวเวอร์กันเอง เมื่อสักครู่ลองเช็กพยากรณ์อากาศแล้ว หิมะจะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ อีก 48 ชั่วโมงเพราะพายุหิมะเข้า นั่นหมายความว่าอีก 2 วันถ้ารอหิมะหยุดพวกเราคงไม่ได้ไปแน่ ๆ“คุณลูกค้าคะ หิมะตกหนักมาก วันนี้อาจจะไม่สะดวกในการเดินทางไกล ๆ นะคะ”“ขอบคุณค่ะ แต่...เอ่อ... พวกเราแค่จะเดินเล่นรอบ ๆ นี้เท่านั้นค่ะ”“ระวังตัวด้วยนะคะ”พวกเราเดินฝ่าหิมะที่กำลังโปรยปรายหนักขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านมาประมาณ30นาทีเห็นจะได้ และแล้วพวกเราก็มาถึงโซลทาวเวอร์จนได้ ด้านล่างติดป้ายสีแดงเด่นสง่าแม้จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนขาวโพลน มันทำให้ฉันอ่านตัวหนังสือได้ไม่ถนัดเนื่องจากหิมะตกหนักขึ้น น้ำขิงเดินนำขึ้นไป4-5ขั้นบันได ฉันจึงรีบตามไป ถ้าห่างกันกว่านี้อาจจะคลาดกันก็ได้หิมะตกหนักขึ้นจนฉันรู้สึกได้ ขาที่ก้าวฉับ ๆ ตอนมาเริ่มก้าวช้าลงเพราะความเหน็บหนาวบริเวณรอบ ๆ ที่เคยเห
اقرأ المزيد
ปั้นตุ๊กตาหิมะมั้ย 1/2 - 6 -
ปั้นตุ๊กตาหิมะมั้ย 1/2- 6 -“ทำไมพี่ภูมาอยู่ที่นี่ได้คะ?”ถึงแม้ในใจจะเต้นระรัว ทั้งตื่นเต้น ทั้งหวั่นไหว แต่อีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่าพี่ภูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือพี่ภูเองก็ขึ้นมาแขวนกุญแจเหมือนกัน“อ๊ะ! พี่ภูคะ พี่ภูเห็นน้ำขิงไหมคะ หยีหลงกับน้ำขิงตั้งแต่อยู่ด้านบนแล้วค่ะ”“น้ำขิง ไอ้วินน่าจะกำลังไปตามหา พี่แยกกับมันตอนมาถึงที่นี่”พี่ภูดูจะไม่สบอารมณ์เอามาก ๆ ทั้งน้ำเสียง แววตา ดูน่ากลัวไปหมดติ๊ง!พี่ภูเปิดโทรศัพท์อ่านข้อความสักพักก็ยื่นหน้าจอมาให้ฉันอ่าน เป็นข้อความของพี่วินที่ส่งมามีใจความว่า ‘กูเจอขิงแล้ว มึงเจอหยีรึยัง ถ้าเจอแล้วงั้นไว้เจอกันที่โรงแรมเลยนะ’ ฉันอ่านจบก็พยักหน้าเบา ๆ ให้พี่ภู พี่ภูพิมพ์ข้อความอีกนิดหน่อยแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า ก่อนจะหันมามองหน้าฉันนิ่ง ๆ มันช่างดู … อึดอัด แอ๊!“คือว่า ตอนนี้เรากลับโรงแรมกันไหมคะ เอาหยีลงก็ได้ หยีเดินไหวค่ะ”งื้อออ ถึงแม้จะเสียดายแต่บอกตรง ๆ ว่าใจมันเต้น หัวใจมันฟูมากอ้อมแขนพี่ภูเป็นอะไรที่อบอุ๊นอบอุ่น กลิ่นตัวหอม ๆ ที่ลอยทะลุเสื้อโค้ตออกมา เป็นกลิ่นผู้ชายที่เคยใกล้ชิดขนาดนี้เป็นครั้งแรก หิมะที่ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เริ่มแสบตา
اقرأ المزيد
ปั้นตุ๊กตาหิมะมั้ย 2/2 - 6 -
ปั้นตุ๊กตาหิมะมั้ย 2/2- 6 - ฉันตื่นเต้นและดีใจมาก ถึงแม้มันจะแค่ก้อนกลมๆ ก็เถอะ แต่ใช้เวลานานอยู่นะกว่าจะได้มันขึ้นมา ก็ต้องดีใจแหละ พี่ภูยิ้มให้เล็ก ๆ แล้วพยักหน้ารับก่อนจะพยักพเยิดหน้าที่กองหิมะอีกกองที่พี่ภูปั้นให้ กองนี้ค่อนข้างเล็กกว่าที่ฉันปั้นนิดหน่อย ฉันเลยเคลียร์พื้นที่แล้วเอาเจ้าก้อนของฉันวางบนเก้าอี้ พี่ภูเอื้อมไปหยิบเจ้าก้อนของพี่ภูมาวางทับด้านบน ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะมันกำลังดูเหมือนว่าฉันกับพี่ภูกำลังช่วยกันปั้นเจ้าหิมะตัวนี้เลย“หยีจะปั้นหัวน้องแล้วนะ พี่ภูช่วยเอาหิมะให้หยีหน่อยค่ะ”พี่ภูขยับร่างกายนิดหน่อย ใช้มือที่สวมด้วยถุงมือคู่หนากอบหิมะโกยมาให้ ฉันค่อย ๆ ปั้นเจ้าก้อนเล็ก ๆ อีกหนึ่งก้อน เพื่อไปวางด้านบน ฉันหยิบกิ่งไม้มาปักที่ด้านข้างทั้งสองฝั่ง สำเร็จ! ฉันปั้นเจ้าหิมะนี่ออกมาได้จริง ๆ แต่มันรู้สึกขาด ๆ อะไรไป ตา จมูก ปาก ไม่มีเลยแฮะ พี่ภูที่ยืนมองอยู่ไม่กี่วินาที เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตของตัวเองควานหาอะไรสักพักก็หยิบกระดุมเสื้อมาให้สองเม็ดฉันรับมาแล้วจิ้มไปที่ตำแหน่งตาทั้งสองข้าง และฉันก็นึกออกว่าฉันติดกิ๊บติดผมมา ขนาดค่อนข้างยาว น่าจะแทนจมูกได้ ฉั
اقرأ المزيد
พี่บอกหรอว่าเราจะกลับโรงแรม 1/2 - 7 -
พี่บอกหรอว่าเราจะกลับโรงแรม 1/2- 7 -“เธอไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมครับ”ฉันได้สติแล้วแต่เปลือกตามันไม่สามารถสั่งให้ขยับลืมขึ้นได้ดั่งใจเลยสักนิด หูได้ยินเสียงพี่ภูที่กำลังถามใครสักคน ไม่รู้เลยว่าที่นี่คือที่ไหนหรือฉันเป็นอะไร และพี่ภูคุยกับใคร ฉันพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งนี่เพื่อให้เปิดขึ้นแล้วความพยายามของฉันก็สำเร็จ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นกับเพดานสีขาวสะอาดตารอบห้องสีขาว ฉันขยับตัวเล็กน้อยและพบกับความเจ็บแปลบที่ข้อมือ เมื่อฉันยกมือขึ้นก็เห็นสายน้ำเกลือที่ระโยงระยาง ที่นี่คือโรงพยาบาลสินะ“ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่ตากหิมะนานเกินไปและร่างกายปรับตัวไม่ทันเท่านั้นนอนพักผ่อนให้มากหน่อย พยายามอย่าให้ไข้ขึ้นก็พอครับ”ฉันหันไปตามเสียงก็เห็นพี่ภูที่ยืนคุยกับคุณหมอด้วยใบหน้าแบบใดฉันมองไม่เห็น พี่ภูพยักหน้าให้คุณหมอครั้งหนึ่ง ก่อนที่พี่ภูจะหันมาก็เห็นฉันที่ได้สตินั่งมองพี่ภูกับคุณหมอตาแป๋ว พี่ภูเองก็สะกิดบอกคุณหมอทันที คุณหมอตรวจอาการเบื้องต้นฉันสักพักเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็อธิบายแนะนำอีกเล็กน้อยและเดินออกจากห้องพักไปเพื่อตรวจคนไข้คนอื่นต่อ พี่ภูเดินมานั่งข้าง ๆ มองหน้าฉันนิ่งไม่ม
اقرأ المزيد
พี่บอกหรอว่าเราจะกลับโรงแรม 2/2 - 7 -
พี่บอกหรอว่าเราจะกลับโรงแรม 2/2- 7 - ฉันได้ยินเสียงพี่ภูวางโทรศัพท์เสียงกระทบกับกระจก น่าจะวางที่โต๊ะกลมหน้าโซฟา ฉันได้ยินเสียงเท้าค่อย ๆ เดินมาที่ข้างเตียงแล้วผ้าห่มก็ถูกดึงขึ้นมาคลุมตัวฉัน ฉันรีบหลับตาลงทันที ผ่านไปสักพักก็สัมผัสได้ถึงปลายนิ้วมือค่อยๆ ปัดปอยผมที่ปิดหน้าของฉันออก ฉันรู้สึกอบอุ่นมากแบบบอกไม่ถูก เคยคิดว่าพี่ภูอาจจะเกลียดฉันหลังจากที่ฉันสร้างปัญหาไว้ให้มากมาย ฉันกลัวมากนะกลัวว่าพี่ภูจะเกลียดกลัวว่าพี่ภูจะไม่ชอบฉัน พี่ภูผละออกจากเตียงและได้ยินเสียงปิดประตูเบา ๆ ฉันค่อย ๆ ลืมตาและขยับหันไปมองที่ประตู ก็เห็นว่าพี่ภูออกไปแล้ว เฮ้อ! กลั้นหายใจแทบตาย ฉันยิ้มอย่างอารมณ์ดี จากการกระทำแสดงว่าพี่ภูไม่ได้โกรธฉันหรอก ใช่ไหม?ฉันเผลอหลับไปเพราะความอ่อนเพลียและฤทธิ์ยา ตื่นมาเห็นพี่ภูกำลังนั่งทานอาหารอยู่ที่โซฟาข้างเตียง ฉันขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อย ก็เห็นว่าพี่ภูเองก็หันมามองและภาพที่ฉันเห็นนั้นคือพี่ภูที่กำลังกัดน่องไก่น่องใหญ่อวดทันที ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มันน่ากินมากจริง ๆ ฉันได้แต่ทำตาปริบ ๆ มองน่องไก่น่องใหญ่นั่น เห็นพี่ภูกลั้นหัวเราะเบา ๆ“พี่ซื้อโจ๊กมาให้ เราทานได้แต่โจ๊ก น่องไ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status