แชร์

บทที่ 1 /4

ผู้เขียน: วารินลดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-08 16:23:04


“เรื่องมันซับซ้อน เอาเป็นว่าพรีนไม่ต้องรู้เรื่องของคุณหนูเธอจะดีกว่านะลูก”

“แต่พรีนอยากรู้นี่คะ ป้าน้อยเล่าให้พรีนฟังนะคะ นะคะป้าน้อย”

“ถ้าป้าเล่าให้ฟังแล้ว พรีนห้ามนำเรื่องนี้ไปพูดให้คุณหนูเธอได้ยินเด็ดขาดเข้าใจไหม?” มองเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง และพูดถามออกไปด้วยน้ำเสียง สีหน้าที่จริงจัง

“ค่ะป้า พรีนสัญญาค่ะ” พยักหน้ารับ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อเป็นการยืนยันว่าเธอจะทำอย่างที่รับปากออกไปจริง ๆ

“เมื่อก่อนคุณหนูเธอเป็นคนน่ารัก สดใส จิตใจดีไม่ต่างจากคุณหญิงเลยสักนิด แต่ที่เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ก็เพราะว่าเธอได้สูญเสียคนที่เธอรักที่สุดในชีวิตไป”

น้อยเริ่มเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้นิสัยของปภาวีเปลี่ยนไป และย้อนนึกถึงเหตุการณ์สูญเสียในครั้งนั้น ซึ่งชนากานต์ก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดีและพยายามคิดตามคำบอกเล่าของผู้เป็นป้า

“...”

“ตอนที่เกิดเรื่องป้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ป้าลาคุณหญิงท่านกลับไปที่เชียงใหม่ ตอนนั้นยัยนิลมันคลอดพรีนพอดี แล้วพ่อของพรีนก็ขึ้นมาทำงานที่กรุงเทพ ป้าก็เลยต้องกลับไปอยู่เป็นเพื่อนพรรณเพื่อรอพ่อของพรีนกลับขึ้นไป”

“แล้วป้าน้อยรู้เรื่องนี้ได้ยังไงเหรอคะ?”

“คุณหญิงท่านเล่าให้ป้าฟัง เพราะวันนั้นคุณหญิงได้ขึ้นรถไปกับคุณท่านด้วย”

“ถ้างั้นก็แสดงว่า”

เธอพอจะจับต้นชนปลายได้แล้วสิ่งที่ป้าของเธอพูดมานั้นหมายถึงอะไร ป้าเธอบอกว่าคุณหญิงอยู่บนรถคันเดียวกันกับคุณท่านงั้นก็แสดงว่ารอยแผลเป็นที่แขนซ้ายของคุณหญิงก็ต้องเกิดขึ้นมาจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น

“ใช่ คุณหญิงท่านรอดชีวิตจากอุบัติเหตุในตอนนั้น พรีนยังอยากฟังต่อหรือเปล่าลูก?”

น้อยเอ่ยถามหลานสาวที่นั่งฟังด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ส่วนทางด้านชนากานต์ก็พยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลเพราะเธออยากรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่าเป็นมายังไง

แล้วอะไรที่ทำให้คุณหนูของบ้านนี้มีนิสัยที่เปลี่ยนไป

“เช้าวันเกิดเหตุ คุณท่านกับคุณหญิงออกจากบ้านไปตามปกติ แต่ในระหว่างทางฝนก็ดันตกหนักทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นเปลี่ยนไปกะทันหัน แล้วที่เลวร้ายไปมากกว่านั้นก็คือรถของคุณท่านเกิดดับกลางคันซะดื้อ ๆ นั่นเลยทำให้คุณท่านต้องจอดรถหลบอยู่ริมถนน”

หญิงสูงวัยหยุดเล่าชั่วขณะ พักสูดลมหายใจ ขณะทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง

“ถนนหนทางในสมัยนั้นเนี่ยนะป้าอยากจะบอกเลยว่าไม่ได้เป็นทางลาดยางเหมือนในยุคสมัยนี้ ไหล่ทางก็ไม่ได้กว้างอะไรมากมาย ซ้ำยังเป็นแค่ถนนสองเลนส์อีกต่างหาก

คุณท่านจอดรอจนแล้วจนเล่าฝนก็ยังไม่หยุดตกคุณหญิงท่านบอกว่าคุณท่านกลัวว่าจะเลยเวลานัดกับลูกค้าคนสำคัญไว้เลยตัดสินใจลงจากรถเพื่อไปเช็คดูว่าเครื่องยนต์มีปัญหาตรงไหน ส่วนคุณหญิงท่านก็กำลังโทรศัพท์ขอความช่วยเหลืออยู่ในรถ

แต่ตอนนั้นเองสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็ได้เกิดขึ้นกับคุณทั้งสอง จู่ ๆ ก็มีรถกระบะคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงพยายามเบี่ยงหลบรถคันข้างหน้า แต่ตอนนั้นน่ะฝนมันตกหนัก ถนนลื่นรถกระบะคันนั้นเลยเสียหลักพุ่งข้ามเลนส์มาชนรถของคุณท่านกับคุณหญิงที่จอดอยู่ข้างทางเข้าอย่างจัง

แรงปะทะทำให้คุณท่านที่ยืนอยู่ตรงหน้ารถถูกอัดเข้ากับตัวรถเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนคุณหญิงท่านก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงกระแทกด้วยเหมือนกัน”

น้อยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งน้ำตา เธอเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นและเสียใจกับการจากไปของคุณท่านผู้มีพระคุณ

ส่วนทางด้านของชนากานต์ที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบก็นิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ เธอรู้เพียงแค่ว่ามันรู้สึกจุกอยู่ในอกจนพูดอะไรแทบไม่ออก

ขนาดเธอที่เป็นเพียงแค่ผู้ฟังยังรู้สึกเจ็บปวดกับการสูญเสียได้มากขนาดนี้ แล้วปภาวีกับคุณหญิงรุจิราจะรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดไหนที่ต้องมาสูญเสียสามีอันเป็นที่รักกับบิดาผู้ให้กำเนิดไปอย่างไม่มีวันกลับ

“คุณหนูเธอเสียใจมากที่คุณท่านจากไปอย่างกะทันหัน หลังเสร็จจากงานศพของคุณท่านคุณหนูเธอก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องข้าวปลาไม่ยอมทาน ส่วนนิสัยนี่ก็ตามที่พรีนได้เห็นนั่นแหละลูก”

“คุณหนูเธอน่าสงสารนะคะป้า ต้องมาสูญเสียคุณพ่อไปเพราะความประมาทของคนคนหนึ่ง”

“นั่นสิ คุณท่านไม่ควรมาตายเพราะความประมาทของคนพวกนี้ แต่ก็ช่างเถอะ ป้าเชื่อว่าสักวันเวรกรรมจะตามสนองคนที่ทำเองนั่นแหละ”

“พรีนสงสารคุณหญิงกับคุณหนูจังเลยค่ะป้า แล้วคนก่อเหตุละคะเขารับผิดชอบกับเรื่องนี้ยังไง”

“ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุก็ไม่เห็นตัวคนขับรถกระบะคันนั้นแล้ว กล้องวงจรปิดแถวนั้นก็ไม่มี แต่ถึงมีก็อยู่ไกล เห็นภาพเหตุกาณ์แต่ไม่เห็นหน้าคนขับ ส่วนรถเองก็ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังตามตัวคนก่อเหตุไม่ได้สักทีแล้วก็ไม่มีใครรู้เลยว่าคนที่ชนจะยังมีชีวิตอยู่อีกหรือเปล่า”

“ไร้ความรับผิดชอบที่สุด” สบถออกมาด้วยความโมโห เธอรับไม่ได้กับการกระทำของคนผู้นี้เลยจริง ๆ ขับรถประมาทจนทำให้คนอื่นต้องตายแล้วยังมีหน้าหนีความผิดไม่อยู่รับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ

นี่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวของเธอ เธอรับรองได้เลยว่าต่อให้คนคนนั้นมันจะเป็นใครหรืออยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ เธอก็จะตามตัวมันมารับโทษที่มันได้ก่อไว้อย่างแน่นอน

“เออ! แต่จะว่าไปก็เร็วเหมือนกันนะ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะครบรอบยี่สิบปีแล้วที่คุณท่านจากไปแล้ว นี่ถ้าพรีนไม่ถามป้าเรื่องนี้ป้าก็ลืมไปเสียสนิทเลย”

“ครบรอบยี่สิบปีเหรอคะป้าน้อย ว่าแต่วันที่คุณท่านเสียคือวันที่เท่าไหร่เหรอคะ”

“วันที่ 16 เดือนสิงหาคม ปี 2540 จริงสิ วันนั้นเป็นวันเดียวกันกับวันเกิดของพรีนนี่ลูก”

“จริงด้วยค่ะป้า วันที่คุณท่านเสียตรงกับวันเกิดพรีนพอดีเลยค่ะ บังเอิญจริง ๆ นะคะ”

“นั่นน่ะสิ”

“เอ่อป้าคะ พรีนอยากรู้ว่าตอนที่เกิดเรื่องตอนนั้นคุณหนูเธออายุเท่าไหร่เหรอคะ” ถามต่อเพราะนี่คือสิ่งที่เธออยากรู้มากที่สุดว่าตอนที่เกิดเรื่องปภาวีนั้นอายุเท่าไหร่กัน แล้วรู้เรื่องราวมากน้อยแค่ไหน

“11 ปี”

“ถ้าตอนนั้นคุณหนูอายุ 11 ปี ก็แสดงว่าตอนนี้คุณหนูเธออายุ 31 ปีแล้วน่ะสิคะป้า”

“ใช่จ้ะ”

“นี่ถ้าไม่บอกพรีนคิดว่าคุณหนูเธออายุห่างกับพรีนไม่กี่ปีเองนะคะเนี่ย หน้ายังเด็กอยู่เลย” ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อว่าผู้หญิงหน้าคม สวยเฟียสคนนั้นจะอายุมากกว่าเธอเป็นรอบ ๆ

ใบหน้าที่อ่อนเยาว์กว่าวัย สวย เท่ มีเสน่ห์ในแบบที่ผู้หญิงด้วยกันยังหลงใหล

“คุณหนูเธอน่ะสวย เก่ง ฉลาด แต่จะติดก็ตรงที่ว่า”

วารินลดา

Next... “เข้ามาทำไม!!” “คุณหญิงให้พรีนมาตามคุณหนูลงไปทานข้าวค่ะ” “อย่ามายุ่งกับฉัน!” “แต่ว่า ...” “ออกไป!!”

| ชอบ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 107 จบบริบูรณ์

    “คืออะไรคะพี่รัน มีอะไรปิดบังพรีนอยู่หรือเปล่า”“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร จริงไหมคุณ”“จริงครับจริง”ภาสกรจำต้องฝืนยิ้มรับ พลางพยักหน้าประกอบคำพูดของแฟนสาว ทั้งที่ในใจแทบอยากหลุดหัวเราะกับท่าทีพิรุธของพวกตัวเอง“จริงครับ พี่รันเขาแค่ เอ่อ ยังไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”ชนากานต์หรี่ตามองทั้งสองคนอย่างจับพิรุธดวงตากลมใสไล่มองจากใบหน้าพี่สาวไปยังภาสกรสลับกันไปมา ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่“พวกพี่แปลก ๆ นะคะ”“แปลกตรงไหน ไม่มี๊” รติมารีบตอบเสียงสูงเกินปกติ จนภาสกรต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างปลง ๆ“ก็วันนี้แดดมันร้อนน่ะครับ ทุกคนเลยดูตื่น ๆ กันหน่อย”คำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ชนากานต์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“พี่ต้นโกหกไม่เก่งเลยนะคะ”“อ้าว”ภาสกรถึงกับไปไม่เป็น รติมาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“เอาเป็นว่าพรีนไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม เดี๋ยววันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์”“เซอร์ไพรส์อะไรคะ”“บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง”ชนากานต์ยังคงมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเบา ๆ“ก็ได้ค่ะ”เธอลุกจากเก้าอี้ ก่อนวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับเ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 106

    หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มบทสนทนาของผู้ใหญ่ไหลเรื่อยตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าอย่างออกรส จนหลายครั้งเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกกระทั่งเวลาล่วงเข้าสี่ทุ่มชินพัฒน์ที่นั่งฟังทุกคนคุยกันเงียบ ๆ มาตลอดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“ผมมีเรื่องอยากขอร้องทุกคนครับ”ประโยคนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามอง เขาหันไปสบตานิลเนตร ก่อนยิ้มบาง“ผมอยากกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลย ได้รึเปล่าคะรับ”ปภาวีที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบชะงักเล็กน้อย“ได้สิคะคุณพ่อ ภัคก็อยากเซอร์ไพรส์น้องพรีนจะแย่อยู่แล้ว”“ขอบคุณที่รักลูกสาวพ่อนะภัค ขอบคุณที่ให้โอกาสขอบคุณจริง ๆ ลูก ไม่รู่ว่าป๋านนี้เด็กคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าพ่อมารักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ สงสัยคงยังคิดว่าพ่อนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงใหม่เหมือนเดิม”“น้องพรีนยังไม่รู้ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เพราะอยากเก็บเป็นความลับไว้เซอร์ไพรส์”“ดีเลยภัค พ่ออยากไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วบอกเขาด้วยตัวเองว่าพ่อหายแล้ว”“เห็นด้วยค่ะ”นิลเนตรพยักหน้ารับ พลางยิ้มทั้งน้ำตาส่วนคุณหญิงรุจิราที่นั

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 105

    ช่วงหัวค่ำแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถงใหญ่ส่องประกายอบอุ่นไปทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงข้าวของกระทบกันเบา ๆ จากห้องอาหารด้านในป้าน้อยกำลังช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะมื้อค่ำอย่างขะมักเขม้น ขณะที่คุณหญิงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ“นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ ทำไมภัคยังไม่กลับอีก”“คงใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะคุณหญิง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ป้าน้อยชะเง้อมองทันที ก่อนจะรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน“เดี๋ยวน้อยออกไปรับเองค่ะ”หญิงวัยกลางคนก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูใหญ่ ก่อนเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มต้อนรับตามปกติแต่ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านรอยยิ้มนั้นก็หยุดค้างดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที“พัฒน์?”เสียงเรียกสั่นพร่าแทบไม่เชื่อตัวเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนิลเนตรเงยหน้ามอง ก่อนรอยยิ้มอบอุ่นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“พี่น้อย”เพียงได้ยินคำเรียกนั้น น้ำตาของป้าน้อยก็เอ่อคลอในทันที“โอ๊ย พัฒน์จริง ๆ ด้วย”เธอรีบก้าวเข้าไปหา ก่อนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป“หายแล้วเหรอ มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ”“ครับพี่น้อ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 104

    มันเหนือความคาดหมายไปไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ จากเด็กชายตัวอ้วนผิวคล้ำที่เคยวิ่งตามหลังเธอต้อย ๆ ในวัยเด็ก เด็กที่ดูไม่ค่อยสนใจการเรียน ใครจะไปคิดว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ปภาวีกะพริบตาช้า ๆ คล้ายเรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด“นายเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”“ครับ”“แล้วทำไมนายถึงได้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้นแล้วยังตรวจไข้ให้พรีนอีกด้วยอ่ะ”“ผมไปหาคุณพ่อครับ คุณพ่อผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้น” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างสุภาพ “แล้ววันที่พี่เห็นผม ผมไม่ได้เป็นคนตรวจไข้หรอกนะครับ รวมถึงเคสของน้องพรีนด้วย”“เดี๋ยวนะ ฉันงงหมดแล้ว นายหมายความว่ายังไง”“วันนั้นที่น้องพรีนเข้าโรงพยาบาล หมออีกท่านเป็นคนเจ้าของไข้ แต่พอดีตอนนั้นท่านติดเคสด่วนกะทันหัน ผมเลยอาสามาแจ้งแทนเท่านั้นเองครับ”เขาอธิบายเหตุการณ์วันนั้นด้วยความใจเย็น จริง ๆ แล้วเขาเพียงไปหาพ่อตามปกติอย่างเช่นทุกวัน ซึ่งวันนั้นบังเอิญว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับนายแพทย์คนหนึ่งจึงทำให้กลับช้ากว่าปกติ ในขณะที่เขากับแพทย์รุ่นพี่กำลังคุยกันอยู่ท

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 103

    ก่อนที่เสียงทักทายของใครบางคนจะดังแทรกเข้ามาจากทางประตู“ขออนุญาตครับ”บานประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเสียดสีแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นนุ่มลึก สุภาพ และมีจังหวะการพูดที่ทำให้หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะมันคุ้นหูอย่างประหลาดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น!ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ปภาวีก็หันขวับไปตามสัญชาตญาณ สายตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ้าสีอ่อนจนดูสว่างตา ใบหน้าคมคุ้นเคยนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ“แทนคุณ!”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย“สวัสดีครับ พี่ภัค”คำทักทายสั้น ๆ แต่ชัดเจนในน้ำเสียง ทำให้ปภาวีนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วคราว เธอยกเรียวนิ้วยาวขึ้นขยี้เปลือกตาเบา ๆ ราวกับต้องการยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาเพราะเท่าที่จำได้ อีกฝ่ายนั้นเป็นหมอประจำโรงพยาบาลทางฝั่งธนบุรีไม่ใช่แถวนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนวางมาดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอได้“สวัสดีครับคุณน้า” แทนคุณหันไปกล่าวทักทายนิลเนตรและชินพัฒน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่102

    ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เหยียดแขนขึ้น บิดไหล่เบา ๆ คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรออยู่นาน ก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปอย่างรู้ทาง ก่อนหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง“ห้องนี้แหละ” พยักเพยิดหน้าเล็กน้อย พร้อมปรายตามองเพื่อนสาวที่เดินตามมาห่าง ๆ“แกไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ?”ยังไม่ทันที่ภาสกรจะเอ่ยตอบ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยิบออกพร้อมก้มมองหน้าจอแล้วเห็นว่าชื่อ ตติญาน้องสาวปรากฏเด่นอยู่กลางจอ จึงยกเครื่องขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูแทนคำตอบปภาวีเหลือบตามองแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจ“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปทีหลัง ไปคุยธุระแป๊บนึง” เขาว่าพลางยกมือตบไหล่เพืีอนสาวเบา ๆ อย่างเป็นมิตร ก่อนถอยหลังสองก้าว กดรับสายแล้วหมุนตัวเดินลับไปทางปลายโถงอย่างเร่งรีบโดยที่ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวสิบนาที แล้วจึงหันกลับมาที่ประตูตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ แล้วผลักเข้าไปภายในห้องด้วยความระมัดระวังเพียงก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน หรือว่าอาการเกล่านี้จะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอจะได้เห็นหน้าบ

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 16

    ห้องพักผู้ป่วยพิเศษชั้นห้าถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย พื้นที่ภายในกว้างขวางแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน โซนเตียงผู้ป่วยติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน แยกจากพื้นที่พักของญาติซึ่งมีโซฟา เตียงเสริม และห้องน้ำส่วนตัว แสงไฟสีขาวนวลให้ความรู้สึกอบอุ่น ม่านสีครีมถูกรูดเปิดครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นกระจกใสบานใหญ่จากพื้น

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 12

    ใช้เวลากว่าครึ่งวันกับการดับไฟในบริษัท ปภาวีกลับถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ ร่างกายอ่อนล้าจากความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดบ่าย แต่ก็ยังดีที่ทุกอย่างจบลงได้ด้วยดีปัญหาทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิดของคุณธนัช ประธานบริษัทสิงห์ศิลา ที่ไม่พอใจอย่างหนักกับการถูกยกเลิกการประชุมแบบกะทันหัน เขามองว่าเป็นการเสียมารยาทแล

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 4

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปร

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 3

    “พรีน หนูเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ทำไมวิ่งหน้าตาตื่นลงมาแบบนี้”“ปะ เปล่าค่ะ”“เป็นเด็กริอาจโกหกผู้ใหญ่มันไม่ดีรู้หรือเปล่า” คุณหญิงรุจิราวางหนังสือพิมพ์ในมือลงก่อนเอ่ยถามอย่างใจเย็น เธอไม่ใช่คนไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ถามออกไปก็เพียงแค่ต้องการฟังจากปากของเด็กสาวตรงหน้าให้แน่ใจว่าสิ่งท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status