Partager

 Out of Sync รักคนละตอน
Out of Sync รักคนละตอน
Auteur: วารินลดา

บทที่ 1

last update Date de publication: 2026-06-17 16:40:59

“วันนี้ไม่ต้องรอทานข้าวนะคะ ภัคมีนัดอาจจะกลับดึก”

“นัดกับใครอีกล่ะคราวนี้”

“เพื่อนค่ะ” ตอบเสียงเรียบ

“รู้สึกว่าเพื่อนคนนี้จะสำคัญเป็นพิเศษนะ นัดกันแทบทุกสัปดาห์ แล้วนี่ใจคอไม่คิดจะไม่อยู่บ้านกับแม่บ้างหรือไง” คุณหญิงรุจิราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชดประชัด

เพราะไม่ว่าจะวันไหน ๆ ลูกคนนี้ก็มักจะมีนัดอยู่ร่ำไป ถามทุกครั้งก็มักจะไม่ว่างไปเสียทุกครั้ง

“คุณแม่ก็มีป้าน้อยเป็นเพื่อนแล้วไงคะ”

“มันไม่เหมือนกัน”

“ไว้เดี๋ยววันหลังก็แล้วกันนะคะ ภัคสัญญาว่าจะอยู่กับคุณแม่ทั้งวันเลย”

“ก็พูดแบบนี้ตลอด ทำอะไรอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้” คุณหญิงรุจิราพูดออกมาอย่างรู้ทัน วางหนังสือพิมพ์ในมือลง ก่อนจะยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลซองหนึ่งส่งให้กับลูกสาว

“อะไรคะ” ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนยื่นมือรับซองกระดาษมาด้วยอาด้วยอาการงุนงง

“เปิดดูสิ”

ปภาวีเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสีหน้าที่ยังสงสัยแฝงความไม่พอใจไว้เล็กน้อยๅ ก่อนจะค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วแตะลงบนขอบซองและแกะออกตามคำสั่ง

ทันทีที่ดวงตาทั้งสองสบกับสิ่งที่อยู่ภายใน ความเคลือบแคลงใจที่มีในตอนแรกพลันสลายหายไปในพริบตา

“คุณแม่ไปเอารูปพวกมาจากไหน?” ภัคเอ่ยถามเสียงเบาลง ขณะปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ พลิกดูภาพถ่ายสองสามใบอย่างไม่รีบร้อน

ทันทีที่ภาพกระทบสายก็ถูกวางลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาตรงหน้าอย่างเก่า คิ้วเข้มยกขึ้นเล็กน้อยราวกับเรื่องตรงหน้านั้นไม่ได้มีน้ำหนักมากพอจะทำให้เธอหวั่นไหว

“เอามาจากไหนมันไม่สำคัญหรอกภัค มันสำคัญก็ตรงที่ว่าเมื่อไหร่แกจะเลิกทำตัวอย่างนี้สักทีแค่นั้นแหละ”

“แบบนี้คือแบบไหนคะ”คำถามของเธอฟังดูธรรมดา แต่ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นไปอีกเท่าตัว

“อย่าทำเป็นไม่รู้” คุณหญิงสวนกลับทันที สายตาคมจับจ้องลูกสาวแน่น “แม่ไม่ได้พูดเล่นนะภัค ภัครู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูกต้อง”

ความผิดหวังค่อย ๆ ชัดขึ้นในน้ำเสียงของผู้เป็นแม่ เธอมองคนตรงหน้าอย่างพยายามทำความเข้าใจว่าเด็กที่เคยเชื่อฟังและอ่อนโยน เติบโตมาเป็นคนที่เฉยชาได้อย่างไร

ภัคนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาเรียบ ๆ

“อะไรคือไม่ถูกต้องคะ ผู้หญิงพวกนั้นเขาขายบริการ ภัคก็แค่จ่ายเงินซื้อบริการ มันเป็นความพอใจของทั้งสองฝ่าย ไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน”

“ภัค!”

เสียงเรียกดังขึ้นอย่างเหลืออด คุณหญิงจ้องลูกสาวเขม็ง ความโกรธปะปนกับความเสียใจอย่างปิดไม่มิด

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมลูกถึงยังเถียง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่ทำมันไม่เหมาะสม แต่เจ้าตัวกลับพยายามหาคำอธิบายมารองรับราวกับมันเป็นเรื่องปกติ

“ก็มันจริงนี่คะ แล้วอีกอย่างภัคก็จ่ายเงินครบทุกบาททุกสตางค์แล้วก็ทุกครั้งที่ใช้บริการด้วย อ้อ! หรือบางทีภัคก็ให้เพิ่มนะคะคุณแม่ ถ้าพวกเธอบริการถูกใจ”

“หยุดพูดอะไรน่าเกลียด ๆ เดี๋ยวนี้เลยนะรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา!”

“รู้ค่ะ แต่สิ่งที่ภัคทำมันก็ไม่ได้ไปทำร้ายใครนี่คะ ใคร ๆ ก็ทำกันทั้งนั้น แล้วอีกอย่างภัคเองก็ไม่ได้มีใคร ผู้หญิงพวกนั้นต่างก็เข้าหาภัคเพราะเงิน ต่างคนต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ เสร็จกิจก็แยกย้าย”

ปภาวีพูดจบก็เอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังอธิบายเรื่องธุรกิจทั่วไปมากกว่าจะเป็นประเด็นศีลธรรม

การจ่ายเงินแลกกับความพอใจไม่ใช่เรื่องผิด ในเมื่อเธอเองไม่ได้มีพันธะผูกพันกับใครและไม่ได้หลอกลวงใครให้คาดหวังเกินจริง

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไม่เคยเจอใครที่เข้ามาเพราะตัวตนของเธอจริง ๆ เลยสักคน ส่วนใหญ่ล้วนเข้ามาพร้อมสายตาที่จับจ้องทรัพย์สิน ชื่อเสียงมากกว่าหัวใจและความรู้สึก

เพราะแบบนั้นการมีข้อตกลงที่ชัดเจน การแลกเปลี่ยนที่ตรงไปตรงมาจึงดูยุติธรรมที่สุดในสายตาของเธอ

“ก็อาจไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้นก็ได้นะ ลองปรับมุมมองของตัวเองใหม่บ้าง แม่เชื่อว่าสักวันภัคจะเจอคนที่รักเราจริง ๆ ไม่ใช่รักเพราะเงิน”

น้ำเสียงของคุณหญิงรุจิราอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแม้ลึก ๆ เธอจะรู้ว่าสิ่งที่ลูกพูดมาก็มีส่วนจริงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นเหมือนกันไปหมด คนดี ๆ ยังมีอยู่ เพียงแต่ยังไม่เดินเข้ามาในชีวิตลูกสาวของเธอเท่านั้นเอง

และในฐานะแม่ เธอยังอยากเชื่อว่าสักวันหนึ่ง ใครสักคนจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในใจของลูกได้

“คุณแม่ยังเชื่ออีกเหรอคะว่าผู้หญิงดี ๆ แบบนั้นมีอยู่จริง” ยกยิ้มบาง ๆ คล้ายไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ก็เพราะภัคคิดแบบนี้ไง” คุณหญิงถอนหายใจ “หัดมองโลกในแง่ดีบ้าง ไม่ใช่ตั้งกำแพงใส่ทุกคนแบบนี้”

“ก็มันจริงนี่คะ”

“แม่ละเหนื่อยใจจริง ๆ เลย” คำตอบสั้น ๆ ของภัคทำให้คุณหญิงเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“แม่ละเหนื่อยใจจริง ๆ เลย”

คราวนี้ไม่มีความโกรธหลงเหลืออยู่ในน้ำเสียง มีเพียงความอ่อนแรงจากการพยายามอธิบายในสิ่งที่ลูกสาวไม่เคยเปิดใจรับฟัง คำสอนทุกคำเหมือนลอยผ่านไปโดยไม่เคยถูกเก็บไว้คิดทบทวนเลยสักครั้ง

บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียด จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากทางหน้าประตู

“ขออนุญาตค่ะคุณหญิง คุณหนู”

ทั้งสองหันไปพร้อมกัน ร่างเล็กของน้อยยืนอยู่ตรงธรณีประตู สีหน้าลังเลคล้ายไม่แน่ใจว่าควรเข้ามาในจังหวะนี้หรือไม่

“มีอะไรหรือเปล่าน้อย?” คุณหญิงถาม น้ำเสียงกลับมาอ่อนโยนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สายตาที่มองไปยังแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านเต็มไปด้วยความเอ็นดู น้อยทำงานอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ผ่านทั้งช่วงเวลาสุขและทุกข์ของครอบครัวธาดาวรโชติมาด้วยกัน ความซื่อสัตย์และความทุ่มเทของเธอทำให้ทุกคนในบ้านให้ความเคารพ ไม่ใช่แค่ในฐานะลูกจ้าง แต่เหมือนคนในครอบครัวคนหนึ่ง

น้อยเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“เอ่อ คือว่า ... คือว่าน้อยอยากจะมาขอความกรุณาจากคุณหญิง สักเรื่องหนึ่งน่ะค่ะ”

“น้อยบอกฉันมาได้เลยว่าน้อยจะให้ฉันช่วยเรื่องอะไร ไม่ต้องเกรงใจ”

“คือว่าหลานสาวของน้อยเพิ่งมาจากต่างจังหวัดค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีที่พัก น้อยเลยอยากจะขออนุญาตให้เขาพักกับน้อยที่นี่สักคืน พรุ่งนี้เช้าน้อยจะรีบพาเขาไปหาห้องเช่าเองค่ะ”

คำพูดสุดท้ายออกมาเร็วเล็กน้อย คล้ายกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ คุณหญิงนิ่งไปเพียงครู่ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 107 จบบริบูรณ์

    “คืออะไรคะพี่รัน มีอะไรปิดบังพรีนอยู่หรือเปล่า”“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร จริงไหมคุณ”“จริงครับจริง”ภาสกรจำต้องฝืนยิ้มรับ พลางพยักหน้าประกอบคำพูดของแฟนสาว ทั้งที่ในใจแทบอยากหลุดหัวเราะกับท่าทีพิรุธของพวกตัวเอง“จริงครับ พี่รันเขาแค่ เอ่อ ยังไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”ชนากานต์หรี่ตามองทั้งสองคนอย่างจับพิรุธดวงตากลมใสไล่มองจากใบหน้าพี่สาวไปยังภาสกรสลับกันไปมา ราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่“พวกพี่แปลก ๆ นะคะ”“แปลกตรงไหน ไม่มี๊” รติมารีบตอบเสียงสูงเกินปกติ จนภาสกรต้องรีบยกมือขึ้นลูบหน้าผากอย่างปลง ๆ“ก็วันนี้แดดมันร้อนน่ะครับ ทุกคนเลยดูตื่น ๆ กันหน่อย”คำแก้ตัวนั้นฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ชนากานต์ยิ่งขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“พี่ต้นโกหกไม่เก่งเลยนะคะ”“อ้าว”ภาสกรถึงกับไปไม่เป็น รติมาเห็นดังนั้นจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“เอาเป็นว่าพรีนไปล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีไหม เดี๋ยววันนี้พี่มีเซอร์ไพรส์”“เซอร์ไพรส์อะไรคะ”“บอกแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง”ชนากานต์ยังคงมองทั้งคู่ด้วยความสงสัย แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าเบา ๆ“ก็ได้ค่ะ”เธอลุกจากเก้าอี้ ก่อนวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงบนโต๊ะ แล้วเดินกลับเ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 106

    หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในคฤหาสน์ยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและรอยยิ้มบทสนทนาของผู้ใหญ่ไหลเรื่อยตั้งแต่เรื่องสุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงเรื่องราวในอดีตที่ถูกหยิบขึ้นมาเล่าอย่างออกรส จนหลายครั้งเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั่วห้องรับแขกกระทั่งเวลาล่วงเข้าสี่ทุ่มชินพัฒน์ที่นั่งฟังทุกคนคุยกันเงียบ ๆ มาตลอดจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก“ผมมีเรื่องอยากขอร้องทุกคนครับ”ประโยคนั้นทำให้ทุกสายตาหันมามอง เขาหันไปสบตานิลเนตร ก่อนยิ้มบาง“ผมอยากกลับเชียงใหม่พรุ่งนี้เลย ได้รึเปล่าคะรับ”ปภาวีที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นจิบชะงักเล็กน้อย“ได้สิคะคุณพ่อ ภัคก็อยากเซอร์ไพรส์น้องพรีนจะแย่อยู่แล้ว”“ขอบคุณที่รักลูกสาวพ่อนะภัค ขอบคุณที่ให้โอกาสขอบคุณจริง ๆ ลูก ไม่รู่ว่าป๋านนี้เด็กคนนั้นจะรู้หรือเปล่าว่าพ่อมารักษาตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ สงสัยคงยังคิดว่าพ่อนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเชียงใหม่เหมือนเดิม”“น้องพรีนยังไม่รู้ค่ะคุณพ่อ คุณแม่ เพราะอยากเก็บเป็นความลับไว้เซอร์ไพรส์”“ดีเลยภัค พ่ออยากไปยืนอยู่ตรงหน้า แล้วบอกเขาด้วยตัวเองว่าพ่อหายแล้ว”“เห็นด้วยค่ะ”นิลเนตรพยักหน้ารับ พลางยิ้มทั้งน้ำตาส่วนคุณหญิงรุจิราที่นั

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 105

    ช่วงหัวค่ำแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลกลางโถงใหญ่ส่องประกายอบอุ่นไปทั่วคฤหาสน์ บรรยากาศภายในบ้านเงียบสงบ มีเพียงเสียงข้าวของกระทบกันเบา ๆ จากห้องอาหารด้านในป้าน้อยกำลังช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะมื้อค่ำอย่างขะมักเขม้น ขณะที่คุณหญิงนั่งรออยู่ในห้องรับแขก พลางเหลือบมองนาฬิกาเป็นระยะ“นี่ก็ได้เวลาแล้วนะ ทำไมภัคยังไม่กลับอีก”“คงใกล้ถึงแล้วล่ะค่ะคุณหญิง”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังแว่วมาจากหน้าคฤหาสน์ป้าน้อยชะเง้อมองทันที ก่อนจะรีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน“เดี๋ยวน้อยออกไปรับเองค่ะ”หญิงวัยกลางคนก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูใหญ่ ก่อนเปิดออกกว้างด้วยรอยยิ้มต้อนรับตามปกติแต่ทันทีที่เห็นคนที่ยืนอยู่หน้าบ้านรอยยิ้มนั้นก็หยุดค้างดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที“พัฒน์?”เสียงเรียกสั่นพร่าแทบไม่เชื่อตัวเองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนิลเนตรเงยหน้ามอง ก่อนรอยยิ้มอบอุ่นจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“พี่น้อย”เพียงได้ยินคำเรียกนั้น น้ำตาของป้าน้อยก็เอ่อคลอในทันที“โอ๊ย พัฒน์จริง ๆ ด้วย”เธอรีบก้าวเข้าไปหา ก่อนเอื้อมมือไปแตะแขนอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเลือนหายไป“หายแล้วเหรอ มองเห็นแล้วจริง ๆ เหรอ”“ครับพี่น้อ

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 104

    มันเหนือความคาดหมายไปไกลกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ จากเด็กชายตัวอ้วนผิวคล้ำที่เคยวิ่งตามหลังเธอต้อย ๆ ในวัยเด็ก เด็กที่ดูไม่ค่อยสนใจการเรียน ใครจะไปคิดว่าเด็กคนนั้นจะเติบโตมาเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวันนี้ปภาวีกะพริบตาช้า ๆ คล้ายเรียกสติกลับคืน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปในที่สุด“นายเป็นหมอประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้เหรอ”“ครับ”“แล้วทำไมนายถึงได้ไปอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้นแล้วยังตรวจไข้ให้พรีนอีกด้วยอ่ะ”“ผมไปหาคุณพ่อครับ คุณพ่อผมเป็นผู้อำนวยการอยู่ที่โรงพยาบาลฝั่งโน้น” เขาตอบเรียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยเสริมอย่างสุภาพ “แล้ววันที่พี่เห็นผม ผมไม่ได้เป็นคนตรวจไข้หรอกนะครับ รวมถึงเคสของน้องพรีนด้วย”“เดี๋ยวนะ ฉันงงหมดแล้ว นายหมายความว่ายังไง”“วันนั้นที่น้องพรีนเข้าโรงพยาบาล หมออีกท่านเป็นคนเจ้าของไข้ แต่พอดีตอนนั้นท่านติดเคสด่วนกะทันหัน ผมเลยอาสามาแจ้งแทนเท่านั้นเองครับ”เขาอธิบายเหตุการณ์วันนั้นด้วยความใจเย็น จริง ๆ แล้วเขาเพียงไปหาพ่อตามปกติอย่างเช่นทุกวัน ซึ่งวันนั้นบังเอิญว่าเขามีธุระสำคัญที่จะต้องคุยกับนายแพทย์คนหนึ่งจึงทำให้กลับช้ากว่าปกติ ในขณะที่เขากับแพทย์รุ่นพี่กำลังคุยกันอยู่ท

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่ 103

    ก่อนที่เสียงทักทายของใครบางคนจะดังแทรกเข้ามาจากทางประตู“ขออนุญาตครับ”บานประตูเลื่อนเปิดออกช้า ๆ พร้อมเสียงเสียดสีแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นนุ่มลึก สุภาพ และมีจังหวะการพูดที่ทำให้หัวใจของเธอสะดุดไปหนึ่งจังหวะมันคุ้นหูอย่างประหลาดเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน หรือว่าจะเป็น!ความคิดยังไม่ทันสิ้นสุด ปภาวีก็หันขวับไปตามสัญชาตญาณ สายตาเบิกกว้างโดยไม่รู้ตัว เมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดยืนอยู่ตรงกรอบประตู แสงไฟเหนือศีรษะสะท้อนผ้าสีอ่อนจนดูสว่างตา ใบหน้าคมคุ้นเคยนั้นทำให้เธอชะงักไปชั่วขณะ“แทนคุณ!”ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ อย่างสุภาพ ก่อนจะยกมือไหว้เล็กน้อย“สวัสดีครับ พี่ภัค”คำทักทายสั้น ๆ แต่ชัดเจนในน้ำเสียง ทำให้ปภาวีนิ่งค้างไปชั่วอึดใจ เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนลงชั่วคราว เธอยกเรียวนิ้วยาวขึ้นขยี้เปลือกตาเบา ๆ ราวกับต้องการยืนยันว่าภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพลวงตาเพราะเท่าที่จำได้ อีกฝ่ายนั้นเป็นหมอประจำโรงพยาบาลทางฝั่งธนบุรีไม่ใช่แถวนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้มายืนวางมาดนิ่งอยู่ตรงหน้าเธอได้“สวัสดีครับคุณน้า” แทนคุณหันไปกล่าวทักทายนิลเนตรและชินพัฒน์ด้วยน้ำเสียงสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่

  • Out of Sync รักคนละตอน   ตอนที่102

    ว่าจบเขาก็ลุกขึ้นเต็มความสูง เหยียดแขนขึ้น บิดไหล่เบา ๆ คลายความเมื่อยล้าจากการนั่งรออยู่นาน ก่อนจะหมุนตัวเดินนำไปอย่างรู้ทาง ก่อนหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง“ห้องนี้แหละ” พยักเพยิดหน้าเล็กน้อย พร้อมปรายตามองเพื่อนสาวที่เดินตามมาห่าง ๆ“แกไม่เข้าไปด้วยกันเหรอ?”ยังไม่ทันที่ภาสกรจะเอ่ยตอบ เสียงสั่นของโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เขาหยิบออกพร้อมก้มมองหน้าจอแล้วเห็นว่าชื่อ ตติญาน้องสาวปรากฏเด่นอยู่กลางจอ จึงยกเครื่องขึ้นโชว์ให้เพื่อนดูแทนคำตอบปภาวีเหลือบตามองแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเข้าใจ“เดี๋ยวฉันตามเข้าไปทีหลัง ไปคุยธุระแป๊บนึง” เขาว่าพลางยกมือตบไหล่เพืีอนสาวเบา ๆ อย่างเป็นมิตร ก่อนถอยหลังสองก้าว กดรับสายแล้วหมุนตัวเดินลับไปทางปลายโถงอย่างเร่งรีบโดยที่ปภาวียังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวสิบนาที แล้วจึงหันกลับมาที่ประตูตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียวเอื้อมบิดลูกบิดอย่างช้า ๆ แล้วผลักเข้าไปภายในห้องด้วยความระมัดระวังเพียงก้าวแรกที่ก้าวเข้ามา หัวใจก็เต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด มันมีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลในเวลาเดียวกัน หรือว่าอาการเกล่านี้จะเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เธอจะได้เห็นหน้าบ

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 16

    ห้องพักผู้ป่วยพิเศษชั้นห้าถูกจัดไว้อย่างเรียบร้อย พื้นที่ภายในกว้างขวางแบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน โซนเตียงผู้ป่วยติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน แยกจากพื้นที่พักของญาติซึ่งมีโซฟา เตียงเสริม และห้องน้ำส่วนตัว แสงไฟสีขาวนวลให้ความรู้สึกอบอุ่น ม่านสีครีมถูกรูดเปิดครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นกระจกใสบานใหญ่จากพื้น

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 12

    ใช้เวลากว่าครึ่งวันกับการดับไฟในบริษัท ปภาวีกลับถึงบ้านในช่วงหัวค่ำ ร่างกายอ่อนล้าจากความตึงเครียดที่สะสมมาตลอดบ่าย แต่ก็ยังดีที่ทุกอย่างจบลงได้ด้วยดีปัญหาทั้งหมดเกิดจากความเข้าใจผิดของคุณธนัช ประธานบริษัทสิงห์ศิลา ที่ไม่พอใจอย่างหนักกับการถูกยกเลิกการประชุมแบบกะทันหัน เขามองว่าเป็นการเสียมารยาทแล

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 4

    ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา...ปภาวีขับรถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดในลานสำหรับลูกค้า VVIP ของ Velluto Club สถานบันเทิงหรูย่านกลางเมืองที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักใช้เป็นที่พักใจยามมีเรื่องไม่สบายใจเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะหนัก ๆ ดังทะลุออกมาถึงลานจอดรถ ไฟนีออนสีม่วงเข้มจากป้ายชื่อร้านสะท้อนกับกระโปร

  • Out of Sync รักคนละตอน   บทที่ 17

    ราวสองชั่วโมงนับจากที่ปภาวีออกไป เสียงเคาะประตูสีขาวดังขึ้นสองสามครั้งก่อนจะถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงของใครบางคนสนทนากับพยาบาล ทำให้เปลือกตาของคนป่วยที่ปิดอยู่ค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ“ห้องนี้ค่ะ”“ขอบคุณครับ” เสียงตอบรับอย่างสุภาพดังขึ้นจากชายหนุ่มที่เดินตามเข้ามา เสียงนั้นคุ้นหูจนชนากานต์ขยับตัวเล็กน้อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status