LOGIN-LILY-
@The Hospital “อ้าวมึง ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้างอ่ะ” ระหว่างที่ยืนปอกแอ๊ปเปิ้ลให้น้ำฟ้าอยู่ ฉันก็บังเอิญหันไปเห็นมันรู้สึกตัว เมื่อคืนฉันก็กลับมาหามันแล้วล่ะ แต่อีแฟนต้ามันบอกว่าเดี๋ยวมันเฝ้าเอง ฉันเลยมาวันนี้แทน แล้วให้อีแฟนต้ามันกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ส่วนเรื่องที่ฉันบอกว่าจะลากคอไอ้ผู้ชายสารเลวมาขอโทษน้ำฟ้า ฉันล้มเลิกความตั้งใจไปแล้วล่ะ ก็บอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ขอพบเจอหน้าหมอนั่นอีก ยิ่งนึกถึงสิ่งเลวๆที่มันทำกับฉันเมื่อคืน ฉันก็ยิ่งเกลียดมัน!!! “ก็ดีขึ้นแล้ว กูขอโทษนะที่ทำให้พวกมึงลำบาก” น้ำฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลียและรู้สึกผิด อ้อ! แล้วก็รู้สึกว่าเมื่อคืนอีแฟนต้ามันก็บอกว่าน้ำฟ้ามันตื่นขึ้นมาทีนึงแล้วนะ แต่ยังดูไม่โอเคเท่าไหร่ ตอนนี้ก็เหมือนกัน สภาพจิตใจมันเหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง แต่!!! ฉันก็ยังนึกอยากจะด่ามันอยู่ดี ทว่าเอาไว้ก่อนดีกว่า ฉันไม่อยากจะซ้ำเติมมันตอนนี้ เพราะแค่นี้ สภาพมันก็แย่มากพออยู่แล้ว กลัวว่าถ้าสวดมันเพิ่มไป เดี๋ยวมันจะช็อกตายซะก่อน “ไม่เป็นไร แต่รอให้มึงหายดีก่อนละกัน รับรอง มึงเจอสวดชุดใหญ่จากกูกับอีต้าแน่” ฉันบอกมันอย่างทีเล่นทีจริง มันก็ยิ้มออกมานิดนึง ก่อนจะพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเศร้า Rrrrrr...!!!! จู่ๆโทรศัพท์น้ำฟ้าก็ดัง มันก็เอื้อมมือไปหยิบ เพราะโทรศัพท์อยู่ตรงหัวเตียงอีกฝั่ง ใกล้มือมันมากกว่ามือฉัน ก่อนมันจะยิ้มกว้างออกมาประมาณว่าดีใจมากเมื่อเห็นหน้าจอ ก่อนมันจะรีบรับอย่างไว ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนผีตายซากอยู่เลย ...ว่าแต่ใครโทรมาอ่ะ? ถึงทำให้น้ำฟ้ามันเหมือนตายแล้วฟื้นได้ถึงขนาดนี้ “ฮัลโหลพี่เจมส์ พี่เจมส์เหรอคะ!” ฟังจากน้ำเสียงแล้วอย่างกะได้ขึ้นสวรรค์ และถึงตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้วล่ะ ว่าใครโทรมา ได้คำตอบพร้อมๆกับอาการชะงัก เพราะทันทีที่ได้ยินชื่อนายนั่น ภาพเมื่อคืนก็ลอยมาเลย แล้วหมอนั่นโทรมาทำไม เมื่อคืนไม่เห็นจะมีท่าทีว่าสนใจไยดีน้ำฟ้ามันแล้วไม่ใช่เหรอ หรือวันนี้คิดอยากจะสำนึกขึ้นมา แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ ในเมื่อหมอนั่นทั้งเหี้ยทั้งเลวแถมยังเลือดเย็นผิดมนุษย์มนาซะขนาดนั้น “ดีขึ้นแล้วค่ะ คะ พี่เจมส์ อะไรเหรอคะ เอ่อ พี่เจมส์ พี่เจมส์คะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ อย่าโทษตัวเองเลย แล้วพี่ก็ไม่ต้องขอโทษน้ำฟ้าด้วย เพราะน้ำฟ้าไม่ได้โกรธพี่เลยสักนิด” เดี๋ยวนะ ขอโทษเหรอ นี่นายนั่นโทรมาขอโทษ? “บอกแล้วไงคะว่าไม่เป็นไร ความจริงคนที่ต้องขอโทษคือน้ำฟ้าต่างหาก ทั้งต้องขอโทษ ทั้งต้องขอบคุณที่น้ำฟ้างี่เง่ากับพี่ แต่พี่ก็ยังไม่โกรธแถมยังเป็นห่วงน้ำฟ้าอีก” ห่วงเหรอ แหวะ!!! ฟังแล้วจะอ้วก หมอนั่นตอแหลรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเมื่อคืนไม่เห็นมันจะมีท่าทีแบบนี้ ยัยน้ำฟ้านี่ก็โง่ ไปหลงเชื่อคารมผู้ชายเลวๆอยู่ได้ แถมยังไปขอโทษไปขอบคุณมันอีก ทั้งๆที่โดนมันหักอกจนเกือบตาย ทำไมนะ ทำไมมันถึงไม่คิดถึงวินาทีนั้นบ้าง วินาทีที่มันโดนหมอนั่นทำให้เสียใจจนไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้ต่ออ่ะ “อะไรนะคะ พี่จะมาหาน้ำฟ้า จริงเหรอคะ!” คราวนี้น้ำฟ้ายิ่งดีใจจนหน้าบาน(เป็นกระด้ง)เข้าไปใหญ่ แต่มันจริงเหรอ ที่หมอนั่นจะมาหาน้ำฟ้า ทั้งๆที่เมื่อคืน ขนาดฉันฉุดกระชากลากถูกันแทบตายมันก็ยังไม่มา จะเป็นตายยังไงก็ไม่มา แล้ววันนี้เกิดนึกครึ้มอะไร หรือจู่ๆต่อมจิตสำนึกดีที่มันมีอยู่โคตรน้อยนิดมันเกิดสำนึกขึ้นมาจริงๆ? “ติดอยู่อย่างนึง? ติดอะไรเหรอคะ” จู่ๆน้ำเสียงดีใจก็หายไปจากน้ำฟ้า กลายเป็นน้ำเสียงแปลกใจพวกนี้ออกมาแทน “พี่ว่าอะไรนะคะ เพื่อนน้ำฟ้าเหรอ?” เพื่อนน้ำฟ้า? เดี๋ยว นี่อย่าบอกนะว่าหมอนั่นหมายถึงฉัน แล้วหมอนั่นพูดถึงฉันทำไม แล้วมันพูดอะไรให้น้ำฟ้าฟังอ่ะ!!? “ไม่หรอกค่ะ ลิลลี่กับแฟนต้าคงไม่ว่าอะไรหรอกถ้าพี่จะมา พี่มาเถอะ น้ำฟ้าอยากให้พี่มา” ว่าเหรอ? ว่าอะไร นี่หมอนั่นตอแหลอะไรอีกล่ะ แต่ถ้าให้ฉันเดานะ มันคงตอแหลว่าอยากจะมาแต่พวกฉันขัดขวางสินะ ทั้งๆที่เรื่องจริงมันไม่ใช่เลย ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเมื่อคืนฉันอุตส่าห์ถ่อสังขารไปลากคอมันถึงที่ แต่มันเองต่างหากที่เป็นฝ่ายไม่ยอมมา แถมยัง...ฮึ่ย! ช่างเหอะ ฉันไม่อยากพูดถึง “อ๋อ ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงเป็นลิลลี่อ่ะค่ะ เพราะแฟนต้าเพื่อนอีกคนของน้ำฟ้ามันเป็นสาวเทียม แต่น้ำฟ้าก็ยังยืนยันนะคะ ว่าถึงลิลลี่จะไปบอกพี่แบบนั้น แต่คงเป็นเพราะลิลลี่โกรธแทนน้ำฟ้า แต่ถ้าพี่มา ทั้งสองคนก็คงไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่ถ้าพี่ยังไม่โอเค เดี๋ยวน้ำฟ้าจะเป็นคนบอกให้ทั้งสองคนเข้าใจเอง” ฟังจากบทสนทนาแล้ว ไอ้ที่ฉันเดาๆไปน่าจะถูก หมอนั่นตอแหลได้โล่จริงๆ “อะไรนะคะ เอ่อ พี่จะเอาอย่างนั้นเหรอคะ ไม่อย่างนั้นพี่ก็ไม่กล้ามา แต่ว่า... เอ่อ ค่ะ ก็ได้ค่ะ น้ำฟ้าจะลองพูดดูค่ะ ค่ะ น้ำฟ้าอยากเจอพี่เจมส์นะคะ ค่ะ” บทสนทนาจบลงด้วยน้ำเสียงเศร้าๆของน้ำฟ้า ก่อนน้ำฟ้าจะละสายตาจากโทรศัพท์แล้วหันมาหาฉัน นั่นแปลว่าความซวยมันกำลังตกมาถึงฉันแล้วสินะ ประมาณว่าลางสังหรณ์มันบอกแบบนั้นอ่ะ “ลิลลี่” “ว่า?” ฉันเอียงหน้าเลิกคิ้วถามมัน “มึงไปหาพี่เจมส์เหรอเมื่อคืน” “เออ กูไปหามัน ก็เรื่องมึงนั่นแหละ” “อืม พี่เจมส์บอกกูแล้ว” เออ นั่นกูรู้แล้ว แต่ที่กูสงสัย คือไอ้เหี้ยเจมส์มันบอกมึงแล้ว แล้วมึงจะถามกูอีกรอบเพื่อ!?? แต่ช่างเหอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ในเมื่ออีฟ้ามันเปิดประเด็นขึ้นมา ฉันก็ขอต่อประเด็นหน่อยละกัน “มันบอกว่าไงล่ะ” “ช่างเหอะ แต่ช่วยอะไรกูอย่างได้มั้ย ถือว่ากูขอร้องก็ได้” มันทำหน้าเศร้ากว่าเดิมอีก อะไรของมันวะ “จะให้กูช่วยอะไร” “ช่วยไปบอกพี่เจมส์ที่คอนโดที บอกว่ามึงกับอีต้าไม่อะไรกับพี่เจมส์แล้ว ถ้าเขาจะมาหากูก็มาหาได้” “มึงก็โทรไปบอกมันดิ ทำไมต้องไปบอกมันถึงที่ด้วย” “ก็พี่เจมส์เขาไม่แน่ใจ เขาอยากให้มึงไปบอกด้วยตัวเอง ว่ามึงเต็มใจให้มา แต่ถ้ามึงไม่ไปบอกเอง เขาก็กลัว เขาไม่กล้ามา เขากลัวมึงไล่ตะเพิดกลับไป เขาอยากได้ความมั่นใจว่าถ้ามาแล้วจะไม่โดนกีดกันแล้วก็ไล่กลับไป เพราะงั้นมึงไปบอกเขาให้กูหน่อยเหอะนะ กูอยากให้เขามาหากูอ่ะ กูอยากเจอพี่เจมส์ นะๆ นะลิลลี่นะ กูขอร้องล่ะ ช่วยกูทีนะ” คราวนี้น้ำฟ้ามันจับมือฉันแล้วเขย่า บ้าจริง นี่หมอนั่นคิดจะเล่นบ้าอะไร ถึงไปบอกน้ำฟ้าแบบนั้น คิดจะแกล้งฉันหรือไง แล้วฉันจะทำไงล่ะทีนี้ หนักใจเลยฉัน ลำบากใจมากเลย ก็ฉันบอกตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่ขอเจอหน้ามันอีก แต่มันเล่นเอาน้ำฟ้ามาเป็นเดิมพันแบบนี้ ฉันก็เหมือนไม่มีทางเลือก ให้ตายเถอะ! หมอนั่นนอกจากจะเหี้ยบวกตอแหลได้โล่แล้ว มันยังเป็นไอ้หมาป่าเจ้าเล่ห์จอมร้ายกาจ(แบบสุดๆ)อีกต่างหาก เชี่ย! นรกส่งมันมาเกิดรึไง! “เออๆ ก็ได้ๆ” ถึงจะไม่พอใจและระเบิดอารมณ์(อยู่ในใจ)ไปมากแค่ไหน แต่สุดท้ายฉันก็ต้องยอมผิดคำพูดกับตัวเอง เพราะทนสงสารน้ำฟ้าไม่ไหว ฉันไม่อยากให้น้ำฟ้ามันตรอมใจตายอีกรอบตอนนี้ แต่ขอแอบด่าในใจหน่อยเหอะ …อีฟ้านี่แม่ง ไม่รู้จะรักจะหลงอะไรนักหนา กะอีแค่ผู้ชายเหี้ยๆโคตรสารเลวชิงสัตว์นรกตัวอื่นมาเกิดแค่คนเดียว!!! “จริงเหรอมึง ขอบใจนะ ขอบใจมากเลยอ่ะ รักมึงที่สุดเลย” น้ำฟ้ายิ้มอย่างโคตรตื้นตันใจอ่ะ แถมพุ่งเข้ามากอดฉันด้วย เห้อ มันจะรู้บ้างมั้ย ว่าในอกฉันตอนนี้เหมือนมีภูเขาหล่นทับอยู่ทั้งลูก แถมไม่ใช่ลูกเล็กๆด้วยนะ ลูกเบ้อเร่อออ “อืม” ฉันก็พยักหน้ายิ้มตอบให้น้ำฟ้ามันสบายใจไปงั้นแหละ ทั้งๆที่ในใจฉันตอนนี้แม่ง โคตรลำบากใจ...-!!!-$<€€$¥~~ . : ; ~|||~ @James’s CONDO “ฮัลโหล ฉันมาแล้ว รออยู่ข้างล่าง นายอยู่ไหน” พอมาถึงคอนโดไอ้เจมส์ ฉันก็โทรหามัน น้ำฟ้าให้เบอร์มันมาน่ะ บอกว่ามาถึงแล้วก็ให้โทร (อดีต)ผู้ของมันจะได้รู้ เอิ่ม ดูเหมือนมันจะให้ความสำคัญกับผู้มากกว่าเพื่อนอย่างฉันซะอีกนะ แต่ความจริงถึงน้ำฟ้ามันจะบอกแบบนั้น แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่ทำตามก็ได้ เพราะฉันไม่ได้อยากจะโทรหาไอ้เจมส์เลยสักนิด แต่ฉันไม่อยากรอนาน อยากรีบคุยรีบจบ จะได้รีบกลับสักที ฉันก็เลยตัดสินใจโทรตามที่น้ำฟ้ามันบอก (“อยู่บนห้อง ขึ้นมาดิ”) “ขึ้นทำไม นายดิต้องลงมา” (“ทีเมื่อคืนเธอยังขึ้นมาหาฉันถึงที่ได้เลย วันนี้ก็ตามขึ้นมาถึงที่เหมือนเมื่อคืนดิ”) “แต่วันนี้มันไม่เหมือนกัน” (“ก็ตามใจ อยากให้เพื่อนเธอตรอมใจตายก็เรื่องของเธอ”) “นี่นาย...!” ตู๊ดๆๆๆๆ...!!! มันวางสายใส่ฉันเฉยเลย ไอ้เหี้ยเจมส์นะไอ้เหี้ยเจมส์! ก็ได้ ครั้งนี้ถือว่าเป็นทีของมัน แต่อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน!-JAMES-ผมออกมาจากห้องน้ำพร้อมลิลลี่ หลังจากเราอาบน้ำด้วยกันเสร็จ แต่ตอนแรกมันไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกครับ เพราะความจริงผมแค่ขอให้ลิลลี่ช่วยอาบน้ำให้เฉยๆ เพราะผมเพิ่งลงเครื่องมาสดๆร้อนๆ ผมเพิ่งกลับจากอังกฤษเนื่องจากต้องไปเคลียร์ปัญหาที่บริษัทที่สาขาที่อังกฤษเมื่อหลายวันก่อน และผมก็รีบเคลียร์จนได้กลับเร็วกว่ากำหนด ทำไงได้ ก็คนมันคิดถึงลูกกับเมียนี่ครับ อยากกลับมาหาเร็วๆ แล้วพอกลับมาเหนื่อยๆ มันก็รู้สึกเหนียวตัวก็เลยอยากอาบน้ำ เลยขอให้ลิลลี่ช่วยอาบอย่างที่บอกไป แต่พออาบไปอาบมา ผมก็รู้สึกอยากให้เมียสุดที่รักอาบด้วย ผมเลยแกล้งทำให้เธอเปียก แล้วสุดท้าย แผนของผมก็สำเร็จ ลิลลี่จับพลัดจับผลูมาอาบน้ำกับผมด้วยจนได้จะว่าไป เหมือนผมจะลืมอะไรไปสักอย่างใช่มั้ย ใช่ครับ ผมลืมเล่าว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง ทำไมจู่ๆ ผมถึงมาอยู่ด้วยกันกับลิลลี่ได้ แล้วตอนนั้นที่ผมผ่าตัดเนื้องอกในสมอง สรุปแล้วผลการผ่าตัดมันออกมาเป็นยังไง งั้นอันดับแรกก่อนเลยละกัน นั่นคือจากวันนั้นจนถึงวันนี้ หมายถึงตั้งแต่วันผ่าตัดจนมาถึงวันนี้ มันก็ผ่านมาสามปีแล้วล่ะครับ และหลังจากที่ผมฟื้นตัวจากการผ่าตัด ผมกับลิลลี่ก็ตกลงกันว่าจะย้ายกลับม
“ใครจะยอมให้งอนกันล่ะ”เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใครนั้นดังลอยแทรกเข้ามาระหว่างบทสนทนาของเราสองแม่ลูก“พ่อ!!!” ก่อนจิมมี่จะรีบหันไปหาต้นเสียงพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความดีใจ จากนั้นก็ไม่รอช้าที่จะรีบวิ่งเข้าไปหาคนเป็นพ่อ ใช่ เสียงนั้นคือเสียงของเจมส์“พ่อกลับมาแล้วเหรอฮะ”“ครับ พ่อกลับมาแล้ว พอดีงานที่โน่นเสร็จก่อนกำหนดน่ะ” เจมส์ตอบ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วบริษัทสาขาที่อังกฤษมีปัญหานิดหน่อยน่ะ เจมส์ก็เลยต้องไปจัดการด้วยตัวเองเหมือนกับหลายๆครั้งก่อนหน้านี้ ที่บางทีก็มีบ้างที่ต้องไปดูงานต่างประเทศ แล้วความจริงกำหนดกลับของครั้งนี้มันก็คือประมาณอาทิตย์หน้า“แล้วจะกลับทำไมไม่บอกก่อน เล่นกลับมากะทันหันแบบนี้ ฉันยังไม่ทันได้เตรียมอะไรเอาไว้ให้เลย”“แหม ไม่เห็นต้องเตรียมอะไรเอาไว้ให้เลย แค่กลับมาแล้วเห็นหน้าลูกกับเมีย แค่นั้นก็ชื่นใจจนหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว แล้วที่กลับมาไม่บอกก่อน เพราะนานๆทีก็อยากเซอร์ไพรส์ลูกกับเมียบ้างไง จริงสิครับจิม นี่ พ่อมีของฝากมาให้จิมด้วยนะ” เจมส์ตอบฉัน ก่อนหันไปบอกจิมมี่“จริงเหรอฮะ”“ครับ นี่ไง” แล้วเจมส์ก็เอากล่องๆนึงออกมา ก่อนยื่นให้จิมมี่“ขอบคุณ
-LILY-วันผ่าตัด…“ขอให้นายปลอดภัยเถอะ ขอให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นายต้องหายนะ นายต้องหายแล้วกลับมาดูแลฉันกับลูกอย่างที่นายเคยขอโอกาสกับฉันไว้ นายต้องเข้มแข็งนะเจมส์ นายต้องสู้นะ นายต้องไม่เป็นอะไร” ตั้งแต่เจ้าหน้าที่พาไอ้เจมส์เข้าห้องผ่าตัดไป จนกระทั่งถึงตอนนี้ ฉันก็ยังยืนภาวนาวกไปวนมาอยู่หน้าห้องไม่หยุดด้วยความร้อนรนใจ …ฉันกลัวจริงๆนะ และฉันคงไม่อาจจะวางใจได้ ตราบใดที่หมอยังไม่ออกมาบอกว่าการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี และไอ้เจมส์ไม่เป็นอะไร.:;หลายชั่วโมงผ่านไป…ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ทุกอย่างก็ยังเงียบไม่มีการเคลื่อนไหว ฉันที่รออยู่หน้าห้องด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจก็ยังไร้วี่แววที่จะได้คำตอบที่รอคอยเปรี้ยง!!!!!“ว้าย!”แถมจู่ๆก็พลันได้ยินเสียงฟ้าร้องคำรามดังเปรี้ยงเข้ามาอีกต่างหาก ฉันถึงได้อุทานออกมาด้วยความตกใจ และแน่นอนว่าฉันที่รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีอยู่แล้ว มาเจอแบบนี้ มันก็ยิ่งตกใจและทำให้ยิ่งรู้สึกใจเสียเข้าไปใหญ่ หัวใจที่มันสั่นคลอน ตอนนี้มันเหมือนหล่นลงไปอยู่ตาตุ่มชนิดที่ว่าคว้าเอาไว้ไม่ทัน แถมยังเอากลับขึ้นมาไม่ได้อีกต่างหาก …ฉัน ฉันใจไม่ดีเลย มันกลัวไปหมดแล้ว“เจมส์ ฮือ
ไอ้เจมส์ยังคงขยับมือลูบหน้าฉันเบาๆ รอยยิ้มยังคงอยู่ เพียงแต่เริ่มจางลง นัยน์ตาเริ่มแดง น้ำเสียงทุ้มต่ำเริ่มสั่นเครือ“แต่ฉันไม่ได้กลัวที่ฉันจะต้องตายหรอก แต่กลัวที่ต่อไปนี้ ฉันอาจจะไม่ได้อยู่ดูแลเธอกับลูกอีก ขอโทษนะ ที่ทำให้เธอกับลูกได้แค่นี้ ได้แค่ดูแลเธอกับลูกอยู่ห่างๆ ในเวลาแค่เพียงไม่นาน ฉันเสียใจ ที่มีโอกาสได้ชดใช้ให้เธอกับลูกแค่นี้ ทั้งๆที่ฉันทำเลวเอาไว้ตั้งเยอะ สิ่งที่ฉันได้ทำให้เธอกับลูก มันยังไม่เพียงพอเลย มันเหมือนกับว่า ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้เธอกับลูกเลยด้วยซ้ำ ฉันก็ต้อง…”“ไม่ ไม่เอา นายอย่าพูดแบบนั้น นายต้องไม่เป็นไร นายต้องหาย ถึงฉันจะกลัว แต่ฉันเชื่อว่านายต้องหาย นายจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นายต้องอยู่ดูแลฉัน อยู่ชดใช้ให้ฉันกับลูกก่อน” ฉันแทรกพูดรัวๆออกไปทั้งน้ำตา พร้อมกับกระชับมือไอ้เจมส์ให้แน่นขึ้น“ลิลลี่ เธอพูดแบบนี้หมายความว่า…”“อือๆ ฉันให้โอกาสนายแล้ว ทุกอย่างที่นายขอ ฉันยอมให้นายทุกอย่างแล้ว” ฉันแทรกอีกครั้งพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ “ขอบใจนะ รู้มั้ยว่าฉันรอคำนี้มาตลอด ฉันดีใจที่ในที่สุด เธอก็ให้โอกาสฉัน ยอมให้ฉันได้ดูแล ยอมให้ฉันได้ชดใช้ให้เธอกับลูก” ครั้งนี้ไอ้เจมส์ยิ้มทั
-LILY-“มอนิ่งจ้ะลิลลี่” ฉันมาทำงานและเพิ่งจะเดินเข้ามาในบริษัท หลังจากไปส่งจิมมี่ที่โรงเรียนเสร็จแล้ว พอดีวันนี้ไม่ใช่วันหยุดน่ะ ก่อนฉันจะได้ยินเสียงทักทายจากแคทเทอรีน เพื่อนร่วมงานของฉัน เธอค่อนข้างเป็นคนอารมณ์ดีประมาณนึงเลย นิสัยก็น่ารักด้วย“มอนิ่งจ้ะแคท” ฉันทักทายตอบ ส่วนเธอก็ยังยิ้มไม่หุบ แต่จู่ๆก็หุบยิ้มแล้วทำตาโตเอาดื้อๆ เหมือนกับว่าตกใจอะไรสักอย่าง“เอ๊ะ! นั่นข้างนอกเขามีอะไรกันอ่ะ” เธอมองออกไปด้านนอก ผ่านประตูกระจกบานใหญ่ของบริษัท“หืม? อะไรเหรอ” ฉันถามอย่างสงสัย“ก็นั่นไง ข้างนอกเขามุงดูอะไรกันก็ไม่รู้” เธอตอบมาอีกประโยค และฉันก็อดหันมองตามออกไปไม่ได้ ถึงได้เห็นว่ามันเป็นอย่างที่แคทเทอรีนพูดจริงๆ“ไปดูกันเหอะ” ไวเท่าความคิด เพราะทันทีที่แคทเทอรีนพูดจบ เธอก็จูงมือฉันออกไปข้างนอกพร้อมกับเธอทันที“แคท แล้วงานล่ะ”“ไม่เป็นไรหรอก ยังไม่ถึงเวลาเลย ขอดูแป๊บเดียว อยากรู้อ่ะ ไม่รู้เขาดูอะไรกัน” แคทเทอรีนหันมาตอบฉัน เท้าก็พลางสาวเร็วๆไม่หยุด ฉันเองก็พลอยโดนฉุดกระชากลากถูไปไม่หยุดด้วย จนกระทั่งถึงจุดที่มีคนยืนมุงดูกัน“โทษนะคะ มีอะไรกันเหรอคะ ดูอะไรกันอยู่เหรอ” แคทเทอรีนเข้าไปถาม“
-LILY-ฉันพาจิมมี่กลับมาจนถึงบ้านด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างจะยังไม่คงที่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าผู้ชายจอมผิดคำพูดคนนั้นไง ใช่ ไอ้เจมส์!เมื่อกี้ฉันเลิกงานแล้วไปรับจิมมี่ที่โรงเรียน แล้วเจอว่าจิมมี่อยู่กับมัน ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก จิมมี่อยู่กับไอ้เจมส์ มันผิดคำพูดกับฉัน ทำผิดข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับฉัน มันเข้าไปหาจิมมี่ ทั้งๆที่รับปากกับฉันไว้แล้วว่าจะทำแค่ดูอยู่ห่างๆ …คนนิสัยไม่ดี ยังไงก็นิสัยไม่ดีอยู่วันยังค่ำ!ฉันกัดฟันด่ามันกับตัวเองอยู่ในใจ “แม่ฮะ”ก่อนที่จู่ๆ จิมมี่ก็เรียกแล้วเงยหน้าขึ้นมองฉันด้วยแววตาเศร้าๆแกมรู้สึกผิดจะว่าไปแล้ว ฉันเองก็เพิ่งนึกออกเหมือนกัน ว่ายังไม่ได้เคลียร์กับจิมมี่ให้จบเลย เรื่องที่จิมมี่ไม่รอฉันอยู่ที่เดิม แต่ไปอยู่ตรงนั้น หมายถึงข้างถนนน่ะ แถมยังคิดจะข้ามถนนไปอีกฝั่งนึงอีก ไม่รู้หรือไงว่ามันอันตราย“…” ฉันหันไปมองจิมมี่ตามเสียงเรียกด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ยังไม่พูดอะไร “ผมขอโทษอีกครั้งนะฮะ ที่ผมขัดคำสั่งแม่ แต่ผมจะไม่ทำอีกแล้วนะฮะ ผมกลัวแล้วฮะ” ประโยคท้าย จิมมี่ทำสีหน้าขยาดและหวาดกลัวผิดปกติ“กลัวเหรอ” ฉันเลยอดไม่ได้ที่จะถามย้ำ“ฮะ ผมกลัวจะเหมือนวันนี้อีก วัน







